— สารบัญ 12 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ ApeX “0KNJQKCQ” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ ApeX “0KNJQKCQ”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร ApeX ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ ApeX เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ ApeX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 โครงการแต้มของ ApeX: ApeX Social ที่ยังเดินอยู่ กับ Ape Season 1 ที่ปิดไปแล้ว
  7. 07 ตัวตนของ ApeX Omni: โรลอัปที่ชำระบน Arbitrum สมุดคำสั่งนอกเชน และค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 0.020% / 0.050%
  8. 08 วอลุ่มอันดับ 3 แต่ OI อันดับ 10: ตำแหน่งของ ApeX Omni ในกลุ่ม perp DEX
  9. 09 ApeX ไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจใดเลย และคัดกรองผู้ใช้ด้วยคำรับรองของผู้ใช้เอง
  10. 10 สถานะของ ApeX ในประเทศไทย: เข้าถึงได้ ไม่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. และอยู่นอกกรอบคุ้มครองผู้ลงทุน
  11. 11 ความเสี่ยงเฉพาะของ ApeX Omni: L2BEAT จัดต่ำกว่า Stage 0 ไม่มีเอกสารกองทุนประกัน และมาร์จิ้นรวมบัญชีเดียว
  12. 12 ก่อนโอนเงินเข้า ApeX Omni: สิ่งที่ยืนยันแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มีคำตอบ

รหัสแนะนำ ApeX เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-08-03 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต คุณก็จะได้รับ ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5% สำหรับผู้ใช้ที่มาจากลิงก์แนะนำ การใช้รหัสทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นเลย

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ ApeX จุดเด่นของ ApeX การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ ApeX “0KNJQKCQ” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ ApeX ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-03 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “0KNJQKCQ” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าต่างผูกโค้ดเชิญ
2026-08-03
หน้าต่างผูกโค้ดเชิญ
หน้าต่าง "Bind a Friend" มีโค้ด "0KNJQKCQ" กรอกไว้ในช่องแล้ว พร้อมปุ่ม "Confirm Details" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “Enter Invitation Details” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ 0KNJQKCQ ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว และปุ่มที่กดปิดขั้นตอนนี้คือ “Confirm Details”

เมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้ว ผู้ใช้ยังตรวจย้อนหลังได้ด้วยตัวเองที่หน้า referral เมื่อเข้าสู่ระบบ โดยเปิดแท็บ “I’m Invited”

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ ApeX “0KNJQKCQ”

เมื่อใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน ApeX

สิทธิประโยชน์ / วันหมดอายุ / ผู้มีสิทธิ์ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5% สำหรับผู้ใช้ที่มาจากลิงก์แนะนำ / ไม่มี / ผู้ใช้ใหม่

การรับสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องใช้รหัสแนะนำตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต โปรดระวังอย่าลืมใช้รหัส

ขั้นตอนการสมัคร ApeX ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ ApeX ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. เปิดหน้าชวนเพื่อนแล้วคลิก “Log in”

— ภาพ 2
หน้าชวนเพื่อนก่อนเข้าสู่ระบบ
2026-08-03
หน้าชวนเพื่อนก่อนเข้าสู่ระบบ
หน้าชวนเพื่อนของ ApeX Omni ในสถานะยังไม่เข้าสู่ระบบ มีปุ่ม "Log in" ทั้งกลางหน้าและที่มุมขวาบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เปิดลิงก์ชวนเพื่อน (referral) ของ ApeX Omni ในเบราว์เซอร์ แล้วคลิกปุ่ม “Log in” สีเหลืองที่อยู่ใต้หัวข้อ “Invite, Share, and Earn” เพื่อเริ่มเข้าสู่ระบบ ปุ่มเดียวกันนี้อยู่ที่มุมขวาบนของหน้าด้วย และเมื่อคลิกแล้วตัวเลือกสำหรับเข้าสู่ระบบจะเปิดซ้อนขึ้นบนหน้าเดิม

3. เลือกวอลเล็ตในหน้าต่าง “Log In or Sign Up”

— ภาพ 3
หน้าต่างเข้าสู่ระบบหรือสมัคร
2026-08-03
หน้าต่างเข้าสู่ระบบหรือสมัคร
หน้าต่าง "Log In or Sign Up" แสดงช่อง "Email" กับปุ่ม "Continue" และรายการวอลเล็ต "MetaMask" กับ "Rabby" ที่ติดตั้งไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Log In or Sign Up” ให้คลิกวอลเล็ตที่ใช้อยู่จากรายการ เช่น “Rabby” หรือ “MetaMask” ที่ระบบตรวจพบว่าติดตั้งไว้ในเบราว์เซอร์แล้ว เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมวอลเล็ต

หากยังไม่มีวอลเล็ต ก็เริ่มด้วยอีเมลได้โดยกรอกที่ช่อง “Email” แล้วคลิก “Continue” ส่วนวอลเล็ตอื่นนอกรายการนี้เลือกได้จาก “View all wallets”

4. อนุมัติการเชื่อมต่อในส่วนขยาย Rabby

— ภาพ 4
หน้าต่างเชื่อมต่อของ Rabby
2026-08-03
หน้าต่างเชื่อมต่อของ Rabby
หน้าต่าง "Connect to Dapp" ของ Rabby แสดงโดเมน `omni.apex.exchange` บนเครือข่าย "Arbitrum" พร้อมปุ่ม "Connect" และ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Connect to Dapp” ที่ส่วนขยาย Rabby เปิดขึ้นมา ให้ตรวจว่าโดเมนที่ขอเชื่อมต่อคือ https://omni.apex.exchange เครือข่ายที่มุมขวาบนเป็น “Arbitrum” และแถว “Connect Address” ด้านล่างระบุบัญชีวอลเล็ตที่ต้องการใช้ แล้วคลิก “Connect” หากไม่ใช่บัญชีนั้น ให้คลิก “Cancel” แล้วสลับบัญชีในวอลเล็ตก่อน

5. ส่งคำขอลงลายเซ็นสองรายการ

— ภาพ 5
คำขอเชื่อมต่อสองรายการ
2026-08-03
คำขอเชื่อมต่อสองรายการ
หน้าต่าง "Connect Your Wallet" ไล่ขั้น "Sign Message" และ "Verify wallet compatibility" พร้อมปุ่ม "Send Requests" ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Connect Your Wallet” ของเว็บไซต์ ให้คลิก “Send Requests” เพื่อส่งคำขอสองรายการ คือ “Sign Message” ที่ยืนยันความเป็นเจ้าของวอลเล็ต และ “Verify wallet compatibility” ที่ตรวจว่าวอลเล็ตนี้รองรับหรือไม่

หน้าต่างระบุไว้ว่าจะได้รับคำขอลงลายเซ็นสองครั้ง โดยการลงลายเซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ทำให้เกิดคำขอทำธุรกรรมใด ๆ ส่วนสวิตช์ “Remember Me” เหนือปุ่มส่งคำขอเปิดไว้อยู่แล้ว หากไม่ต้องการก็ปิดได้ก่อนกดส่ง

6. ลงลายเซ็นคำขอ onboarding

— ภาพ 6
คำขอลงลายเซ็น onboarding
2026-08-03
คำขอลงลายเซ็น onboarding
หน้าต่าง "Sign Text" ของ Rabby แสดงเนื้อความ "ApeX Omni Mainnet" และ Action "ApeX Omni Onboarding" พร้อมปุ่ม "Sign" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Sign Text” ของ Rabby ให้ตรวจว่าเนื้อความระบุ “ApeX Omni Mainnet” และบรรทัด Action คือ “ApeX Omni Onboarding” แล้วคลิก “Sign” ทั้งนี้บัญชีที่แสดงในแถบด้านล่างต้องเป็นวอลเล็ตเดียวกับ Address ในเนื้อความ หากไม่ตรงให้คลิก “Cancel”

7. ยืนยันลายเซ็นด้วยปุ่ม “Confirm”

— ภาพ 7
สถานะรอยืนยันลายเซ็น
2026-08-03
สถานะรอยืนยันลายเซ็น
หน้าต่าง Rabby เดิมเปลี่ยนปุ่มด้านล่างเป็น "Confirm" ระหว่างรอการยืนยันลายเซ็น ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

คลิก “Confirm” ที่ขึ้นมาแทนปุ่มเดิมด้านล่างหน้าต่าง Rabby เพื่อยืนยันการลงลายเซ็น เนื้อความคำขอยังเป็นชุดเดิม จึงตรวจทานได้อีกครั้งก่อนกดยืนยัน

8. รอผลการตรวจสอบวอลเล็ต

— ภาพ 8
ระหว่างตรวจสอบวอลเล็ต
2026-08-03
ระหว่างตรวจสอบวอลเล็ต
หน้าต่าง "Connect Your Wallet" แสดงเครื่องหมายถูกที่ "Sign Message" และไอคอนหมุนที่ "Verify wallet compatibility" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

รอที่หน้าต่าง “Connect Your Wallet” สักครู่ โดยขั้น “Sign Message” ขึ้นเครื่องหมายถูกแล้ว ส่วน “Verify wallet compatibility” ยังหมุนรอผลอยู่ ไม่ต้องปิดหน้าต่างนี้ เพราะคำขอลงลายเซ็นรายการถัดไปจะเด้งขึ้นที่วอลเล็ตเอง

9. ลงลายเซ็นคำขอรายการที่สอง

— ภาพ 9
คำขอลงลายเซ็นรอบที่สอง
2026-08-03
คำขอลงลายเซ็นรอบที่สอง
หน้าต่าง "Sign Text" ของ Rabby เปิดคำขอลงลายเซ็นรอบที่สอง พร้อมปุ่ม "Sign" ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อ Rabby เปิดคำขอ “Sign Text” ขึ้นมาอีกครั้ง ให้คลิก “Sign” เพื่อลงลายเซ็นรายการที่สอง เนื้อความยังเป็นคำขอ onboarding ชุดเดียวกับรอบแรก และเป็นการลงลายเซ็นข้อความเท่านั้น

10. สร้างบัญชี Omni

— ภาพ 10
หน้าต่างสร้างบัญชี
2026-08-03
หน้าต่างสร้างบัญชี
หน้าต่าง "Create Account" อธิบาย "Create an Omni Account" กับ "Signature Verification" โดยช่องยอมรับเงื่อนไขถูกติ๊กไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Create Account” ให้ตรวจว่าช่องยอมรับ “Terms of Use” และ “Privacy Policy” ถูกติ๊กไว้แล้ว จากนั้นคลิกปุ่ม “Create Account”

หน้าต่างนี้อธิบายไว้สองข้อ คือ “Create an Omni Account” ที่ทำให้จัดการสินทรัพย์และเทรดได้ กับ “Signature Verification” ที่ยืนยันความปลอดภัยของบัญชีด้วยลายเซ็นวอลเล็ตโดยไม่มีค่าแก๊ส เมื่อคลิกแล้วจะมีคำขอลงลายเซ็นส่งไปที่วอลเล็ตอีกครั้ง

11. ลงลายเซ็นคีย์ของบัญชี

— ภาพ 11
คำขอลงลายเซ็นคีย์บัญชี
2026-08-03
คำขอลงลายเซ็นคีย์บัญชี
หน้าต่าง "Sign Text" ของ Rabby แสดงคำขอ "ChangePubKey" พร้อม PubKeyHash Nonce และ AccountId ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อ Rabby เปิดคำขอ “Sign Text” ที่ขึ้นต้นด้วย “ChangePubKey” ให้คลิก “Sign” เพื่อลงทะเบียนคีย์ของบัญชี เนื้อความแสดง PubKeyHash Nonce และ AccountId ของบัญชีที่กำลังสร้าง จึงเทียบดูได้ก่อนลงลายเซ็น

12. ยืนยันลายเซ็นคีย์บัญชี

— ภาพ 12
รอยืนยันลายเซ็นคีย์บัญชี
2026-08-03
รอยืนยันลายเซ็นคีย์บัญชี
หน้าต่าง Rabby เปลี่ยนปุ่มด้านล่างเป็น "Confirm" ขณะรอยืนยันลายเซ็น "ChangePubKey" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

คลิก “Confirm” ที่ขึ้นมาแทนปุ่มเดิมด้านล่าง เพื่อยืนยันลายเซ็นคีย์บัญชี เนื้อความ “ChangePubKey” ยังคงเดิม จึงเทียบ AccountId ได้อีกครั้งก่อนกดยืนยัน

13. คลิก “Start Trading Now” ในหน้าต่างต้อนรับ

— ภาพ 13
หน้าต่างต้อนรับหลังสร้างบัญชี
2026-08-03
หน้าต่างต้อนรับหลังสร้างบัญชี
หน้าต่าง "Welcome" เรียงจุดเด่นสี่ข้อของ ApeX Omni พร้อมปุ่ม "Start Trading Now" ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

คลิก “Start Trading Now” ในหน้าต่าง “Welcome” ที่ขึ้นมาหลังสร้างบัญชีเสร็จ เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป หน้าต่างนี้สรุปจุดเด่นของ ApeX Omni ไว้สี่ข้อ เช่น “Multi-Chain Trading with Low Fees & Deep Liquidity” และ “Complete Trading Suite: Perps, Vaults, Spot Swap”

14. ยืนยันโค้ดเชิญในหน้าต่าง “Bind a Friend”

— ภาพ 14
หน้าต่างผูกโค้ดเชิญ
2026-08-03
หน้าต่างผูกโค้ดเชิญ
หน้าต่าง "Bind a Friend" มีโค้ด "0KNJQKCQ" กรอกไว้ในช่องแล้ว พร้อมปุ่ม "Confirm Details" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Bind a Friend” ให้ดูช่องใต้หัวข้อ “Enter Invitation Details” ว่ามีโค้ด “0KNJQKCQ” กรอกมาจากลิงก์ชวนเพื่อนไว้แล้ว จากนั้นคลิก “Confirm Details” เพื่อผูกบัญชีกับผู้เชิญ ถ้าช่องนี้ว่าง ให้พิมพ์โค้ดเองก่อนกดยืนยัน

15. ตรวจสถานะเมื่อเชื่อมวอลเล็ตเสร็จ

— ภาพ 15
หน้าชวนเพื่อนหลังเชื่อมต่อ
2026-08-03
หน้าชวนเพื่อนหลังเชื่อมต่อ
หน้าชวนเพื่อนในสถานะเชื่อมวอลเล็ตแล้ว แถบด้านบนแสดงปุ่ม "Deposit" และที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

กลับมาที่หน้าชวนเพื่อน แล้วตรวจว่าแถบด้านบนแสดงที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อและปุ่ม “Deposit” ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบัญชีเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ฝั่ง “Invite” ของหน้านี้มี “My Invite Code” กับ “My Referral Link” ของตัวเอง และคลิก “I’m Invited” เพื่อสลับไปดูอีกฝั่งได้

หัวใจของขั้นตอนทั้งหมดอยู่ที่ขั้นที่ 14 เพราะนั่นคือจังหวะเดียวที่รหัสถูกผูกเข้ากับบัญชี เมื่อกด “Confirm Details” ไปแล้ว ให้กลับมาตรวจผลที่แท็บ “I’m Invited” บนหน้าชวนเพื่อนตามขั้นที่ 15 อีกครั้ง

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ ApeX บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. แตะ “Log in” บนหน้าชวนเพื่อน

— ภาพ 16
หน้าชวนเพื่อนบนมือถือ
2026-08-03
หน้าชวนเพื่อนบนมือถือ
หน้าชวนเพื่อนเวอร์ชันมือถือในสถานะยังไม่เข้าสู่ระบบ ปุ่ม "Log in" ตรึงอยู่ด้านล่างจอและมีอีกปุ่มบนแถบด้านบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เปิดลิงก์ชวนเพื่อนในเบราว์เซอร์บนมือถือ แล้วแตะปุ่ม “Log in” ที่ตรึงอยู่ด้านล่างจอเพื่อเริ่มเข้าสู่ระบบ ปุ่มเดียวกันนี้อยู่บนแถบด้านบนด้วย และเมื่อแตะแล้วหน้าจอจะเปลี่ยนไปยังขั้นตอนเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ

3. เลือกวอลเล็ตในหน้า “Login or sign up”

— ภาพ 17
หน้าเข้าสู่ระบบบนมือถือ
2026-08-03
หน้าเข้าสู่ระบบบนมือถือ
หน้า "Login or sign up" บนมือถือ มีช่อง "Email" อยู่เหนือแถวไอคอนวอลเล็ตและลิงก์ "View all wallets" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้า “Login or sign up” ให้แตะไอคอนวอลเล็ตที่ใช้อยู่จากแถวด้านล่าง เช่น “MetaMask” เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมวอลเล็ต ถ้าไม่เห็นวอลเล็ตที่ต้องการในแถวนี้ ให้แตะ “View all wallets” เพื่อดูรายการทั้งหมด

อีกทางเลือกคือกรอกอีเมลในช่อง “Email” แล้วแตะปุ่มลูกศรทางขวาของช่องเพื่อสมัครด้วยอีเมลแทน

4. เลือกเชนและวอลเล็ตในแผง “Connect”

— ภาพ 18
แผงเลือกเชนและวอลเล็ต
2026-08-03
แผงเลือกเชนและวอลเล็ต
แผง "Connect" แสดง "Arbitrum One" ในช่องเลือกเชน และตารางวอลเล็ตแปดตัวใต้หัวข้อ "Select a wallet" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในแผง “Connect” ให้ยืนยันก่อนว่าช่องใต้หัวข้อ “Select a chain” เลือก “Arbitrum One” ไว้แล้ว จากนั้นแตะวอลเล็ตที่ใช้อยู่จากตารางใต้หัวข้อ “Select a wallet” เช่น “MetaMask” หรือ “Trust Wallet” เมื่อแตะเลือกแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนขออนุมัติการเชื่อมต่อ

5. แตะ “Connect” เพื่อส่งคำขอไปยังแอปวอลเล็ต

— ภาพ 19
แผงคำขอเชื่อมต่อบนมือถือ
2026-08-03
แผงคำขอเชื่อมต่อบนมือถือ
แผง "Connect" บนมือถือระบุว่าต้องอนุมัติสองคำขอในแอปวอลเล็ต พร้อมปุ่ม "Connect" ที่ด้านล่างจอ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในแผง “Connect” ให้แตะปุ่ม “Connect” เพื่อส่งคำขอไปอนุมัติในแอปวอลเล็ต โดยมีสองขั้นคือ “Connect” ที่ขอลายเซ็นสองครั้งแบบไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ทำให้เกิดธุรกรรม กับ “Verify” ที่ให้ยืนยันว่าเป็นเจ้าของวอลเล็ตนั้นจริง

แผงนี้เตือนไว้ด้วยว่าคำขออาจมาช้าเพราะปัญหาเครือข่าย และบางครั้งต้องสลับกลับมาที่แอป ApeX เองหลังอนุมัติเสร็จ

ภาพหน้าจอฝั่งมือถือที่เราบันทึกไว้จบลงที่แผง “Connect” ขั้นถัดจากนี้ คือการอนุมัติคำขอในแอปวอลเล็ต การสร้างบัญชี และการยืนยันรหัสในหน้าต่าง “Bind a Friend” เป็นลำดับเดียวกับฝั่ง PC ทุกประการ ผู้ที่ต้องการดูภาพประกอบครบทุกขั้นจึงย้อนไปดูได้ที่ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

จุดที่ต้องไม่พลาดเหมือนกันทั้งสองทางคือ ก่อนกดจบขั้นตอน ให้ดูช่องใต้หัวข้อ “Enter Invitation Details” ว่ามีรหัส 0KNJQKCQ ปรากฏอยู่แล้วหรือยัง เพราะนั่นคือจังหวะที่บัญชีถูกผูกกับผู้เชิญ

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ ApeX เสร็จ

เมื่อบัญชีพร้อมแล้ว เรื่องถัดไปคือการเติมเงินเข้าไป ApeX Omni รับฝากจากห้าเชนคือ Ethereum, Arbitrum One, BNB Chain, Base และ Mantle โดยมีข้อยกเว้นที่ต้องรู้ล่วงหน้าคือ USDT (Bridged) บนเครือข่าย Mantle ถูกระงับทั้งการฝากและการถอนตั้งแต่ 2026-06-09 ฝั่งสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันได้มีเก้ารายการ ได้แก่ USDT, USDC, WBTC, WETH, ETH, cmETH, mETH, cbBTC และ USDe โดย USDT เป็นสกุลที่ใช้ชำระบัญชีและวางมาร์จิ้น ส่วนอีกแปดรายการคิดมูลค่าตามอัตราหลักประกันที่เอกสารกำหนด และเอกสารก็เตือนไว้เองว่าหลักประกันที่ไม่ใช่เหรียญมีเสถียรภาพจะผันผวนตามตลาดจนกระทบมาร์จิ้นระหว่างที่ยังถือสถานะอยู่

ผู้ที่คุ้นเคยกับการย้ายเงินระหว่างเชนอาจกำลังมองหาบริดจ์ แต่ ApeX ไม่มีบริดจ์แยกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างหาก การฝากวิ่งผ่านการรวมสภาพคล่องข้ามเชนของ zkLink X และมีฟังก์ชัน Multichain Swap ในตัวแอปที่แปลงสินทรัพย์บนเชนต้นทางให้กลายเป็นหลักประกันที่รองรับตั้งแต่ตอนฝาก จึงไม่ต้องบริดจ์เองก่อนเข้ามา สิ่งที่ผู้ใช้ยังต้องเตรียมคือค่าแก๊สของเชนต้นทางสำหรับธุรกรรมฝาก ซึ่งจ่ายจากวอลเล็ตของตัวเอง ส่วนการเทรดบนแพลตฟอร์มนั้นไม่มีค่าแก๊ส เพราะผู้ให้บริการรับภาระส่วนนี้ไว้ทั้งหมด

อีกทางหนึ่งคือการเติมเงินด้วยบัตรผ่านผู้ให้บริการภายนอกอย่าง Alchemy Pay ซึ่งเปิดใช้ตั้งแต่ 2026-07-04 แต่ทางนี้มีเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดบัญชีแบบไหน เพราะใช้ได้เฉพาะบัญชีที่สมัครด้วยอีเมล (Privy Wallet) เท่านั้น ไม่ครอบคลุมบัญชีที่เชื่อมวอลเล็ตภายนอกอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น และ Alchemy Pay อาจขอยืนยันตัวตนของตัวเองกับผู้ใช้ครั้งแรก รวมถึงการยืนยันด้วยใบหน้า ซึ่งเป็นกระบวนการของ Alchemy Pay ไม่ใช่ของ ApeX ส่วนยอดฝากขั้นต่ำนั้น เอกสารทางการไม่ได้กำหนดไว้เลย ขีดจำกัดที่เกิดขึ้นจริงจึงมาจากค่าแก๊สของเชนต้นทางและเงื่อนไขของผู้ให้บริการบัตรเป็นหลัก

เมื่อบัญชีเชื่อมวอลเล็ตเรียบร้อยแล้ว ขั้นถัดไปคือการฝากเงินเข้าบัญชีจากปุ่ม “Deposit” บนแถบด้านบน เพื่อให้พร้อมเริ่มเทรด

รหัสแนะนำ ApeX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากเผลอเชื่อมต่อจนเสร็จโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ ก็ไม่มีช่องทางใดให้ย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมในภายหลัง

ยังมีทางเลือกคือการลงทะเบียนใหม่ด้วยวอลเล็ตใบใหม่ จึงอยากให้ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู

ทั้งนี้ ข้อห้ามเรื่องหนึ่งบัญชีต่อหนึ่งคนและการเปิดหลายบัญชีเพื่อฟาร์มแต้มที่จะกล่าวถึงในหัวข้อโครงการแต้มนั้น เอกสารทางการระบุไว้ในฐานะเงื่อนไขการรับสิทธิ์ของโครงการแต้ม และไม่ได้ระบุว่าครอบคลุมถึงการเปิดบัญชีใหม่เพื่อผูกรหัสแนะนำหรือไม่ ผู้ที่จะเลือกทางนี้จึงควรอ่านเงื่อนไขการใช้งานและกติกาของโครงการฉบับล่าสุดด้วยตนเองก่อน

จังหวะที่รหัสถูกผูกกับบัญชีคือหน้าต่าง “Bind a Friend” ระหว่างสร้างบัญชี ซึ่งเป็นภาพที่ผ่านตาไปแล้วทั้งในตอนต้นบทความและในลำดับขั้นตอน เมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้ว ก็ไม่มีหน้าจอใดให้กลับไปกรอกอีก

  • ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีการแสดงว่ารหัสแนะนำ 0KNJQKCQ ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ดูข้อความแจ้งว่ารหัสถูกนำไปใช้เมื่อเข้าผ่านลิงก์ และหากแพลตฟอร์มมีช่องกรอกรหัส ให้ตรวจสอบช่องนั้นด้วย)
  • หลังเชื่อมต่อเสร็จ ให้เปิดหน้า Referral / Rewards เพื่อตรวจว่าการแนะนำถูกบันทึกไว้แล้วหรือไม่ (ข้อมูลที่ผูกกับรหัสแนะนำ เช่น อัตราส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม จะแสดงก็ต่อเมื่อเชื่อมวอลเล็ตแล้วเท่านั้น)

◆ ◇ ◆

โครงการแต้มของ ApeX: ApeX Social ที่ยังเดินอยู่ กับ Ape Season 1 ที่ปิดไปแล้ว

ชื่อโครงการแต้มของ ApeX ที่วนอยู่ในบทสนทนาของผู้ใช้มีสองชื่อ และทั้งสองชื่อไม่ได้มีสถานะเท่ากัน การแยกให้ออกว่าอันไหนยังเปิดรับอยู่ อันไหนปิดรอบไปแล้ว คือสิ่งแรกที่ควรทำก่อนวางแผนสะสมแต้ม

ApeX Social: อีพ็อกละ 7 วัน เพดาน 300 แต้มต่อบัญชี และเงื่อนไขต้องมี ApeSoul

โครงการที่ยังเดินอยู่จริงคือ ApeX Social ไม่ใช่ Ape Season อย่างที่มักเข้าใจกัน โดยใช้หน่วยแต้มชื่อ ApeX Social Points หรือ ASP และทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมรางวัลประจำของแพลตฟอร์ม โครงสร้างของโครงการนี้เดินเป็นรอบสั้น ๆ ต่อเนื่องกัน

7 วันความยาวของหนึ่งอีพ็อกเครดิตแต้มเข้าทุกวันเวลา 00:00 UTC
300 แต้มเพดานต่อบัญชีต่ออีพ็อกส่วนที่เกินในอีพ็อกนั้นไม่ถูกนับ
40%ASP ที่ได้เทียบกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายแต้มที่ได้แล้วไม่มีวันหมดอายุ

เงื่อนไขที่ทำให้ผู้ใช้ใหม่จำนวนไม่น้อยสะดุดคือ ต้อง mint สิ่งที่เรียกว่า ApeSoul ก่อนจึงจะเริ่มสะสมได้ ApeSoul เป็นโทเคนแบบ soulbound หมายถึงโทเคนที่โอนต่อหรือขายไม่ได้และผูกติดกับบัญชีเดียวตลอด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอัตลักษณ์แบบกระจายศูนย์ของผู้ใช้คนนั้น นอกจากนี้ เอกสารยังระบุถึงโมเดล Trading Streak ที่มาแทนการเช็กอินรายวันแบบเดิม โดยการเทรดต่อเนื่องครบ 7 วันจะปลดตัวคูณแต้มให้

ปลายทางของแต้มที่สะสมได้คือ Mystery Box ซึ่งเอกสารระบุระดับการเปิดไว้ที่ 20 แต้ม (Rare), 35 แต้ม (Epic) และ 50 แต้ม (Legendary) ของที่อยู่ในกล่องตามที่ประกาศไว้มีทั้งโบนัสเทรดในรูป USDT โบนัส ASP การแจกโทเคน และของรางวัลที่จับต้องได้จริง โดยรางวัลชั้นสูงสุดถูกแบ่งเป็นชิ้นส่วนที่ต้องเก็บให้ครบทุกชิ้นจึงจะได้รับ

Ape Season 1: กองแต้ม 69,000,000 ที่ปิดรอบไปเมื่อ 2025-12-28

อีกโครงการหนึ่งคือ Ape Season 1 ซึ่งเป็นการฟาร์มแต้มแบบมีกำหนดจบชัดเจน รอบนั้นยาว 12 สัปดาห์ เริ่ม 2025-10-06 และสิ้นสุด 2025-12-28 มีกองแต้มรวม 69,000,000 Ape Point ปล่อยออกสัปดาห์ละ 5,750,000 แต้มทุกวันพุธเวลา 08:00 UTC ปัจจุบันรอบนี้จบไปแล้ว ส่วน Season 2 นั้นเอกสารทางการระบุเพียงคำว่า “coming soon” โดยไม่มีวันที่กำกับ

ฐานการสะสมของรอบที่ผ่านมาคิดจากวอลุ่มการเทรดในสัญญาเพอร์เพชวล ตลาดทำนายผล และ Grid Bot บวกด้วยตัวคูณจากการฝากเงินผ่านเครือข่าย Mantle การสเตกโทเคน APEX และประวัติการเทรดที่ผ่านมา การรู้เงื่อนไขชุดนี้มีประโยชน์ในแง่เข้าใจว่ารอบก่อนให้น้ำหนักกับอะไร แต่ไม่ได้แปลว่ารอบถัดไปจะใช้เกณฑ์เดียวกัน เพราะยังไม่มีการประกาศเงื่อนไขของรอบใหม่ออกมาเลย

โทเคน APEX: การออกโทเคนปี 2022 และรอบแจกจ่ายที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่เข้ามาด้วยความคาดหวังเรื่องโทเคน ควรทราบว่า APEX ผ่านการออกโทเคนไปแล้วตั้งแต่ 2022-04-27 ผ่าน Bybit Launchpad 2.0 โดยเสนอขาย 10,000,000 APEX ที่ราคา 0.05 USDT แบ่งเป็นส่วนที่จองซื้อ 8,000,000 และส่วนที่จับสลาก 2,000,000

รอบแจกจ่ายที่เอกสารทางการบันทึกไว้หลังจากนั้นประกอบด้วย Trade-to-Earn รอบแรกที่จัดสรร 25,000,000 APEX รอบที่สองอีก 10,000,000 APEX ผ่านกลไกโทเคนรางวัลบน ApeX Pro ซึ่งปิดตัวไปแล้ว แคมเปญ XP ที่จัดสรร 25,000,000 APEX และการแจกให้ผู้ถือ OG NFT จำนวน 20 ราย รายละประมาณ 1,041,666 โทเคน โดยล็อกไว้ 6 เดือนก่อนทยอยจ่ายรายเดือนในรูป esAPEX ทั้งนี้เอกสารไม่ได้ระบุวันที่ของแต่ละรอบไว้ครบถ้วน

ข้อที่ยังไม่มีประกาศ: การแปลงแต้มเป็นโทเคน และสิทธิ์ที่ผู้ให้บริการสงวนไว้

จุดที่ต้องพูดให้ตรงที่สุดของบทนี้คือ ไม่มีคำแถลงทางการใด ๆ ว่าแต้ม Ape Point หรือ ASP จะแปลงเป็น APEX หรือโทเคนใดในอนาคตหรือไม่ อย่างไร และเมื่อไร ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนไขของ Ape Season 1 ยังระบุเองว่าสูตรและน้ำหนักที่ใช้คำนวณเป็นความลับ ใครก็ตามที่วางแผนสะสมแต้มโดยตั้งสมมติฐานว่าแต้มจะกลายเป็นโทเคน จึงกำลังตั้งสมมติฐานที่ไม่มีเอกสารรองรับ

เงื่อนไขการรับสิทธิ์ที่ประกาศไว้ชัดเจนกว่าคือฝั่งข้อห้าม หนึ่งบัญชีต่อหนึ่งคน ห้ามเปิดหลายบัญชีเพื่อฟาร์มแต้ม ห้ามใช้บอท และห้ามเทรดปั่นวอลุ่มหรือสร้างธุรกรรมหลอก ซึ่งมีผลถึงขั้นตัดสิทธิ์ทันที นอกจากนี้ผู้ทำตลาดที่อยู่ในโครงการ Market Maker ของ ApeX ไม่ได้รับตัวคูณแต้ม และวอลุ่มที่เกิดจาก Grid Bot กับ Vault ก็ไม่ถูกนับรวมในการคำนวณแบบทีม

สิทธิ์ที่ผู้ให้บริการสงวนไว้เอกสารระบุว่า ApeX สงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ระงับ หรือยกเลิกโครงการได้ตามดุลพินิจของตนเอง และถือสิทธิ์ตีความขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกิจกรรม ส่วนเพดานแต้มต่ออีพ็อกของ ApeX Social ก็ระบุไว้ว่าอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะประกาศผ่านช่องทางทางการ

ตัวตนของ ApeX Omni: โรลอัปที่ชำระบน Arbitrum สมุดคำสั่งนอกเชน และค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 0.020% / 0.050%

จาก ApeX Pro ถึง ApeX Omni: เส้นทางตั้งแต่ปี 2022 และชื่อที่ซ้ำกันระหว่างแพลตฟอร์มกับโทเคน

ก่อนจะไปถึงตัวเลขใด ๆ ควรตกลงกันก่อนว่ากำลังพูดถึงอะไร บทความนี้พูดถึง ApeX Omni ซึ่งเป็น perp DEX หรือแพลตฟอร์มเทรดสัญญาถาวรแบบไม่รวมศูนย์ ไม่ใช่โทเคน APEX ที่ใช้ชื่อเดียวกัน โทเคน APEX เป็นคนละสิ่ง ทำหน้าที่ด้านธรรมาภิบาลให้ผู้ถือโหวตพารามิเตอร์ของโปรโตคอลได้ และใช้สเตกเพื่อเลื่อนชั้นส่วนลดค่าธรรมเนียม

2022-11-21
ApeX Pro เปิดใช้งานบนเมนเน็ตของ ApeX Protocol โดยสร้างบน StarkEx ของ StarkWare ในโหมด Validium
2024-06
ApeX Omni (V2) เปิดตัว ย้ายจาก StarkEx ไปใช้โครงสร้าง ZK rollup ข้ามเชนของ zkLink X
2025-04
ApeX Pro ปิดตัวถาวร เหลือ ApeX Omni เป็นสถานที่เทรดเพียงแห่งเดียว

อีกความสับสนหนึ่งที่ควรเคลียร์ตั้งแต่ต้นคือชื่อที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ทั้ง Apex Trader Funding ซึ่งเป็นบริษัทให้ทุนเทรดฟิวเจอร์สในสหรัฐ และ Apexlend, LLC ซึ่งเป็นนิติบุคคลด้านสินเชื่อ ต่างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ApeX Protocol แต่อย่างใด

ผู้ดำเนินการ: สามชื่อที่ปรากฏในเอกสารทางการ และข้อความที่ปฏิเสธการดูแลหน้าเว็บ

คำถามว่า “ใครเป็นเจ้าของ ApeX” ตอบยากกว่าที่คิด เพราะเอกสารทางการสามแหล่งชี้ไปคนละทาง และไม่มีแหล่งใดเชื่อมทั้งสามเข้าด้วยกัน

เงื่อนไขการใช้งาน

APEX DAO Inc.

ระบุเป็นคู่สัญญาของผู้ใช้ และใช้กฎหมายสาธารณรัฐปานามาบังคับกับข้อพิพาท
App Store

APEX DAO LLC

ระบุเป็นผู้ขายและเจ้าของลิขสิทธิ์แอปบน iOS โดยไม่เปิดเผยความสัมพันธ์กับ APEX DAO Inc.
CoinGecko

เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

บันทึกประเทศของ ApeX Omni ไว้เช่นนี้ ต่างจากกฎหมายที่ระบุในเงื่อนไขการใช้งาน

ไม่พบเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลของชื่อใดในสามชื่อนี้ และไม่มีแหล่งทางการใดอธิบายว่าทั้งสามเกี่ยวข้องกันอย่างไร การสรุปให้เหลือสำนักงานใหญ่แห่งเดียวจึงไม่ตรงกับหลักฐานที่มี ในทำนองเดียวกัน ไม่มีการเปิดเผยชื่อบุคคลใดในฐานะผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารบนเว็บไซต์ เอกสาร บล็อก หรือเงื่อนไขการใช้งาน โดยเอกสารระบุเพียงว่าโปรโตคอลอยู่ภายใต้การถือครองและกำกับของ ApeX DAO และผู้ถือโทเคนมีสิทธิ์โหวตพารามิเตอร์

ที่ควรอ่านให้ละเอียดกว่านั้นคือข้อ 4 ของเงื่อนไขการใช้งาน ซึ่งระบุว่า APEX DAO Inc. ไม่ได้เผยแพร่ซอฟต์แวร์ APEX เพื่อการใช้งานสาธารณะ และไม่ได้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานหรือหน้าเว็บใด ๆ สำหรับการเผยแพร่สู่สาธารณะ พูดง่าย ๆ คือนิติบุคคลที่ออกเงื่อนไขการใช้งานปฏิเสธว่าตนไม่ได้ดูแลหน้าเว็บที่ผู้ใช้เทรดอยู่จริง ผลของถ้อยคำนี้ต่อคำถามว่าจะเรียกร้องสิทธิ์กับใครได้ เราจะกลับมาดูอีกครั้งในหัวข้อความเสี่ยงต่อจากนี้

ในทางเทคนิค ApeX Omni เป็น ZK rollup เฉพาะแอปที่สร้างบน zkLink X ข้อมูลของ L2BEAT บันทึกว่าการชำระบัญชีเกิดขึ้นบน Arbitrum One ซึ่งทำให้ ApeX Omni นับเป็น L3 คือชั้นที่ซ้อนอยู่บน L2 อีกที ไม่ได้ต่อตรงกับ Ethereum แบบ L2 ทั่วไป ธุรกรรมถูกรวมเป็นชุดส่งขึ้น L2 แล้วจึงถูกรวมอีกครั้งก่อนไปจบที่ Ethereum ในที่สุด

สิ่งที่ทำให้หน้าจอของ ApeX Omni ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับกระดานเทรดแบบรวมศูนย์คือรูปแบบการจับคู่คำสั่ง แพลตฟอร์มนี้ใช้สมุดคำสั่งกลางแบบ central limit order book จับคู่คำสั่งนอกเชนแล้วจึงชำระด้วยหลักฐาน zero-knowledge ไม่ได้ใช้โมเดล AMM ที่คิดราคาจากสูตรในกองสภาพคล่อง ผู้ที่ย้ายมาจากกระดานรวมศูนย์จึงเจอประเภทคำสั่งและความลึกของกระดานในรูปแบบที่คุ้นเคย

ข้อมูลด้านความเร็วมีจุดที่ไม่ลงรอยกันเอง ประกาศของผู้ให้บริการเมื่อปี 2024 ระบุตัวเลข 3,000 TPS ขณะที่เอกสารปัจจุบันระบุสูงสุด 10,000 TPS ทั้งสองตัวเลขเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ให้บริการเองที่ยังไม่มีการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม

สินค้าที่เปิดให้เทรด: เพอร์เพชวลคริปโต หุ้นสหรัฐ ตลาดทำนายผล และสปอตที่ปิด 2026-08-05

สินค้าหลักคือสัญญาเพอร์เพชวลของคริปโต ซึ่งจำนวนตลาดที่เปิดอยู่นั้นแต่ละแหล่งนับไม่ตรงกัน เอกสารทางการระบุว่ามีมากกว่า 100 สัญญา ขณะที่ CoinGecko นับได้ 347 คู่ ความต่างนี้อธิบายได้ว่าตัวเลขของผู้รวบรวมข้อมูลน่าจะรวมตลาดหุ้นและสินทรัพย์อ้างอิงโลกจริงที่เพิ่มเข้ามาหลังเอกสารเขียนไว้ ส่วนเลเวอเรจสูงสุดอยู่ที่ 100 เท่าในคู่คริปโตหลักอย่าง BTC-USDT และ ETH-USDT และ 50 เท่าสำหรับเพอร์เพชวลที่อ้างอิงสินทรัพย์การเงินดั้งเดิม

ไลน์สินค้าที่ขยายออกมาภายหลังคือหุ้นเพอร์เพชวล ซึ่งเปิดเมื่อ 2025-11-04 ใช้ราคาจากฟีด Chainlink RWA เริ่มจาก TSLA, META, NVDA, QQQ และ SPY โดยเทรดได้เฉพาะช่วงเวลาทำการของตลาดสหรัฐ และไม่มีการคิดฟันดิ้งในช่วงที่ตลาดปิด ถัดมาคือตลาดทำนายผลรุ่นปัจจุบันที่ชื่อ Prediction Spot ซึ่งเปิดตั้งแต่ 2026-06-08 และดึงสมุดคำสั่งมาจาก Polymarket นอกจากนี้ยังมี Vaults สำหรับฝากเงินให้บริหาร Grid Bot สำหรับกลยุทธ์อัตโนมัติในกรอบราคา และการสเตกโทเคน

ส่วนที่มีกำหนดสิ้นสุดใกล้ที่สุดคือการเทรดสปอต Omni Spot Swap ซึ่งจะปิดในวันที่ 2026-08-05 เวลา 10:00 UTC หลังจากนั้นทางเข้าสปอตทั้งหมดจะถูกปิดการใช้งาน โดยเพอร์เพชวล หุ้นเพอร์เพชวล ตลาดทำนายผล Grid Bot และ Vault ไม่ได้รับผลกระทบ ใครที่อ่านบทความนี้ใกล้วันดังกล่าวควรถือว่าฟังก์ชันสปอตเป็นสิ่งที่กำลังจะหายไป ไม่ใช่จุดขายที่จะได้ใช้ต่อ

ต้นทุนการเทรด: ชั้น VIP ฟันดิ้งรายชั่วโมง และแก๊สที่ผู้ใช้จ่ายเองตอนฝาก

อัตราค่าธรรมเนียมมาตรฐานอยู่ที่ maker 0.020% และ taker 0.050% จากนั้นจึงไล่ลงตามชั้น VIP เจ็ดระดับ ตารางชุดปัจจุบันมีผลตั้งแต่ 2025-10-01 และปรับล่าสุดเมื่อ 2025-10-20 การจัดชั้นคิดจากสองเกณฑ์ แล้วใช้เกณฑ์ที่ให้ผลดีกว่าแก่ผู้ใช้ คือวอลุ่มการเทรดย้อนหลัง 14 วัน หรือจำนวน APEX บวก esAPEX ที่สเตกไว้

ระดับ 1
วอลุ่ม 14 วัน 0 ดอลลาร์ หรือไม่ต้องสเตก — maker 0.020% / taker 0.050%
ระดับ 2
วอลุ่ม 5,000,000 ดอลลาร์ หรือสเตก 25,000 APEX — maker 0.015% / taker 0.045%
ระดับ 3
วอลุ่ม 25,000,000 ดอลลาร์ หรือสเตก 100,000 APEX — maker 0.010% / taker 0.040%
ระดับ 4
วอลุ่ม 100,000,000 ดอลลาร์ หรือสเตก 250,000 APEX — maker 0.005% / taker 0.035%
ระดับ 5
วอลุ่ม 500,000,000 ดอลลาร์ (เข้าด้วยวอลุ่มเท่านั้น) — maker 0.000% / taker 0.030%
ระดับ 6
วอลุ่ม 1,000,000,000 ดอลลาร์ (เข้าด้วยวอลุ่มเท่านั้น) — maker 0.000% / taker 0.028%
ระดับ 7
วอลุ่ม 2,000,000,000 ดอลลาร์ (เข้าด้วยวอลุ่มเท่านั้น) — maker 0.000% / taker 0.025%

สิ่งที่ตารางข้างต้นบอกและควรจำไว้คือ การสเตกโทเคนพาผู้ใช้ไปได้ไกลสุดแค่ระดับ 4 ส่วนสามระดับบนสุดเปิดให้เฉพาะผู้ที่มีวอลุ่มถึงเกณฑ์เท่านั้น และแม้ maker จะลงไปถึงศูนย์ได้ แต่ฝั่ง taker ไม่เคยเป็นศูนย์เลย จึงไม่ควรมองว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มค่าธรรมเนียมศูนย์ อีกข้อที่ควรรู้คือวอลุ่มที่เกิดจาก Grid Bot และ Vault ไม่ถูกนับเข้าเกณฑ์ชั้น และธุรกรรมสองประเภทนี้จ่ายอัตรามาตรฐานเสมอ ส่วนการจัดชั้นจะคำนวณใหม่ทุกวันจากภาพข้อมูล ณ 07:00 UTC และมีผลภายใน 08:00 UTC

ต้นทุนอีกก้อนที่ผู้ถือสถานะข้ามคืนต้องคิดคือฟันดิ้ง ApeX Omni ชำระฟันดิ้งทุกชั่วโมงตรงตามเวลา UTC ด้วยสูตรที่มีเพดานจำกัดไว้ที่บวกลบ 0.05% ต่อชั่วโมง และเอกสารระบุว่าส่วนที่เกินกรอบนี้แพลตฟอร์มรับไว้เองแทนที่จะผลักไปที่ผู้ใช้ จุดที่หลายคนพลาดคือฟันดิ้งคิดเฉพาะผู้ที่ถือสถานะอยู่ ณ วินาทีที่ชำระเท่านั้น ไม่ได้คิดตามระยะเวลาที่ถือ ส่วนค่าแก๊สนั้น การส่ง แก้ไข หรือยกเลิกคำสั่งไม่มีค่าแก๊สเลยเพราะผู้ให้บริการรับภาระให้ แต่ค่าแก๊สของเชนต้นทางตอนฝากเงินยังเป็นภาระของผู้ใช้เอง

ตัวเลขสะสมที่หน้าเว็บทางการแสดงไว้คือวอลุ่มสะสม 628.45 พันล้านดอลลาร์ และธุรกรรมสะสม 1.20 พันล้านรายการ ทั้งสองเป็นตัวนับที่ผู้ให้บริการเผยแพร่เอง ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากภายนอก จึงควรอ่านเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ

วอลุ่มอันดับ 3 แต่ OI อันดับ 10: ตำแหน่งของ ApeX Omni ในกลุ่ม perp DEX

วอลุ่ม 24 ชั่วโมง: อันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่ง 6.92% และตัวเลขที่ผู้รวบรวมข้อมูลไม่ตรงกัน

ตัวเลขที่ถูกหยิบไปพูดถึงมากที่สุดคืออันดับวอลุ่ม ซึ่งมาจากตารางเพอร์เพชวลของ DeFi Llama ณ 2026-07-29

อันดับ 3วอลุ่มเพอร์เพชวล 24 ชั่วโมงจัดอันดับแบบ normalized โดย DeFi Llama
1,489,000,000 ดอลลาร์วอลุ่ม 24 ชั่วโมงแบบ reportedชุดตัวเลข normalized อยู่ที่ 1,469,000,000 ดอลลาร์
6.92%ส่วนแบ่งของวอลุ่มรวมทุกโปรโตคอลจากวอลุ่มรวม 21,522,000,000 ดอลลาร์

ตัวเลขส่วนแบ่งข้างต้นคำนวณจากข้อมูลชุดเดียวกันของ DeFi Llama ไม่ใช่สัดส่วนที่ DeFi Llama เผยแพร่เอง

อีกเรื่องที่ควรรู้คือแหล่งข้อมูลแต่ละเจ้าให้ตัวเลขวอลุ่มไม่เท่ากัน CoinGecko บันทึกไว้ที่ 1,508,053,010 ดอลลาร์ ส่วน CoinMarketCap ให้ 1,539,285,322 ดอลลาร์ ต่างกันในกรอบราว 3.4% ระหว่างค่าต่ำสุดกับค่าสูงสุด สาเหตุอยู่ที่วิธีเก็บและปรับข้อมูลของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน บางแห่งรายงานตามที่แพลตฟอร์มส่งมา บางแห่งปรับค่าเพื่อกรองวอลุ่มที่ดูผิดปกติออก ตัวเลขวอลุ่มของ DEX จึงมีความหมายก็ต่อเมื่อรู้ว่ามาจากแหล่งใดและเป็นข้อมูล ณ วันไหน

สถานะคงค้าง: 118.47 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 8% ของวอลุ่มรายวัน

open interest หรือสถานะคงค้าง คือมูลค่ารวมของสัญญาที่ยังเปิดค้างอยู่ในระบบ ณ ขณะนั้น ต่างจากวอลุ่มซึ่งนับทุกการซื้อขายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ตัวเลขของ ApeX Omni จาก DeFi Llama อยู่ที่ 118,470,000 ดอลลาร์ และแหล่งข้อมูลสี่แห่งให้ค่าใกล้เคียงกันในกรอบราว 1.4% เมื่อเรียงตามคอลัมน์ OI ของข้อมูลชุดเดียวกัน ApeX Omni อยู่อันดับ 10 ทั้งนี้อันดับดังกล่าวมาจากการนำข้อมูลมาเรียงเอง ไม่ใช่อันดับที่ DeFi Llama เผยแพร่

สิ่งที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวเลขนี้ สถานะคงค้างคิดเป็นราว 8% ของวอลุ่ม 24 ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าแพลตฟอร์มอันดับต้น ๆ ในข้อมูลชุดเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ ตีความตรง ๆ ได้ว่าเงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มนี้ในแต่ละวันมีจำนวนมาก แต่สถานะที่ค้างไว้ข้ามคืนกลับน้อย ซึ่งเป็นลักษณะของการเทรดรอบสั้นมากกว่าการถือสถานะยาว ข้อมูลที่มีบอกได้เพียงเท่านี้ ส่วนสาเหตุเบื้องหลังนั้นยังไม่มีข้อมูลรองรับให้สรุป

รายได้ค่าธรรมเนียมโปรโตคอล: 31,068 ดอลลาร์ต่อวัน กับช่องว่างจากอัตราหน้าปก

ค่าธรรมเนียมโปรโตคอลใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 31,068 ดอลลาร์ เทียบกับวอลุ่มราว 1,489,000,000 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน เท่ากับอัตราที่เก็บได้จริงอยู่ราว 0.002% ขณะที่อัตรา taker หน้าปกคือ 0.050%DeFi Llama, 2026-07-29

ช่องว่างขนาดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้อ่านซึ่งกำลังใช้อันดับวอลุ่มเป็นเหตุผลในการตัดสินใจควรรู้ไว้ ปัจจัยที่เป็นไปได้มีหลายข้อ ทั้งชั้น VIP ระดับ 5 ถึง 7 ที่ maker เป็นศูนย์และ taker ลดลงมาก ส่วนลดที่ให้ผู้ทำตลาด วอลุ่มที่เกิดจากแรงจูงใจของโครงการต่าง ๆ และวิธีที่ DeFi Llama เลือกนับค่าธรรมเนียมของโปรโตคอลเอง สิ่งที่ต้องบอกให้ตรงคือยังไม่มีการพิสูจน์ว่าปัจจัยใดมีน้ำหนักที่สุด การเดาแทนจึงไม่ใช่หน้าที่ของบทความนี้

จุดที่ต่างจาก perp DEX อื่น: ฝากข้ามเชน หุ้นเพอร์เพชวล และหลักประกันหลายสินทรัพย์

การฝากเงิน

รวมห้าเชนไว้ในขั้นตอนเดียว

การฝากจากห้าเชนถูกรวมผ่าน zkLink X พร้อมการแปลงสินทรัพย์ระหว่างทาง ผู้ใช้จึงไม่ต้องบริดจ์และไม่ต้องหาเหรียญค่าแก๊สของเชนปลายทางก่อน
ไลน์สินค้า

หุ้นและ ETF ในรูปเพอร์เพชวล

มีเพอร์เพชวลอ้างอิงหุ้นสหรัฐ ETF และ ETF แบบเลเวอเรจ พร้อมหุ้นโทเคนไนซ์ที่ออกโดยผู้ออกภายนอกและสินทรัพย์ pre-IPO ซึ่งกว้างกว่า perp DEX ที่มีแต่คริปโต
การเปิดบัญชี

ทางเข้าสองแบบ

เลือกได้ระหว่างเชื่อมวอลเล็ตภายนอก กับสมัครด้วยอีเมลที่ได้วอลเล็ตฝังตัวจาก Privy และส่งออกคีย์ส่วนตัวได้ โดยทางอีเมลเท่านั้นที่ฝากด้วยบัตรได้
หลักประกัน

เก้าสินทรัพย์ในบัญชีเดียว

ใช้หลักประกันเก้ารายการพร้อมกันในบัญชีมาร์จิ้นเดียวได้ตามอัตราที่กำหนด แลกมากับการที่แพลตฟอร์มไม่มีมาร์จิ้นแยกรายสถานะให้เลือกเลย

ความเหมาะสม: กลุ่มผู้ใช้ที่ ApeX Omni ตอบโจทย์ และกลุ่มที่ยังไม่ตอบโจทย์

เมื่อประมวลจากข้อเท็จจริงที่ไล่มาทั้งหมด แพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ผู้ที่ถือสินทรัพย์กระจายอยู่หลายเชนและอยากเปิดสถานะโดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน เพราะขั้นตอนการฝากถูกออกแบบมาให้รวบขั้นตอนข้ามเชนไว้ในที่เดียว และยังตอบโจทย์ผู้ที่อยากเทรดหุ้นเพอร์เพชวลกับคริปโตในหน้าจอเดียวกัน โดยไม่ต้องแยกบัญชีไปอีกที่หนึ่ง

ในทางกลับกัน ผู้ที่ต้องการมาร์จิ้นแยกรายสถานะเพื่อจำกัดความเสียหายไว้เฉพาะสถานะเดียวจะไม่พบทางเลือกนั้นที่นี่เลย ผู้ที่ต้องการเอกสารภาษีจากผู้ให้บริการหรือช่องทางร้องเรียนที่ระบุตัวตนผู้รับผิดชอบได้ชัดก็เช่นกัน และผู้ที่รับความเสี่ยงระดับโปรโตคอลตามที่จะกล่าวถึงในหัวข้อความเสี่ยงไม่ได้ ก็ควรหยุดไว้ก่อนถึงขั้นโอนเงินเข้า ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ยังมีอีกด่านที่ต้องผ่านก่อน คือสถานะทางกฎหมายของแพลตฟอร์มเอง

ApeX ไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจใดเลย และคัดกรองผู้ใช้ด้วยคำรับรองของผู้ใช้เอง

รายชื่อเขตที่ถูกกันออก: ข้อกำหนดที่ระบุไว้ และวงเล็บที่ไม่ปิดรายชื่อ

ข้อ 3 ของเงื่อนไขการใช้งานฉบับปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 2026-07-27 กำหนดกลุ่มที่ถูกกันออกจากการใช้ซอฟต์แวร์ไว้เป็นสี่ชั้น

ประเทศที่ระบุชื่อสหรัฐอเมริกา อิหร่าน คิวบา เกาหลีเหนือ ซีเรีย เมียนมาระบุเป็นรายชื่อในข้อ 3
ภูมิภาคที่ระบุชื่อไครเมีย โดเนตสก์ ลูฮันสก์ระบุเป็นภูมิภาค ไม่ใช่ประเทศ
เขตที่ถูกคว่ำบาตรทุกประเทศหรือภูมิภาคที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรแบบครอบคลุมไม่ระบุรายชื่อ
บุคคลต้องห้ามผู้ที่อยู่ในบัญชีต้องห้าม รวมถึงบัญชีของ OFAC และผู้ที่การใช้งานขัดกับกฎหมายที่ใช้บังคับไม่ระบุรายชื่อ

สองชั้นล่างของตารางข้างต้นสำคัญกว่าสองชั้นบน เพราะทำให้ข้อกำหนดนี้เป็นรายการปลายเปิด ไม่ใช่รายการปิดที่นับจบได้ ประเทศที่ไม่ถูกเอ่ยชื่อในวันนี้จึงไม่เท่ากับได้รับการรับรองว่าใช้ได้ถาวร และเนื้อความในเงื่อนไขยังระบุไว้ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ว่าไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ

วิธีบังคับใช้: คำรับรองตามสัญญา แทนการยืนยันตัวตน

กลไกที่ใช้บังคับข้อกำหนดข้างต้นไม่ได้อยู่ที่การตรวจสอบเอกสาร แต่อยู่ที่ตัวสัญญา เงื่อนไขระบุว่าทุกครั้งที่ผู้ใช้เข้าถึงหรือใช้ซอฟต์แวร์ ถือว่าผู้ใช้ยืนยันว่าตนไม่ใช่บุคคลต้องห้าม การคัดกรองจึงวางอยู่บนคำรับรองตามสัญญาของผู้ใช้เอง ไม่ได้วางอยู่บนการยืนยันตัวตน เพราะการเปิดบัญชีและการเทรดบนแพลตฟอร์มนี้ไม่ต้องทำ KYC เลย ข้อยกเว้นเดียวที่มีการยืนยันตัวตนคือทางฝากด้วยบัตรผ่านผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งเป็นกระบวนการของผู้ให้บริการรายนั้น ไม่ใช่ของ ApeX

ผลที่ตามมาในทางโครงสร้างคือภาระในการตรวจสอบว่ากฎหมายในประเทศของตนกำหนดไว้อย่างไร ตกอยู่ที่ผู้ใช้ทั้งหมด และเงื่อนไขการใช้งานก็เขียนข้อนี้ไว้ตรง ๆ ว่าการที่ซอฟต์แวร์เปิดให้เทรดสินค้าใดได้ ไม่ใช่การรับรองว่าสินค้านั้นเทรดได้ตามกฎหมายในเขตที่ผู้ใช้อาศัยอยู่

สองชั้นในเอกสาร: ชั้นโปรโตคอลกับชั้นหน้าเว็บ และผลต่อการเรียกร้องสิทธิ์

ข้อ 4 ของเงื่อนไขการใช้งานแยกความรับผิดชอบออกเป็นสองชั้นอย่างชัดเจน ชั้นแรกคือผู้เผยแพร่เงื่อนไข ซึ่งระบุเองว่าไม่ได้ดำเนินการหน้าเว็บหรือโครงสร้างพื้นฐานใดที่เปิดให้สาธารณะใช้ ชั้นที่สองคือผู้ที่นำซอฟต์แวร์ไปเปิดให้สาธารณะใช้งาน ซึ่งเงื่อนไขเรียกว่า Deployers และกำหนดให้ต้องแจ้งเงื่อนไขพร้อมลิงก์แก่ผู้ใช้ของตนเอง โดยอาจกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมของตนได้อีก

ในทางปฏิบัติ โครงสร้างสองชั้นแบบนี้เป็นแบบแผนปกติของ perp DEX ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเฉพาะราย แต่ก็มีผลจริงต่อคำถามว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วจะเรียกร้องกับใคร ยิ่งเมื่ออ่านประกอบกับเงื่อนไขส่วนที่ระบุว่าใช้กฎหมายสาธารณรัฐปานามาบังคับ ระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการแบบรายบุคคล และมีการสละสิทธิ์ฟ้องแบบกลุ่มรวมถึงสิทธิ์การพิจารณาโดยลูกขุน ภาพที่ได้คือเส้นทางเรียกร้องสิทธิ์ที่แคบและอยู่ไกลจากผู้ใช้ทั่วไปพอสมควร

บันทึกด้านการกำกับดูแล: ไม่มีใบอนุญาตที่ใด และสิ่งที่การไม่พบคำสั่งลงโทษบอกได้จริง

ApeX ไม่ได้อ้างว่ามีใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน หรือการอนุญาตด้านบริการทางการเงินในเขตอำนาจใดเลย ทั้งบนเว็บไซต์ เอกสาร และเงื่อนไขการใช้งาน และการค้นในฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับก็ไม่พบเช่นกัน สภาพนี้เป็นรูปแบบมาตรฐานของ perp DEX ที่ไม่รับฝากสินทรัพย์ ซึ่งเลือกใช้โมเดลกันประเทศออกแทนโมเดลขอใบอนุญาตในแต่ละประเทศ

ด้านการดำเนินการของหน่วยงาน ณ 2026-07-29 ไม่พบคำสั่ง คำเตือน หรือการลงโทษที่ระบุชื่อ ApeX Protocol, ApeX Omni, ApeX Pro หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นกรณีเดียวคือเกาหลีใต้ ซึ่งแอปพลิเคชัน Android ของ ApeX ถูกถอดออกจาก Google Play เกาหลีตั้งแต่ 2025-03-25 ตามคำขอของหน่วยข่าวกรองทางการเงิน KoFIU และ KoFIU ยังขึ้นบัญชี Apex Pro เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนซึ่งถูกส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานสอบสวนอีกครั้งเมื่อ 2026-06-24

ข้อสรุปที่ตรงที่สุดของหัวข้อนี้คือ การที่ค้นไม่พบการดำเนินการไม่เท่ากับมีประวัติสะอาด แต่แปลว่า ณ วันที่ตรวจสอบ ยังค้นไม่พบเท่านั้น

ทิศทางความเสี่ยง: ไลน์สินค้าที่ขยับเข้าใกล้กฎหมายหลักทรัพย์โดยไม่มี KYC

ในรอบ 12 เดือนถึง 2026-07-29 ทิศทางของแพลตฟอร์มขยับไปในทางที่ต้องสัมผัสกับกฎหมายมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่เพอร์เพชวลคริปโต ก็เพิ่มเพอร์เพชวลอ้างอิงหุ้นและ ETF สหรัฐเมื่อ 2025-11 ตามด้วยหุ้นโทเคนไนซ์ที่ออกโดยผู้ออกภายนอก สินทรัพย์ pre-IPO และตลาดทำนายผลที่ดึงสมุดคำสั่งจาก Polymarket เมื่อ 2026-06 สินค้าทุกหมวดที่กล่าวมาล้วนเป็นหมวดที่ใกล้กับกฎหมายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศใหญ่ ๆ มากกว่าเพอร์เพชวลคริปโตล้วน และทั้งหมดเปิดให้ใช้โดยไม่มีการยืนยันตัวตน

มาตรการที่ผู้ให้บริการใช้รับมือคือการกันบุคคลสหรัฐออกทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อที่เขียนไว้ในเงื่อนไขการใช้งานที่เพิ่งปรับปรุงเมื่อ 2026-07-27 ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การบังคับใช้ยังอาศัยคำรับรองของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว ทั้งหมดนี้เป็นการประเมินความเสี่ยงที่แพลตฟอร์มเปิดรับไว้ ไม่ใช่บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

สถานะของ ApeX ในประเทศไทย: เข้าถึงได้ ไม่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. และอยู่นอกกรอบคุ้มครองผู้ลงทุน

ผู้ใช้ในไทย: หน้าที่ขอใบอนุญาตตกที่ผู้ประกอบการ ไม่ใช่ผู้เทรดรายบุคคล

เริ่มจากคำถามที่ตรงที่สุดก่อน ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อบุคคลต้องห้ามตามเงื่อนไขการใช้งานฉบับปรับปรุง 2026-07-27 และ apex.exchange ก็ไม่ปรากฏในรายชื่อแพลตฟอร์มที่ถูกสั่งปิดกั้นการเข้าถึงของสำนักงาน ก.ล.ต. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งรอบที่มีผล 2025-06-28 และรอบล่าสุดเมื่อ 2026-05-02 ตามเอกสารทั้งสองทางนี้ หน้าเว็บจึงเข้าถึงได้จากประเทศไทย

ขอบเขตของสิ่งที่ยืนยันได้มีอยู่จำกัด และควรบอกไว้ตรงนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ทดลองเปิดหน้าเว็บจากหมายเลขไอพีในประเทศไทยจริง ข้อสรุปข้างต้นจึงเป็นการอนุมานจากเอกสารสองทางประกอบกัน คือรายชื่อในเงื่อนไขการใช้งานกับรายชื่อคำสั่งปิดกั้นของฝั่งไทย ขณะเดียวกันตัวหน้าเว็บเองมีระบบคัดกรองตามหมายเลขไอพีที่เรียกว่า service zone อยู่จริง โดยรายชื่อประเทศที่ระบบนี้ใช้ประมวลผลอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และไม่ได้เผยแพร่ออกมา จึงไม่มีทางตรวจสอบจากภายนอกได้ว่าครอบคลุมประเทศใดบ้าง

แก่นของบทนี้อยู่ที่คำถามว่าผู้ใช้ในไทยมีความผิดหรือไม่ คำตอบตามที่ตรวจสอบได้คือ ไม่พบบทบัญญัติของไทยที่ลงโทษผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยเพียงเพราะเทรดบนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตหรือแพลตฟอร์มแบบไม่รวมศูนย์ หน้าที่ขอใบอนุญาตและโทษอาญาตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 26 และมาตรา 66 ซึ่งขยายให้ครอบคลุมผู้ประกอบการที่ตั้งอยู่นอกประเทศตามพระราชกำหนด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลตั้งแต่ 2025-04-13 นั้น ตกอยู่ที่ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่ที่ผู้ใช้

ส่วนที่ทำให้เรื่องนี้ยังไม่จบเพียงเท่านั้นคือมาตรา 26/1 ซึ่งกำหนดลักษณะเจ็ดข้อที่ถือว่าผู้ประกอบการต่างประเทศให้บริการแก่บุคคลในไทย การตรวจสอบครั้งนี้บันทึกข้อสังเกตทางเทคนิคของหน้าเว็บ ApeX Omni เทียบกับลักษณะดังกล่าวไว้สี่ข้อ

ภาษาไทยบนหน้าเว็บ
มี — หน้าเว็บมีภาษาไทยให้เลือกจริง และไฟล์แปลภาษาไทยที่ดึงมาตรวจมีอักษรไทยของข้อความบนหน้าจอ 25,024 ตัว จึงเป็นการแปลที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่ไฟล์เปล่า
ชื่อโดเมน
ไม่มี — โดเมนหลักคือ apex.exchange และ omni.apex.exchange ไม่พบโดเมน .th, .ไทย หรือชื่อที่สื่อถึงประเทศไทย
การชำระด้วยเงินบาท
ยังยืนยันไม่ได้ — พบสกุลเงินบาทอยู่ในตารางสกุลเงินฝั่งหน้าเว็บ แต่รายการสกุลเงินที่ซื้อได้จริงถูกส่งกลับมาจากระบบที่ต้องยืนยันตัวตนก่อน จึงตรวจไม่ได้ว่าเลือกเงินบาทได้จริงหรือไม่
กฎหมายและศาลที่ใช้บังคับ
ไม่มี — เงื่อนไขการใช้งานไม่ได้กำหนดให้ใช้กฎหมายไทยหรือให้ดำเนินคดีในศาลไทย

ข้อความข้างต้นเป็นข้อสังเกตเท่านั้น ยังไม่มีหน่วยงานไทยใดวินิจฉัยเกี่ยวกับ ApeX และบทความนี้ไม่ได้สรุปแทนว่าแพลตฟอร์มนี้อยู่ในขอบเขตของมาตรา 26 หรือไม่

สิ่งที่ ก.ล.ต. ระบุเองว่าเป็นผลที่เกิดกับผู้ใช้มีสองข้อ ข้อแรกคือหากมีคำสั่งปิดกั้นเมื่อใด ผู้ใช้จะเข้าถึงแพลตฟอร์มนั้นไม่ได้ ข้อที่สองคือการใช้บริการผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่นอกความคุ้มครองตามกฎหมายไทย พร้อมกับคำแนะนำของ ก.ล.ต. ที่ย้ำให้ประชาชนและผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับใบอนุญาต

ทะเบียนและการปิดกั้น: ApeX ไม่อยู่ทั้งในรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตและรายชื่อเตือนผู้ลงทุน

ข้อดีอย่างหนึ่งของระบบไทยคือผู้อ่านตรวจสอบเองได้ และผลการตรวจทะเบียนสองชุด ณ 2026-07-29 ให้คำตอบที่ต้องอ่านคู่กัน ApeX ไม่ปรากฏในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. ซึ่งขณะนั้นมีผู้ได้รับใบอนุญาตเจ็ดราย และในเวลาเดียวกันก็ไม่ปรากฏในรายชื่อ Investor Alert ซึ่งมีรายการสะสมอยู่ 8,850 รายการ สถานะของ ApeX จึงเป็นทั้ง “ไม่ได้รับอนุญาต” และ “ยังไม่ถูกขึ้นบัญชีเตือน” พร้อมกัน การอ่านเพียงข้อหลังข้อเดียวแล้วตีความว่าเป็นการรับรองจึงเป็นการอ่านที่ผิด

รูปแบบการบังคับใช้ที่เห็นได้จริงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาคือ ก.ล.ต. ส่งรายชื่อแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กระทรวงดิจิทัลฯ แล้วจึงมีคำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงตามมา

2025-05-29
ก.ล.ต. ส่งรายชื่อแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตชุดแรกห้ารายให้กระทรวงดิจิทัลฯ
2025-06-28
คำสั่งปิดกั้นการเข้าถึงมีผลกับแพลตฟอร์มทั้งห้าราย โดย ก.ล.ต. แจ้งให้ผู้ใช้ถอนหรือโอนสินทรัพย์ออกก่อนถึงกำหนด
2026-05-02
คำสั่งปิดกั้นมีผลกับแพลตฟอร์ม Exmix หลัง ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษ แสดงว่ากลไกนี้ยังถูกใช้อยู่ในปี 2026

ประเด็นสำคัญของลำดับเหตุการณ์ข้างต้นไม่ใช่ชื่อของแพลตฟอร์มที่ถูกปิดกั้น แต่คือข้อเท็จจริงที่ว่ากลไกนี้ยังทำงานอยู่ และ ApeX ยังไม่ถูกระบุชื่อในรอบใด ผู้อ่านจึงควรอ่านสถานะปัจจุบันเป็นสถานะ ณ วันที่ ไม่ใช่สถานะถาวร บทความนี้ไม่ได้เสนอแพลตฟอร์มอื่นเป็นทางเลือกแทน แต่บอกสถานะเท่าที่ตรวจสอบได้เท่านั้น

อีกคำถามที่ผู้เทรดไทยถามบ่อยคือเรื่องเพดานเลเวอเรจ คำตอบคือไม่พบเพดานเลเวอเรจของไทยที่บังคับกับผู้ใช้ ApeX เพราะกรอบกำกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของไทยผูกอยู่กับผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศ และในช่วงที่ตรวจสอบ ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น (ข่าว 81/2026 เปิดรับ 2026-04-20 ปิดรับ 2026-05-20) เรื่องการเปิดทางให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลขอใบอนุญาตธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องตั้งนิติบุคคลแยก ผลรวมของทั้งหมดนี้คือการเทรดบนแพลตฟอร์มลักษณะนี้อยู่นอกกรอบการกำกับดูแลและการคุ้มครองผู้ลงทุนของไทยทั้งหมด

ภาษี: กำไรจากแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตอยู่นอกสิทธิยกเว้นถึงปี 2029

หัวข้อนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ในไทยได้รับผลกระทบโดยตรงแต่แทบไม่มีใครเขียนถึง จุดตั้งต้นคือสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งให้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 399 (พ.ศ. 2568) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 2025-09-05 และใช้กับการขายที่เกิดขึ้นระหว่าง 2025-01-01 ถึง 2029-12-31

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องอ่านให้ครบคือ สิทธิยกเว้นนี้ใช้เฉพาะการขายที่ทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้า กำไรที่เกิดบนแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตหรือแพลตฟอร์มที่ไม่รับฝากสินทรัพย์อย่าง ApeX จึงอยู่นอกสิทธิยกเว้นนี้ และยังคงเป็นเงินได้พึงประเมินตามปกติ เช่นเดียวกับการซื้อขายแบบบุคคลต่อบุคคลและการโอนระหว่างวอลเล็ต

ในทางปฏิบัติ ระบบทั่วไปกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% สำหรับเงินได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(2)(f) โดยหน้าที่หักตกอยู่ที่ผู้จ่ายเงินได้ แต่โปรโตคอลที่ไม่รับฝากสินทรัพย์และไม่มีการยืนยันตัวตนไม่มีความสัมพันธ์แบบผู้จ่ายเงินได้กับผู้ใช้ และไม่ออกเอกสารทางภาษีใด ๆ ให้ด้วย เอกสารทางการของ ApeX ทั้งเงื่อนไขการใช้งาน ชุดเอกสารประกอบ และเอกสาร API ไม่มีข้อกำหนดเรื่องเอกสารภาษีอยู่เลย ผู้ใช้ที่มีถิ่นที่อยู่ในไทยจึงต้องรวบรวมรายการ คำนวณ และยื่นด้วยตนเองทั้งหมด ประโยคที่ควรจำจากหัวข้อนี้คือ การได้รับยกเว้นภาษีไม่เท่ากับการได้รับยกเว้นการคำนวณและการยื่น

ขอบเขตความน่าเชื่อถือของข้อมูลอัตรา 15% และเลขที่กฎกระทรวงในหัวข้อนี้มาจากบทวิเคราะห์ของสำนักงานที่ปรึกษาวิชาชีพสองแห่งที่ให้ข้อมูลตรงกัน ไม่ได้ดึงจากตัวบทของกรมสรรพากรหรือราชกิจจานุเบกษาโดยตรงในการตรวจสอบครั้งนี้ และหัวข้อนี้อธิบายโครงสร้างของกฎเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เพราะผลที่เกิดกับแต่ละคนขึ้นอยู่กับสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่และข้อเท็จจริงเฉพาะราย

ความเสี่ยงเฉพาะของ ApeX Omni: L2BEAT จัดต่ำกว่า Stage 0 ไม่มีเอกสารกองทุนประกัน และมาร์จิ้นรวมบัญชีเดียว

สิทธิ์อัปเกรดและผู้จัดลำดับรายเดียว: ข้อค้นพบของ L2BEAT เทียบกับคำโฆษณาการถือครองด้วยตัวเอง

L2BEAT ซึ่งเป็นแหล่งจัดระดับความกระจายศูนย์ของโรลอัปที่วงการอ้างอิงกันมากที่สุด บันทึกข้อค้นพบเกี่ยวกับ ApeX Omni ไว้หลายข้อ และข้อเหล่านี้ควรอ่านก่อนตัดสินใจโอนเงินเข้า

ข้อค้นพบของ L2BEATจัดอยู่ต่ำกว่า Stage 0 เพราะไม่มีซอฟต์แวร์โหนดที่สร้างสถานะขึ้นใหม่จากข้อมูลบน L1 ได้ / บัญชีภายนอกเพียงบัญชีเดียวทำหน้าที่ทั้ง sequencer และ proposer ข้ามทุกเชน โดยมีสิทธิ์ผูกขาดในการยืนยันบล็อก / มีเพียงผู้เสนอที่อยู่ในไวต์ลิสต์เท่านั้นที่เผยแพร่ state root ได้ / ไม่มีทางสำรองเมื่อ sequencer ล่ม และไม่มีช่วงเวลาให้ถอนก่อนการอัปเกรด / UpgradeGatekeeper อัปเกรดโค้ดได้ทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา ซึ่ง L2BEAT ระบุระดับความรุนแรงไว้ที่ CRITICAL

มีอีกข้อที่กระทบเงินฝากโดยตรงและมักถูกมองข้าม ระบบพิสูจน์ของโรลอัปนี้ไม่ได้ยืนยันรายการฝากที่เกิดขึ้นบนเชนภายนอก ผู้ใช้จึงต้องเชื่อชุดผู้ตรวจสอบแบบ 2 ใน 2 และบริดจ์ LayerZero ว่าจะไม่สร้างรายการฝากที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา ซึ่ง L2BEAT อธิบายว่าเป็นความเสี่ยงที่เงินใน escrow อาจถูกถอนออกไปได้ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าแบบ Gnosis Safe ที่ต้องใช้ลายเซ็น 4 ใน 6 ควบคุมการจัดการโทเคนและพารามิเตอร์สำคัญข้ามเชน

ในทางการตลาด ApeX นำเสนอตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่รับฝากสินทรัพย์และผู้เทรดถือครองสินทรัพย์ของตนเองไว้ตลอด โดยมีการเข้ารหัสแบบ zero-knowledge เป็นเครื่องรับประกัน เอกสารยังระบุกลไก Force Withdrawal ไว้สำหรับให้ผู้ใช้ถอนออกเองด้วย แต่จนถึงวันที่ตรวจสอบ ยังไม่มีแหล่งทางการใดอธิบายว่ากลไกนี้ทำงานอย่างไรในสถานการณ์ที่ไม่มีช่วงเวลาถอนก่อนอัปเกรด และมีเพียงผู้เสนอในไวต์ลิสต์ที่เผยแพร่สถานะได้ ผู้ที่กำลังตัดสินใจจึงควรชั่งน้ำหนักคำโฆษณากับข้อค้นพบชุดนี้ควบคู่กัน ไม่ใช่ดูเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

คำถามว่า ApeX Omni ผ่านการตรวจสอบโค้ดหรือยัง มีคำตอบที่ต้องแยกให้ละเอียด การค้นครั้งนี้ไม่พบรายงานตรวจสอบชั้นแอปพลิเคชันของ ApeX Omni โดยผู้ตรวจสอบที่ระบุชื่อได้เลย และคำตอบของ ApeX เองต่อคำถามที่ว่าแพลตฟอร์มปลอดภัยหรือไม่ ก็ชี้ไปที่รายงานตรวจสอบของโครงสร้างพื้นฐาน zkLink ทั้งหมด ซึ่งฉบับล่าสุดลงวันที่ 2023-08 นั่นคือก่อนที่ ApeX Omni จะเปิดตัวในเดือน 2024-06 ส่วนรายงานของ BlockSec ที่มีการอ้างถึงนั้นครอบคลุมโปรโตคอลรุ่นแรกและ ApeX Pro ที่ปิดตัวไปแล้ว และไม่ได้ระบุวันที่ไว้

มีแหล่งข้อมูลทุติยภูมิบางแห่งอ้างชื่อผู้ตรวจสอบรายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่พบการยืนยันจากแหล่งปฐมภูมิใดทั้งฝั่ง ApeX และฝั่งผู้ตรวจสอบเอง จึงไม่ถูกบันทึกเป็นข้อเท็จจริงในบทความนี้

อีกสองข้อที่ประกอบภาพให้ครบคือ โครงการ bug bounty ยังอยู่ในสถานะ “กำลังวางแผน” เท่านั้น ไม่มีขอบเขต ตารางรางวัล หรือช่องทางส่งรายงานที่เผยแพร่ออกมา จึงถือว่าประกาศแล้วแต่ยังไม่ยืนยันว่าเปิดใช้จริง และโค้ดของแพลตฟอร์มเปิดเผยเพียงบางส่วน คือชุด SDK และสัญญาบางตัว โดยเครื่องจับคู่คำสั่งและชั้นแอปพลิเคชันไม่ได้เปิดเผย

มาร์จิ้นรวมและการล้างสถานะ: คำเตือนเรื่องผลกระทบลูกโซ่และลำดับ ADL

โครงสร้างบัญชีของ ApeX Omni มีเฉพาะมาร์จิ้นรวมทั้งพอร์ตเท่านั้น ไม่มีมาร์จิ้นแยกรายสถานะให้เลือกเลย ทุกสถานะที่เปิดอยู่ใช้กองมาร์จิ้นเดียวกันที่หนุนด้วยส่วนของบัญชีทั้งหมด ผู้ที่ย้ายมาจากกระดานรวมศูนย์ซึ่งคุ้นกับการเลือกมาร์จิ้นแยกเพื่อจำกัดความเสียหายไว้เฉพาะคู่เดียว ต้องเห็นความต่างข้อนี้ให้ชัดก่อนเปิดสถานะแรก

คำเตือนที่อยู่ในเอกสารทางการการขาดทุนก้อนใหญ่ในสถานะเดียวจะลดมาร์จิ้นของทั้งพอร์ต และเร่งให้สถานะอื่นที่เปิดอยู่ถูกล้างเร็วขึ้นได้

เกณฑ์การล้างสถานะเกิดขึ้นเมื่ออัตรามาร์จิ้น ซึ่งคำนวณจากมาร์จิ้นรักษาสภาพรวมหารด้วยส่วนของบัญชีรวม ถึงหรือเกิน 100% โดยความเสี่ยงคิดบน Mark Price ไม่ใช่ราคาซื้อขายล่าสุด อัตรามาร์จิ้นรักษาสภาพสูงกว่าอัตราเริ่มต้นเสมอ และจะเพิ่มขึ้นตามขนาดสถานะภายใต้ Risk Limit ของแต่ละคู่ เมื่อถึงจุดล้าง ระบบเคลียริงจะเข้าควบคุมสถานะที่ติดลบและทยอยปิดตามลำดับความรุนแรงที่ราคาตลาดที่ดีที่สุดในขณะนั้น ทั้งนี้เอกสารไม่ได้อธิบายการล้างแบบบางส่วนหรือระบุอัตราค่าปรับจากการถูกล้างไว้อย่างชัดเจน

กลไกที่ผู้เทรดจำนวนมากไม่รู้ว่ามีอยู่คือ Auto-Deleveraging หรือ ADL เมื่อสถานะที่ถูกล้างปิดไม่ได้ที่ราคาล้มละลาย ระบบจะไปลดสถานะของฝั่งตรงข้ามที่กำลังมีกำไรแทน โดยจัดลำดับจากผลตอบแทนที่ปรับด้วยเลเวอเรจ กล่าวคือผู้ที่กำไรมากและใช้เลเวอเรจสูงจะถูกเลือกก่อน แล้วปิดให้ที่ราคาล้มละลายของสถานะที่ถูกล้าง พร้อมยกเลิกคำสั่งที่ผูกกับสถานะนั้น ข้อดีคือแพลตฟอร์มแสดงตัวบอกลำดับ ADL ของผู้ใช้แต่ละคนไว้ในแท็บสถานะแบบเรียลไทม์ จึงตรวจได้ว่าตัวเองอยู่ใกล้คิวแค่ไหน

กองทุนประกัน: ไม่มีเอกสารระบุ และ ADL คือกลไกรองรับเดียวที่ถูกบันทึกไว้

คำถามต่อเนื่องจากหัวข้อที่แล้วคือ เมื่อการล้างสถานะทิ้งส่วนที่ขาดไว้ ใครเป็นผู้รับภาระส่วนนั้น กระดานรวมศูนย์ส่วนใหญ่ตอบคำถามนี้ด้วยกองทุนประกัน แต่การค้นในเอกสารมาร์จิ้น การล้างสถานะ ADL Vault และค่าธรรมเนียมของ ApeX ไม่พบการอธิบายกองทุนประกันใด ๆ ไม่มีการเผยแพร่ขนาดกองทุนหรือแอดเดรสให้ตรวจสอบ ข้อนี้จึงต้องบันทึกว่า “ไม่ทราบ” ไม่ใช่ “ไม่มี” เพราะการไม่พบเอกสารไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าไม่มีอยู่จริง

สิ่งที่พูดได้ในเชิงโครงสร้างคือ กลไกรองรับเดียวที่มีเอกสารระบุไว้คือ ADL ซึ่งแปลว่าส่วนที่ขาดหลังการล้างสถานะถูกผลักไปยังคู่สัญญาฝั่งที่กำลังมีกำไร แทนที่จะถูกดูดจากเงินสำรองของแพลตฟอร์ม ที่น่าสังเกตคือเอกสารระบุว่า Protocol Vaults ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ฝากจากค่าธรรมเนียมการล้างสถานะจริง ซึ่งหมายความว่ารายรับส่วนนั้นไหลไปที่ผลิตภัณฑ์ให้ผลตอบแทน ไม่ใช่ไปที่กองคุ้มครองผู้เทรด

ตัวเลขที่กำหนดชะตาของสถานะไม่ใช่ราคาที่เห็นบนกระดานเสมอไป ApeX Omni ใช้ราคาอ้างอิงสองระบบที่ต่างกันตามประเภทสินค้า

เพอร์เพชวลคริปโต

ดัชนีที่คำนวณเอง

Index Price มาจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาสปอตจากตลาดภายนอกหลายแห่ง โดยเอกสารยกตัวอย่าง Binance, Bybit, Coinbase และ Kraken ไม่มีผู้ให้บริการออราเคิลภายนอกรายใดถูกระบุชื่อสำหรับสินค้ากลุ่มนี้
หุ้นและสินทรัพย์อิงตลาดจริง

ฟีดจาก Chainlink RWA

ราคาอ้างอิงมาจากฟีด Chainlink RWA ซึ่งเป็นผู้ให้บริการออราเคิลภายนอกที่ระบุชื่อชัดเจน ต่างจากฝั่งคริปโตที่คำนวณกันเองภายใน

ที่วางทับอยู่อีกชั้นคือ Mark Price ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินการล้างสถานะ กำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ และมาร์จิ้น โดยคำนวณเป็นค่ามัธยฐานของสามค่า ได้แก่ ดัชนีที่ปรับด้วยอัตราฟันดิ้ง ดัชนีบวกส่วนต่างเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 นาที และราคาซื้อขายล่าสุด ขณะที่การจับคู่คำสั่งใช้ราคาล่าสุด และการคิดฟันดิ้งใช้ Index Price เอกสารอธิบายว่าการเลือกใช้ค่ามัธยฐานคือกลไกป้องกันราคาผิดปกติชั่วขณะจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง สำหรับผู้เทรด สิ่งที่ควรจำคือคำสั่งของคุณจับคู่ด้วยราคาหนึ่ง แต่สถานะของคุณถูกตัดสินด้วยอีกราคาหนึ่ง

คู่สัญญาและประวัติการปิดสินค้า: ตัวตนผู้ดำเนินการที่ยังไม่ลงรอย และรายการที่ถูกยกเลิกไปแล้ว

เรื่องตัวตนผู้ดำเนินการที่กล่าวถึงไปแล้วว่าเอกสารระบุชื่อใดบ้าง มีความหมายอีกชั้นเมื่อมองจากมุมของคนที่กำลังจะฝากเงิน เมื่อเอกสารทางการสามแหล่งชี้ไปคนละนิติบุคคลและคนละเขตอำนาจ เมื่อไม่มีทะเบียนนิติบุคคลที่ค้นเจอ และเมื่อคู่สัญญาตามเงื่อนไขระบุเองว่าไม่ได้ดำเนินการหน้าเว็บที่ผู้ใช้เทรดอยู่ คำถามว่าจะเรียกร้องกับใคร ที่ไหน และภายใต้กฎหมายใด จึงตอบได้ยากกว่ากรณีของผู้ให้บริการที่มีนิติบุคคลชัดเจนอยู่มาก

อีกด้านที่ควรนับรวมคือประวัติการเปลี่ยนแปลงที่กระทบยอดคงเหลือของผู้ใช้จริง

2026-06-01
ยกเลิกคู่ Prediction Contract ทั้งหมด พร้อมชำระสถานะที่เปิดค้างอยู่โดยอัตโนมัติ
2026-06-09
ระงับการฝากและถอน USDT (Bridged) บนเครือข่าย Mantle พร้อมออกคำแนะนำสำหรับยอดคงเหลือที่ได้รับผลกระทบ
2026-08-05
ปิดการเทรดสปอต โดยมีขั้นตอนคืนสินทรัพย์กำกับ ทั้งการโอน USDT เข้าบัญชี Funding อัตโนมัติ และการส่งคืนโทเคนไปยังวอลเล็ตบนเชนต้นทาง

ก่อนหน้านั้นยังมีการปิด ApeX Pro แบบมีกำหนดการ ซึ่งประกาศเส้นตายการถอนและการย้ายสินทรัพย์ไว้ล่วงหน้าเป็นขั้นตอน รายการทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ความเสียหาย และไม่มีรายการใดที่มีรายงานว่าผู้ใช้สูญเงิน แต่สิ่งที่รายการเหล่านี้บอกคือไลน์สินค้าของแพลตฟอร์มนี้ถูกเปิดและปิดค่อนข้างบ่อย ซึ่งเป็นต้นทุนด้านการติดตามที่ผู้ฝากเงินระยะยาวควรนับรวมไว้ ทั้งนี้ ณ 2026-07-29 การค้นหาไม่พบเหตุการณ์การถูกโจมตี การใช้ช่องโหว่ หรือการปั่นราคาออราเคิลที่เกิดขึ้นจริงกับ ApeX ตลอดประวัติที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงค้นไม่พบ ไม่ใช่การยืนยันว่าไม่เคยเกิดขึ้น

◆ ◇ ◆

ก่อนโอนเงินเข้า ApeX Omni: สิ่งที่ยืนยันแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มีคำตอบ

เริ่มจากสิ่งที่ยืนยันด้วยตัวเองแล้ว รหัสแนะนำถูกตรวจสอบเมื่อ 2026-08-03 ว่ายังใช้งานได้ โดยรหัสปรากฏอยู่ในช่องกรอกของหน้าต่าง “Bind a Friend” เรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าผ่านลิงก์ และให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5% แก่ผู้ใช้ใหม่ที่มาจากลิงก์แนะนำ จังหวะที่ผูกได้มีเพียงจังหวะเดียวคือระหว่างสร้างบัญชี เมื่อผ่านไปแล้วไม่มีทางย้อนกลับมาผูกกับวอลเล็ตเดิม

ด่านแรกที่ควรผ่านก่อนคิดเรื่องอื่นคือสถานะในประเทศของผู้อ่านเอง สำหรับผู้อ่านในไทย ภาพรวมคือหน้าเว็บเข้าถึงได้ตามเอกสาร แพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หน้าที่ตามกฎหมายและโทษอาญาตกอยู่ที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ผลที่ตกกับผู้ใช้จริง ๆ มีสองข้อคือไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และภาระในการคำนวณกับยื่นภาษีอยู่ที่ตัวผู้ใช้เองทั้งหมด เพราะกำไรจากแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตอยู่นอกสิทธิยกเว้นถึงปี 2029

ในแง่ตำแหน่งในตลาด ตัวเลขสามชุดที่ควรอ่านรวมกันคืออันดับวอลุ่มที่อยู่ระดับสาม สถานะคงค้างที่อยู่อันดับสิบ และรายได้ค่าธรรมเนียมจริงที่ห่างจากอัตราหน้าปกมาก เมื่อวางเรียงกันแล้ว ภาพที่ได้คือแพลตฟอร์มที่มีปริมาณการซื้อขายไหลผ่านมาก แต่สัดส่วนของเงินที่ค้างอยู่ในระบบและรายได้ที่เก็บได้จริงเล็กกว่าที่อันดับวอลุ่มชวนให้คิด ใครที่ใช้อันดับสามเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจ ควรอ่านอีกสองตัวเลขประกอบเสมอ

สุดท้ายคือสามข้อที่ควรชั่งให้จบก่อนโอนเงินเข้า หนึ่งคือสิทธิ์อัปเกรดโค้ดที่ทำได้ทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลาและผู้จัดลำดับรายเดียวตามที่ L2BEAT บันทึกไว้ สองคือการตรวจสอบโค้ดที่รับช่วงมาจากโครงสร้างพื้นฐานปี 2023 โดยไม่มีรายงานของชั้นแอปเอง และสามคือการไม่มีเอกสารกองทุนประกัน โดยมี ADL เป็นกลไกรองรับเดียวที่ถูกบันทึกไว้ ถ้าคุณเป็นผู้ที่ถือสินทรัพย์หลายเชน ต้องการเปิดสถานะโดยไม่ผ่านการยืนยันตัวตน และรับความเสี่ยงระดับโปรโตคอลข้างต้นได้ด้วยเงินที่ยอมเสียได้ ApeX Omni ก็เป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับ แต่ถ้าข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนั้นยังติดอยู่ในใจ การรอให้มีคำตอบก่อนก็เป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผลไม่แพ้กัน