— สารบัญ 11 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ Catapult Trade “4AL8G1IR” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 ขั้นตอนการสมัคร Catapult Trade ด้วยรหัสแนะนำ
  3. 03 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Catapult Trade เสร็จ
  4. 04 รหัสแนะนำ Catapult Trade เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  5. 05 พอยต์ที่สะสมได้ตอนนี้ กับโทเคน $PULT ที่ยังไม่ออก
  6. 06 สิ่งที่ซื้อขายกันบน Catapult Trade คือกราฟสังเคราะห์ ไม่ใช่สินทรัพย์จริง
  7. 07 ไม่มีผู้รวบรวมข้อมูลรายใดติดตามตัวเลขของแพลตฟอร์มนี้
  8. 08 แพลตฟอร์มกันเฉพาะสหรัฐฯ และไม่ถือใบอนุญาตในประเทศใดเลย
  9. 09 แพลตฟอร์มไม่ได้กันผู้ใช้ไทยออก แต่ก็ไม่มีใบอนุญาตไทย
  10. 10 เงินฝากไปรวมในวอลต์ของผู้ให้บริการ และไม่มีหลักฐานเงินสำรองให้ตรวจ
  11. 11 จุดที่ต้องตัดสินใจก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรก

รหัสแนะนำ Catapult Trade เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-08-14 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

รหัสแนะนำจะมีผลเฉพาะกับการเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่มีผลย้อนหลัง

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Catapult Trade จุดเด่นของ Catapult Trade การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ Catapult Trade “4AL8G1IR” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Catapult Trade ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-14 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “4AL8G1IR” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าต่างสมัครพร้อมรหัสแนะนำ
2026-08-14
หน้าต่างสมัครพร้อมรหัสแนะนำ
หน้าต่าง "Welcome to Catapult" แสดงช่องอีเมลที่ยังว่าง ส่วนแผงด้านขวาขึ้น "Referral code:" เป็น 4AL8G1IR ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

รหัสตัวนี้ไม่ต้องพิมพ์เอง เพราะมันเดินทางมากับลิงก์ ลิงก์สมัครคือ https://catapult.trade/r/4AL8G1IR ซึ่งเป็นลิงก์ตามรูปแบบ catapult.trade/r/{CODE} ที่เอาตัวรหัสมาต่อท้าย และพารหัสนั้นไปด้วยในรูปพารามิเตอร์ refCode พอเปิดลิงก์แล้วกดสมัคร หน้าต่างสมัครจะขึ้นบรรทัด “Referral code: 4AL8G1IR” ไว้ให้เห็นตั้งแต่ก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ต และในโฟลว์ที่เราเดินจริงไม่มีช่องให้กรอกรหัสด้วยมือเลยสักช่อง ทางเดียวที่รหัสจะติดไปกับบัญชีจึงเป็นการเข้าผ่านลิงก์

เราตรวจทั้งบนเบราว์เซอร์คอมพิวเตอร์และบนมือถือในวันเดียวกัน คือ 2026-08-14 และขอบเขตของสิ่งที่เรายืนยันได้จบลงตรงหน้าต่างสมัครก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ต — เราเห็นกับตาว่ารหัสขึ้นอยู่บนหน้าจอนั้นจริง ส่วนหน้าจอยืนยันหลังเชื่อมต่อวอลเล็ตเสร็จแล้ว เราไม่ได้บันทึกไว้ จึงไม่ขอยืนยันแทน

ขั้นตอนการสมัคร Catapult Trade ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Catapult Trade ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. เปิดลิงก์แนะนำแล้วคลิก “Log In / Sign Up”

— ภาพ 2
หน้าแรกจากลิงก์แนะนำ
2026-08-14
หน้าแรกจากลิงก์แนะนำ
หน้าแรกของ Catapult ในสถานะยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ มีปุ่ม "Log In / Sign Up" อยู่มุมขวาบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เปิดลิงก์แนะนำในเบราว์เซอร์ จะเข้าสู่หน้าแรกของ Catapult โดยยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ แล้วคลิกปุ่ม “Log In / Sign Up” ที่มุมขวาบน รหัสแนะนำติดมากับลิงก์อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกรอกเองในขั้นนี้ และจะเห็นรหัสอีกครั้งในหน้าจอถัดไป

3. ตรวจรหัสแนะนำแล้วเลือกวิธีสมัคร

— ภาพ 3
หน้าต่างสมัครพร้อมรหัสแนะนำ
2026-08-14
หน้าต่างสมัครพร้อมรหัสแนะนำ
หน้าต่าง "Welcome to Catapult" แสดงช่องอีเมลที่ยังว่าง ส่วนแผงด้านขวาขึ้น "Referral code:" เป็น 4AL8G1IR ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Welcome to Catapult” ที่เปิดขึ้นมา ให้ตรวจที่แผงด้านขวาว่า “Referral code:” ขึ้นเป็น 4AL8G1IR ตรงกับลิงก์ที่เปิดมา แล้วคลิกไอคอนวอลเล็ตที่ใช้อยู่ในแถวล่างสุดเพื่อไปยังขั้นตอนเลือกเครือข่าย

ถ้าจะสมัครด้วยอีเมลแทน ให้กรอกในช่องที่ยังว่างใต้แท็บ “Email” แล้วคลิก “Continue” หรือจะใช้ “Continue with Google” ก็ได้

4. เลือกเครือข่ายของวอลเล็ต

— ภาพ 4
หน้าต่างเลือกเครือข่าย
2026-08-14
หน้าต่างเลือกเครือข่าย
หน้าต่าง "Connect wallet" แสดงตัวเลือกสองแถว คือ "Ethereum and 21 more" และ "Solana" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่าง “Connect wallet” ให้คลิกแถวที่ตรงกับวอลเล็ตที่ใช้อยู่ ระหว่าง “Ethereum and 21 more” สำหรับฝั่ง EVM กับ “Solana” สำหรับฝั่ง Solana โดยตัวอย่างนี้เลือกฝั่ง Solana และจะเริ่มจากฝั่งไหนก่อนก็ได้ เพราะเชื่อมต่ออีกฝั่งเพิ่มทีหลังได้

5. ยืนยันการเชื่อมต่อฝั่งวอลเล็ต

— ภาพ 5
หน้าจอรอยืนยันวอลเล็ต
2026-08-14
หน้าจอรอยืนยันวอลเล็ต
หน้าต่าง "Connect Wallet" แสดงไอคอนวอลเล็ตในวงโหลด พร้อมข้อความให้ไปยืนยันในวอลเล็ต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หลังเลือกวอลเล็ตแล้ว ให้สลับไปยืนยันการเชื่อมต่อที่หน้าต่างส่วนขยายวอลเล็ตในเบราว์เซอร์ ระหว่างนี้หน้าต่าง “Connect Wallet” จะแสดงไอคอนวอลเล็ตในวงโหลดค้างไว้จนกว่าจะยืนยันเสร็จ จึงอย่าเพิ่งปิดหน้าต่างนี้

6. อนุมัติการเชื่อมต่อใน Phantom

— ภาพ 6
หน้าจออนุมัติการเชื่อมต่อ
2026-08-14
หน้าจออนุมัติการเชื่อมต่อ
หน้าจอ "Connect" ของ Phantom แสดงโดเมน "catapult.trade" และบัญชีที่จะเชื่อมต่อ พร้อมปุ่ม "Cancel" กับ "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อหน้าต่าง Phantom เปิดขึ้นมาที่หน้าจอ “Connect” ให้ตรวจว่าคำขอมาจากโดเมน “catapult.trade” และบัญชีที่จะเชื่อมต่อถูกต้อง แล้วคลิก “Connect” ถ้าโดเมนไม่ตรงกับหน้าที่กำลังใช้งาน ให้คลิก “Cancel” แล้วเริ่มใหม่จากลิงก์แนะนำ

7. เซ็นข้อความยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี

— ภาพ 7
หน้าจอเซ็นข้อความ
2026-08-14
หน้าจอเซ็นข้อความ
หน้าจอ "Sign Message" ของ Phantom แสดง "Network" เป็น "Solana" และรอให้ยืนยันด้วยปุ่ม "Confirm" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

จากนั้นที่หน้าจอ “Sign Message” ให้ตรวจว่า “Network” เป็น “Solana” และคำขอมาจาก “catapult.trade” แล้วคลิก “Confirm” การเซ็นข้อความนี้เป็นการพิสูจน์ว่าเราเป็นเจ้าของบัญชีที่เลือกไว้ ถ้ายังไม่มั่นใจให้คลิก “Cancel” ไว้ก่อน

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Catapult Trade บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. เปิดลิงก์แนะนำแล้วแตะ “Log In / Sign Up”

— ภาพ 2
หน้าแรกบนมือถือ
2026-08-14
หน้าแรกบนมือถือ
หน้าแรกบนมือถือแสดงปุ่ม "Log In / Sign Up" บนแถบด้านบน โดยยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เปิดลิงก์แนะนำในเบราว์เซอร์บนมือถือ จะเข้าสู่หน้าแรกของ Catapult โดยยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ แล้วแตะปุ่ม “Log In / Sign Up” บนแถบด้านบน รหัสแนะนำติดมากับลิงก์อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกรอกเองในขั้นนี้ และจะเห็นรหัสอีกครั้งในหน้าจอถัดไป

3. ตรวจรหัสแนะนำแล้วเลือกวิธีสมัคร

— ภาพ 3
แผงสมัครบนมือถือ
2026-08-14
แผงสมัครบนมือถือ
แผงสมัครแสดง "Referral code:" เป็น 4AL8G1IR ช่องอีเมลที่ยังว่าง และไอคอนวอลเล็ตเรียงอยู่ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในแผงสมัครที่เลื่อนขึ้นมาจากด้านล่างจอ ให้ตรวจที่แถบ “Referral code:” ว่าขึ้นเป็น 4AL8G1IR ตรงกับลิงก์ที่เปิดมา แล้วแตะไอคอนวอลเล็ตที่ใช้อยู่ในแถวล่างสุดเพื่อไปยังขั้นตอนเลือกเครือข่าย

ถ้าจะสมัครด้วยอีเมลแทน ให้กรอกในช่องที่ยังว่างใต้แท็บ “Email” แล้วแตะ “Continue” หรือจะแตะ “Continue with Google” ก็ได้

4. เลือกเครือข่ายของวอลเล็ต

— ภาพ 4
แผงเลือกเครือข่ายบนมือถือ
2026-08-14
แผงเลือกเครือข่ายบนมือถือ
แผง "Connect wallet" เลื่อนขึ้นมาจากด้านล่าง แสดงตัวเลือก "Ethereum and 21 more" และ "Solana" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในแผง “Connect wallet” ที่เลื่อนขึ้นมาจากด้านล่างจอ ให้แตะแถวที่ตรงกับวอลเล็ตที่ใช้อยู่ ระหว่าง “Ethereum and 21 more” สำหรับฝั่ง EVM กับ “Solana” สำหรับฝั่ง Solana โดยตัวอย่างนี้เลือกฝั่ง Solana และจะเริ่มจากฝั่งไหนก่อนก็ได้ เพราะเชื่อมต่ออีกฝั่งเพิ่มทีหลังได้

5. ยืนยันการเชื่อมต่อในแอปวอลเล็ต

— ภาพ 5
แผงรอยืนยันบนมือถือ
2026-08-14
แผงรอยืนยันบนมือถือ
แผง "Connect Wallet" แสดงไอคอนวอลเล็ตในวงโหลด พร้อมข้อความให้ไปยืนยันในวอลเล็ต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หลังเลือกวอลเล็ตแล้ว ให้สลับไปยืนยันการเชื่อมต่อในแอปวอลเล็ต ระหว่างนี้แผง “Connect Wallet” จะแสดงไอคอนวอลเล็ตในวงโหลดค้างไว้จนกว่าจะยืนยันเสร็จ จึงอย่าเพิ่งปิดหน้านี้

6. อนุมัติการเชื่อมต่อในแอป Phantom

— ภาพ 6
หน้าจออนุมัติในแอปวอลเล็ต
2026-08-14
หน้าจออนุมัติในแอปวอลเล็ต
หน้าจอ "Connect" ของ Phantom แสดงโดเมน "catapult.trade" และบัญชีที่จะเชื่อมต่อ พร้อมปุ่ม "Cancel" กับ "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อแอป Phantom เปิดขึ้นมาที่หน้าจอ “Connect” ให้ตรวจว่าคำขอมาจากโดเมน “catapult.trade” และบัญชีที่จะเชื่อมต่อถูกต้อง แล้วแตะ “Connect” ถ้าโดเมนไม่ตรงกับหน้าที่กำลังใช้งาน ให้แตะ “Cancel” แล้วเริ่มใหม่จากลิงก์แนะนำ

7. เซ็นข้อความยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี

— ภาพ 7
หน้าจอเซ็นข้อความ
2026-08-14
หน้าจอเซ็นข้อความ
หน้าจอ "Sign Message" ของ Phantom แสดง "Network" เป็น "Solana" และรอให้ยืนยันด้วยปุ่ม "Confirm" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

จากนั้นที่หน้าจอ “Sign Message” ให้ตรวจว่า “Network” เป็น “Solana” และคำขอมาจาก “catapult.trade” แล้วแตะ “Confirm” การเซ็นข้อความนี้เป็นการพิสูจน์ว่าเราเป็นเจ้าของบัญชีที่เลือกไว้ ถ้ายังไม่มั่นใจให้แตะ “Cancel” ไว้ก่อน

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Catapult Trade เสร็จ

เชื่อมต่อวอลเล็ตเสร็จแล้วยังเทรดไม่ได้ จนกว่าจะมีเงินเข้าไปอยู่ในบัญชี และตรงนี้คือจุดที่รายละเอียดของ Catapult ต่างจากกระดานเทรดที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด จึงขออธิบายไว้ก่อนที่จะโอนเงินก้อนแรก

เครือข่ายที่ฝากได้แบ่งเป็นสองแบบ แบบแรกคือฝากตรงจากวอลเล็ตที่เชื่อมไว้ ใช้ได้กับ Ethereum, Arbitrum และ HyperEVM ส่วนแบบที่สองคือ Base, BNB Chain, Solana และเครือข่ายที่เหลือ ซึ่งไม่ได้วิ่งเข้าระบบโดยตรงแต่วิ่งผ่าน Relay ซึ่งเป็นบริดจ์ข้ามเชนของบุคคลที่สาม นอกจากนี้ยังมี USDT บน Tron หรือ TRC-20 ที่ผู้ให้บริการประกาศเปิดใช้เมื่อ 2026-04-14 และปรากฏเป็นตัวเลือกฝากเงินในรอบขายโทเคน แต่ยังไม่ถูกเพิ่มเข้าไปในหน้าเอกสาร Deposits and Withdrawals

สินทรัพย์ที่รับฝากมีสี่ตัวคือ USDT, USDC, ETH และ SOL แต่ไม่ว่าจะฝากตัวไหนเข้าไป ยอดคงเหลือภายในระบบและค่าตัวเงินทุกค่าที่ API ส่งออกมาจะถูกคิดเป็น USDT ทั้งหมด นี่ไม่ใช่รายละเอียดทางเทคนิคที่ข้ามได้ เพราะมันโยงกับเรื่องที่เราจะเล่าต่อในหัวข้อรูปแบบบัญชีว่ายอดที่เห็นบนหน้าจอเป็นตัวเลขที่แพลตฟอร์มดูแล

ตัวเลขขั้นต่ำของการฝากอยู่ที่ระดับ 1 USD แต่เอกสารเขียนกำกับไว้ชัดว่าเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ตัวเลขกลาง — ถ้อยคำจริงคือ “e.g., 1 USDC on Base” พร้อมคำเตือนว่ายอดที่ต่ำกว่าเกณฑ์จะไม่ถูกเครดิตเข้าบัญชี และผู้ให้บริการไม่ได้เผยแพร่ตารางขั้นต่ำรายเครือข่ายไว้ที่ใดเลย ทางที่ปลอดภัยคือดูตัวเลขบนหน้าจอฝากเงินของเครือข่ายที่กำลังจะใช้จริง ๆ แทนที่จะยึดตัวเลขในเอกสาร

ส่วนคำถามที่ผู้อ่านไทยมักถามก่อนเป็นอันดับแรกคือ เติมด้วยเงินบาทได้ไหม คำตอบตรง ๆ คือเราไม่รู้ ช่องทางเงินสดของแพลตฟอร์มเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 2026-06-20 ครอบคลุมบัตร โอนธนาคาร Google Pay, Apple Pay, Revolut และการโอนแบบ P2P เข้าถึงได้ในแอปโดยกด Deposit แล้วเลือก “Use Cash” แต่ผู้ให้บริการไม่ได้ระบุชื่อผู้ประมวลผลการชำระเงินที่อยู่เบื้องหลังไว้ในเอกสารทางการฉบับใดเลย และเขียนกำกับเงื่อนไขไว้เพียงว่า “depending on your region” จึงไม่มีข้อมูลสาธารณะว่ารองรับเงินบาทหรือช่องทางธนาคารไทยหรือไม่ เราจะไม่เดาแทน ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องไปเห็นกับตาบนหน้าจอตัวเอง

ต้นทุนของการเข้าออกเงินก็ไม่มีตารางค่าธรรมเนียมเผยแพร่เช่นกัน สิ่งที่เอกสารระบุคือปัจจัยสามอย่างที่ทำให้ยอดที่ได้จริงไม่เท่ากับยอดที่ส่ง ได้แก่ ค่า gas ของเครือข่ายต้นทาง, ค่าคลาดเคลื่อนของราคาบนเส้นทางที่ต้องผ่าน Relay ซึ่งระบบตั้ง auto-max slippage ไว้ล่วงหน้าและยอดปลายทางขึ้นอยู่กับความลึกของสภาพคล่องระหว่างเครือข่าย และเวลาประมวลผลกับความเร็วในการยืนยันธุรกรรมของเครือข่ายต้นทาง

มีอีกสองข้อที่ต่างออกไป เพราะไม่ใช่ต้นทุนที่ตีเป็นตัวเงินได้ แต่เป็นเงินหายถาวรที่เอกสารทางการเขียนเตือนไว้เอง ข้อแรก ที่อยู่ฝากเงินที่ Relay สร้างให้ใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้นอย่างเคร่งครัด ถ้าส่งธุรกรรมที่สองไปยังที่อยู่เดิมเพราะคิดว่าเป็นที่อยู่ประจำของเรา เงินก้อนนั้นสูญถาวร ข้อที่สอง ห้ามตั้งถอนเงินตรงเข้าที่อยู่ฝากของกระดานเทรด เพราะกระดานส่วนใหญ่ไม่เครดิตเงินที่ถูกส่งมาจากสัญญาอัจฉริยะ ข้อนี้กระทบผู้ใช้ไทยตรง ๆ เพราะเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ทำคือถอนกลับเข้ากระดานในประเทศเพื่อขายเป็นบาท วิธีที่ถูกต้องคือถอนเข้าวอลเล็ตของตัวเองก่อน แล้วค่อยโอนจากวอลเล็ตนั้นเข้ากระดานอีกทอดหนึ่ง

อีกเรื่องที่ควรรู้ไว้ตั้งแต่ต้นคือ Catapult ไม่มีบริดจ์ของตัวเอง การข้ามเครือข่ายทั้งหมดถูกมอบให้ Relay ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอก แปลว่าชั้นที่ควบคุมไม่ได้ด้วยตัวเองมีอยู่จริงในเส้นทางเงินของเรา และเป็นชั้นเดียวกับที่เหตุขัดข้องที่เปิดเผยไว้กระจุกตัวอยู่ ซึ่งเราจะลงรายละเอียดในหัวข้อความเสี่ยงท้ายบทความ

ข้อสุดท้ายเป็นข่าวดีเล็ก ๆ คือการเทรดบนแพลตฟอร์มไม่เสียค่า gas รายครั้ง เพราะบัญชีทำงานผ่านวอลเล็ตที่ระบบสร้างฝังไว้ให้และเก็บยอดเป็นตัวเลขภายใน ไม่ต้องเซ็นธุรกรรมทีละคำสั่ง ค่า gas จะเกิดเฉพาะตอนฝากและตอนถอนบนเครือข่ายต้นทางหรือปลายทางเท่านั้น

เมื่อเชื่อมต่อวอลเล็ตเรียบร้อยแล้ว ก็เติมเงินต่อได้จากหน้าแรกเลย ทั้งทางแบนเนอร์ “Deposit with card” และปุ่ม “Buy crypto”

รหัสแนะนำ Catapult Trade เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เพียงครั้งเดียว คือตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น

หากเชื่อมต่อจนจบขั้นตอนโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ จะไม่มีวิธีย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมได้อีก ผู้ที่ยังต้องการใช้รหัสจึงต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ

สองข้อที่ควรตรวจก่อนกดเชื่อมต่อ:

  • ในโฟลว์ที่เราเดินจริง ไม่มีช่องให้กรอกรหัสด้วยมือ จึงไม่ต้องเสียเวลาไล่หาช่องกรอกในหน้าตั้งค่าหรือหน้าโปรไฟล์
  • หน้าจอที่ใช้ตรวจว่ารหัสติดมาแล้วจริง คือหน้าต่างสมัครก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ต ซึ่งจะขึ้นบรรทัด “Referral code:” พร้อมตัวรหัสไว้ให้เห็น

เหตุผลเชิงระบบอยู่ในเอกสารทางการของผู้ให้บริการเอง ซึ่งระบุว่าความสัมพันธ์ของการแนะนำถูกผูกไว้กับตัวบัญชี ข้อสรุปเชิงปฏิบัติจึงตรงไปตรงมา คือรหัสต้องมีผลตั้งแต่จังหวะที่บัญชีถูกสร้าง ถ้าเชื่อมวอลเล็ตจบไปแล้วโดยไม่ได้ใช้รหัส บัญชีนั้นก็จบไปแล้วเช่นกัน ทางเดียวที่เหลือคือเริ่มใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบตั้งแต่ต้น

◆ ◇ ◆

พอยต์ที่สะสมได้ตอนนี้ กับโทเคน $PULT ที่ยังไม่ออก

คำถามที่ตามมาทันทีหลังเชื่อมต่อวอลเล็ตเสร็จ มักเป็นคำถามเดียวกันเสมอ คือแล้วมีอะไรให้สะสมไหม คำตอบคือมีโปรแกรมพอยต์ที่เดินอยู่จริง แต่โทเคนของแพลตฟอร์มยังไม่ออก และผู้ให้บริการยังไม่เคยประกาศว่าพอยต์จะแปลงเป็นโทเคนในอัตราเท่าไร หัวข้อนี้จึงเล่าเฉพาะสิ่งที่ประกาศไว้แล้ว และบอกให้ชัดว่าส่วนไหนที่ยังไม่มีใครรู้

Catapult Points กับสิ่งที่ทำให้พอยต์เพิ่มขึ้น

โปรแกรมที่เดินอยู่ตอนนี้ชื่อ Catapult Points เริ่มใช้เมื่อ 2026-01-06 โดยเข้ามาแทนระบบ “scores” เดิม และย้ายยอดของผู้ใช้เก่ามาให้ในอัตรา 1:1

พอยต์เพิ่มขึ้นได้จากหลายทาง ทางที่ตรงที่สุดคือปริมาณการเทรด โดยนับให้ทุก 1 USD ของมูลค่าที่เทรด อีกทางคือการสร้างโทเคนขึ้นมาเองบนแพลตฟอร์ม และการโพสต์บนโซเชียลผ่าน Mindshare Mining ก็นับเป็นพอยต์ด้วย ส่วนโทเคนที่กำลังถูกบูสต์อยู่จะให้พอยต์แก่ผู้เทรดได้สูงสุดถึง 7 เท่าตลอดช่วงที่การบูสต์ยังทำงานอยู่

ผู้ให้บริการเองใช้ถ้อยคำกับพอยต์ว่า “will be the criterium in the future iterations of rewards and incentives” อ่านตามตัวอักษรแล้วนี่คือการบอกว่าวางแผนจะใช้พอยต์เป็นเกณฑ์ในอนาคต ไม่ใช่คำมั่นว่าพอยต์จะถูกแลกเป็นโทเคน

รอบ ๆ พอยต์ยังมีอีกสองระบบที่เดินคู่กันอยู่ ระบบแรกคือ Mindshare Mining ซึ่งเป็นกระดานอันดับรายสัปดาห์สำหรับการโพสต์บนโซเชียล โดยมีกองรางวัลและน้ำหนักการให้รางวัลแยกเป็นของตัวเอง อีกระบบคือ Network Strength ซึ่งเป็นบันไดค่าประสบการณ์ 99 ระดับ

กระดานอันดับสองชุดที่เดินคู่กัน แทนการแบ่งเป็นซีซัน

โครงสร้างรางวัลของที่นี่ไม่ได้แบ่งเป็นซีซันที่มีชื่อและมีวันปิด แต่ใช้กระดานอันดับสองชุดเดินคู่กันไป ชุดแรกคือรางวัลจากกิจกรรมทั่วไปที่แจกเป็นรายวัน ชุดที่สองคือ Mindshare Mining ที่ตัดสินเป็นรายสัปดาห์ ทั้งสองชุดมีกองรางวัลและน้ำหนักแยกกัน ซึ่งผู้ให้บริการอธิบายว่าตั้งใจไม่ให้ฝั่งโซเชียลดูดกองรางวัลส่วนกลางไป

ส่วนที่มีซีซันจริง ๆ คือ Creator Program ซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับพอยต์ Season 1 ของโปรแกรมนั้นปิดไปแล้วเมื่อ 2026-07-08 และ Season 2 ถูกประกาศไว้ว่าจะมี แต่ยังไม่มีการกำหนดวัน

สำหรับคนที่เพิ่งสมัครวันนี้ ข้อมูลชุดนี้แปลว่าไม่มีเส้นตายของซีซันให้ต้องรีบ และไม่มีวันสแนปช็อตสิทธิ์ที่ประกาศไว้ล่วงหน้าให้วางแผนล่วงหน้าได้

สิ่งที่ผู้ให้บริการประกาศไว้ และสิ่งที่ยังไม่เคยประกาศ

จุดที่ต้องแยกให้ขาดคือ ผู้ให้บริการไม่ได้ใช้คำว่า airdrop กับโปรแกรมพอยต์ที่เดินอยู่ และไม่เคยเผยแพร่คำมั่นว่าพอยต์จะถูกแปลงเป็น $PULT ในอัตราใด

จุดเชื่อมที่ชัดที่สุดเท่าที่เผยแพร่ออกมามีสองชิ้น ชิ้นแรกคือการ์ดโปรโมชันในแอปที่เขียนว่า “$PULT Airdrop — Points matter: airdrop to most active users” ชิ้นที่สองคือคำแถลงช่วงก่อนเปิดตัว ที่ระบุว่าคะแนนบนกระดานอันดับมี “future eligibility for protocol revenue share” ทั้งสองชิ้นบอกว่ามีความตั้งใจจะเชื่อมพอยต์เข้ากับโทเคน แต่ไม่มีชิ้นใดบอกว่าเชื่อมด้วยอัตราเท่าไร

สิ่งที่ไม่มีเลยคืออัตราแปลง วันสแนปช็อตสิทธิ์ และขนาดของการจัดสรรสำหรับ airdrop ที่อิงพอยต์ และในทางกลับกันก็ไม่มีคำปฏิเสธชัด ๆ ว่าจะไม่มี airdrop เช่นกัน ความกำกวมนี้คือสถานะจริง ณ ตอนนี้ และเราขอเขียนออกมาตรง ๆ แทนที่จะเลือกข้างให้ผู้อ่าน

ส่วนสถานะของตัวโทเคน $PULT ณ 2026-08-15 คือยังไม่ออก ถ้อยคำของผู้ให้บริการเองเรื่องกำหนดการนำเข้าตลาดคือ “H2 2026” ซึ่งเราขออ้างเป็นคำพูดของผู้ให้บริการพร้อมวันที่ ไม่ใช่การคาดการณ์ของบทความนี้ และด้วยเหตุผลเดียวกัน เราจะไม่ประเมินมูลค่าโทเคน และจะไม่เขียนว่าพอยต์ “จะ” มีค่าเท่าไร เพราะยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่รองรับข้อความแบบนั้น

แคมเปญที่จัดสรรแล้วแต่ยังไม่จ่าย และเงื่อนไขผู้เข้าร่วม

ที่ผ่านมามีสองแคมเปญที่ประกาศจำนวนโทเคนไว้เป็นตัวเลขชัดเจน และทั้งคู่ปิดรับไปแล้ว

2026-06-24 ถึง 2026-07-01

Binance Wallet x Catapult Trade

กองรางวัล 1,666,667 $PULT เปิดเฉพาะผู้ใช้ Binance Wallet แบบ Keyless คัดผู้รับสูงสุด 10,000 ราย แบ่งเท่ากัน ตัดสินด้วย Binance Chain Hash Value และระบุว่าจะจ่ายหลังโทเคนเปิดตัว
เริ่ม 2026-07-23 นาน 14 วัน

Catapult Trade x KuCoin Web3

กองรางวัล 166,666 $PULT เปิดให้ผู้ใช้ KuCoin Web3 Wallet ผู้ที่ทำภารกิจครบเป็น 5,000 คนแรก แบ่งกันเท่า ๆ กันตามลำดับก่อนหลัง และระบุว่าจะจ่ายหลังโทเคนเปิดตัวเช่นกัน

สองเรื่องที่ควรอ่านจากตารางข้างบนคือ ทั้งคู่ผูกกับวอลเล็ตของผู้ให้บริการรายอื่น ไม่ใช่สิ่งที่คนสมัคร Catapult วันนี้จะเข้าร่วมได้ และทั้งคู่เป็นการจัดสรรที่ยังไม่ส่งมอบ ณ 2026-08-15 เพราะโทเคนยังไม่ออก

อีกข้อที่ตามมาจากรูปแบบนี้คือ ข้อจำกัดเรื่องผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดเป็นข้อจำกัดรายแคมเปญ ไม่ใช่กติกากลางของโปรแกรม ตัวโปรแกรมพอยต์เองไม่มีนโยบายป้องกันการปั่นระบบที่เผยแพร่เป็นสาธารณะ ผู้ให้บริการระบุเพียงว่าเข้มงวดกับพฤติกรรมทุจริต โดยไม่ได้อธิบายว่าวัดอย่างไรหรือบังคับใช้อย่างไร

สิ่งที่ซื้อขายกันบน Catapult Trade คือกราฟสังเคราะห์ ไม่ใช่สินทรัพย์จริง

ถ้าอ่านบทความนี้แค่หัวข้อเดียว ขอให้เป็นหัวข้อนี้ เพราะคนไทยที่ค้นหาชื่อ Catapult Trade เกือบทั้งหมดเดินเข้ามาด้วยสมมติฐานว่ามันคือกระดานเทรดคริปโตอีกเจ้าหนึ่ง และสมมติฐานนั้นไม่ตรงกับสิ่งที่แพลตฟอร์มนี้เป็น

ใครเป็นผู้ดำเนินการ และเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่เมื่อไร

นิติบุคคลที่ระบุไว้ในเอกสารกฎหมายในตัวแอปเองคือ Catapult LLC. จดทะเบียนที่ St. Vincent & the Grenadines ไม่มีการเปิดเผยนิติบุคคล สาขา หรือตัวแทนในประเทศอื่นเพิ่มเติม

ผู้บริหารที่เปิดเผยชื่อมีเพียงรายเดียว คือ Cookie Dang ตำแหน่ง VP of Growth and Co-Founder ซึ่งเข้าร่วมเมื่อ 2026-05-06 ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ก่อตั้งหรือซีอีโอที่ใดเลย และเขตอำนาจที่จดทะเบียนก็ไม่มีทะเบียนสาธารณะของกรรมการหรือผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ แปลว่าตัวตนของทีมที่ดูแลเงินของผู้ใช้อยู่นอกเหนือสิ่งที่บุคคลภายนอกตรวจสอบได้

2025-08
เปิด Turbo แบบอัลฟาจำกัดสิทธิ์ ต้องมีบัญชีโซเชียลและวอลเล็ตจึงเข้าได้
2025-09-19
เปิดเบตาแบบต้องมีโค้ดเชิญและลงทะเบียนรอคิว
2025-12
เริ่มเปิดให้ใช้งานทั่วไป ไม่จำกัดสิทธิ์อีกต่อไป
2026-01-28
เปิดเส้นทางนำโทเคนที่ถึงเกณฑ์ออกสู่เชนจริง
2026-02-14
เปิดเบตา Futures ที่เลเวอเรจ 5x และเพดานสถานะ 300 USD
2026-04-23
ขยายเพดานถึง 20,000 USD และเลเวอเรจสูงสุด 125x ตามโหมดความเร็ว
2026-06-04
เปิด API สาธารณะแบบ GraphQL และ WebSocket

สิ่งที่เส้นเวลานี้บอกมีสองอย่าง อย่างแรกคือประวัติการเปิดให้บริการจริงยังสั้น นับจากการเปิดทั่วไปถึงตอนนี้อยู่ที่ราวแปดเดือน อย่างที่สองคือเพดานความเสี่ยงถูกขยายเร็วมากภายในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น จากเพดานสถานะหลักร้อยดอลลาร์ไปเป็นหลักสองหมื่นดอลลาร์ภายในราวสองเดือน

โทเคนสังเคราะห์ที่มีอายุจำกัด คือสิ่งที่ซื้อขายกันจริง

ตลาดแต่ละแห่งบนแพลตฟอร์มนี้คือโทเคนสังเคราะห์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นมาเอง แต่ละตัวมีอายุตั้งแต่ 30 วินาทีจนถึง 4 ชั่วโมงแล้วก็หมดอายุไป ไม่ใช่รายการสินทรัพย์ที่ถูกลิสต์ไว้ถาวรแบบกระดานเทรด และมีเพดานช่องโทเคนสาธารณะที่เปิดพร้อมกันได้ 600 ช่อง

เส้นราคาของโทเคนแต่ละตัวถูกสร้างขึ้นด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า Geometric Brownian Motion โดยตั้งค่าการไหลของราคาหรือ drift ไว้ที่ศูนย์ พูดให้ตรงที่สุดคือ ราคาไม่ได้เกิดจากคนซื้อคนขาย แต่เกิดจากเครื่องยนต์ที่คำนวณเส้นทางราคาขึ้นมา

คำว่า “Futures” ที่ปรากฏบนหน้าจอจึงหมายถึงการเปิดสถานะซื้อหรือขายพร้อมเลเวอเรจบนโทเคนสังเคราะห์เหล่านี้ ไม่ใช่สัญญาฟิวเจอร์สแบบถาวรบนคริปโตจริง ไม่มีอัตราค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืนที่เรียกว่า funding rate และไม่มีดัชนีอ้างอิงจากตลาดภายนอก สถานะจะปิดเมื่อผู้ใช้ปิดเอง เมื่อถูกล้างพอร์ต หรือเมื่อโทเคนตัวนั้นหมดอายุ

ในทำนองเดียวกัน คำว่า “Spot” ที่นี่หมายถึงการซื้อขายโทเคนสังเคราะห์แบบไม่ใช้เลเวอเรจ ไม่ใช่การซื้อขายคริปโตจริงอย่างที่คำนี้หมายถึงบนกระดานทั่วไป จุดนี้ต้องบอกให้ชัดเป็นพิเศษ เพราะเป็นคำเดียวกันที่คนไทยเห็นแล้วเข้าใจเป็นอีกความหมายหนึ่งทันที

แล้ว “ไม่มีสินทรัพย์อ้างอิงจริง” แปลว่าอะไรในทางปฏิบัติ แปลว่าไม่มีราคาตลาดข้างนอกให้เอามาเทียบว่าราคาบนหน้าจอถูกหรือแพง ไม่มีช่องทางทำอาร์บิทราจที่จะดึงราคาให้กลับเข้าหาค่าที่ควรจะเป็น และตัวเลขบนกราฟไม่มีความหมายใด ๆ นอกแพลตฟอร์มนี้ กำไรและขาดทุนเป็นของจริงเพราะเงินที่ใส่เข้าไปเป็นของจริง แต่สิ่งที่กำหนดกำไรขาดทุนไม่ใช่ตลาด

ราคาเกิดนอกเชน และคู่สัญญาของทุกคำสั่งคือวอลต์ของผู้ให้บริการ

การเทรด การสร้างราคา และการชำระสถานะ ทำงานอยู่บนระบบหลังบ้านของผู้ให้บริการเป็นหลัก ส่วนที่แตะเชนจริง มีการระบุ HyperEVM ไว้เป็นเครือข่ายที่แพลตฟอร์มใช้งานอยู่ และโทเคนที่ผ่านเกณฑ์จะถูกนำออกสู่ Solana

พื้นที่ที่อยู่บนเชนจริงจึงจำกัดอยู่แค่สามอย่าง คือธุรกรรมฝากถอน ค่าผูกมัดของการพิสูจน์ความยุติธรรม และพูลสภาพคล่องของโทเคนที่ออกสู่เชนไปแล้ว ส่วนที่เหลือทั้งหมดอยู่นอกเชน ซึ่งสอดคล้องกับที่ DeFi Llama บันทึกเชนของโปรโตคอลนี้ไว้ว่า “Off Chain”

ในเชิงกลไกการจับคู่ ที่นี่ไม่มีสมุดคำสั่งซื้อขายและไม่มี AMM ทุกคำสั่งจับคู่กับราคาของเครื่องยนต์ทันทีโดยไม่มี slippage ไม่ว่าขนาดคำสั่งจะใหญ่แค่ไหน

ข้อที่ตามมาจากโครงสร้างนี้ และเป็นข้อที่สำคัญที่สุดในหัวข้อนี้ คือคู่สัญญาของทุกคำสั่งคือวอลต์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ผู้เทรดอีกฝั่งหนึ่ง บนกระดานทั่วไป เวลาเราได้กำไร เงินนั้นมาจากผู้เทรดที่อยู่อีกด้านของคำสั่ง แต่ที่นี่กำไรของผู้ใช้คือรายจ่ายของผู้ให้บริการโดยตรง และขาดทุนของผู้ใช้คือรายรับของผู้ให้บริการโดยตรง นี่คือข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างที่ผู้ให้บริการเขียนไว้ในเอกสารของตัวเอง ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นข้อที่เปลี่ยนวิธีอ่านทุกอย่างที่เหลือในบทความนี้

เลเวอเรจตามโหมดความเร็ว เพดานขนาดสถานะ และจุดที่ถูกล้างพอร์ต

เพดานเลเวอเรจไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวทั้งแพลตฟอร์ม แต่ถูกบังคับด้วยเครื่องยนต์และผูกกับโหมดความเร็วของโทเคนที่กำลังเทรด

SLOW / NORMAL — อายุ 4 ชั่วโมง125x
FAST — อายุ 1 ชั่วโมง40x
FLASH — อายุ 15 นาที15x
CRACK — อายุ 3 นาที5x
MAYHEM — อายุ 1 นาที (เอกสาร API ระบุ 30 วินาที)5x

ตัวเลขชุดนี้มีเงื่อนไขกำกับที่ควรอ่านคู่กันเสมอ เพราะเอกสาร API ของผู้ให้บริการเขียนไว้เองว่าค่าชุดนี้เป็น “current configuration that can change server-side” แปลว่าผู้ใช้ไม่มีหลักประกันว่าค่าที่เห็นวันนี้จะเป็นค่าเดิมในวันพรุ่งนี้ นอกจากเพดานเลเวอเรจแล้วยังมีเพดานมูลค่าสถานะอีกชั้นหนึ่งที่ 20,000 USD ต่อหนึ่งสถานะ โดยนับแยกตามโทเคน ระดับเลเวอเรจ และฝั่งที่เปิด

กฎการล้างพอร์ตเรียบง่ายและไม่มีขั้นกลาง สถานะจะถูกปิดอัตโนมัติเมื่อขาดทุนถึง -100% ของมาร์จิ้น และมาร์จิ้นทั้งก้อนจะหายไป ราคาที่ใช้ตัดสินคำนวณจากสูตรที่มีตัวแปรชื่อ buffer อยู่ในนั้น

buffer ตัวนี้ถูกตั้งไว้ให้จุดล้างพอร์ตมาถึงก่อนค่าที่คำนวณตรง ๆ เพราะเส้นราคาไม่ได้เดินต่อเนื่องเป็นเส้นเรียบ แต่เดินเป็นทิคทีละก้าวและกระโดดข้ามระดับได้ ความผันผวนระหว่างทิคอยู่ราว 0.42% บนโหมด SLOW แต่ขึ้นไปถึงราว 9.7% บนโหมด MAYHEM ทิคเดียวจึงข้ามระดับที่คำนวณไว้ได้จริง และเอกสารไม่ได้ระบุกลไกที่จะช่วยผ่อนแรงในจังหวะนั้นไว้เลย ไม่มีการล้างพอร์ตบางส่วน ไม่มีค่าปรับล้างพอร์ตแยกต่างหาก และไม่มีกลไกลดสถานะอัตโนมัติแบบที่กระดานอนุพันธ์ทั่วไปมี

ค่าธรรมเนียมต่อการเทรด และตัวเลขค่าธรรมเนียมกำไรที่เอกสารยังขัดกันเอง

ค่าธรรมเนียมหลักคือ 1% ของมูลค่าหลักประกัน เก็บทั้งตอนเปิดและตอนปิดสถานะ แบ่งครึ่งเท่ากันระหว่างโปรโตคอล 0.5% กับผู้สร้างโทเคนตัวนั้น 0.5%

ส่วนค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกำไร เป็นจุดที่เอกสารของผู้ให้บริการเองยังไม่ลงตัว

ตัวเลขที่เอกสารทางการยังไม่ตรงกันค่าธรรมเนียมที่เก็บจากสถานะที่ปิดได้กำไร: หน้า Fees ของเอกสารทางการระบุ 5% ส่วนหน้า Futures กับ litepaper รวมสองแห่ง ให้ตัวเลข 4% ทั้งหมดนี้เป็นเอกสารปัจจุบันของผู้ให้บริการเอง จึงยังไม่มีตัวเลขใดที่ยืนยันได้ว่าเป็นอัตราที่ใช้จริง

เราเลือกจะรายงานทั้งสองตัวเลขพร้อมที่มา แทนที่จะหยิบตัวใดตัวหนึ่งมาเรียกว่าอัตราจริง หรือเอามาเฉลี่ยกัน เพราะทั้งสองอย่างจะเป็นการสร้างตัวเลขที่ไม่มีแหล่งรองรับ ข้อที่ทั้งสองแหล่งตรงกันคือ สถานะที่ปิดขาดทุนไม่ถูกเก็บค่าธรรมเนียมกำไร

อีกสองข้อสั้น ๆ ที่ปิดเรื่องค่าธรรมเนียม ข้อแรก ไม่มีขั้นค่าธรรมเนียมตามปริมาณการเทรดหรือตามการสเตกใด ๆ ทุกคนจ่ายอัตราเดียวกัน ข้อที่สอง ส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้สเตก $PULT ถูกประกาศไว้แล้วแต่ยังไม่มีผล เพราะโทเคนยังไม่ออก

บัญชีเป็นวอลเล็ตฝังในระบบ และยอดคงเหลือเป็นตัวเลขที่แพลตฟอร์มดูแล

ระบบใช้เทคนิคที่เรียกว่า account abstraction ผ่านผู้ให้บริการชื่อ Privy โดยสร้างวอลเล็ตฝังในระบบหรือ embedded wallet ขึ้นมาให้ตอนเข้าใช้งาน แล้วเก็บยอดคงเหลือของผู้ใช้เป็นยอดเสมือน นี่คือเหตุผลที่เทรดได้รวดเร็วโดยไม่ต้องกดเซ็นธุรกรรมทีละคำสั่ง

ทางเข้าหลักของแพลตฟอร์มก็ไม่ใช่วอลเล็ตด้วยซ้ำ แต่เป็นอีเมลกับปุ่ม “Continue with Google” โดยการเชื่อมวอลเล็ตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่วางไว้ข้าง ๆ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นและไม่ใช่ทางเดียว

จุดนี้ต้องพูดให้ตรง คนไทยที่เห็นคำว่า “เชื่อมต่อวอลเล็ต” จะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเงินยังอยู่ในวอลเล็ตของตัวเอง และแพลตฟอร์มแค่มาขอสิทธิ์เรียกใช้ แต่รูปแบบการเก็บรักษาเงินที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อฝากเงินเข้าไปแล้ว ยอดที่เห็นบนหน้าจอคือตัวเลขในระบบบัญชีของผู้ให้บริการ ใกล้เคียงกับการมีบัญชีอยู่บนกระดานรวมศูนย์มากกว่าการถือเงินไว้เองในวอลเล็ต

และเพราะยอดเป็นตัวเลขภายในแบบนี้เอง จึงไม่มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกไว้ในสัญญาบนเชนให้ใครตรวจนับได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะกลับมาพูดถึงอีกครั้งในหัวข้อความเสี่ยง

ไม่มีการยืนยันตัวตนสักขั้น ขณะที่ช่องทางเงินสดเปิดใช้จริง

สำหรับผลิตภัณฑ์ Turbo ที่เปิดใช้งานจริงอยู่ตอนนี้ ไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตนที่ระบุไว้เลย ไม่ว่าจะตอนสมัคร ตอนฝากเงิน ตอนเทรด หรือตอนถอนเงิน

นโยบายความเป็นส่วนตัวไม่ได้เงียบเฉย ๆ แต่ระบุไว้ในเชิงบวกด้วยว่าจะไม่ขอ ไม่เก็บ และไม่ประมวลผลเอกสารระบุตัวตนของรัฐ ข้อมูลชีวมาตร ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือข้อมูลบัตรและบัญชีธนาคาร

ข้อนี้ยังคงอยู่แม้ช่องทางบัตร โอนธนาคาร Apple Pay, Google Pay, Revolut และ P2P จะเปิดใช้มาตั้งแต่ 2026-06-20 กล่าวคือมีการรับเงินสดเข้าสู่ระบบโดยไม่มีชั้นยืนยันตัวตนของแพลตฟอร์มเอง ส่วนข้อกำหนดอายุขั้นต่ำ 18 ปีมีเขียนไว้ในเอกสาร แต่ไม่มีกลไกตรวจสอบอายุใดระบุไว้เช่นกัน

การไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตนไม่ใช่ข้อดีหรือข้อเสียในตัวมันเอง แต่มันกำหนดสิ่งหนึ่งไว้ล่วงหน้า คือเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จะเหลือหลักฐานอะไรที่ผูกตัวเรากับบัญชีนั้นบ้าง ผลที่ตามมาของข้อนี้เราเก็บไว้เล่าในหัวข้อความเสี่ยง

ไม่มีผู้รวบรวมข้อมูลรายใดติดตามตัวเลขของแพลตฟอร์มนี้

เวลารีวิวกระดานเทรดสักเจ้า สิ่งที่ควรทำคือดูว่ามันอยู่อันดับที่เท่าไรของตลาด ทั้งปริมาณการเทรดต่อวัน มูลค่าสถานะคงค้าง และรายได้ค่าธรรมเนียมของโปรโตคอล สำหรับที่นี่ ตัวเลขทั้งสามชุดไม่มีอยู่จริงในรูปแบบที่ตรวจสอบได้ และการไม่มีนั้นเองคือคำตอบของคำถามว่าแพลตฟอร์มนี้อยู่ตรงไหนของตลาด

ตัวเลขที่ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้เลยสักตัว

ไม่มีผู้รวบรวมข้อมูลอิสระรายใดเผยแพร่ปริมาณการเทรด ค่าธรรมเนียม มูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อก หรือมูลค่าสถานะคงค้างของที่นี่

DeFi Llama มีหน้าโปรโตคอลของ Catapult Trade อยู่จริง อยู่ในหมวด Derivatives แต่บันทึกเชนไว้ว่า “Off Chain” และตัวเชื่อมข้อมูลปริมาณการเทรดถูกตั้งเป็นไฟล์เปล่าชื่อ dummy.js ซึ่งแปลว่าไม่มีการเก็บชุดข้อมูลจริงเลยแม้แต่วันเดียว ผลก็คือแพลตฟอร์มนี้ไม่ปรากฏในอันดับปริมาณการเทรดอนุพันธ์ของ DeFi Llama และไม่มีตัวเชื่อมข้อมูลฝั่งค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกัน

มีร่องรอยหนึ่งที่บอกว่าเรื่องนี้อยู่ในแผน คือองค์กรบน GitHub ของโครงการมีคลังโค้ดสาธารณะอยู่เพียงแห่งเดียว และคลังโค้ดนั้นคือฟอร์กของเครื่องมือทำตัวเชื่อมข้อมูลของ DeFi Llama อัปเดตล่าสุด 2026-07-06 แปลว่ามีการเตรียมยื่นตัวเชื่อมข้อมูลไว้ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่เกิดชุดข้อมูลที่ถูกติดตามจริง

ส่วนการไม่ปรากฏในรายการของ CoinGecko และ CoinMarketCap เป็นสภาพปกติของโทเคนที่ยังไม่เปิดตัว จึงไม่ต้องอ่านเป็นสัญญาณอะไรเพิ่ม

ตัวเลขขนาดที่มีอยู่ มาจากผู้ให้บริการเองทั้งหมด

85,000ผู้ใช้งานรายเดือนผู้ให้บริการระบุเมื่อ 2026-07-05
6,000,000,000 USDปริมาณสะสมเชิงมูลค่าสัญญาผู้ให้บริการระบุเมื่อ 2026-07-05
0ชุดข้อมูลจากผู้รวบรวมอิสระตรวจเมื่อ 2026-08-15

ตัวเลขสองตัวแรกมาจากเอกสารการตลาดของผู้ให้บริการเองในช่วงรอบขายโทเคน และไม่มีบุคคลที่สามรายใดตรวจสอบได้ เพราะการเทรดเกิดนอกเชนทั้งหมด จึงไม่มีธุรกรรมบนเชนให้ใครนับ

มีอีกจุดหนึ่งที่ควรวางไว้ข้าง ๆ กัน คือรายงานสื่อเมื่อ 2026-06-03 ให้ตัวเลขปริมาณการเทรดสะสมไว้ที่ 1,500,000,000 USD ซึ่งห่างจากตัวเลขข้างบนราวสี่เท่าในเวลาห่างกันราวหนึ่งเดือน ส่วนหนึ่งอธิบายได้จากป้ายกำกับที่ต่างกัน ตัวหนึ่งเขียนว่า cumulative trading volume อีกตัวเขียนว่า notional trading volume และมูลค่าสัญญาบนผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจนับมูลค่าหน้าสัญญา ไม่ใช่เงินที่ผู้ใช้ใส่เข้าไปจริง ตัวเลขจึงถูกขยายด้วยตัวคูณเลเวอเรจได้ ทั้งสองตัวมาจากฝั่งผู้ให้บริการเหมือนกัน และไม่ควรนำไปเทียบกับปริมาณของ perp DEX บนเชนราวกับเป็นหน่วยเดียวกัน

การพิสูจน์ความยุติธรรมของกราฟ พิสูจน์อะไร และไม่พิสูจน์อะไร

จุดขายทางเทคนิคที่ผู้ให้บริการพูดถึงมากที่สุดคือกลไกพิสูจน์ความยุติธรรม ซึ่งทำงานแบบผูกมัดก่อนแล้วค่อยเปิดเผย หลักการคือเส้นราคาทั้งเส้นถูกคำนวณจนจบก่อนที่ตลาดจะเปิดให้เทรด แล้วนำไปเข้ารหัสแฮชรวมกับค่าลับที่เรียกว่า salt และพารามิเตอร์ความเร็วทิค ได้ออกมาเป็นค่าแฮชที่เรียกว่า fairHash ซึ่งเผยแพร่ก่อนเปิดรับคำสั่งแรก

เมื่อโทเคนหมดอายุ ระบบจะเปิดเผยค่า salt และสตริงราคาทั้งชุดออกมา ใครก็นำไปคำนวณแฮชซ้ำเองได้ ทั้งผ่านเครื่องมือ Verify Fairness ในเบราว์เซอร์ หรือด้วยไลบรารีมาตรฐานอย่าง ethers.js

สิ่งที่กลไกนี้พิสูจน์ได้คือ เส้นราคาที่เผยแพร่ออกมาไม่ถูกแก้ไขหลังจากค่าแฮชถูกผูกมัดไปแล้ว เท่านั้น

สิ่งที่มันไม่ได้พิสูจน์มีสามอย่าง คือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ให้บริการ ความปลอดภัยของเงินที่ฝากไว้ และความเหมาะสมของพารามิเตอร์ที่ถูกเลือกไว้ตั้งแต่ก่อนผูกมัด ความยุติธรรมของกราฟกับความปลอดภัยของเงินจึงเป็นคนละเรื่องกัน ต้องแยกกันให้เด็ดขาด กราฟที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ถูกแก้ ไม่ได้แปลว่าเงินในบัญชีปลอดภัย

บริบทที่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมกลไกนี้ถึงหน้าตาแบบนี้ก็คือ มันเป็นมาตรฐานของซอฟต์แวร์คาสิโนออนไลน์ ไม่ใช่ของ perp DEX ซึ่งพิสูจน์ความถูกต้องด้วยการชำระบนเชนกับคำสั่งจริงของผู้เทรดคนอื่น ที่นี่ใช้กลไกแบบแรกเพราะตลาดของมันไม่มีราคาอ้างอิงภายนอกให้เทียบตั้งแต่ต้น

ตลาดที่ไม่ต้องมีผู้ให้สภาพคล่อง และความผันผวนที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า

ผลพลอยได้ของการไม่มีสินทรัพย์อ้างอิงคือ ตลาดที่นี่ไม่ต้องมีสมุดคำสั่ง ไม่ต้องมีผู้ให้สภาพคล่อง และไม่ต้องมีฟีดราคาจากภายนอก การสร้างตลาดขึ้นมาหนึ่งตลาดเสียแค่ค่าลิสต์แบบคงที่ ใครก็เปิดตลาดที่เทรดได้จริงขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องมีทุนสำหรับวางสภาพคล่อง

ข้อแลกเปลี่ยนก็คือสิ่งที่พูดไปแล้วในหัวข้อก่อน ราคาไม่มีความหมายทางเศรษฐกิจนอกแพลตฟอร์ม ไม่มีเส้นทางอาร์บิทราจ ไม่มีดัชนี และไม่มีสินทรัพย์อ้างอิง

ความผันผวนเองก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเอง แต่เป็นพารามิเตอร์ที่ผู้สร้างตลาดเลือกตั้งแต่ตอนสร้าง ผ่านโหมดความเร็วห้าโหมด

SLOW — อายุ 4 ชั่วโมง
ค่าความผันผวนรายวันตั้งไว้ที่ 0.50 ความผันผวนระหว่างทิคราว 0.42%
FAST — อายุ 1 ชั่วโมง
ค่าความผันผวนรายวัน 0.75 ความผันผวนระหว่างทิคราว 1.25%
FLASH — อายุ 15 นาที
ค่าความผันผวนรายวัน 1.00 ความผันผวนระหว่างทิคราว 3.33%
CRACK — อายุ 3 นาที
ค่าความผันผวนรายวัน 1.25 ความผันผวนระหว่างทิคราว 9.32%
MAYHEM — อายุ 1 นาที (เอกสาร API ระบุ 30 วินาที)
ค่าความผันผวนรายวัน 0.75 ความผันผวนระหว่างทิคราว 9.68%

มีข้อหนึ่งที่ผู้ให้บริการบันทึกไว้เองและกระทบการตัดสินใจโดยตรง คือแบบจำลองที่ใช้มีคุณสมบัติที่เรียกว่า variance drag ซึ่งทำให้เส้นทางค่ามัธยฐานไหลลงแม้จะตั้งค่า drift ไว้ที่ศูนย์ก็ตาม ผลในทางปฏิบัติคือตลาดส่วนใหญ่จะให้กราฟที่ไหลลง และกำไรไปกระจุกอยู่ในเส้นทางที่เหวี่ยงแรงซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อย นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้ให้บริการเผยแพร่เอง ไม่ใช่ข้อสังเกตของเรา

เส้นทางออกสู่เชนจริงเมื่อปริมาณถึงเกณฑ์

โทเคนสังเคราะห์ที่มีปริมาณการเทรดถึง 50,000 USD จะเข้าเกณฑ์นำออกสู่เชนจริง ระบบจะเผยแพร่ที่อยู่สัญญา ให้เวลาผู้สร้างปรับข้อมูล 15 นาที แล้วโปรโตคอลจะตั้งพูลสภาพคล่องบน Meteora บนเครือข่าย Solana ด้วยค่าธรรมเนียมฝั่งผู้สร้าง 0.5% และฝั่งแพลตฟอร์ม 0.5% ที่สะสมไว้ระหว่างช่วงที่ยังเป็นโทเคนสังเคราะห์ โดย 98% ของอุปทานเข้าพูลและ 2% ไปที่วอลเล็ตผู้สร้าง ผู้ที่เข้าซื้อในบล็อกแรกถูกปรับหนักเพื่อกันการดักซื้อ และถ้าโทเคนไปไม่ถึง 50,000 USD ภายในหนึ่งสัปดาห์ ผู้สร้างจะได้ LP ครึ่งหนึ่ง กลไกนี้เริ่มใช้เมื่อ 2026-01-28 และเป็นจุดเดียวที่ผลิตภัณฑ์สังเคราะห์เชื่อมกับตลาดจริง

ชั้นรางวัลผูกกับกิจกรรม ไม่ได้ผูกกับผลกำไร

นอกจากพอยต์แล้ว ยังมีชั้นรางวัลอีกชุดที่ทำงานคนละแบบ ชุดหลักคือ Trading Ranks ซึ่งจ่ายรางวัลครั้งเดียวตามหมุดหมายของกำไรขาดทุนสะสม แต่คิดเป็นค่าสัมบูรณ์ แปลว่าขาดทุนก็นับเป็นความคืบหน้าเหมือนกัน ไล่ตั้งแต่ระดับ 1,000 USD ไปจนถึง 10,000,000 USD รวม 25 ระดับ รางวัลจ่ายกระจาย 14 วัน โดยได้ 25% ในวันแรก และวันไหนไม่กดรับสิทธิ์ก็ตกไป

ชุดรองมี Daily Raffle ที่แบ่งกองรางวัล 500 USD ให้ผู้เทรดสิบอันดับแรกตามปริมาณหลักประกัน มี Boosters ที่ผู้สร้างโทเคนซื้อเพื่อดันการมองเห็น และมีบันไดค่าประสบการณ์ชื่อ Network Strength 99 ระดับ

กลไกทั้งชุดนี้มีคุณสมบัติร่วมกันอย่างหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนเริ่มเทรด คือความคืบหน้าของรางวัลขึ้นอยู่กับปริมาณกิจกรรม ไม่ใช่ผลกำไร ยิ่งเทรดมากยิ่งคืบหน้าเร็ว โดยไม่เกี่ยวว่าบัญชีจะกำไรหรือขาดทุน

การรับรองจากภายนอกที่มีอยู่จริง คือผู้ลงทุนกับดีลกระจายผ่านวอลเล็ต

ในเมื่อไม่มีข้อมูลจากผู้รวบรวมอิสระ คำถามที่เหลือคือมีบุคคลที่สามรายใดรับรองแพลตฟอร์มนี้บ้าง คำตอบมีอยู่สามกลุ่มและจบเพียงเท่านี้

กลุ่มแรกคือผู้ลงทุน KuCoin Ventures ถูกประกาศเป็นผู้สนับสนุนในรอบระดมทุนเมื่อ 2026-03-23 โดยไม่เปิดเผยจำนวนเงิน กลุ่มที่สองคือดีลการกระจาย ได้แก่ Binance Wallet ที่เพิ่ม Catapult เข้ารายการ dApps คัดสรรเมื่อ 2026-06-25 แคมเปญร่วมกับ KuCoin Web3 Wallet และแคมเปญร่วมกับ Gate กลุ่มที่สามคือการตรวจสอบอิสระ ซึ่งมีอยู่สองครั้งและมีขอบเขตจำกัดอยู่ที่บริการสร้างราคาเท่านั้น รายละเอียดของขอบเขตนั้นเราแยกไปไว้ในหัวข้อความเสี่ยง เพราะเป็นจุดที่ตีความผิดกันบ่อยที่สุด

แพลตฟอร์มกันเฉพาะสหรัฐฯ และไม่ถือใบอนุญาตในประเทศใดเลย

หัวข้อนี้พูดถึงฝั่งผู้ให้บริการ คือดูว่าตัวแพลตฟอร์มเองประกาศกันประเทศไหนออกไว้บ้าง บังคับใช้อย่างไร และยืนอยู่ตรงไหนในสายตาของหน่วยงานกำกับทั่วโลก ส่วนสถานะของผู้อ่านในประเทศไทยอยู่ในหัวข้อถัดไป

พื้นที่เดียวที่แพลตฟอร์มกันออกด้วยตัวเอง

ถ้อยคำที่ใช้กันพื้นที่ออกอยู่ในนโยบายความเป็นส่วนตัว หัวข้อ “Eligibility & locality” ซึ่งระบุว่าบริการนี้มีไว้สำหรับบุคคลธรรมดาอายุ 18 ปีขึ้นไป และ “not available to residents, citizens or entities organised in the United States or in any territory appearing on OFAC’s sanctions list” พร้อมสงวนสิทธิ์ที่จะกันทราฟฟิกตามพื้นที่หรือระงับการเข้าถึงเพื่อบังคับใช้ข้อจำกัดเหล่านี้

พื้นที่ที่อยู่ในรายการคว่ำบาตรของ OFAC ถูกอ้างถึงด้วยการชี้ไปที่รายการนั้นเท่านั้น ไม่ได้ไล่ชื่อไว้ในเอกสาร แปลว่ามันเป็นชุดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามที่หน่วยงานสหรัฐฯ ประกาศ ไม่ใช่รายชื่อคงที่ที่อ่านครั้งเดียวแล้วจบ

นอกเหนือจากสองกลุ่มนี้ แพลตฟอร์มไม่ได้ประกาศกันประเทศใดออกเพิ่มเติมอีก

รายชื่อประเทศที่ยาวกว่ามาก อยู่ในเงื่อนไขการขายโทเคน ไม่ใช่การเข้าใช้แพลตฟอร์ม

การเข้าใช้แพลตฟอร์ม

กันไว้สองกลุ่ม

สหรัฐอเมริกา และพื้นที่ใดก็ตามที่ปรากฏในรายการคว่ำบาตรของ OFAC ซึ่งเอกสารชี้ไปที่รายการนั้นโดยไม่ได้ไล่ชื่อไว้
รอบขายโทเคน $PULT ปิดแล้วเมื่อ 2026-07-08

กันไว้สิบแปดประเทศ

กลุ่มถูกคว่ำบาตร: Iran, North Korea, Cuba, Syria, Sudan, South Sudan, Myanmar, Venezuela, Belarus, Russia และพื้นที่ในยูเครนที่ OFAC กำหนด กลุ่มจำกัด: United States, China, United Kingdom, Canada, Singapore, South Korea, Japan, Australia

ข้อที่ต้องระบุให้ชัดก่อนอ่านต่อคือ รายชื่อชุดยาวควบคุมเฉพาะการเข้าร่วมรอบขายโทเคนเท่านั้น ไม่ได้ควบคุมการเข้าใช้แพลตฟอร์มเทรด และรอบขายนั้นก็ปิดไปแล้ว

เหตุที่เรายังหยิบมาเล่าทั้งที่ปิดไปแล้ว เพราะมันเป็นรายชื่อระดับประเทศชุดเดียวที่ผู้ให้บริการเคยไล่ชื่อไว้เอง จึงเป็นหลักฐานว่าผู้ให้บริการมองตลาดที่มีการกำกับดูแลชุดใดว่าอ่อนไหว และช่องว่างระหว่างสองรายชื่อ — แพลตฟอร์มกันแค่สหรัฐฯ กับ OFAC ขณะที่รอบขายกันเพิ่มอีกเจ็ดตลาดที่มีการกำกับดูแลเข้มงวดนอกเหนือไปจากสหรัฐฯ — คือความตึงเชิงกำกับดูแลข้อหลักที่ปรากฏในบันทึกทั้งหมดของแพลตฟอร์มนี้

สำหรับผู้อ่านไทย มีข้อเท็จจริงหนึ่งประโยคที่เก็บไว้ตรงนี้ก่อน คือประเทศไทยไม่อยู่ในทั้งสองรายชื่อ ส่วนรายละเอียดว่าแปลว่าอะไรอยู่ในหัวข้อถัดไป

วิธีบังคับใช้คือสิทธิที่สงวนไว้ กลไกที่ไม่ระบุ และการรับรองตัวเอง

นโยบายสงวนสิทธิ์ที่จะกันทราฟฟิกหรือระงับการเข้าถึงไว้จริง แต่ไม่ได้อธิบายว่าจะทำด้วยวิธีใด

ในกรณีของรอบขายโทเคน วิธีที่ใช้จริงคือให้ผู้เข้าร่วมรับรองตัวเอง โดยข้อความระบุว่า “By participating, you confirm that you are not a citizen or resident of any jurisdiction listed above” ซึ่งเป็นการยืนยันด้วยคำพูดของผู้เข้าร่วมเอง ไม่ใช่การตรวจสอบ

สำหรับตัวแพลตฟอร์มเทรด ไม่มีเอกสารระบุนโยบายกันตาม IP ไม่มีการใช้บริการคัดกรองวอลเล็ตหรือคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร และไม่มีด่านรับรองตัวตนใด ๆ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนที่จะใช้พิสูจน์ถิ่นที่อยู่ได้ สิ่งเดียวที่เปิดเผยไว้และพอจะรองรับการกันตามพื้นที่ได้คือการใช้ Cloudflare เป็นเครือข่ายกระจายเนื้อหาและไฟร์วอลล์ ซึ่งบันทึกประเทศหรือภูมิภาคของผู้เข้าชมไว้

ถ้าถูกกัน ก็คือกันขาด เพราะไม่มีชั้นโปรโตคอลให้เข้าถึงอีกทาง

ผู้อ่านที่คุ้นเคยกับ DEX บนเชนจะมีภาพในหัวว่า ต่อให้หน้าเว็บถูกปิด สัญญาอัจฉริยะที่วางไว้บนเชนแล้วก็ยังอยู่และยังเข้าถึงได้ด้วยเครื่องมืออื่น ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น และความต่างข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด

เครื่องยนต์ราคา การรับคำสั่ง ระบบบัญชียอดคงเหลือ และวอลต์ที่ใช้ชำระ ล้วนเป็นระบบนอกเชนของผู้ให้บริการ เข้าถึงได้ทางอินเทอร์เฟซของผู้ให้บริการเท่านั้น คือเว็บแอป และ API แบบ GraphQL ที่ต้องใช้คีย์ซึ่งออกให้จากบัญชีบนแพลตฟอร์มอยู่ดี

ส่วนที่อยู่บนเชนจริงและเป็นอิสระจากผู้ให้บริการมีเพียงธุรกรรมฝากถอน กับพูลสภาพคล่องบน Solana ของโทเคนที่ออกสู่เชนไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่ทางเข้าสู่การเทรด

ข้อสรุปจึงตรงไปตรงมา การกันพื้นที่ที่นี่คือการตัดการเข้าถึงจริง ไม่ใช่ความไม่สะดวกที่ระดับหน้าเว็บอย่างที่เกิดกับโปรโตคอลบนเชน

ไม่มีใบอนุญาตที่ใดเลย และสิ่งที่หายไปพร้อมกับมัน

ไม่มีใบอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนด้านบริการทางการเงิน อนุพันธ์ เงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน หรือการพนัน ปรากฏในเว็บไซต์ เอกสาร litepaper นโยบาย ข้อกำหนด หรือประกาศใด ๆ ของแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งเป็นสภาพปกติของรูปแบบธุรกิจแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในตัวเอง

นิติบุคคลที่ระบุไว้เป็นบริษัทแบบ IBC ใน St. Vincent & the Grenadines ซึ่งหน่วยงานกำกับด้านการเงินของที่นั่นไม่ได้ให้ใบอนุญาตหรือกำกับดูแลธุรกิจนายหน้าฟอเร็กซ์หรืออนุพันธ์ และไม่มีทะเบียนสาธารณะของกรรมการหรือผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง

สิ่งที่สำคัญกว่าตัวสถานะไม่มีใบอนุญาต คือสิ่งที่หายไปพร้อมกับมัน ได้แก่ ไม่มีช่องทางเรียกร้องผ่านนิติบุคคลที่มีใบอนุญาต ไม่มีข้อบังคับให้แยกเงินลูกค้าออกจากเงินของบริษัท ไม่มีกองทุนชดเชยความเสียหาย และไม่มีช่องทางร้องเรียนที่อยู่ในระบบกำกับดูแลของประเทศใด สี่ข้อนี้คือสิ่งที่ผู้ใช้กระดานที่มีใบอนุญาตได้มาโดยไม่รู้ตัว และเป็นสิ่งที่ไม่มีที่นี่

ยังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการกับที่นี่ และประวัติแปดเดือนบอกได้เท่านั้น

ณ 2026-08-15 ไม่พบคำเตือน ข้อจำกัด คดี การยอมความ หรือการคว่ำบาตรจากหน่วยงานกำกับด้านการเงินหรือด้านการพนันรายใดที่เอ่ยชื่อ Catapult Trade, catapult.trade หรือ Catapult LLC. รวมถึงการค้นแบบเจาะจงกับคำที่ใช้ในรายการเตือนภัยของหน่วยงานทั้งสองสาย

บริบทที่ต้องวางคู่กันคือ ผู้ให้บริการบรรยายผลิตภัณฑ์ของตัวเองว่า “iTrading — trading wrapped in the affective and behavioral patterns of iGaming” ที่มี “structured math outcomes with house edge” แปลตรงตัวคือการเทรดที่ห่อด้วยรูปแบบทางอารมณ์และพฤติกรรมของพนันออนไลน์ และมีผลลัพธ์ทางคณิตศาสตร์ที่วางโครงไว้พร้อมส่วนได้เปรียบของเจ้ามือ ทั้งหมดนี้อยู่ในแพลตฟอร์มที่ไม่ถือใบอนุญาตใดเลย

ข้อสรุปที่ซื่อตรงที่สุดจึงเป็นแบบนี้ การไม่พบการดำเนินการสะท้อนประวัติการเปิดให้บริการที่ยังสั้นราวแปดเดือน ไม่ใช่การผ่านการตรวจสอบของใคร

ทิศทางที่อ่านได้จากเอกสารต้นทาง

ทิศทางที่มองเห็นได้จากเอกสารและประกาศของผู้ให้บริการเองมีสามเส้น เส้นแรกคือช่องทางเงินสดที่เปิดใช้เมื่อ 2026-06-20 ทั้งบัตร โอนธนาคาร Google Pay, Apple Pay, Revolut และ P2P โดยไม่มีด่านยืนยันตัวตน เส้นที่สองคือการกระจายสู่ผู้ใช้ทั่วไปที่กว้างขึ้น ทั้งการเข้ารายการ dApps คัดสรรของ Binance Wallet เมื่อ 2026-06-25 แคมเปญกับ KuCoin Web3 Wallet และ Gate รวมถึงการเข้าซื้อเครือข่ายโซเชียลที่อ้างว่าเข้าถึงผู้ใช้ได้ 15 ล้านรายขึ้นไป ตั้งแต่ 2026-05-04

เส้นที่สามคือแผนงานที่ประกาศไว้ ซึ่งเคลื่อนไปทางการเทรดสินทรัพย์จริงในรูปแบบเกม และตลาดทำนายผลใน Q3 2026 ทั้งคู่อยู่ใกล้กิจกรรมอนุพันธ์และการพนันที่มีการกำกับดูแลมากกว่ากราฟสังเคราะห์ที่ทำอยู่ตอนนี้

อ่านรวมกันแล้ว ทิศทางที่บันทึกไว้คือการมุ่งกระจายสู่ผู้บริโภคให้กว้างขึ้น ไม่ใช่การมุ่งเข้าหากรอบกำกับดูแล นี่เป็นการอ่านจากบันทึกที่มี ไม่ใช่การทำนายว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

แพลตฟอร์มไม่ได้กันผู้ใช้ไทยออก แต่ก็ไม่มีใบอนุญาตไทย

มาถึงหัวข้อที่ผู้อ่านชาวไทยมาหาโดยตรง คือสถานะของแพลตฟอร์มนี้กับกฎหมายไทย และคำถามที่อยู่ข้างหลังคำถามนั้นอีกทีคือ ถ้าใช้แล้วผู้ใช้ผิดอะไรไหม เราจะตอบทั้งสองข้อด้วยสิ่งที่ตรวจสอบได้ และจะบอกให้ชัดทุกจุดว่าตรงไหนที่เราตรวจไม่ได้

ประเทศไทย: กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลเอาผิดฝั่งผู้ให้บริการ ส่วนกฎหมายการพนันยังไม่มีคำตอบ

เริ่มจากฝั่งแพลตฟอร์มก่อน ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่แพลตฟอร์มกันออก ซึ่งกันเฉพาะสหรัฐอเมริกาและพื้นที่ที่ถูก OFAC คว่ำบาตร และไม่อยู่ในรายชื่อห้ามของรอบขายโทเคนด้วย

ส่วนคำถามว่าเปิดจากไอพีในประเทศไทยได้จริงไหม คำตอบที่ซื่อตรงคือเรายังยืนยันไม่ได้ ด้วยเหตุผลสองข้อ ข้อแรกคือ Cloudflare ที่แพลตฟอร์มใช้กันบอทอยู่ ไม่ปล่อยเบราว์เซอร์อัตโนมัติผ่านเข้าไป ข้อที่สองคือเราไม่มีเส้นทางเครือข่ายที่ออกจากประเทศไทยให้ทดสอบ สิ่งที่เรายืนยันได้คือการเรียกหน้าเว็บด้วยส่วนหัวแบบเบราว์เซอร์ปกติได้ผลลัพธ์ HTTP 200 พร้อมตัวแอปจริง ซึ่งบอกว่าการถูกปฏิเสธตอนทดสอบด้วยเบราว์เซอร์อัตโนมัติเป็นการกันบอท ไม่ใช่การกันประเทศ นี่คือขอบเขตความรู้ของเรา ไม่ใช่การรับประกันว่าผู้อ่านจะเปิดได้

อีกข้อที่ควรรู้ก่อนสมัคร และเป็นข้อที่กระทบการใช้งานจริงทุกวัน คือไม่มีอินเทอร์เฟซภาษาไทย ชุดภาษาที่ตัวแอปโหลดจริงมี be, bn, cs, de, es, fr, hi, id, ja, ko, nl, pt, ru และ uk โดยมีอังกฤษเป็นค่าเริ่มต้น และไม่มี th อยู่ในนั้น ภาพพรีวิวเวลาแชร์ลิงก์ (Open Graph) ที่ทำแยกตามภาษา ก็มีไฟล์จริงสำหรับ en, ja, ko, id, es, pt, ru, de, fr แต่ของ th ตกไปที่หน้าเปล่าของแอป แปลว่าผู้ใช้ไทยจะเจอหน้าจอภาษาอังกฤษล้วนตั้งแต่ต้นจนจบ

ในด้านสถานะทางกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ของไทย และไม่มีนิติบุคคล สาขา หรือตัวแทนในประเทศไทยที่เปิดเผยไว้ นิติบุคคลเดียวที่ระบุยังคงเป็น Catapult LLC. ที่ St. Vincent & the Grenadines

ตรงนี้ต้องบอกที่มาให้ตรง เราไม่สามารถตรวจกับทะเบียนของ ก.ล.ต. โดยตรงได้ เพราะทั้ง sec.or.th และ market.sec.or.th ตอบกลับด้วยรหัส 403 จากไฟร์วอลล์ต่อทุกวิธีที่เราลอง ข้อมูลส่วนนี้จึงมาจากแหล่งกฎหมายชั้นรองที่เราตรวจทานยันกันหลายแหล่งแล้ว ไม่ใช่จากทะเบียนต้นทาง

กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศเมื่อ 2025-04-12 และมีผลเมื่อ 2025-04-13 สาระสำคัญคือการขยายข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาตให้ไปถึงผู้ประกอบการที่อยู่นอกประเทศ หากให้บริการแก่บุคคลในประเทศไทย โดยมีเกณฑ์ชี้วัดการเจาะกลุ่มผู้ใช้ไทยไว้เจ็ดข้อ

1. แสดงเนื้อหาเป็นภาษาไทย
ตรวจจากภายนอกได้ และไม่พบชุดภาษาไทยในตัวแอปที่ให้บริการอยู่
2. ใช้โดเมน .th หรือ .ไทย หรือชื่อโดเมนที่สื่อถึงไทย
ตรวจจากภายนอกได้ โดเมนที่ใช้คือ .trade
3. รับเงินบาท หรือรับชำระผ่านบัญชีธนาคารหรืออีวอลเล็ตไทย
ตรวจจากภายนอกไม่ได้ เพราะผู้ให้บริการไม่เปิดเผยผู้ประมวลผลการชำระเงิน
4. ระบุกฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือให้ศาลไทยเป็นผู้ชี้ขาด
ตรวจจากภายนอกได้ ไม่พบข้อกำหนดลักษณะนี้
5. ซื้อโฆษณาบนเสิร์ชเอนจินที่เจาะผู้ใช้ในประเทศไทย
ตรวจจากภายนอกไม่ได้
6. มีสำนักงาน ตัวแทน หรือทีมสนับสนุนสำหรับผู้ใช้ไทย
ตรวจจากภายนอกได้ นิติบุคคลเดียวที่เปิดเผยอยู่ที่ St. Vincent & the Grenadines
7. ลักษณะอื่นที่ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม
เป็นช่องเปิดไว้ให้หน่วยงานกำกับกำหนดเพิ่มได้ในภายหลัง

ต้องบอกกรอบการอ่านตารางข้างบนไว้ให้ชัด สิ่งที่เราทำคือสังเกตตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้จากภายนอกเท่านั้น ไม่ใช่การสรุปทางกฎหมายว่าแพลตฟอร์มนี้เข้าข่ายหรือไม่เข้าข่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีแต่หน่วยงานกำกับหรือศาลเท่านั้นที่ตัดสินได้

คำถามหลักของผู้อ่านคือแล้วบทลงโทษอยู่ที่ใคร คำตอบคืออยู่ฝั่งผู้ประกอบการ การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุก 2 ถึง 5 ปี ปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

ในทางกลับกัน เราไม่พบกฎหมายไทยที่ทำให้การใช้งานแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต เป็นความผิดอาญาของผู้ใช้เอง แหล่งกฎหมายที่เราอ่านระบุว่าการใช้งานทั่วไปของผู้ใช้รายย่อยไม่ได้ถูกกำหนดเป็นความผิดโดยชัดแจ้ง โดยความรับผิดรายบุคคลพุ่งไปที่ผู้ประกอบการ และอีกกรณีหนึ่งคือบัญชีม้า ซึ่งหมายถึงผู้ที่ยอมให้บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลของตนถูกใช้โดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภายในกรอบของกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล ผลที่เกิดกับผู้ใช้จึงไม่ใช่เรื่องคดีความ แต่เป็นสามเรื่องนี้ เรื่องแรกคือไม่มีความคุ้มครองหรือช่องทางเยียวยาผ่านกรอบกำกับดูแลของไทยเลย เรื่องที่สองคือบัญชีอาจถูกอายัดได้ แหล่งกฎหมายชุดเดียวกันบันทึกไว้ว่าผู้ใช้มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกอายัดภายใต้กลไกเฝ้าระวังธุรกรรมที่น่าสงสัย ข้อนี้กระทบการตัดสินใจโดยตรง เพราะไม่ใช่ความเสี่ยงเรื่องกำไรขาดทุน แต่เป็นความเสี่ยงที่เงินจะเข้าออกไม่ได้ เรื่องที่สามคือการเข้าถึงอาจหายไปได้ เพราะหากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ออกคำสั่ง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต้องจำกัดการเข้าถึงทันทีที่ได้รับคำสั่ง กลไกนี้มีผลตั้งแต่ 2025-04-13 และคำสั่งชุดแรกมีผลจริงเมื่อ 2025-06-28 กับแพลตฟอร์มอื่นห้าราย โดยผู้ใช้ไทยได้เวลาราวหนึ่งเดือนในการถอนสินทรัพย์ออกก่อน เราเล่าเรื่องนี้ในฐานะบรรทัดฐานที่บันทึกไว้ของแพลตฟอร์มอื่น ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าจะเกิดกับที่นี่

ข้อสรุปข้างต้นมีขอบเขตอยู่แค่กรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น และยังมีกฎหมายอีกฉบับที่เดินไปถึงตัวผู้เล่นรายบุคคลได้ คือพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งมาตรา 4 ทวิ กำหนดว่าการเล่นที่รวมถึงการทายและการทำนายผล ต้องมีกฎกระทรวงระบุชื่อและเงื่อนไขไว้จึงจะเล่นได้ มาตรา 5 ให้สันนิษฐานว่าผู้ที่เข้าเล่นนั้นได้พนัน และมาตรา 12(2) วางโทษฝั่งผู้เล่นไว้ที่จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เหตุที่เราหยิบกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมากับที่นี่โดยเฉพาะ เป็นเพราะลักษณะผลิตภัณฑ์ที่ผู้ให้บริการเขียนไว้เอง ทั้งราคาที่มาจากเครื่องยนต์แทนที่จะมาจากตลาด คู่สัญญาที่เป็นวอลต์ของผู้ให้บริการ litepaper ที่พาดหัวว่า “Trade like you bet” และ Daily Raffle ที่ให้ลุ้นรางวัลทุก 24 ชั่วโมง ไม่ใช่เพราะมีใครวินิจฉัยไว้แล้ว — จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกฎกระทรวงหรือคำวินิจฉัยของหน่วยงานไทยที่พูดถึงแพลตฟอร์มนี้ เราจึงไม่ได้บอกว่ามันเข้าข่ายการพนันตามกฎหมายไทย และไม่ได้บอกว่าไม่เข้าข่ายเช่นกัน เรื่องนี้ยังไม่มีคำตอบ และเป็นข้อที่ควรรู้ว่ายังค้างอยู่ก่อนจะตัดสินใจ

สำหรับ Catapult Trade โดยเฉพาะ ณ 2026-08-15 ไม่มีหน่วยงานไทยรายใด ทั้ง ก.ล.ต. MDES กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ปปง. และกรมสรรพากร ที่เคยเอ่ยชื่อ Catapult Trade, Catapult LLC., catapult.trade หรือ $PULT ในประกาศ คำเตือน ทะเบียนเตือนภัย หรือคำสั่งปิดกั้นใด ๆ

และข้อสุดท้ายของหัวข้อนี้ต้องอ่านคู่กับข้อก่อนหน้าเสมอ การไม่พบ ไม่เท่ากับการรับรอง แพลตฟอร์มนี้เพิ่งเปิดให้บริการได้ไม่นาน และกรอบการกำกับดูแลของไทยเป็นระบบที่อิงใบอนุญาต ความเงียบจึงเป็นสภาพที่คาดหมายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าสถานะจริงจะเป็นอย่างไร

เงินฝากไปรวมในวอลต์ของผู้ให้บริการ และไม่มีหลักฐานเงินสำรองให้ตรวจ

ความเสี่ยงของการเทรดที่มีเลเวอเรจโดยทั่วไป เป็นเรื่องที่ผู้อ่านที่เคยซื้อขายคริปโตมาก่อนรู้อยู่แล้ว หัวข้อนี้จึงไม่พูดถึงมัน แต่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเลือกแพลตฟอร์มนี้โดยเฉพาะ เรียงจากข้อที่กระทบเงินต้นมากที่สุดลงไป

เงินฝากรวมอยู่ในวอลต์ของผู้ให้บริการ และไม่มีหลักฐานเงินสำรองให้ตรวจ

เงินฝากของผู้ใช้ทุกคนถูกรวมไว้ในวอลต์ที่ผู้ให้บริการควบคุม ซึ่งเป็นวอลต์เดียวกับที่เป็นคู่สัญญาของทุกคำสั่ง และยอดคงเหลือของแต่ละคนถูกบันทึกเป็นยอดเสมือนในวอลเล็ตฝังระบบที่ Privy สร้างให้

สิ่งที่ไม่มีคือหลักฐานว่าเงินก้อนนั้นมีสินทรัพย์หนุนหลังอยู่จริง ไม่มีการเผยแพร่ที่อยู่วอลเล็ตให้ใครไปตรวจนับบนเชน ไม่มีการรับรองจากบุคคลที่สาม และ DeFi Llama บันทึกโปรโตคอลนี้ว่าอยู่นอกเชนโดยไม่มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกให้ติดตาม รวมกันแล้วแปลว่าไม่มีทางใดเลยที่ผู้ใช้หรือบุคคลที่สามจะตรวจสอบได้ว่าเงินที่ฝากไว้ยังอยู่ครบ

นี่คือข้อสมมติด้านความไว้วางใจข้อใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มนี้ และเป็นคนละเรื่องกับการพิสูจน์ความยุติธรรมของกราฟที่ตรวจสอบได้จริง อย่าเอาสองเรื่องนี้มาปนกัน

รายงานตรวจสอบสองฉบับ ครอบคลุมแค่เครื่องยนต์สร้างราคา

การตรวจสอบความปลอดภัยมีสองครั้ง คือ Hashlock เมื่อ 2026-01 และ Halborn เมื่อ 2026-05-05 ทั้งสองครั้งมีขอบเขตเดียวกัน คือบริการหลังบ้านนอกเชนที่ทำหน้าที่สร้างและผูกมัดเส้นราคาสังเคราะห์

สิ่งที่ทั้งสองรายงานไม่ครอบคลุมมีรายการยาวกว่า ได้แก่ การเก็บรักษาเงินของผู้ใช้ เส้นทางฝากถอน วอลต์ที่เป็นคู่สัญญา เครื่องยนต์ล้างพอร์ตของ Futures ระบบบัญชียอดคงเหลือ และสัญญาอัจฉริยะใด ๆ ที่ถือสินทรัพย์ของผู้ใช้ ขณะที่ DeFi Llama ในฐานะแหล่งข้อมูลอิสระ บันทึกจำนวนการตรวจสอบของโปรโตคอลนี้ไว้ที่ 0

ข้อสรุปที่ถูกต้องจึงเป็นแบบนี้ รายงานสองฉบับรองรับข้อความว่าผลของกราฟไม่ถูกแก้หลังผูกมัดค่าแฮชไปแล้ว แต่ไม่รองรับข้อความว่าเงินของผู้ใช้ปลอดภัย หรือแพลตฟอร์มมีสภาพคล่องพอจะจ่ายคืน การเห็นคำว่าผ่านการตรวจสอบแล้วอ่านเป็นอย่างหลัง คือการอ่านผิดที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดกับแพลตฟอร์มลักษณะนี้

ไม่มีกองทุนชดเชย และค่าตั้งต้นของระบบเปลี่ยนได้ฝ่ายเดียว

ไม่มีกองทุนประกันหรือกลไกรองรับความเสียหายใด ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดใช้จริงอยู่ตอนนี้ กองทุนประกันที่ปรากฏใน litepaper เป็นส่วนประกอบของโหมด Hyper ซึ่งยังไม่เปิดตัว และเงินทุนมาจากรายได้ฝั่ง Hyper เท่านั้น

ในด้านการควบคุมระบบ ไม่มีเอกสารเผยแพร่เรื่องคีย์ผู้ดูแล การอัปเกรด ระบบลงนามหลายฝ่าย ระยะเวลาหน่วงก่อนเปลี่ยนแปลง หรือโครงสร้างธรรมาภิบาลใด ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการเป็นแพลตฟอร์มนอกเชนเป็นหลัก เพราะไม่มีกลไกธรรมาภิบาลบนเชนให้กำกับตั้งแต่แรก

เมื่อรวมกับที่เอกสาร API ระบุเองว่าค่าเลเวอเรจและอายุตลาด “can change server-side” ข้อสมมติเชิงปฏิบัติที่ควรใช้คือ ผู้ให้บริการควบคุมทุกอย่างได้ฝ่ายเดียว โดยไม่มีกลไกภายนอกมาถ่วง

ซอฟต์แวร์ปิด และโครงการล่าบั๊กที่อ้างถึงแต่ไม่มีหน้าโครงการ

ซอฟต์แวร์ของแพลตฟอร์มเป็นซอฟต์แวร์ปิด องค์กรบน GitHub มีคลังโค้ดสาธารณะเพียงแห่งเดียว คือฟอร์กเครื่องมือทำตัวเชื่อมข้อมูลที่พูดถึงไปแล้ว ส่วนคลังโค้ดชื่อ turbo-token-generator ที่ถูกอ้างอิงในรายงานตรวจสอบทั้งสองฉบับเป็นคลังโค้ดแบบปิด เปิดดูแล้วคืนค่า HTTP 404

ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ใช้ตรวจค่าแฮชของกราฟรายตัวย้อนหลังได้ก็จริง แต่ตรวจตัวเครื่องยนต์ ระบบบัญชี หรือตรรกะของวอลต์ไม่ได้เลย

อีกจุดหนึ่งที่ควรรู้คือ นโยบายความเป็นส่วนตัวอ้างถึง “an open bug-bounty programme (results published separately in the Docs once available)” แต่ไม่มีหน้าโครงการ ขอบเขต ตารางรางวัล หรือช่องทางส่งรายงานเผยแพร่อยู่ที่ใดเลย และในรายงานของ Hashlock ก็ระบุว่าเรตติ้งระดับสูงกว่าซึ่งเรียกว่า Hashlocked สงวนไว้ให้โครงการที่มีการล่าบั๊กหรือการเฝ้าระวังบนเชนอย่างต่อเนื่อง โดย Catapult ได้เรตติ้งระดับรองลงมาคือ Secure

ค่าธรรมเนียมคือตัวที่ทำให้ค่าคาดหมายติดลบ ตามที่ผู้ให้บริการเขียนไว้เอง

ข้อนี้ผู้ให้บริการอธิบายไว้เองในเอกสาร และเป็นคำอธิบายที่ตรงไปตรงมากว่าที่หลายคนคาด เครื่องยนต์ราคาถูกออกแบบให้เป็นกลางเชิงค่าคาดหมายก่อนหักค่าธรรมเนียม เพราะตั้ง drift ไว้ที่ศูนย์ สิ่งที่สร้างค่าคาดหมายติดลบให้ผู้เทรดจึงไม่ใช่ตัวกราฟ แต่เป็นโครงสร้างค่าธรรมเนียม

ถ้อยคำที่ใช้คือ “the fee structure introduces a localized drag on the net expected value. The 1% collateral fee increases entry and exit costs while the 5% profit fee reduces the net magnitude of outlier wins” และระบุเพิ่มว่าขนาดของส่วนต่างนี้ “scales with the volatility of the token tier” คือยิ่งเลือกโหมดที่ผันผวนแรง ส่วนต่างก็ยิ่งกว้าง ส่วนตัวเลข 5% ที่ปรากฏในถ้อยคำนี้ ยังต้องอ่านคู่กับที่เราระบุไว้ในหัวข้อค่าธรรมเนียมว่าเอกสารของผู้ให้บริการเองยังให้ตัวเลขไม่ตรงกันระหว่าง 5% กับ 4%

เพื่อความครบถ้วน ต้องระบุด้วยว่าหน้า Rewards ของผู้ให้บริการเขียนไว้ว่าคืน 50% ของส่วนต่างเชิงโครงสร้างนี้กลับสู่ผู้เทรดผ่านรางวัลตามอันดับ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากกระดานอนุพันธ์จริงอยู่ตรงปลายทางของเงิน บนกระดานจริง ค่าธรรมเนียมเกิดจากการเทรดกับผู้เทรดอีกฝั่ง แต่ที่นี่วอลต์ของผู้ให้บริการเป็นคู่สัญญาโดยตรง ค่าธรรมเนียมจึงเป็นรายได้ของผู้ให้บริการที่มาจากสถานะของผู้เทรดโดยตรง

บนโหมดเร็วที่สุด จุดล้างพอร์ตมาถึงก่อนที่สูตรจะบอก

ตัวแปร buffer ในสูตรราคาล้างพอร์ตถูกตั้งให้เลื่อนจุดล้างพอร์ตมาก่อนค่าที่สูตรคำนวณตรง ๆ โดยอิงค่าเฉลี่ยของการกระโดดข้ามระดับของราคา

บนโหมดที่เร็วที่สุด ความผันผวนระหว่างทิคอยู่ในระดับ 9.32% สำหรับ CRACK และ 9.68% สำหรับ MAYHEM ซึ่งหมายความว่าทิคเดียวก็กระโดดข้ามระดับที่คำนวณไว้ได้ ไม่ใช่เหตุการณ์หายาก

และเมื่อถึงจุดนั้น ไม่มีการล้างพอร์ตบางส่วนให้ประคองต่อ และเอกสารก็ไม่ได้ระบุกลไกลดสถานะอัตโนมัติไว้ คือเสียมาร์จิ้นของสถานะนั้นทั้งก้อน

เหตุขัดข้องที่เปิดเผยไว้ กระจุกอยู่ที่ชั้นบริดจ์ของบุคคลที่สาม

2025-12-18
ฝากถอนบางเครือข่ายล่าช้า จากปัญหาของผู้ให้บริการภายนอกที่โยงกับเครือข่าย Polygon แก้ไขได้ภายในวันเดียวกัน
2025-12-26
ปัญหาฝากถอนช่วงคริสต์มาส ไม่เปิดเผยสาเหตุ ผู้ให้บริการจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบ
2026-01-19
ระบบรับภาระสูงผิดปกติระหว่าง 13:30-15:40 UTC กราฟอัปเดตช้าและการเปิดปิดสถานะหน่วง ผู้ให้บริการแถลงว่า “This was our fault, not a user issue” และคืนเงินให้ผู้ใช้ 1,675 รายที่มีผลขาดทุนในช่วงนั้นภายในวันเดียวกัน
2026-02-06
การถอนเงินบน Solana มีปัญหา ผู้ให้บริการระบุสาเหตุที่ Relay และแนะให้ใช้เส้นทางถอนตรงแทน
2026-02-12
การฝากผ่าน Relay ล่ม จนต้องปิดฟีเจอร์ฝากเงินชั่วคราวจนแก้ไขเสร็จ
2026-07-07
API ของ Relay มีปัญหาระหว่างรอบขาย $PULT จนต้องประมวลผลธุรกรรมด้วยมือเป็นชุดตามลำดับที่ได้รับ

รูปแบบที่ผู้อ่านควรเห็นจากเส้นเวลาข้างบนมีสองอย่าง อย่างแรกคือจุดล้มเหลวที่เกิดซ้ำไม่ได้อยู่ที่หน้าจอเทรด แต่อยู่ที่ชั้นบริดจ์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่เราบอกไว้ตั้งแต่หัวข้อการฝากเงินว่าแพลตฟอร์มไม่ได้ควบคุมเอง อย่างที่สองคือมีเพียงเหตุการณ์เดียวที่ตัวเครื่องยนต์เทรดเองทำงานผิดพลาด และในครั้งนั้นผู้ให้บริการรับผิดชอบด้วยการคืนเงิน

ข้อสำคัญที่ต้องเติมไว้คือ เหตุการณ์ทั้งหมดข้างบนเป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการเปิดเผยเอง ไม่มีแหล่งอิสระรายใดติดตามหรือรวบรวมไว้ จึงบอกไม่ได้ว่านี่คือรายการทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น

สองทางที่เอกสารระบุว่าเงินหายถาวร

อ่านก่อนกดโอนครั้งแรกหนึ่ง ที่อยู่ฝากเงินที่ Relay สร้างให้ ใช้ได้ครั้งเดียวอย่างเคร่งครัด การส่งธุรกรรมที่สองไปยังที่อยู่เดิมทำให้เงินก้อนนั้นสูญถาวร ต้องขอที่อยู่ใหม่ทุกครั้งที่ฝาก สอง ห้ามตั้งถอนเงินตรงเข้าที่อยู่ฝากของกระดานเทรด เพราะกระดานส่วนใหญ่ไม่เครดิตเงินที่มาจากสัญญาอัจฉริยะ ให้ถอนเข้าวอลเล็ตของตัวเองก่อนเสมอ แล้วค่อยโอนต่อ

ทั้งสองข้อนี้ต่างจากความเสี่ยงข้ออื่นในหัวข้อนี้ เพราะไม่ใช่ต้นทุนที่ตีราคาได้ และไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องรอให้เกิด แต่เป็นอันตรายที่เอกสารทางการเขียนเตือนไว้ตรง ๆ และเกิดจากการกดผิดปุ่มเพียงครั้งเดียว

เอกสารทางการยังตามผลิตภัณฑ์จริงไม่ทัน

เอกสารของผู้ให้บริการตามหลังผลิตภัณฑ์จริงอยู่หลายจุด ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือยังบรรยายโทเคนแบบส่วนตัวที่ถูกยกเลิกไปแล้วเมื่อ 2026-03-31 และยังบรรยายชั้นแพ็กเกจของ Season 1 ที่ปิดรับซื้อใหม่ไปแล้วตั้งแต่ 2026-07-08 หลักที่ควรใช้เมื่อเจอความขัดกันคือ ยึดประกาศที่ใหม่กว่าเสมอ

มีอีกจุดหนึ่งที่ต้องเตือนเป็นพิเศษ ตัวเลขผลตอบแทนที่ยังค้างอยู่ในหน้าเอกสาร ทั้ง “Monthly ROI ≈7-14%” และ “≈168% annualized” มาจากหน้าเอกสารของโปรแกรมที่ปิดรับซื้อใหม่ไปแล้ว และเป็นถ้อยคำสัญญาผลตอบแทน ไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้อ่านจะได้รับ ใครที่ค้นเจอตัวเลขชุดนี้จากหน้าอื่น ให้รู้ไว้ว่ามันมาจากตรงนี้

ไม่มีการยืนยันตัวตน และไม่มีช่องทางร้องเรียนที่อยู่ในระบบกำกับดูแล

ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่กำหนดว่าความเสี่ยงข้ออื่นทั้งหมดจะจบลงอย่างไร แพลตฟอร์มไม่มีการยืนยันตัวตนในทุกขั้นตอน และไม่มีช่องทางร้องเรียนที่อยู่ในระบบกำกับดูแลของประเทศใด

รวมกันแล้วแปลว่าไม่มีช่องทางเรียกร้องผ่านนิติบุคคลที่มีใบอนุญาต ไม่มีข้อบังคับให้แยกเงินลูกค้า และไม่มีกองทุนชดเชย

แปลเป็นสถานการณ์จริงคือ ถ้าวันหนึ่งเกิดข้อพิพาทเรื่องยอดเงินขึ้นมา จะไม่มีหน่วยงานกำกับที่รับเรื่องแทนเราได้ และจะไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนที่ผูกกับบัญชีไว้ให้ใช้เป็นหลักฐานว่าบัญชีนั้นเป็นของเรา นี่คือเหตุผลที่เราวางข้อนี้ไว้ท้ายสุด

◆ ◇ ◆

จุดที่ต้องตัดสินใจก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรก

รหัสแนะนำยังใช้ได้อยู่ โดยทีมบรรณาธิการ chainhelm ตรวจด้วยตนเองเมื่อ 2026-08-14 และเงื่อนไขเดียวที่ชี้ขาดคือ รหัสต้องติดไปกับบัญชีตั้งแต่จังหวะที่สร้างบัญชีครั้งแรก ผูกย้อนหลังกับวอลเล็ตเดิมไม่ได้

ในขอบเขต 20 ประเทศที่บทความชุดนี้ครอบคลุม มีสองประเทศที่ใช้งานไม่ได้ คือสหรัฐอเมริกาซึ่งผู้ให้บริการระบุกันออกไว้ชัดเจน และคาซัคสถาน ส่วนประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อใดของแพลตฟอร์ม

ข้อเท็จจริงฝั่งแพลตฟอร์มที่กระทบการตัดสินใจในวันนี้มีข้อเดียว คือโปรแกรมพอยต์เดินอยู่จริง แต่ $PULT ยังไม่ออก และยังไม่มีอัตราแปลงพอยต์เป็นโทเคนที่ประกาศไว้ ใครที่สมัครเพราะเหตุผลนี้ ควรรู้ว่ากำลังสมัครเข้าไปในสถานะที่ยังไม่มีตัวเลขให้คำนวณ

ส่วนสิ่งที่ตรวจเองได้ทันทีบนหน้าจอมีอยู่อย่างเดียว คือแถบ “Referral code:” ที่ขึ้นให้เห็นก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ต ถ้าแถบนั้นขึ้นตรงกับรหัสที่เปิดลิงก์มา แปลว่ารหัสติดไปกับบัญชีแล้ว ถ้าไม่ขึ้น ให้ปิดแล้วเปิดใหม่จากลิงก์เดิมก่อนจะเดินต่อ