— สารบัญ 11 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ Antarctic “6LAP168t” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 ขั้นตอนการสมัคร Antarctic ด้วยรหัสแนะนำ
  3. 03 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Antarctic เสร็จ
  4. 04 รหัสแนะนำ Antarctic เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  5. 05 AX Points สะสมจากการเทรดและการวางสภาพคล่อง แต่ถูกหักและเผาเมื่อบัญชีหยุดเคลื่อนไหว
  6. 06 Antarctic ไม่เปิดชื่อผู้บริหาร มีสัญญา Perpetual 32 คู่ และคิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 0.02% / 0.05%
  7. 07 Antarctic อยู่อันดับ 6 จาก 66 ด้าน Open Interest บน DefiLlama ขณะที่ตัวเลขแต่ละแหล่งต่างกันหลายสิบเท่า
  8. 08 ข้อกำหนดของ Antarctic ตัดผู้ใช้จาก 13 ประเทศออก และตัวแพลตฟอร์มไม่ได้ถือใบอนุญาตจากหน่วยงานใด
  9. 09 ผู้ใช้ในไทยเข้า Antarctic ได้ แต่ไม่มีใบอนุญาตไทยและอยู่นอกการคุ้มครองในประเทศ
  10. 10 ความเสี่ยงเฉพาะของ Antarctic: ไม่มีการเปิดเผยผลออดิตสัญญา ไม่ระบุที่มาของราคา และมีเพดานการถอนต่อวัน
  11. 11 รหัสแนะนำมีผลเมื่ออยู่ในช่องก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น

รหัสแนะนำ Antarctic เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-08-16 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

รหัสแนะนำจะมีผลเฉพาะกับการเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะไม่มีผลย้อนหลัง

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Antarctic จุดเด่นของ Antarctic การใช้งานได้หรือไม่ในไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ Antarctic “6LAP168t” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Antarctic ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-16 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “6LAP168t” ยังใช้ได้อยู่

รหัสที่เราถืออยู่คือ 6LAP168t และลิงก์สมัครที่ใส่รหัสนี้มาให้แล้วคือ https://partner.antarctic.live/code/6LAP168t ส่วนวันที่เราลงมือตรวจสอบคือ 2026-08-16

หลักฐานอยู่ในหน้าต่างเข้าสู่ระบบ เมื่อเปิดหน้าเว็บจากลิงก์ข้างต้นแล้วกดปุ่ม “Trade Now” หน้าต่างเข้าสู่ระบบจะซ้อนขึ้นมาบนหน้าเดิม ในหน้าต่างนั้นจะมีรายการวอลเล็ตเรียงอยู่ใต้หัวข้อ “Connect Wallet” และใต้รายการวอลเล็ตลงมาคือช่องที่กำกับว่า “Referral Code (Optional)” ซึ่งมีค่า 6LAP168t กรอกมาให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนกดเลือกวอลเล็ต เราเห็นช่องนี้ทั้งบนเบราว์เซอร์คอมพิวเตอร์และบนมือถือ โดยวางอยู่ใต้แถวปุ่มวอลเล็ตเหมือนกัน

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าต่างเข้าสู่ระบบและรายการวอลเล็ต
2026-08-16
หน้าต่างเข้าสู่ระบบและรายการวอลเล็ต
หน้าต่างเข้าสู่ระบบเรียงวอลเล็ตหกแบบไว้ใต้ "Connect Wallet" โดยช่องโค้ดแนะนำแสดง 6LAP168t และช่องยอมรับเงื่อนไขมีเครื่องหมายถูกอยู่แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

รหัสจะติดไปกับบัญชีได้สองทาง ทางแรกคือเปิดหน้าเว็บจากลิงก์แนะนำ แล้วช่องนี้ถูกกรอกให้อัตโนมัติ ทางที่สองคือพิมพ์รหัสลงในช่องเดียวกันนี้เองก่อนกดเชื่อมต่อ และช่องนี้ยังเป็นช่องเดียวกันไม่ว่าจะเริ่มด้วยวอลเล็ต อีเมล เบอร์โทร หรือบัญชี social ก็ตาม

ที่ต้องระวังคือช่องนี้แก้ไขได้ และหน้าจอกำกับไว้เองว่าเป็นช่องที่ไม่บังคับกรอก ค่าที่ลิงก์ใส่มาให้จึงไม่ใช่สิ่งที่ล็อกตายตัว ก่อนกดเลือกวอลเล็ตทุกครั้ง ให้กวาดตาอ่านค่าในช่องอีกรอบว่ายังเป็น 6LAP168t อยู่ โดยเฉพาะเมื่อเปิดลิงก์ค้างไว้นาน ปิดแท็บทิ้งแล้วเปิดใหม่ หรือสลับไปใช้อีกเบราว์เซอร์หนึ่ง

และเพราะหน้าจอเชื่อมต่อไม่ได้แสดงผลการผูกรหัสให้ดูหลังจากที่เชื่อมต่อเสร็จแล้ว จุดที่ตรวจได้จริงจึงมีอยู่จุดเดียว คือหน้าต่างเข้าสู่ระบบก่อนกดเลือกวอลเล็ต

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

ขั้นตอนการสมัคร Antarctic ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ก่อนเริ่ม มีสองเรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อน เรื่องแรกคือวอลเล็ตที่เอกสารทางการระบุว่าต่อได้โดยตรงมีสี่ตัว คือ MetaMask, OKX Wallet, Binance Wallet และ Ledger ส่วนวอลเล็ตอื่นต่อผ่าน WalletConnect ด้วยการสแกน QR อย่างไรก็ตาม หน้าจอจริงที่เราบันทึกไว้เมื่อ 2026-08-16 แสดงรายการเป็น MetaMask, OKX Wallet, Bitget Wallet, Gate Wallet, Wallet Connect และ Binance Wallet ซึ่งไม่ตรงกับรายชื่อในเอกสารเสียทีเดียว ในบทความนี้เราจึงอ้างอิงตามที่เห็นในภาพ

เรื่องที่สองคือถ้ายังไม่มีวอลเล็ต ก็ยังเริ่มด้วยอีเมล เบอร์โทร หรือบัญชี social ได้ โดยระบบจะสร้างที่อยู่วอลเล็ตให้อัตโนมัติ และช่องรหัสแนะนำก็เป็นช่องเดียวกันกับเส้นทางวอลเล็ต จุดที่เอกสารทางการไม่ได้ระบุไว้เลยคือใครเป็นผู้ถือกุญแจของวอลเล็ตที่ระบบสร้างให้ในเส้นทางนี้ เราจึงตอบได้เพียงว่ายังไม่มีการเปิดเผยในเรื่องนี้

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Antarctic ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. เข้าหน้าแรกจากลิงก์แนะนำแล้วคลิก “Trade Now”

— ภาพ 2
หน้าแรกที่มีปุ่ม "Trade Now"
2026-08-16
หน้าแรกที่มีปุ่ม "Trade Now"
หน้าแรกที่เปิดจากลิงก์แนะนำ วางปุ่ม "Trade Now" ไว้กลางจอใต้ข้อความ AX Mainnet is Live — Secure and Seamless ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

คลิกปุ่ม “Trade Now” ที่อยู่กลางหน้าแรกซึ่งเปิดขึ้นจากลิงก์แนะนำ หน้าต่างเข้าสู่ระบบจะซ้อนขึ้นมาบนหน้าเดิมโดยไม่ต้องเปิดแท็บใหม่

3. เลือกวอลเล็ตใน “Connect Wallet” พร้อมตรวจโค้ดแนะนำ

— ภาพ 3
หน้าต่างเข้าสู่ระบบและรายการวอลเล็ต
2026-08-16
หน้าต่างเข้าสู่ระบบและรายการวอลเล็ต
หน้าต่างเข้าสู่ระบบเรียงวอลเล็ตหกแบบไว้ใต้ "Connect Wallet" โดยช่องโค้ดแนะนำแสดง 6LAP168t และช่องยอมรับเงื่อนไขมีเครื่องหมายถูกอยู่แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในหน้าต่างเข้าสู่ระบบ ให้คลิกวอลเล็ตที่ใช้อยู่จากรายการใต้หัวข้อ “Connect Wallet” ซึ่งมี “MetaMask” “OKX Wallet” “Bitget Wallet” “Gate Wallet” “Wallet Connect” และ “Binance Wallet” ให้เลือก แล้วคำขอเชื่อมต่อจะเด้งขึ้นทางฝั่งวอลเล็ต

ก่อนคลิก ให้ดูช่อง “Referral Code (Optional)” ที่มีโค้ด 6LAP168t กรอกมาจากลิงก์ไว้ให้แล้ว ปล่อยค่านี้ไว้ตามเดิม และตรวจว่าช่องยอมรับ “Privacy Policy” กับ “User Agreement” ติ๊กไว้แล้ว

หากไม่ใช้วอลเล็ต ยังเริ่มด้วยอีเมล เบอร์โทร หรือบัญชี Twitter Discord และ Apple ได้ โดยโค้ดแนะนำในช่องเดียวกันนี้ใช้ร่วมกับทุกวิธี

4. ตรวจที่อยู่เว็บแล้วคลิก “Connect” ในวอลเล็ต

— ภาพ 4
หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อของวอลเล็ต
2026-08-16
หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อของวอลเล็ต
หน้าต่าง "Connect to Dapp" แสดงที่อยู่ https://www.antarctic.exchange กับเครือข่าย Ethereum และมีปุ่ม "Connect" อยู่ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าต่างวอลเล็ตหัวข้อ “Connect to Dapp” จะเด้งขึ้นมาขอสิทธิ์เชื่อมต่อ ให้เทียบที่อยู่เว็บในหน้าต่างว่าเป็น https://www.antarctic.exchange จริง และดูเครือข่ายมุมขวาบนว่าเป็น Ethereum จากนั้นคลิก “Connect” เพื่ออนุญาต หรือคลิก “Cancel” หากที่อยู่ไม่ตรง

5. เปิดวอลเล็ตเพื่อรับคำขอเซ็นข้อความ

— ภาพ 5
หน้าต่างรอลายเซ็นบนเว็บ
2026-08-16
หน้าต่างรอลายเซ็นบนเว็บ
หน้าต่าง "Sign message" แสดงที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อ พร้อมแจ้งว่าการเซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายและให้ไปตรวจคำขอที่วอลเล็ต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่ออนุญาตเชื่อมต่อแล้ว เว็บจะเปิดหน้าต่าง “Sign message” ที่แสดงที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อพร้อมข้อความ “Please check wallet for request” ให้เปิดวอลเล็ตขึ้นมาดูคำขอลายเซ็นที่รออยู่

หน้าต่างเดียวกันระบุว่าการเซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายและจะไม่ส่งธุรกรรมใด ๆ ทั้งยังแจ้งว่าผู้ใช้ใหม่จะได้รับคำขอเซ็นสองครั้ง จึงไม่ต้องแปลกใจหากมีคำขอขึ้นซ้ำ

6. ตรวจข้อความ “Antarctic Login” แล้วคลิก “Sign”

— ภาพ 6
คำขอเซ็นข้อความในวอลเล็ต
2026-08-16
คำขอเซ็นข้อความในวอลเล็ต
คำขอของวอลเล็ตแสดง Sign Text เป็น Antarctic Login ต่อด้วยรหัสใช้ครั้งเดียว และมีปุ่ม "Sign" อยู่ด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ที่หน้าต่างคำขอของวอลเล็ต ให้อ่านช่อง “Sign Text” ว่าเป็นข้อความ “Antarctic Login” ตามด้วยรหัสแบบใช้ครั้งเดียว และที่อยู่ด้านบนเป็น https://www.antarctic.exchange จากนั้นคลิก “Sign” เพื่อเซ็น แล้วคำขอจะเข้าสู่ขั้นยืนยันต่อไป

7. คลิก “Confirm” เพื่อยืนยันลายเซ็น

— ภาพ 7
ขั้นยืนยันลายเซ็นในวอลเล็ต
2026-08-16
ขั้นยืนยันลายเซ็นในวอลเล็ต
หน้าต่างเดิมยังแสดงข้อความที่จะเซ็น แต่ปุ่มด้านล่างเปลี่ยนเป็น "Confirm" แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เนื้อหาที่จะเซ็นยังเป็นชุดเดิม แต่ปุ่มด้านล่างเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้คลิกเพื่อยืนยัน เมื่อยืนยันแล้ว วอลเล็ตจะส่งลายเซ็นกลับไปและเชื่อมต่อกับ Antarctic เรียบร้อย

ขั้นที่ 5 ถึง 7 เป็นการเซ็นข้อความ ซึ่งไม่เหมือนการอนุมัติธุรกรรม การเซ็นข้อความคือการใช้กุญแจในวอลเล็ตพิสูจน์ว่าเราเป็นเจ้าของที่อยู่นั้นจริง ไม่มีการย้ายเหรียญออกจากวอลเล็ตและไม่มีค่าแก๊ส ส่วนธุรกรรมที่เสียค่าแก๊สจริงจะเริ่มมีตอนฝากเงินในบทถัดไป

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Antarctic บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

2. แตะ “Trade Now” บนหน้าแรกจากลิงก์แนะนำ

— ภาพ 2
หน้าแรกบนมือถือกับปุ่ม "Trade Now"
2026-08-16
หน้าแรกบนมือถือกับปุ่ม "Trade Now"
หน้าแรกบนมือถือวางโลโก้ Antarctic ไว้กลางจอ และมีปุ่ม "Trade Now" อยู่ใต้ข้อความแนะนำ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

แตะปุ่ม “Trade Now” ที่อยู่กลางหน้าแรกซึ่งเปิดขึ้นจากลิงก์แนะนำ หน้าจอเข้าสู่ระบบจะแสดงต่อทันทีโดยไม่ต้องออกจากหน้าเดิม

3. แตะเลือกวอลเล็ตพร้อมตรวจโค้ดแนะนำ

— ภาพ 3
หน้าจอเข้าสู่ระบบบนมือถือ
2026-08-16
หน้าจอเข้าสู่ระบบบนมือถือ
หน้าจอเข้าสู่ระบบบนมือถือเรียงปุ่มวอลเล็ตเป็นสองคอลัมน์ ถัดลงมาคือช่องโค้ดแนะนำที่แสดง 6LAP168t ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

บนหน้าจอเข้าสู่ระบบ ให้แตะวอลเล็ตที่ใช้อยู่จากรายการใต้หัวข้อ “Connect Wallet” ซึ่งมี “MetaMask” “OKX Wallet” “Bitget Wallet” “Gate Wallet” “Binance Wallet” และปุ่ม “Wallet Connect” เต็มความกว้างอยู่ล่างสุด แล้วคำขอเชื่อมต่อจะเด้งขึ้นทางฝั่งวอลเล็ต

ก่อนแตะ ให้ดูช่อง “Referral Code (Optional)” ด้านล่างที่มีโค้ด 6LAP168t กรอกมาจากลิงก์ไว้ให้แล้ว ปล่อยค่านี้ไว้ตามเดิม และตรวจว่าช่องยอมรับ “Privacy Policy” กับ “User Agreement” ติ๊กไว้แล้ว

หากไม่ใช้วอลเล็ต ยังเริ่มด้วยอีเมล เบอร์โทร หรือบัญชี Twitter Discord และ Apple ได้ โดยโค้ดแนะนำในช่องเดียวกันนี้ใช้ร่วมกับทุกวิธี

บนจอมือถือ ปุ่มวอลเล็ตถูกจัดเป็นสองคอลัมน์ และช่องรหัสแนะนำอยู่ใต้แถวปุ่มเหล่านั้นลงมา จึงต้องเลื่อนจอลงไปอ่านค่า 6LAP168t ให้เห็นกับตาก่อนแตะเลือกวอลเล็ต

4. ตรวจคำขอในแอปวอลเล็ตแล้วแตะ “Connect”

— ภาพ 4
คำขอเชื่อมต่อในแอปวอลเล็ต
2026-08-16
คำขอเชื่อมต่อในแอปวอลเล็ต
คำขอฝั่งวอลเล็ตแสดงที่อยู่ https://www.antarctic.exchange พร้อมเครือข่าย Ethereum และปุ่ม "Connect" กับ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

แอปวอลเล็ตจะแสดงคำขอเชื่อมต่อหัวข้อ “Connect to Dapp” ให้เทียบที่อยู่เว็บในคำขอว่าเป็น https://www.antarctic.exchange จริง และดูเครือข่ายที่กำกับไว้ว่าเป็น Ethereum จากนั้นแตะ “Connect” เพื่ออนุญาต หรือแตะ “Cancel” หากที่อยู่ไม่ตรง

5. สลับไปแอปวอลเล็ตเพื่อรับคำขอเซ็น

— ภาพ 5
หน้าจอรอลายเซ็นบนมือถือ
2026-08-16
หน้าจอรอลายเซ็นบนมือถือ
หน้าจอ "Sign message" บนมือถือแสดงที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อ พร้อมแถบแจ้งให้ไปตรวจคำขอที่วอลเล็ต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่ออนุญาตเชื่อมต่อแล้ว หน้าจอ “Sign message” จะขึ้นมาพร้อมที่อยู่วอลเล็ตแบบย่อและข้อความ “Please check wallet for request” ให้สลับไปที่แอปวอลเล็ตเพื่อดูคำขอลายเซ็นที่รออยู่

หน้าจอเดียวกันระบุว่าการเซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายและจะไม่ส่งธุรกรรมใด ๆ ทั้งยังแจ้งว่าผู้ใช้ใหม่จะได้รับคำขอเซ็นสองครั้ง จึงไม่ต้องแปลกใจหากมีคำขอขึ้นซ้ำ

6. ตรวจข้อความแล้วแตะ “Sign” ในแอปวอลเล็ต

— ภาพ 6
คำขอเซ็นข้อความในแอปวอลเล็ต
2026-08-16
คำขอเซ็นข้อความในแอปวอลเล็ต
คำขอฝั่งวอลเล็ตแสดง Sign Text เป็น Antarctic Login พร้อมรหัสใช้ครั้งเดียว และปุ่ม "Sign" กับ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในแอปวอลเล็ต ให้อ่านช่อง “Sign Text” ว่าเป็นข้อความ “Antarctic Login” ตามด้วยรหัสแบบใช้ครั้งเดียว และที่อยู่เว็บด้านบนเป็น https://www.antarctic.exchange จากนั้นแตะ “Sign” เพื่อเซ็น แล้วคำขอจะเข้าสู่ขั้นยืนยันต่อไป

7. แตะ “Confirm” เพื่อยืนยันลายเซ็น

— ภาพ 7
ขั้นยืนยันลายเซ็นในแอปวอลเล็ต
2026-08-16
ขั้นยืนยันลายเซ็นในแอปวอลเล็ต
คำขอเดิมยังแสดงข้อความที่จะเซ็น โดยปุ่มด้านล่างเปลี่ยนเป็น "Confirm" แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ข้อความที่จะเซ็นยังเป็นชุดเดิม แต่ปุ่มด้านล่างเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้แตะเพื่อยืนยัน เมื่อยืนยันแล้ว แอปวอลเล็ตจะส่งลายเซ็นกลับไปและเชื่อมต่อกับ Antarctic เรียบร้อย

เส้นทางมือถือจะสลับหน้าจอไปมาระหว่างเบราว์เซอร์กับแอปวอลเล็ตสองครั้ง คือตอนอนุมัติการเชื่อมต่อและตอนเซ็นข้อความ ถ้าเปิดลิงก์จากเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตตั้งแต่แรก การสลับจะน้อยลง แต่ไม่ว่าจะเริ่มจากทางไหน ปลายทางก็เหมือนกับฝั่งเดสก์ท็อป คือเชื่อมต่อสำเร็จโดยมีรหัส 6LAP168t อยู่ในช่องตั้งแต่ก่อนกดเลือกวอลเล็ต

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Antarctic เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

หลักประกันที่นี่มีสกุลเดียวคือ USDT ตั้งแต่การฝาก การถอน การวางมาร์จิ้น ไปจนถึงการชำระราคาของทุกสัญญา ใช้ USDT ทั้งหมด ยอดฝากขั้นต่ำคือ 10 USDT

เครือข่ายที่ฝากเข้ามาได้ตามที่ประกาศไว้มีสามเส้นทาง คือ Arbitrum, Ethereum และ BNB Chain แต่การตั้งค่าเหรียญที่ผู้ให้บริการเผยแพร่ผ่านระบบของตัวเองเปิดโปรไฟล์ฝากและถอน USDT ไว้เฉพาะ Arbitrum เท่านั้น ในทางปฏิบัติจึงควรถือว่า Arbitrum คือเส้นทางหลัก และถ้าจะใช้อีกสองเส้นทาง ให้ตรวจในหน้าจอจริงก่อนกดโอนทุกครั้ง เพราะการโอนผิดเครือข่ายเป็นความผิดพลาดที่แก้ย้อนหลังได้ยาก

อีกเรื่องที่ควรเข้าใจก่อนกดฝากคือเงินจะไม่ได้เข้าไปเป็นมาร์จิ้นทันที เมื่อโอนเข้ามาแล้ว ยอดจะไปอยู่ที่ “Funding Account” ซึ่งผูกกับเครือข่ายที่ใช้ฝาก จากนั้นต้องโอนภายในอีกทอดหนึ่งไปยัง “Trading Account” ซึ่งไม่ผูกกับเครือข่ายใด เงินก้อนนั้นจึงจะใช้เป็นหลักประกันของสถานะได้ พูดง่าย ๆ คือ Funding Account เป็นกระเป๋าหน้าบ้านที่รับเงินเข้าออกกับเชน ส่วน Trading Account เป็นกระเป๋าที่ใช้เทรดจริง

การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์

— ภาพ 1
หน้าเติมหลักประกันบนเว็บ
2026-08-16
หน้าเติมหลักประกันบนเว็บ
หน้า "Add Collateral" เลือก USDT บนเครือข่าย Ethereum ไว้ โดยช่อง Size ยังว่างและระบุยอดขั้นต่ำ 10.00 USDT ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เข้าเมนู “Assets” ด้านบนแล้วเปิดหน้า “Add Collateral” จากนั้นเลือกสินทรัพย์เป็น “USDT” และเลือกเครือข่ายที่จะโอนเข้ามาในหัวข้อ “Select Network” ระหว่าง “Arbitrum” “BNB Smart Chain” และ “Ethereum” ภาพนี้เลือก “Ethereum” ไว้ และใต้ช่องเครือข่ายมีค่าแก๊สโดยประมาณกำกับอยู่

ที่แท็บ “Wallet Deposit” ให้กรอกจำนวนในช่อง “Size” หรือคลิก “Maximum Amount” เพื่อใส่เต็มจำนวน แล้วคลิก “Confirm” หน้าจอกำกับทิศทางการโอนไว้ว่าจาก “User Wallet” ไปยัง “Funding Account” และ “Minimum Add Collateral Amount” คือ 10.00 USDT ส่วนแท็บ “Quick Add Collateral” ข้าง ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

— ภาพ 1
หน้าเติมหลักประกันบนมือถือ
2026-08-16
หน้าเติมหลักประกันบนมือถือ
หน้าจอมือถือเรียงหัวข้อ Asset และ Select Network ต่อด้วยรายละเอียดการเติม โดยเลือก USDT บนเครือข่าย Ethereum ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เปิดเมนูด้านบนแล้วเข้าหน้า “Add Collateral” ในหมวด “Assets” จากนั้นเลือกสินทรัพย์เป็น “USDT” และเลือกเครือข่ายในหัวข้อ “Select Network” ระหว่าง “Arbitrum” “BNB Smart Chain” และ “Ethereum” ภาพนี้เลือก “Ethereum” ไว้ พร้อมค่าแก๊สโดยประมาณกำกับใต้ช่องเครือข่าย

เลื่อนหน้าจอลงมาที่แท็บ “Wallet Deposit” กรอกจำนวนในช่อง “Size” หรือแตะ “Maximum Amount” เพื่อใส่เต็มจำนวน แล้วแตะ “Confirm” ด้านล่าง บรรทัดถัดมากำกับทิศทางการโอนไว้ว่าจาก “User Wallet” ไปยัง “Funding Account” และ “Minimum Add Collateral Amount” คือ 10.00 USDT ส่วนแท็บ “Quick Add Collateral” เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

เมื่อกด “Confirm” เงินจะโอนจากวอลเล็ตที่เชื่อมต่อไว้ไปยัง “Funding Account” และเริ่มเทรดได้เมื่อหลักประกันเข้าบัญชีเรียบร้อย

รหัสแนะนำ Antarctic เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เพียงครั้งเดียว คือตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น

หากเชื่อมต่อจนจบขั้นตอนโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ จะไม่มีวิธีย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมได้อีก ผู้ที่ยังต้องการใช้รหัสจึงต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ

เหตุผลอยู่ที่วิธีผูกความสัมพันธ์ของระบบเอง เอกสารทางการระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้แนะนำกับผู้ถูกแนะนำเกิดขึ้นตอนลงทะเบียน โดยเกิดจากการเปิดลิงก์เชิญหรือการกรอกรหัสในช่องที่กำหนดเท่านั้น ไม่มีการผูกอัตโนมัติจากที่อยู่วอลเล็ตย้อนหลัง

และเพราะช่องรหัสอยู่ในหน้าต่างเข้าสู่ระบบเดียวกันทั้งเส้นทางวอลเล็ต อีเมล เบอร์โทร และบัญชี social จุดที่ต้องตรวจจึงมีจุดเดียวจริง ๆ คือก่อนกดเชื่อมต่อครั้งแรก ถ้าเลยจุดนั้นไปแล้ว ทางเดียวที่เหลือคือเริ่มใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ

◆ ◇ ◆

AX Points สะสมจากการเทรดและการวางสภาพคล่อง แต่ถูกหักและเผาเมื่อบัญชีหยุดเคลื่อนไหว

AX Points คือแต้มที่ Antarctic ใช้บันทึกว่าผู้ใช้แต่ละคนมีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์มมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่โทเคนที่โอนหรือซื้อขายได้ และ ณ วันที่เราตรวจสอบ ก็ยังไม่มีโทเคนออกมาให้แลกด้วย สิ่งที่ผู้ใช้ถืออยู่จึงเป็นตัวเลขในระบบของผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนดกติกาและแก้กติกาได้เอง

โปรแกรมนี้เดินเป็นรอบเดียวต่อเนื่องบนเมนเน็ต ไม่ได้แบ่งเป็นซีซันตามหมายเลข หน้าเว็บเรียกส่วนนี้ว่า “Points Season” และคำถามที่พบบ่อยของโปรแกรมระบุว่าวันสิ้นสุดยังเป็น TBA คือยังไม่ประกาศ ส่วนแต้มที่เคยสะสมไว้ตั้งแต่ช่วงเทสต์เน็ตถูกเก็บและแสดงแยกต่างหาก และได้รับการยกเว้นจากกลไกการเผาที่จะพูดถึงต่อไป

อัตราสะสมที่ประกาศไว้ ตั้งแต่ 1 คะแนนต่อการเทรด 100 USDT ถึงงานตั้งค่าครั้งเดียว

การเทรด
1 คะแนนต่อการเทรด 100 USDT สำหรับปริมาณไม่เกิน 500,000 USDT ต่อวัน, 1.5 คะแนนต่อ 100 USDT ในช่วง 500,000 ถึง 3,000,000 USDT ต่อวัน และ 2 คะแนนต่อ 100 USDT เมื่อเกิน 3,000,000 USDT ต่อวัน โดยไม่มีเพดาน แต้มจากการเทรดจะเข้าเมื่อปิดสถานะจนหมด
การวางสภาพคล่อง
2 คะแนนต่อวันต่อ LP 100 USDT ในวันที่ 1 ถึง 7, 3 คะแนนในวันที่ 8 ถึง 30 และ 4 คะแนนตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไป การถอน LP ออกจะรีเซ็ตอายุการถือกลับไปที่ขั้นแรก
งานตั้งค่าครั้งเดียว
ผูกบัญชี X 50 คะแนน, ผูก Discord 50 คะแนน, ฝาก USDT บน Arbitrum One 100 คะแนน, ฝาก USDT บน Ethereum 100 คะแนน, เพิ่มสภาพคล่อง 200 คะแนน และเทรดครั้งแรก 200 คะแนน

แต้มจากการเทรดและจากการวางสภาพคล่องตัดรอบทุกวันเวลา 08:00 UTC และเพดานเดิมที่จำกัดไว้ 1,000 แต้มต่อวันถูกยกเลิกไปแล้ว

ตัวเลขข้างต้นเป็นอัตราตั้งต้น ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย เพราะผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ใช้ตัวคูณคุณภาพการมีส่วนร่วม โดยเอกสาร lightpaper อธิบายคะแนนการมีส่วนร่วมที่คำนวณจากปัจจัยย้อนหลัง 30 วัน เช่น ปริมาณการเทรด ผลการเทรดของบัญชี ยอดที่ถูกบังคับปิดสถานะสะสม เลเวอเรจถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก การวางสภาพคล่อง และความครบถ้วนของโปรไฟล์ แล้วจัดลำดับเป็นเปอร์เซ็นไทล์เพื่อกำหนดตัวคูณ ผลคือผู้ใช้คำนวณล่วงหน้าเองไม่ได้ว่าจะได้แต้มเท่าไร

การหัก 5% ต่อสัปดาห์ และการเผา 50% ในสัปดาห์ที่สี่ของรอบ 28 วัน

เงื่อนไขการหักและเผาแต้มผู้ใช้ที่ไม่มีการเทรดหรือการแนะนำติดต่อกัน 7 วัน จะถูกหักแต้ม 5% ต่อสัปดาห์ และผู้ใช้ที่ไม่เคลื่อนไหวครบ 28 วัน จะเข้าวงจรหัก 5% ต่อสัปดาห์เป็นเวลาสามสัปดาห์ แล้วถูกเผา 50% ในสัปดาห์ที่สี่ วนซ้ำแบบนี้ทุก 28 วัน

สำหรับผู้อ่าน เงื่อนไขข้างต้นแปลว่าแต้มที่สะสมไว้ไม่ได้อยู่นิ่ง การเปิดบัญชีทิ้งไว้เฉย ๆ ทำให้ยอดลดลงเองโดยไม่ต้องมีใครมาแตะ และเมื่อหยุดยาวพอ ยอดครึ่งหนึ่งจะหายไปในรอบเดียว นี่เป็นเงื่อนไขของโปรแกรมที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจว่าจะเข้าไปสะสมหรือไม่ ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องเร่งเทรดให้ถี่ขึ้น

ATTX ที่ยังไม่ออก กับเอกสารทางการสองหน้าที่พูดไม่ตรงกัน

โทเคนของแพลตฟอร์มมีชื่อว่า ATTX แต่ยังไม่มีการออกโทเคนจริง สถานะปัจจุบันคือ pre-TGE คือยังไม่ถึงวันสร้างและแจกจ่ายโทเคน และยังไม่มีการประกาศวันนั้น การจัดสรรที่เผยแพร่ไว้กันส่วนของแอร์ดรอปไว้ 8,000,000 ATTX หรือ 8% ของอุปทานรวม 100,000,000 ATTX โดยระบุว่าจะทยอยปล่อยเป็นงวดหลัง TGE

ประเด็นที่ต้องพูดตรง ๆ คือเอกสารทางการสองหน้าของผู้ให้บริการเองพูดไม่ตรงกัน

หน้าเอกสาร docs

แต้มไม่ใช่โทเคน

เอกสารระบุว่า AX Points ไม่ใช่โทเคน และมีไว้เพื่อติดตามการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศเท่านั้น พร้อมเขียนกำกับว่าประโยชน์ใด ๆ ในอนาคตที่ผูกกับแต้มไม่ได้รับการรับประกัน อาจมีเงื่อนไขคุณสมบัติ และอาจต่างกันไปในแต่ละโปรแกรม อีกทั้งกติกาการให้แต้มก็แก้ไขได้ตลอดเวลา
FAQ หน้าโปรแกรมแต้ม

แต้มจะถูกแปลงเป็นโทเคน

คำถามที่พบบ่อยบนหน้าโปรแกรมระบุว่ารางวัลของกิจกรรมคือ AX Points และแต้มเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นโทเคนของแพลตฟอร์มตามอัตราที่จะกำหนดในอนาคต โดยเสริมว่าอัตราแปลงจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออุปทานแต้มรวมเพิ่มขึ้น และเป็นอัตราที่ปรับแบบไดนามิก

เมื่อเอกสารของผู้ให้บริการเองยังไม่ตรงกัน เรายึดถ้อยคำฝั่งที่ระมัดระวังกว่า คือฝั่งเอกสาร docs ที่บอกว่าแต้มไม่ใช่โทเคนและไม่รับประกันประโยชน์ในอนาคต ผู้อ่านที่กำลังชั่งใจจึงควรประเมินแพลตฟอร์มนี้จากสิ่งที่ใช้งานได้จริงวันนี้ ไม่ใช่จากสิ่งที่แต้มอาจกลายเป็นในวันหน้า

พฤติกรรมที่ทำให้แต้มถูกลด ถูกระงับ หรือเป็นโมฆะ

แต้ม รางวัลจากแคมเปญ และรางวัลอื่น ๆ อยู่ภายใต้กฎควบคุมความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม ซึ่งระบุพฤติกรรมที่ถือว่าผิดไว้ค่อนข้างชัด เช่น การใช้หลายบัญชีที่เกี่ยวโยงหรือถูกควบคุมโดยคนเดียวกัน การสร้างกิจกรรมแนะนำปลอม การเทรดปั่นปริมาณและการจับคู่คำสั่งกับตัวเอง การป้องกันความเสี่ยงแบบมุ่งหาช่องโหว่ของกติกาแคมเปญ การเปิดปิดสถานะถี่ผิดปกติ และการใช้โปรแกรมเทรดอัตโนมัติเพื่อหาช่องโหว่

บทลงโทษที่ประกาศไว้ไล่ระดับตั้งแต่การปรับลดหรือหักรางวัล การปรับระดับ VIP การจำกัดหรือระงับเงินชั่วคราว ไปจนถึงการจำกัด ระงับ หรือปิดบัญชี ส่วนผู้ที่อยู่ในประเทศต้องห้ามตามข้อกำหนดนั้นถูกตัดออกจากบริการทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่จากโปรแกรมแต้ม

Antarctic ไม่เปิดชื่อผู้บริหาร มีสัญญา Perpetual 32 คู่ และคิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 0.02% / 0.05%

จากรอบ seed ปี 2024 ถึงวันแรกที่มีปริมาณเทรดจริง 2025-05-10 และผู้ให้บริการที่ไม่มีชื่อบุคคล

ปีที่ก่อตั้งกับปีที่เริ่มมีการเทรดจริงของแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่ปีเดียวกัน จึงควรอ่านแยกกัน

2024
ระดมทุนรอบ seed 7,000,000 ดอลลาร์ พัฒนาสมุดคำสั่งแบบ ZK บนเชน และทดสอบสัญญาเพอร์เพทวลรุ่นอัลฟา ตามโรดแมปทางการ
2025
ไตรมาส 1 เปิดเทสต์เน็ต ทำปริมาณเทรดสะสมแตะ 100,000,000 ดอลลาร์ และเริ่มใช้วอลต์ AMLP
2025-05-10
DefiLlama เริ่มบันทึกปริมาณเทรดรายวันของ Antarctic เป็นครั้งแรก นับเป็นหลักฐานจากบุคคลที่สามชิ้นแรกว่ามีการเทรดจริง
2025
ไตรมาส 3 อัปเกรดเมนเน็ตเป็น Antarctic V2 พร้อมระบบแต้มในเอกสาร tokenomics
2025-11-20
แอป iOS ชื่อ AntarcticEX ขึ้น App Store และโปรโตคอลถูกเพิ่มเข้าฐานข้อมูล DefiLlama ในวันเดียวกัน
2026-02-02
ประกาศเชื่อมกราฟ TradingView โดยเผยแพร่สัญลักษณ์ ANTARCTIC:BTCUSDT.P บน TradingView

จะเห็นว่า 2024 เป็นปีของเงินทุนและการพัฒนา ส่วนปีที่ผลิตภัณฑ์เดินจริงคือ 2025 การเขียนว่าแพลตฟอร์มนี้ “ก่อตั้งปี 2024” หรือ “เปิดปี 2025” เพียงอย่างเดียวจึงตกหล่นไปครึ่งหนึ่งเสมอ

ส่วนที่ควรใช้เวลาอ่านมากที่สุดในบทนี้คือคำถามว่าใครคือผู้ให้บริการ ชื่อบริษัทเดียวที่ปรากฏในเอกสารสาธารณะคือ ANTARCTIC EXCHANGE CORPORATION ในฐานะผู้เผยแพร่แอป iOS บน App Store ซึ่งไม่ได้ระบุประเทศที่จดทะเบียน และชื่อนี้ไม่ปรากฏในเว็บไซต์ เอกสาร docs ข้อกำหนดผู้ใช้ หรือนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการเองแม้แต่ที่เดียว ข้อกำหนดผู้ใช้ระบุคู่สัญญาไว้เพียงว่า “Antarctic Trading Platform” โดยไม่มีเลขทะเบียนบริษัทและไม่มีที่อยู่จดทะเบียน ขณะที่ CoinGecko กรอกประเทศไว้ว่า Panama โดยไม่มีชื่อนิติบุคคลกำกับ และผู้ให้บริการก็ไม่เคยยืนยันข้อมูลนี้ไว้ที่ใด

ในทำนองเดียวกัน ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ หรือผู้บริหารคนใดในเอกสารของผู้ให้บริการ หน้า Team ของ docs อธิบายทีมแบบรวม ๆ ว่ามาจากทั้งสาย CEX และ DeFi ส่วนหน้าแรกใช้ถ้อยคำอย่าง “Built by Veterans from” โดยไม่ระบุว่าใคร

ตัวเลขที่หน้าแรกใช้บอกขนาดของตัวเองคือผู้เทรดที่ยังใช้งาน 280,000+ ราย และปริมาณเทรดสะสม 21.9B+ ดอลลาร์ ทั้งสองตัวไม่มีนิยามว่าอะไรคือ “ใช้งานอยู่” ไม่มีวันที่กำกับ และไม่มีบุคคลที่สามรับรอง ให้ถือเป็นตัวเลขการตลาดของผู้ให้บริการเอง

หลักฐานว่าหน้าเว็บไม่ได้อัปเดตตามจริงเสมอไปก็มีให้เห็น แบนเนอร์แคมเปญที่ยังขึ้นอยู่บนหน้าเว็บตอนที่เราตรวจสอบ ระบุวันสิ้นสุดไว้ที่ 2026-03-12 และ 2026-03-20 ซึ่งผ่านมาแล้วกว่าสี่เดือน

zk-rollup ที่จับคู่คำสั่งนอกเชน และวอลต์ LP ที่เป็นคู่สัญญาของผู้เทรด

สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ทำงานอยู่บนเชนทั้งหมด คำสั่งซื้อขายถูกจับคู่นอกเชนที่ฝั่งผู้ให้บริการ แล้วจึงสรุปสถานะบัญชีทั้งชุดขึ้นเชนเป็น state root พร้อมหลักฐานทางคณิตศาสตร์แบบ zk-SNARK ที่ยืนยันว่าการเปลี่ยนสถานะนั้นถูกต้อง ผลลัพธ์คือผู้ใช้เห็นยอดและสถานะของตัวเอง แต่ตรวจกระบวนการจับคู่ระหว่างทางด้วยตัวเองไม่ได้

สิ่งที่ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้เอกสารไม่ได้ระบุชั้นข้อมูลของ rollup ไม่มีการเผยแพร่ chain ID ไม่มีที่อยู่สัญญา verifier และไม่มี block explorer ให้ตามดูการส่งหลักฐานขึ้นเชน สัญญาที่ตรวจได้จริงบนเชนสาธารณะมีเพียงโทเคน LP อย่าง AMLP กับ AHLP และสัญญา staking ของทั้งคู่บน Arbitrum ขณะที่ DefiLlama จัดประเภท adapter ของปริมาณเทรดและค่าธรรมเนียมของโปรโตคอลนี้ไว้ว่าเป็น Off Chain

รูปแบบการซื้อขายเป็นสมุดคำสั่งกลางแบบ central limit order book ที่มีบทบาท maker และ taker ตามปกติ คือคำสั่งลิมิตที่วางรออยู่นับเป็น maker ส่วนคำสั่งที่จับคู่ทันทีนับเป็น taker แต่ด้านหลังสมุดคำสั่งมีวอลต์ของผู้ให้บริการและผู้วางสภาพคล่องรองรับอยู่สองกอง คือ AMLP สำหรับการทำมาร์เก็ตเมกกิ้ง และ AHLP สำหรับการป้องกันความเสี่ยง

จุดนี้สำคัญกว่าที่เห็น เพราะคำถามที่พบบ่อยของผู้ให้บริการระบุเองว่าผู้วางสภาพคล่องใน AMLP กลายเป็นคู่สัญญาของคำสั่งผู้ใช้ แปลว่าฝั่ง LP ได้กำไรเมื่อผู้เทรดขาดทุน และขาดทุนเมื่อผู้เทรดได้กำไร โดยเอกสารวิธีคำนวณของ DefiLlama ระบุว่า LP ได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการเทรด 60%

ตลาด 32 คู่ เลเวอเรจ 100 เท่าบน BTC/ETH และ 500 เท่าบนทองคำ

ทั้ง 32 คู่ที่ลิสต์อยู่เป็นสัญญา Perpetual ที่วางหลักประกันด้วย USDT ทั้งหมด ไม่มีตลาด spot ให้ซื้อขายเลยแม้แต่คู่เดียว ผู้ใช้เลือกโหมดมาร์จิ้นได้ทั้งแบบ CROSSED และ ISOLATED ในทุกตลาด โดยค่าเริ่มต้นตอนเปิดบัญชีคือ CROSSED

GOLDUSDT500x
BTCUSDT / ETHUSDT100x
SILVERUSDT และคริปโตส่วนใหญ่50x
QQQ / SPY10x
AAPL / AMZN / GOOGL8x
NVDA / TSLA5x

ตัวเลขที่โฆษณาไว้เป็นเพดานสูงสุดของแต่ละตลาด ไม่ใช่ค่าที่ใช้ได้ทุกขนาดสถานะ และนี่คือจุดที่เข้าใจผิดกันง่ายที่สุด เพราะเลเวอเรจถูกจำกัดเป็นชั้นตามมูลค่าสถานะ ตัวอย่างที่ตรวจได้จากระบบของผู้ให้บริการคือ BTCUSDT ซึ่งมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นที่เล็กที่สุดใช้เลเวอเรจสูงสุดได้ 100 เท่า โดยมี maintenance margin 0.5% แล้วไล่ลดลงเป็น 50 เท่า 25 เท่า 10 เท่า และเหลือ 5 เท่าในชั้นที่ใหญ่ที่สุด ซึ่ง maintenance margin ขยับขึ้นไปถึง 9.5% พูดอีกแบบคือยิ่งเปิดสถานะใหญ่ เพดานเลเวอเรจยิ่งต่ำลงและเงินประกันขั้นต่ำยิ่งสูงขึ้น ตัวเลข 500 เท่าบนหน้าเว็บจึงเป็นเพดานของสถานะขนาดเล็กในตลาดเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้บางคู่ยังกำหนดขนาดสถานะสูงสุดเพิ่มเติมเมื่อใช้เลเวอเรจสูง

ต้นทุนต่อคำสั่งที่ 0.02% / 0.05% ใน VIP 0 funding ที่ไม่เปิดสูตร และค่าแก๊สฝั่งวอลเล็ต

ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็นหกระดับตามปริมาณการเทรดสะสมย้อนหลัง 14 วัน คิดรวมทุกตลาดและแปลงค่าตามราคาที่จับคู่ได้จริง

0.02% / 0.05%VIP 0ปริมาณ 14 วัน ตั้งแต่ 0 USDT
0.018% / 0.045%VIP 1ตั้งแต่ 2,500,000 USDT
0.015% / 0.04%VIP 2ตั้งแต่ 10,000,000 USDT
0.01% / 0.035%VIP 3ตั้งแต่ 50,000,000 USDT
0.005% / 0.03%VIP 4ตั้งแต่ 100,000,000 USDT
0% / 0.02%VIP 5ตั้งแต่ 500,000,000 USDT

ตัวเลขคู่หน้าคือฝั่ง maker ตัวเลขคู่หลังคือฝั่ง taker และผู้ใช้ที่เพิ่งเปิดบัญชีจะเริ่มต้นที่ VIP 0 ระดับจะถูกคำนวณใหม่ทุกวันเวลา 07:00 UTC และอัตราที่ใช้จริงคือระดับที่มีผลอยู่ ณ ตอนวางคำสั่ง ไม่ใช่ตอนที่คำสั่งจับคู่

ข้อควรระวังคืออัตราไม่ได้เท่ากันทุกตลาด ข้อมูลรายสัญลักษณ์จากระบบของผู้ให้บริการแสดง 26 จาก 32 ตลาดที่ maker 0.0002 และ taker 0.0005 ตรงตามตารางข้างต้น แต่ตลาดส่วนน้อยที่เหลือถูกตั้งค่าไว้คนละแบบคือ maker 0.0004 และ taker 0.0004 เวลาพูดถึง “ค่าธรรมเนียมของที่นี่” จึงต้องระบุขอบเขตด้วยว่าหมายถึงตลาดหลัก

ต้นทุนอีกก้อนของการถือสถานะเพอร์เพทวลคือ funding ซึ่งไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บ แต่เป็นค่าที่ผู้ถือสถานะฝั่งซื้อกับฝั่งขายจ่ายให้กันเป็นรอบ เพื่อดึงราคาสัญญาให้เกาะกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ฝั่งที่มีสถานะหนาแน่นกว่าจะเป็นฝ่ายจ่าย

ปัญหาของ funding ที่นี่คือไม่มีการเผยแพร่วิธีคิด ไม่มีสูตร ไม่มี premium index ไม่มีเพดาน และไม่มีแม้แต่รอบเวลาที่ประกาศไว้เป็นทางการ ระบบแสดงเพียงอัตราปัจจุบันกับเวลาเก็บรอบถัดไปเท่านั้น ขณะที่เอกสาร tokenomics ระบุว่าการปรับ funding เป็นพารามิเตอร์ที่จะให้ธรรมาภิบาลดูแลในอนาคต ซึ่งอ่านได้ว่าตอนนี้ผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนดเอง สำหรับคนที่ตั้งใจถือสถานะข้ามวัน นี่คือต้นทุนที่ประเมินล่วงหน้าไม่ได้

ด้านค่าแก๊ส การเทรดที่นี่ไม่มีค่าแก๊สเพราะการจับคู่เกิดนอกเชน แต่ผู้ใช้ยังต้องจ่ายค่าแก๊สตามปกติของเครือข่ายในฝั่งวอลเล็ตตัวเอง ทั้งตอนฝาก ตอนถอน และตอนทำธุรกรรมกับสัญญา LP

อีกเรื่องที่ควรตัดออกจากการคำนวณต้นทุนไปก่อนคือส่วนลดค่าธรรมเนียมจากการถือโทเคน ATTX ซึ่งยังไม่มีอยู่จริงในวันนี้ เพราะโทเคนยังไม่ออก และยังไม่มีการประกาศเปอร์เซ็นต์ส่วนลด เกณฑ์การถือ หรือเงื่อนไขใด ๆ

การเปิดบัญชีที่ไม่ผ่าน KYC กับสิทธิ์เรียกยืนยันตัวตนภายหลังของผู้ให้บริการ

การเชื่อมวอลเล็ต ฝากเงิน เทรด และถอน ไม่มีด่าน KYC คั่นอยู่ ซึ่งเป็นภาพปกติของ perp DEX ไม่ใช่จุดเด่นเฉพาะตัวของที่นี่

ส่วนที่เป็นเงื่อนไขเฉพาะของที่นี่อยู่ในข้อกำหนดผู้ใช้ ซึ่งเขียนไว้ว่าหากผู้ใช้ไม่ดำเนินขั้นตอนยืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้น ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ยุติการให้บริการของบัญชีนั้นโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และนโยบายความเป็นส่วนตัวก็ระบุชุดข้อมูล KYC และ AML ที่อาจถูกเก็บไว้อย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวมถึงข้อมูลชีวมิติ ภาพรวมจึงไม่ใช่ “ไม่มี KYC” แบบไม่มีเงื่อนไข แต่เป็นการไม่ตรวจตอนเริ่ม โดยผู้ให้บริการเก็บสิทธิ์ที่จะเรียกตรวจภายหลังไว้กับตัวเอง

อีกจุดที่ยืนยันภาพนี้คือเพดานถอนต่อวันของบัญชีที่ยังไม่ยืนยันตัวตนถูกตั้งไว้เท่ากับบัญชีทั่วไปที่ 200,000 USDT จึงไม่มีการแบ่งชั้นตามสถานะการยืนยันตัวตนในตอนนี้

Antarctic อยู่อันดับ 6 จาก 66 ด้าน Open Interest บน DefiLlama ขณะที่ตัวเลขแต่ละแหล่งต่างกันหลายสิบเท่า

ปริมาณเทรด 24 ชั่วโมงที่แต่ละแหล่งรายงานไม่ตรงกัน

API ของผู้ให้บริการ
70,054,955 USDT เป็นผลรวมของทั้ง 32 ตลาด จากสแนปช็อตวันที่ 2026-08-17 และเป็นชุดข้อมูลเดียวกับที่หน้าจอเทรดแสดง
CoinMarketCap
43,418,728 ดอลลาร์ เป็นการวัดคนละช่วงเวลาแต่อยู่ในระดับหลักเดียวกัน
DefiLlama
ยอดรวม 30 วันที่ 3,936,000,000 ดอลลาร์ ซึ่งเฉลี่ยแล้วราว 131 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณสองเท่าของวันที่เราวัดได้
CoinGecko
0 เพราะฟีดข้อมูลของแพลตฟอร์มนี้ยังไม่ถูกป้อนเข้าระบบ

ค่าที่เราถือว่าใกล้ต้นทางที่สุดคือตัวเลขจาก API ของผู้ให้บริการ เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่หน้าจอเทรดใช้แสดงผล ส่วนความต่างของอีกสามแหล่งมีคำอธิบายคนละแบบ CoinGecko ไม่ได้ป้อนข้อมูลของแพลตฟอร์มนี้เข้าระบบเลย ตัวเลขจึงขึ้นเป็นศูนย์ ขณะที่ adapter ของ DefiLlama อ่านค่าจากปลายทางที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งตอบกลับเป็น HTTP 404 จากจุดที่เราตรวจ เราจึงตรวจสอบซ้ำไม่ได้ว่าตัวเลขนั้นคำนวณมาอย่างไร

อีกตัวเลขที่ไม่ควรเอามาปนคือ 21.9B+ ดอลลาร์บนหน้าแรก นั่นคือยอดสะสมตลอดอายุของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ปริมาณเทรด 24 ชั่วโมง

Open Interest สามระดับ อันดับ 6 จาก 66 และค่าธรรมเนียมโปรโตคอล 30 วันที่ 1,141,539 ดอลลาร์

Open Interest ของแพลตฟอร์มเดียวกัน ในวันเดียวกัน ถูกรายงานพร้อมกันที่ 3,348,351 ดอลลาร์ 265,881,598 ดอลลาร์ และ 1.8 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไปAPI ของผู้ให้บริการ, DefiLlama และตัวนับบนหน้าแรก, 2026-08-17

ค่าแรกคือผลรวม openInterestUsd ของทั้ง 32 ตลาดจากระบบของผู้ให้บริการเอง ค่าที่สองมาจาก DefiLlama และค่าที่สามคือตัวนับบนหน้าแรก ระยะห่างคือราว 79 เท่าและราว 540 เท่าตามลำดับ ไม่มีเอกสารใดอธิบายว่าทำไมจึงต่างกันขนาดนี้ เราจึงเสนอทั้งสามค่าพร้อมที่มา และจะไม่หยิบค่าใดค่าหนึ่งมาเรียกว่า Open Interest ของแพลตฟอร์มนี้

อันดับที่หลายคนเห็นแล้วประทับใจต้องอ่านพร้อมเงื่อนไขนี้ด้วย Antarctic อยู่อันดับ 6 จาก 66 โปรโตคอลหมวด Derivatives ที่รายงาน Open Interest บน DefiLlama หรืออันดับ 9 จาก 79 เมื่อรวมตลาดทำนายผลเข้าไปด้วย แต่อันดับนี้ตั้งอยู่บนตัวเลข 265,881,598 ดอลลาร์ของ DefiLlama ไม่ใช่ตัวเลขที่ระบบของผู้ให้บริการเองรายงาน ถ้าใช้ตัวเลขฝั่งผู้ให้บริการ อันดับจะเป็นคนละเรื่องทันที

ฝั่งรายได้ค่าธรรมเนียมมีตัวเลขที่นิ่งกว่า ค่าธรรมเนียมของโปรโตคอลรอบ 30 วันอยู่ที่ 1,141,539 ดอลลาร์ และอยู่อันดับ 9 จาก 65 โปรโตคอลในหมวดเดียวกันเมื่อวัดด้วยค่าธรรมเนียม 24 ชั่วโมง โดยส่วนที่เป็นรายได้ของโปรโตคอลคิดเป็น 40% ของค่าธรรมเนียม ส่วนอีก 60% ไหลไปที่ฝั่งผู้วางสภาพคล่อง ทั้งนี้ค่าธรรมเนียม 24 ชั่วโมงที่วัดได้ในวันที่เราตรวจอยู่ที่ 13,596 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรายวันของรอบ 30 วันอยู่มาก จึงเป็นตัวอย่างของวันที่เบาบางเป็นพิเศษ ไม่ใช่ภาพเฉลี่ย

อีกด้านหนึ่งที่ควรดูคู่กันคือสภาพคล่องที่ล็อกอยู่ในวอลต์ LP ซึ่งอยู่ราว 9.64 ถึง 9.72 ล้านดอลลาร์จากสองแหล่งที่ต่างกันไม่ถึง 1% ตัวเลขระดับนี้เล็กมากเมื่อวางข้างตัวเลข Open Interest ที่ DefiLlama รายงาน

สัญญา Perpetual อ้างอิงหุ้นสหรัฐและทองคำ กับวอลต์ LP สองชั้นที่ perp DEX ส่วนใหญ่ไม่มี

จุดต่างที่ชัดที่สุดของที่นี่คือ 9 ใน 32 ตลาดไม่ได้อ้างอิงคริปโต ได้แก่ GOLDUSDT และ SILVERUSDT รวมถึงสัญญาเพอร์เพทวลที่อ้างอิงหุ้นและกองทุน ETF อย่าง NVDA, AAPL, TSLA, AMZN, GOOGL, SPY และ QQQ ทั้งหมดเสนอราคาและชำระราคาด้วย USDT โดยไม่มีการส่งมอบหุ้นจริง ผู้ใช้จึงเทรดส่วนต่างราคาของหุ้นสหรัฐได้จากวอลเล็ตคริปโตโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ perp DEX ส่วนใหญ่ไม่มีให้ แต่ก็เป็นสินค้าที่กฎเกณฑ์แตะได้มากที่สุดเช่นกัน ประเด็นนี้เราจะเล่าต่อในบทถัดไป

ด้านโครงสร้างสภาพคล่อง การแยกวอลต์เป็นสองชั้น คือ AMLP สำหรับทำมาร์เก็ตเมกกิ้ง และ AHLP สำหรับป้องกันความเสี่ยง พบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับ perp DEX ทั่วไปที่มักใช้วอลต์เดียวรวมทุกบทบาท

ส่วนหน้าจอ ผู้ใช้สลับได้ระหว่าง CEX Mode ที่วางเลย์เอาต์แบบกระดานเทรดของศูนย์ซื้อขายรวมศูนย์ กับ DEX Mode ที่เปิดเครื่องมือแบบ DeFi โดยทั้งสองโหมดทำงานบนเครื่องจับคู่คำสั่งเดียวกัน มีการล็อกอินแบบ Web2 ที่สร้างที่อยู่วอลเล็ตให้อัตโนมัติ และมีกราฟ TradingView ในตัว

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมชื่อ Trader Revival Account ซึ่งออกแบบไว้ว่า เมื่อผู้ใช้มีผลขาดทุนสุทธิที่เข้าเงื่อนไขหลังรอบตัดยอด 14 วัน แพลตฟอร์มจะออกบัญชีเทรดแยกอีกบัญชีหนึ่งที่มีมูลค่า 50% ของผลขาดทุนนั้น โดยเงินต้นในบัญชีดังกล่าวถอนออกไม่ได้ และบัญชีถูกส่งให้ทางอีเมล จึงต้องผูกอีเมลไว้ก่อน นี่เป็นข้อเท็จจริงเชิงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรใช้เป็นเหตุผลในการเทรด

ข้อกำหนดของ Antarctic ตัดผู้ใช้จาก 13 ประเทศออก และตัวแพลตฟอร์มไม่ได้ถือใบอนุญาตจากหน่วยงานใด

ข้อกำหนดระบุ 13 ประเทศที่ไม่ให้บริการ และบังคับใช้ด้วยคำรับรองของผู้ใช้เป็นหลัก

ประเทศที่ข้อกำหนดระบุว่าไม่ให้บริการข้อ PROHIBITED COUNTRIES ในข้อกำหนดผู้ใช้ระบุไว้ 13 รายการ ได้แก่ เกาหลีเหนือ, คิวบา, ซูดาน, ซีเรีย, อิหร่าน, ไครเมีย, จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง (จีน), อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เวเนซุเอลา, สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยเขียนไว้ว่าไม่ให้บริการ ไม่รับลงทะเบียนผู้ใช้ และไม่รับคำสั่งซื้อขายจากประเทศเหล่านี้

ข้อความเดียวกันยังระบุด้วยว่ารายชื่อนี้ไม่ใช่รายการปิดตาย และเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อตามดุลพินิจของผู้ให้บริการแต่เพียงผู้เดียว ที่ควรสังเกตคือข้อกำหนดฉบับที่แสดงอยู่บนเว็บลงวันที่แก้ไขล่าสุดไว้ 2024-09-17 ซึ่งเก่ากว่าตัวผลิตภัณฑ์ปัจจุบันกว่าหนึ่งปี รายชื่อชุดนี้จึงอาจตามหลังการปฏิบัติจริงอยู่

กลไกบังคับใช้เป็นเชิงสัญญามากกว่าเชิงเทคนิค ผู้ใช้เป็นผู้ให้คำรับรองเองตอนเข้าใช้บริการว่าไม่ได้พำนัก ไม่ได้อยู่ และไม่ได้เข้าใช้งานจากประเทศต้องห้าม ส่วนผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ตรวจสอบและดำเนินการเมื่อสงสัยว่าบัญชีหนึ่งเชื่อมโยงกับประเทศหรือภูมิภาคต้องห้าม โดยผลที่ระบุไว้อยู่ในระดับบัญชี คือถูกจำกัด ระงับ หรือปิดบัญชี เอกสารทางกฎหมายไม่ได้อธิบายว่ามีด่านทางเทคนิคใดคอยกั้นอยู่

อีกเรื่องที่ควรปรับความเข้าใจตั้งแต่ตรงนี้ คือคำอธิบายมาตรฐานที่ว่า perp DEX มีสองชั้นแยกกัน ระหว่างหน้าเว็บกับสัญญาบนเชน ใช้กับที่นี่ได้ไม่เต็มที่ เพราะการจับคู่คำสั่ง การตั้งราคา mark การคิด funding และบัญชีแยกประเภททั้งหมดอยู่ฝั่งผู้ให้บริการและอยู่นอกเชน จึงไม่มีหน้าเว็บทางเลือกที่ใครก็ตั้งขึ้นเองแล้วเข้าถึงสมุดคำสั่งเดียวกันได้ และการที่ผู้ใช้ถือกุญแจของตัวเองก็ไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการจำกัดการเข้าถึง แช่แข็งเงิน หรือหน่วงการถอนไม่ได้ ข้อกำหนดผู้ใช้และกรอบการบริหารความเสี่ยงสงวนอำนาจเหล่านั้นไว้อย่างชัดเจน

ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานใด ขณะที่หน้าแอปสโตร์เรียกตัวเองว่า compliant

เอกสารทางการของผู้ให้บริการ ทั้งเว็บไซต์ ข้อกำหนดผู้ใช้ และหน้า docs ไม่ได้อ้างใบอนุญาต การจดทะเบียน หรือการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับใดเลย ซึ่งเป็นภาพปกติของ perp DEX ไม่ใช่ข้อค้นพบพิเศษ

ข้อยกเว้นเดียวอยู่นอกเอกสารชุดนั้น คือหน้าแอปบน Google Play ซึ่งเขียนว่าแอปดำเนินการโดย Antarctic Exchange Corporation ที่ “registered with FinCEN in the United States as a Money Services Business” พร้อมเลขทะเบียน 31000294120669 นี่คือการจดทะเบียนเดียวที่ Antarctic อ้างต่อสาธารณะ และต้องอ่านพร้อมข้อจำกัดสามข้อ ข้อแรกคือ chainhelm ยังไม่ได้ตรวจเลขนี้กับฐานข้อมูลผู้จดทะเบียน MSB ของ FinCEN ข้อที่สองคือการจดทะเบียน MSB เป็นการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เสนอสัญญาอนุพันธ์ และไม่ใช่ใบอนุญาตในประเทศใด และข้อที่สามคือสหรัฐอเมริกาอยู่ในรายชื่อประเทศต้องห้ามของ Antarctic เอง

จุดที่ผิดปกติและควรใช้พื้นที่มากกว่าคือคำบรรยายแอปบน App Store ซึ่งเรียก Antarctic ว่า “a compliant crypto derivatives exchange” ทั้งที่เอกสารของผู้ให้บริการเองไม่ได้ระบุใบอนุญาตฉบับใด และไม่ได้เอ่ยชื่อหน่วยงานกำกับใด ข้อกำหนดผู้ใช้เลือกใช้กฎหมายสิงคโปร์และให้ระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการรายบุคคลตามกฎ SIAC ก็จริง แต่ตัวนิติบุคคลผู้ให้บริการนั้น ทั้งชื่อจดทะเบียน ที่ตั้งสำนักงานจดทะเบียน และสถานะความเป็นนิติบุคคล ไม่มีการเปิดเผยไว้ที่ใด คำว่า compliant ในหน้านั้นจึงลอยอยู่โดยไม่มีสิ่งใดรองรับ เราชี้ช่องว่างนี้ไว้ตรง ๆ โดยไม่สรุปว่าเจตนาคืออะไร

จากแหล่งข้อมูลที่เราเข้าถึงได้ เราไม่พบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับที่ระบุชื่อ Antarctic แต่ต้องกำกับข้อจำกัดไว้ด้วยว่าเครื่องมือค้นหาทั่วไปใช้งานไม่ได้ตลอดช่วงที่เราตรวจสอบ และเราไม่ได้ไล่ตรวจรายชื่อเตือนของหน่วยงานกำกับเป็นรายประเทศทั้งหมด (ฝั่งไทยอยู่ในบทถัดไป) ดังนั้น “ไม่พบ” ในที่นี้ไม่เท่ากับ “ยืนยันว่าไม่มี”

สุดท้าย ผู้ให้บริการไม่เคยประกาศทิศทางด้านการกำกับดูแลของตัวเองไว้ที่ใด ไม่มีถ้อยแถลงว่าจะขอใบอนุญาตที่ไหน หรือจะปรับตัวอย่างไร มีเพียงข้อประเทศต้องห้ามที่ไม่ได้แก้ไขมาตั้งแต่ 2024-09-17

สัญญา Perpetual อ้างอิงหุ้นสหรัฐและสินค้าโภคภัณฑ์คือจุดที่กฎเกณฑ์แตะมากที่สุด

สัญญาที่อ้างอิงหลักทรัพย์ถูกจัดเป็น securities-based swap ในหลายประเทศ และตามปกติจะจำกัดให้เฉพาะผู้เข้าร่วมที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นเป็นผู้ซื้อขายได้ ในกรณีของ Antarctic ผู้ให้บริการไม่ได้เผยแพร่ใบอนุญาต ข้อยกเว้น หรือคำอธิบายทางกฎหมายใด ๆ ที่รองรับการลิสต์สัญญากลุ่มนี้ มาตรการเดียวที่เกี่ยวข้องคือรายชื่อประเทศต้องห้ามที่กล่าวถึงไปแล้ว

นอกจากนี้ยังมีตลาด XMRUSDT และ ZECUSDT ที่อ้างอิงเหรียญสายความเป็นส่วนตัว ซึ่งถูกถอดออกหรือถูกจำกัดในแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลหลายแห่ง

สรุปให้ตรงจุดคือ ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้อยู่ที่การเป็น DEX แต่อยู่ที่ชุดสินค้าที่เลือกลิสต์ และการเพิ่มตลาดกลุ่มนี้เข้ามาทำให้พื้นที่ที่กฎเกณฑ์เอื้อมถึงกว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง

ผู้ใช้ในไทยเข้า Antarctic ได้ แต่ไม่มีใบอนุญาตไทยและอยู่นอกการคุ้มครองในประเทศ

บทนี้ว่าด้วยสถานะของ Antarctic ในสายตากฎเกณฑ์ไทยล้วน ๆ ว่าอะไรที่ตรวจได้แล้ว อะไรที่ยังไม่มีข้อสรุป และผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในไทยยืนอยู่ตรงไหนของภาพนั้น

ประเทศไทย: ข้อกำหนดไม่ได้ตัดออก หน่วยงานไทยยังไม่เคยเอ่ยชื่อ Antarctic และกำไรไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษี

เริ่มจากข้อเท็จจริงที่ตรวจได้ง่ายที่สุดก่อน ไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศต้องห้ามของข้อกำหนดผู้ใช้ และเมื่อเราเปิดหน้าเทรด BTCUSDT ภายใต้บริบทเบราว์เซอร์ที่ตั้งภาษาเป็น th-TH และเขตเวลา Asia/Bangkok เมื่อ 2026-08-17 หน้าดังกล่าวขึ้นข้อมูลตลาดสดครบถ้วน ทั้งราคาอ้างอิง อัตรา funding และสมุดคำสั่ง โดยไม่มีหน้ากั้นภูมิภาคหรือข้อความแจ้งเตือนใด ๆ ข้อจำกัดของการทดสอบนี้คือเราต่อออกอินเทอร์เน็ตจากญี่ปุ่น ไม่ใช่จากไอพีในไทย หากมีการปิดกั้นเฉพาะช่วงไอพีไทย การทดสอบแบบนี้จะตรวจไม่พบ และอย่าลืมว่ารายชื่อประเทศต้องห้ามเปลี่ยนได้ทุกเมื่อตามดุลพินิจของผู้ให้บริการ

เรื่องใบอนุญาตชัดเจนกว่านั้น Antarctic ไม่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ไม่อ้างสถานะการกำกับดูแลของไทยไว้ในเอกสารของตัวเอง และข้อกำหนดผู้ใช้เลือกใช้กฎหมายสิงคโปร์พร้อมระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการ SIAC ที่สิงคโปร์ ผลในทางปฏิบัติคือถ้ามีข้อพิพาทเกิดขึ้น เส้นทางที่สัญญากำหนดไว้ไม่ได้จบที่ศาลไทย และไม่มีหน่วยงานไทยที่รับเรื่องร้องเรียนแพลตฟอร์มนี้ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาต

เราไล่ตรวจกับระบบของทางการไทยไว้สองชั้นเมื่อ 2026-08-17 ชั้นแรกคือฐานข้อมูล Investor Alert ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีรายการอยู่ 8,858 รายการ ปรับปรุงล่าสุด 2026-08-16 เราค้นด้วยคำว่า Antarctic, antarctic.exchange และ perpetual ได้ผลลัพธ์ 0 รายการทั้งสามคำ แปลว่า Antarctic ไม่อยู่ในรายชื่อเตือนของ ก.ล.ต. ชั้นที่สองคือการตรวจทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งทำไม่สำเร็จ เพราะระบบออนไลน์ของ ก.ล.ต. ขึ้นประกาศปิดปรับปรุงชั่วคราวในวันที่เราตรวจ ทั้งสองชั้นต้องอ่านให้ตรง คือการไม่อยู่ในรายชื่อเตือนไม่ได้แปลว่ามีใบอนุญาต และไม่ได้แปลว่าอยู่นอกขอบเขตการกำกับ

กรอบกำกับดูแลของฝั่งไทยเดินมาเป็นลำดับดังนี้

2018-05-14
พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องได้รับใบอนุญาต เป็นหน้าที่ที่ตกกับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่ผู้ใช้
2025-04-12
ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขยายขอบเขตไปถึงผู้ประกอบการนอกประเทศที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ในไทยและเข้าเกณฑ์การชักชวนตามที่กำหนด
2025-05-29
ก.ล.ต. ส่งรายชื่อแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการปิดกั้น
2025-06-28
เริ่มปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มชุดดังกล่าวจากไทย โดยมีเวลาแจ้งล่วงหน้าราวหนึ่งเดือนให้ผู้ใช้ถอนทรัพย์สินออกก่อน
2026-02
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์อ้างอิงของสัญญาที่ซื้อขายในตลาดที่มีการกำกับได้ โดยกรอบที่ประกาศครอบคลุมฟิวเจอร์สและออปชัน
2026-02-20
ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีโครงสร้างการให้บริการข้ามพรมแดนที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกำหนดปิดกั้นการเข้าถึงราว 2026-03-22 แสดงว่าการบังคับใช้ยังเดินอยู่ในปี 2026

จุดที่ตัดสินว่า Antarctic อยู่ในหรืออยู่นอกกรอบนี้คือเกณฑ์การชักชวนของฉบับที่ 2 ซึ่งตามที่สำนักกฎหมายสรุปไว้มีอยู่หลายข้อ เช่น การแสดงเนื้อหาเป็นภาษาไทย การใช้โดเมน .th หรือชื่อที่อ้างอิงถึงไทย การรับเงินบาทหรือการโอนผ่านธนาคารและอีวอลเล็ตไทย การกำหนดให้ใช้กฎหมายไทยหรือศาลไทยในข้อกำหนด การซื้อโฆษณาบนเครื่องมือค้นหาที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ในไทย และการมีสำนักงานหรือพนักงานในไทยคอยดูแลลูกค้าไทย

เมื่อเราเอาเกณฑ์เหล่านี้ไปตรวจกับ Antarctic เมื่อ 2026-08-17 สี่ข้อแรกไม่เข้าเลย หน้าเว็บไม่มีอักษรไทยแม้แต่ตัวเดียวภายใต้บริบทภาษาไทย ไม่มีการอ้างถึงเงินบาท โดเมนคือ antarctic.exchange และข้อกำหนดเลือกกฎหมายสิงคโปร์ไม่ใช่กฎหมายไทย ส่วนเกณฑ์ที่เหลือ ทั้งการซื้อโฆษณาเจาะไทยและการมีบุคลากรในไทย เราตรวจจากแหล่งสาธารณะไม่ได้ คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดจึงเป็นว่า ยังสรุปไม่ได้ว่าแพลตฟอร์มนี้อยู่ในหรืออยู่นอกกรอบกำกับดูแลของไทย

สิ่งที่ลำดับเหตุการณ์ข้างบนบอกไว้ชัดกว่าคือ เมื่อทางการตัดสินว่าแพลตฟอร์มใดอยู่ในกรอบดังกล่าว ผลที่ตามมาไม่ใช่การไล่ปรับผู้ใช้รายคน แต่เป็นการปิดกั้นการเข้าถึงในระดับแพลตฟอร์ม พร้อมเวลาแจ้งล่วงหน้าสั้น ๆ ให้ถอนทรัพย์สินออก ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาไม่มีชื่อ Antarctic อยู่ในรายการ แต่รูปแบบของเหตุการณ์คือสิ่งที่ผู้อ่านควรใช้ประเมินความเสี่ยง และทำให้คำถามว่าถอนเงินออกได้เร็วแค่ไหน สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

ตรงนี้ต้องอ่านคู่กับเพดานการเคลื่อนย้ายเงินของแพลตฟอร์มเอง คือถอนได้สูงสุด 5,000 USDT ต่อครั้ง 200,000 USDT ต่อ 24 ชั่วโมง และโอนจากบัญชีเทรดกลับบัญชีเงินทุนได้ไม่เกิน 20,000 USDT ต่อ 24 ชั่วโมง เพดานชุดนี้คือสิ่งที่กำหนดว่าจะขนเงินออกได้เร็วแค่ไหนถ้าวันนั้นมาถึงจริง เงินที่เกิน 20,000 USDT และยังอยู่ในบัญชีเทรด ติดเพดานตั้งแต่ก้าวแรกจึงต้องทยอยออกข้ามวัน

ในฝั่งของผู้ใช้รายบุคคล เราไม่พบบทบัญญัติของไทยที่กำหนดความรับผิดกับบุคคลธรรมดาซึ่งเข้าไปเทรดบนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต และในเหตุการณ์ปิดกั้นปี 2025 ก็ไม่ปรากฏการลงโทษผู้ใช้ ขอย้ำว่านี่คือการไม่พบหลักฐาน ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายว่าการใช้งานถูกต้องแน่นอน ส่วนสิ่งที่ยืนยันได้คือผู้ใช้แพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตอยู่นอกกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนในประเทศ

เรื่องเลเวอเรจก็ตามมาจากจุดเดียวกัน ไม่มีเพดานเลเวอเรจของไทยที่เอื้อมถึงแพลตฟอร์มสัญญาเพอร์เพทวลนอกประเทศ เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่งได้รับความเห็นชอบให้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการกำกับเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และกรอบที่ประกาศครอบคลุมฟิวเจอร์สกับออปชัน ไม่ได้พูดถึงสัญญาเพอร์เพทวล เลเวอเรจ 100 เท่าและ 500 เท่าบน Antarctic จึงอยู่นอกเพดานในประเทศ และอยู่นอกการคุ้มครองในประเทศไปพร้อมกัน

ส่วนที่คนไทยตัดสินใจผิดกันง่ายที่สุดคือเรื่องภาษี

ภาษีกฎกระทรวงฉบับที่ 399 (พ.ศ. 2568) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 2025-09-05 ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เฉพาะการโอนที่เกิดขึ้นระหว่าง 2025-01-01 ถึง 2029-12-31 และเฉพาะกรณีที่ขายผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทยเท่านั้น Antarctic ไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว กำไรที่เกิดบนแพลตฟอร์มนี้จึงไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น และยังเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติตามเกณฑ์เงินได้ของผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย

ภาระที่เหลือตกอยู่กับผู้ใช้ทั้งหมด ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย ซึ่งหมายถึงผู้ที่อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษี ต้องคำนวณและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยตนเองตามปีปฏิทิน โดยฐานภาษีของผู้มีถิ่นที่อยู่ครอบคลุมเงินได้จากแหล่งในประเทศ และเงินได้จากแหล่งต่างประเทศเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาในไทย กำไรที่เกิดบนแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่าง Antarctic อยู่ในกลุ่มหลัง เกณฑ์การนำเงินได้เข้ามาในไทยจึงเป็นจุดที่ต้องดูควบคู่ไปกับเรื่องการยกเว้นข้างต้น ขณะที่แพลตฟอร์มไม่ออกเอกสารภาษีของไทย ไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ และเอกสาร Risk Disclosure ของแพลตฟอร์มเองก็เขียนไว้ว่าการจัดการภาระภาษีเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้

ปิดท้ายด้วยข้อเท็จจริงเล็ก ๆ ที่บอกความสัมพันธ์ระหว่าง Antarctic กับตลาดไทยได้ดี Antarctic ไม่เคยออกประกาศ คำถามที่พบบ่อย หรือหน้าใด ๆ ที่พูดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะ หน้าเว็บไม่มีอักษรไทยและไม่มีการอ้างถึงเงินบาทเลย

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้ที่ต้องบอกไว้ตรง ๆ คือ เนื้อหากฎหมายไทยเกือบทั้งหมดในบทนี้มาจากบทวิเคราะห์ของสำนักกฎหมายและผู้ให้บริการวิชาชีพ เพราะเว็บไซต์ www.sec.or.th ตอบกลับเป็น HTTP 403 จากเครือข่ายที่เราใช้ตรวจสอบ เราจึงไม่ได้อ่านตัวบทและประกาศต้นฉบับด้วยตัวเอง

ความเสี่ยงเฉพาะของ Antarctic: ไม่มีการเปิดเผยผลออดิตสัญญา ไม่ระบุที่มาของราคา และมีเพดานการถอนต่อวัน

ความเสี่ยงของการเทรดสัญญาเพอร์เพทวลโดยทั่วไปไม่ใช่หัวข้อของบทนี้ สิ่งที่รวบรวมไว้ต่อจากนี้คือสิ่งที่ผู้ใช้แบกเพิ่มเข้ามาเพราะเลือกแพลตฟอร์มนี้โดยเฉพาะ

ไม่มีรายงานออดิต และสัญญาอัปเกรดได้ด้วยกุญแจใบเดียว

ไม่มีการเปิดเผยผลออดิตดัชนีเอกสารทางการทั้งชุด 39 หน้าไม่มีหน้าออดิตแม้แต่หน้าเดียว ไม่มีชื่อผู้ตรวจสอบ ไม่มีลิงก์รายงาน และบันทึกของ DefiLlama ระบุจำนวนออดิตเป็น 0 สำหรับแพลตฟอร์มที่ถือหลักประกันของผู้ใช้ไว้ นี่คือ “ไม่มีการเปิดเผยผลออดิต” ไม่ใช่ “ไม่ทราบสถานะออดิต”

ถัดจากนั้นคือเรื่องกุญแจ สัญญา staking ของ AMLP และ AHLP บน Arbitrum เป็นสัญญาแบบ ERC-1967 ที่ตัวสัญญาหน้าบ้านชี้ไปยังตรรกะเบื้องหลัง ซึ่งอัปเกรดเปลี่ยนตรรกะนั้นได้ภายหลัง และทั้งสองสัญญาคืนค่า owner() เป็นที่อยู่เดียวกันคือ 0x63730113bd32b7f9a34157bf8b70f066b3d4d2c6 เมื่อเรียกดูโค้ดของที่อยู่นั้นด้วย eth_getCode ได้ค่ากลับมาเป็น 0x แปลว่าเป็นบัญชีที่ควบคุมด้วยกุญแจส่วนตัวใบเดียว ไม่ใช่กระเป๋าแบบ multisig ที่ต้องมีหลายลายเซ็น และผู้ให้บริการก็ไม่เผยแพร่นโยบายการเก็บรักษากุญแจใด ๆ ไว้

เอกสารอ้างว่ามีกลไก timelock สำหรับการเปลี่ยนพารามิเตอร์สำคัญ แต่ไม่มีที่อยู่สัญญา timelock ไม่มีระยะเวลาหน่วงที่ระบุ ไม่มีหน้าให้ดูคิวการเปลี่ยนแปลงที่รออยู่ และเราไม่พบสัญญา timelock คั่นอยู่หน้าสัญญา staking ทั้งสองตัวบนเชน ความหน่วงเดียวที่เป็นรูปธรรมและตรวจได้จริงคือคิวถอนสภาพคล่อง 7 วันของฝั่ง LP

ราคาที่ใช้บังคับปิดสถานะถูกกำหนดฝั่งผู้ให้บริการ และตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าราคาที่ตัดสินว่าสถานะของใครถูกบังคับปิด ไม่ใช่ราคาซื้อขายล่าสุดในสมุดคำสั่ง แต่เป็น mark price ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่แพลตฟอร์มคำนวณขึ้นมาเพื่อกันไม่ให้ราคากระชากชั่ววูบไปกวาดสถานะของคนทั้งกระดาน

ปัญหาคือที่นี่ไม่มีการเปิดเผยผู้ให้บริการออราเคิล ไม่มีหน้าอธิบายวิธีคิด index price หรือ mark price ไม่บอกว่าดึงราคามาจากตลาดใดบ้าง ถ่วงน้ำหนักอย่างไร อัปเดตถี่แค่ไหน และมีมาตรการป้องกันการปั่นราคาอย่างไร ระบบเผยแพร่แค่ตัวเลขราคาสำเร็จรูปออกมาเท่านั้น พูดให้ตรงคือราคาที่ตัดสินว่าใครถูกบังคับปิดสถานะถูกกำหนดขึ้นฝั่งผู้ให้บริการ และผู้ใช้ตรวจสอบย้อนกลับจากภายนอกไม่ได้เลย

โครงสร้างการบังคับปิดที่ประกาศไว้เป็นแบบไล่ชั้นตามมูลค่าสถานะ ในกรณี BTCUSDT คือ maintenance margin ไล่จาก 0.5% ในชั้นเล็กสุดขึ้นไปถึง 9.5% ในชั้นใหญ่สุด ส่วนค่าธรรมเนียมของการบังคับปิดถูกคิดที่อัตรา taker สูงสุดคือ 0.05% เท่ากันทุกระดับ VIP ไม่มีส่วนลดตามระดับให้

ชั้นสุดท้ายที่ควรรู้คือกองทุนประกัน ซึ่งเอกสารยืนยันว่ามีอยู่จริง แต่ไม่เปิดยอดคงเหลือ ไม่เปิดที่อยู่ ไม่เปิดประวัติการใช้ และไม่มีนโยบายเติมเงินที่ประกาศไว้ เมื่อกองทุนหมดและปิดสถานะที่เสียหายเหนือราคาล้มละลายไม่ได้ ระบบจะใช้กลไกลดสถานะอัตโนมัติ (auto-deleveraging หรือ ADL) เข้าไปลดสถานะของผู้เทรดฝั่งตรงข้าม โดยเรียงลำดับตามเลเวอเรจและอัตรากำไร และแต่ละบัญชีจะเห็นว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของคิว ADL โดยไล่เป็นขั้นละ 20% ผลที่ผู้อ่านควรจำไว้คือ แม้จะเป็นสถานะที่กำไรอยู่ ก็ถูกลดขนาดโดยที่เจ้าของไม่ได้สั่งได้เหมือนกัน

เงินของผู้ใช้อยู่ใต้การคัดกรอง การแช่แข็ง และเพดานการถอนของผู้ให้บริการ

ข้อที่ขัดกับภาพ self-custody มากที่สุดคืออำนาจของผู้ให้บริการเหนือเงินของผู้ใช้ ผู้ให้บริการระบุว่าใช้ระบบ AML ของบุคคลที่สามเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเงินบนเชนตลอด 24 ชั่วโมง รายการที่ระบบทำเครื่องหมายว่าน่าสงสัยอาจถูกหน่วงไว้ชั่วคราว ผู้ใช้อาจถูกขอหลักฐานแหล่งที่มาของเงิน และเอกสารยังเตือนไว้เองว่าการพยายามแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบหรือการสร้างแรงกดดันสาธารณะ อาจถูกถือเป็นพฤติกรรมความเสี่ยงสูงและทำให้การตรวจสอบยืดออกไปอีก

นอกจากนี้ข้อกำหนดผู้ใช้ยังสงวนสิทธิ์ยุติบริการของบัญชีที่ไม่ทำการยืนยันตัวตนให้เสร็จ และสงวนสิทธิ์แช่แข็งเงินโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าในกรณีที่ระบุไว้

5,000 USDTถอนสูงสุดต่อครั้งยอดขั้นต่ำต่อครั้ง 1 USDT
200,000 USDTถอนสูงสุดต่อ 24 ชั่วโมงเท่ากันทั้งบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้วและยังไม่ยืนยัน
20,000 USDTโอนจากบัญชีเทรดกลับบัญชีเงินทุนต่อ 24 ชั่วโมงเป็นคอขวดก่อนถึงขั้นตอนถอน

เพดานสองชั้นนี้ทำงานต่อกัน เงินที่อยู่ในบัญชีเทรดต้องผ่านเพดานโอนภายในก่อน แล้วจึงเจอเพดานถอนอีกชั้น ยอดหลักแสนดอลลาร์จึงต้องทยอยออกเป็นหลายวัน และในวันที่ทุกคนอยากถอนพร้อมกัน เพดานเหล่านี้คือสิ่งที่กำหนดจังหวะ ไม่ใช่ความเร็วของเชน

ความเสี่ยงอีกชั้นที่มองข้ามกันคือหลักประกัน การฝาก การถอน และการชำระราคาทั้งหมดผูกกับผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายเดียวคือ USDT ไม่มี USDC ไม่มีเงินสด และไม่มีสเตเบิลคอยน์อื่นให้เลือก ผู้ใช้จึงรับความเสี่ยงของผู้ออกรายเดียวแบบเต็มจำนวนโดยไม่มีทางกระจาย

ส่วนผู้ที่คิดจะเข้าไปเป็นฝ่ายวางสภาพคล่องต้องเข้าใจสองเรื่อง เรื่องแรกคือคำขอถอนสภาพคล่องต้องเข้าคิวรอ 7 วัน จากนั้นต้องเซ็นธุรกรรมบนเชนและยืนยันภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นต้องยื่นคำขอใหม่ทั้งรอบ เรื่องที่สองคือ LP อยู่ในฐานะคู่สัญญาของผู้เทรด ผลตอบแทนของ LP จึงสวนทางกับกำไรรวมของผู้เทรดโดยโครงสร้าง

ตัวเลขที่เผยแพร่ไม่ตรงกันเอง และการไม่พบเหตุการณ์ไม่เท่ากับไม่เคยเกิด

ตัวเลขที่บอกขนาดของแพลตฟอร์มนี้ไม่สอดคล้องกันเอง โดยเฉพาะ Open Interest ที่ถูกรายงานพร้อมกันสามระดับ ทั้ง 3,348,351 ดอลลาร์ 265,881,598 ดอลลาร์ และ 1.8 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไป มุมที่สำคัญต่อเรื่องความเสี่ยงคือ ผู้อ่านไม่มีทางรู้ว่าค่าใดจริง และเมื่อไม่รู้ว่าค่าใดจริง ตัวเลขเหล่านี้ก็ใช้ประเมินความลึกของสภาพคล่องไม่ได้ ซึ่งความลึกของสภาพคล่องคือสิ่งที่ตัดสินว่าคำสั่งขนาดใหญ่จะปิดได้ที่ราคาเท่าไรในวันที่ตลาดผันผวน

ณ 2026-08-17 เราไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติของแพลตฟอร์มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเจาะระบบ การปั่นราคาออราเคิล ระบบล่ม หรือเหตุการณ์ฝั่งหน้าเว็บ แต่ต้องกำกับข้อจำกัดไว้ว่าเว็บบล็อกของผู้ให้บริการตอบกลับเป็น Cloudflare error 522 ตลอดช่วงที่เราตรวจสอบ และเครื่องมือค้นหาทั่วไปใช้งานไม่ได้ ผลลัพธ์นี้จึงเป็น “ไม่พบ” ไม่ใช่ “ไม่เคยเกิด”

สุดท้าย ไม่มีที่เก็บซอร์สโค้ดสาธารณะให้ตรวจ ไม่มีโครงการ bug bounty ที่ประกาศไว้ และไม่มีการเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมหรือผู้เรียงลำดับคำสั่งในระบบ rollup ของตัวเอง

รหัสแนะนำมีผลเมื่ออยู่ในช่องก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น

รหัสที่ chainhelm ถืออยู่คือ 6LAP168t ลิงก์ที่ใส่รหัสมาให้แล้วคือ https://partner.antarctic.live/code/6LAP168t และวันที่เราตรวจสอบด้วยตัวเองคือ 2026-08-16

เงื่อนไขที่ชี้ขาดมีข้อเดียว คือรหัสต้องอยู่ในช่อง “Referral Code (Optional)” ตั้งแต่ก่อนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรก เพราะรหัสใช้ได้ครั้งเดียว และเพิ่มย้อนหลังให้วอลเล็ตเดิมไม่ได้ ใครที่เลยจุดนั้นไปแล้วต้องเริ่มใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ

และสำหรับบางคน คำถามนี้จบตั้งแต่ก่อนถึงช่องกรอกรหัส เพราะข้อกำหนดของ Antarctic เองตัดผู้ใช้จาก 13 ประเทศออกไปแล้ว ในนั้นมีสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฮ่องกง ส่วนไทยไม่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว