— สารบัญ 11 หัวข้อ
- 01 รหัสแนะนำ Arcus “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
- 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Arcus “CHAINHELM”
- 03 ขั้นตอนการสมัคร Arcus ด้วยรหัสแนะนำ
- 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Arcus เสร็จ
- 05 รหัสแนะนำ Arcus เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
- 06 Arcus คือ DEX ที่ dYdX Labs สร้างบนเชนของ Robinhood และยังอยู่ในช่วงเบตา
- 07 อันดับ 26 ของกระดาน perp DEX ด้วยส่วนแบ่ง 0.39% และสมุดออเดอร์ที่หุ้นมากกว่าคริปโต
- 08 Arcus กันผู้ใช้จากสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร พร้อมระบุเองว่าไม่ได้จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับใด
- 09 ผู้ใช้ในประเทศไทยเข้าใช้ Arcus ได้ แต่เป็นแพลตฟอร์มนอกทะเบียน ก.ล.ต.
- 10 ยังอยู่ในเบตาทั้งสองผลิตภัณฑ์ ชุดผู้ตรวจสอบเป็นแบบปิด และไม่มีกองทุนชดเชยที่เปิดเผย
- 11 รหัสแนะนำผูกกับวอลเล็ตได้ครั้งเดียว จึงต้องตัดสินใจก่อนเชื่อมต่อครั้งแรก
รหัสแนะนำ Arcus เฉพาะของ chainhelm คือ
ณ วันที่ 2026-08-14 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้
เพียงเชื่อมต่อวอลเล็ตโดยใช้รหัสนี้ คุณก็จะได้รับ ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5% ทั้งนี้ รหัสจะมีผลเฉพาะกับการเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น
บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Arcus จุดเด่นของ Arcus การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง
รหัสแนะนำ Arcus “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Arcus ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-14 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่
ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ
หน้าจอแสดงข้อความ “Referral code applied” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว
chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้
ขอบเขตที่เราลงมือตรวจเองมีเท่านี้ คือขั้นตอนการสมัครกับการใช้รหัสแนะนำ ส่วนเรื่องข้อกฎหมาย สิทธิ์การเข้าใช้งาน และความเสี่ยงของแพลตฟอร์ม เป็นข้อมูลที่เรารวบรวมจากเอกสารทางการและแหล่งอ้างอิงสาธารณะ แล้วอธิบายไว้ในช่วงหลังของบทความ
ลิงก์รับรหัสจะกรอกโค้ดมาให้ในช่องตั้งแต่หน้าแรก จึงไม่ต้องพิมพ์เอง ขั้นตอนตั้งแต่เชื่อมต่อวอลเล็ตไปจนกดใช้โค้ด อยู่ในหัวข้อขั้นตอนการสมัครถัดไป
และถ้าเปิดลิงก์เดิมซ้ำในภายหลัง หน้าจอจะขึ้นหัวข้อ “Referral Already Claimed” พร้อมช่อง Referred By, Referrer Address และ Fee Discount ซึ่งเป็นหลักฐานว่าการผูกยังอยู่ วิธีตรวจซ้ำอธิบายไว้ในหัวข้อเรื่องการเพิ่มรหัสย้อนหลัง
สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Arcus “CHAINHELM”
เมื่อเชื่อมต่อวอลเล็ตโดยใช้รหัสนี้ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Arcus
- สิทธิประโยชน์
- ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5%
- วันหมดอายุ
- ไม่ระบุในเอกสารทางการ
- ผู้มีสิทธิ์
- ผู้ใช้ใหม่
คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อวอลเล็ตโดยใช้รหัสแนะนำเท่านั้น หากเชื่อมต่อโดยไม่ได้ใช้รหัส จะไม่สามารถขอรับย้อนหลังได้
ขั้นตอนการสมัคร Arcus ด้วยรหัสแนะนำ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์
1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Arcus ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. คลิก “Connect Wallet” เพื่อเริ่มขั้นตอน
ที่หน้า “Claim Referral Code” จะเห็นเช็กลิสต์ 4 ข้อ ไล่ตั้งแต่ “Sign in to get started” ไปจนถึง “Start trading with referral perks” ให้เริ่มจากข้อแรกด้วยการคลิก “Connect Wallet” ทางด้านขวา เพื่อเปิดหน้าต่างเลือกช่องทางเข้าใช้งาน
ก่อนคลิก ให้ดูช่องโค้ดของข้อ “Redeem Referral Code” ไว้ด้วย เพราะมี “CHAINHELM” กรอกมาให้แล้ว จึงไม่ต้องพิมพ์เอง
3. เลือกกระเป๋าจากหน้าต่าง “Log in or sign up”
หน้าต่าง “Log in or sign up” จะเด้งขึ้นมาพร้อมรายการช่องทางเข้าใช้งาน ให้คลิกชื่อกระเป๋าที่ติดตั้งเป็นส่วนขยายไว้บนเบราว์เซอร์ ซึ่งในภาพคือ “Rabby Wallet” แล้วส่วนขยายจะเปิดหน้าต่างขออนุมัติขึ้นมาต่อ
ถ้าใช้กระเป๋าตัวอื่น ให้คลิก “Continue with a wallet” เพื่อเลือกจากรายการทั้งหมด หรือจะเข้าใช้งานด้วยบัญชี “Google” แทนก็ได้
4. เซ็นข้อความ “Verify Address” ยืนยันเจ้าของกระเป๋า
ส่วนขยายกระเป๋าจะเปิดหน้าต่างแจ้งเตือนหัวข้อ “Verify Address” ขึ้นมา ให้ไล่อ่านข้อความในกล่อง “Sign Text” ว่าเป็นคำขอลงชื่อเข้าใช้จาก app.arcus.xyz แล้วคลิก “Sign”
การเซ็นรอบนี้เป็นเพียงการยืนยันความเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้ ไม่ใช่การส่งธุรกรรมและไม่มีค่าธรรมเนียม
5. คลิก “Confirm” ปิดท้ายการเชื่อมต่อ
เมื่อกด “Sign” แล้ว ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้คลิกอีกครั้งเพื่อส่งลายเซ็นออกไปและปิดท้ายการเชื่อมต่อกระเป๋า ถ้าเปลี่ยนใจระหว่างนี้ ยังคลิก “Cancel” เพื่อยกเลิกได้
6. คลิก “Enable Trading” ในข้อถัดไป
เมื่อกลับมาที่หน้าเช็กลิสต์ ให้คลิก “Enable Trading” ที่สว่างขึ้นมาในข้อที่สอง โดยสังเกตว่าข้อแรกเปลี่ยนจากปุ่มเชื่อมต่อเป็นที่อยู่กระเป๋าแบบย่อแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเชื่อมต่อสำเร็จ
7. ติ๊กยอมรับเงื่อนไขในหน้าต่าง “Enable Trading”
หน้าต่าง “Enable Trading” จะบอกว่าการใช้โค้ดแนะนำต้องส่งคำขอที่เซ็นแล้ว จึงต้องเปิดการเทรดก่อนเป็นลำดับแรก ให้คลิกช่องทำเครื่องหมายหน้าข้อความที่ระบุว่ายอมรับ “Terms of Use” กับ “Privacy Policy” และการใช้คุกกี้ที่จำเป็น
ตราบใดที่ยังไม่ติ๊กช่องนี้ ปุ่ม “Enable” ด้านล่างจะยังจางและกดไม่ได้ ระวังอย่าสลับกับช่อง “Remember me” ที่ติ๊กมาให้ตั้งแต่แรก
8. คลิก “Enable” เพื่อเปิดการเทรด
เมื่อติ๊กช่องยอมรับเงื่อนไขแล้ว ปุ่ม “Enable” จะเปลี่ยนเป็นสีสว่าง ให้คลิกเพื่อส่งคำขอเปิดการเทรด แล้วกระเป๋าจะเด้งคำขอลายเซ็นขึ้นมาให้อนุมัติในขั้นถัดไป
9. เซ็นข้อความอนุญาตให้เทรด
กระเป๋าจะเปิดคำขอลายเซ็นรอบที่สองขึ้นมา ในกล่อง “Sign Text” จะเห็นข้อมูลของ Arcus Web API ที่ใช้เปิดสิทธิ์เทรดให้บัญชี ให้ตรวจว่าคำขอมาจาก app.arcus.xyz แล้วคลิก “Sign”
10. คลิก “Confirm” ยืนยันลายเซ็น
ในหน้าคำขอเดิม ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้คลิกเพื่อส่งลายเซ็นออกไปให้จบขั้นตอน ถ้ายังไม่ต้องการเปิดการเทรดตอนนี้ ให้คลิก “Cancel”
11. คลิก “Redeem” เพื่อใช้โค้ดแนะนำ
เมื่อข้อ “Enable Trading” ขึ้นสถานะ “Trading Enabled” แล้ว ข้อ “Redeem Referral Code” จะกดได้ ให้ตรวจว่าช่องโค้ดยังเป็น “CHAINHELM” แล้วคลิก “Redeem” ที่อยู่ข้างช่อง เพื่อยืนยันการใช้โค้ด
12. ตรวจผลว่าใช้โค้ดแนะนำสำเร็จแล้ว
เมื่อใช้โค้ดสำเร็จ แถบ “Referral code applied” จะขึ้นที่ขอบบนของจอ ให้กลับไปดูข้อ “Redeem Referral Code” อีกครั้ง ช่องกรอกโค้ดจะเปลี่ยนเป็น “Referred By @CHAINHELM” พร้อมเครื่องหมายถูกสีเขียว เท่ากับบัญชีผูกกับผู้แนะนำเรียบร้อยแล้ว
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Arcus บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. แตะ “Connect Wallet” เพื่อเริ่มขั้นตอน
หน้า “Claim Referral Code” บนมือถือจะเรียงเช็กลิสต์ 4 ข้อลงมาตามแนวตั้ง ให้แตะปุ่ม “Connect Wallet” ที่อยู่ใต้หัวข้อ “Sign in to get started” เพื่อเปิดแผงเลือกช่องทางเข้าใช้งาน
ก่อนแตะ ให้ดูข้อ “Redeem Referral Code” ที่อยู่ถัดลงไปด้วย เพราะช่องโค้ดมี “CHAINHELM” กรอกไว้ให้แล้ว จึงไม่ต้องพิมพ์เอง
3. เลือกกระเป๋าจากแผง “Log in or sign up”
แผง “Log in or sign up” จะเลื่อนขึ้นมาจากขอบล่างของจอพร้อมรายการช่องทางเข้าใช้งาน ให้แตะชื่อกระเป๋าที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ซึ่งในภาพคือ “Rabby Wallet” แล้วเครื่องจะสลับไปยังแอปกระเป๋าเพื่อขออนุมัติต่อ
ถ้าใช้กระเป๋าตัวอื่น ให้แตะ “Continue with a wallet” เพื่อเลือกจากรายการทั้งหมด หรือจะเข้าใช้งานด้วยบัญชี “Google” แทนก็ได้
4. เซ็นข้อความ “Verify Address” ในแอปกระเป๋า
แอปกระเป๋าจะแสดงคำขอลายเซ็นหัวข้อ “Verify Address” ขึ้นมา ให้ไล่อ่านข้อความในกล่อง “Sign Text” ว่าเป็นคำขอลงชื่อเข้าใช้จาก app.arcus.xyz แล้วแตะ “Sign”
การเซ็นรอบนี้เป็นเพียงการยืนยันความเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้ ไม่ใช่การส่งธุรกรรมและไม่มีค่าธรรมเนียม
5. แตะ “Confirm” ปิดท้ายการเชื่อมต่อ
เมื่อแตะ “Sign” แล้ว ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้แตะอีกครั้งเพื่อส่งลายเซ็นออกไปและปิดท้ายการเชื่อมต่อกระเป๋า ถ้าเปลี่ยนใจระหว่างนี้ ยังแตะ “Cancel” เพื่อยกเลิกได้
6. แตะ “Enable Trading” ในข้อถัดไป
เมื่อกลับมาที่หน้าเช็กลิสต์ ให้แตะ “Enable Trading” ที่สว่างขึ้นมาในข้อที่สอง โดยสังเกตว่าข้อแรกเปลี่ยนจากปุ่มเชื่อมต่อเป็นแถบที่อยู่กระเป๋าแบบย่อแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเชื่อมต่อสำเร็จ
7. ติ๊กยอมรับเงื่อนไขในแผง “Enable Trading”
แผง “Enable Trading” จะเลื่อนขึ้นมาพร้อมคำอธิบายว่าการใช้โค้ดแนะนำต้องส่งคำขอที่เซ็นแล้ว จึงต้องเปิดการเทรดก่อนเป็นลำดับแรก ให้แตะช่องทำเครื่องหมายหน้าข้อความที่ระบุว่ายอมรับ “Terms of Use” กับ “Privacy Policy” และการใช้คุกกี้ที่จำเป็น
ตราบใดที่ยังไม่ติ๊กช่องนี้ ปุ่ม “Enable” ด้านล่างจะยังจางและแตะไม่ได้ ระวังอย่าสลับกับช่อง “Remember me” ที่ติ๊กมาให้ตั้งแต่แรก
8. แตะ “Enable” เพื่อเปิดการเทรด
เมื่อติ๊กช่องยอมรับเงื่อนไขแล้ว ปุ่ม “Enable” จะเปลี่ยนเป็นสีสว่าง ให้แตะเพื่อส่งคำขอเปิดการเทรด แล้วแอปกระเป๋าจะแสดงคำขอลายเซ็นขึ้นมาให้อนุมัติในขั้นถัดไป
9. เซ็นข้อความอนุญาตให้เทรด
แอปกระเป๋าจะแสดงคำขอลายเซ็นรอบที่สอง ในกล่อง “Sign Text” จะเห็นข้อมูลของ Arcus Web API ที่ใช้เปิดสิทธิ์เทรดให้บัญชี ให้ตรวจว่าคำขอมาจาก app.arcus.xyz แล้วแตะ “Sign”
10. แตะ “Confirm” ยืนยันลายเซ็น
ในหน้าคำขอเดิม ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็น “Confirm” ให้แตะเพื่อส่งลายเซ็นออกไปให้จบขั้นตอน ถ้ายังไม่ต้องการเปิดการเทรดตอนนี้ ให้แตะ “Cancel”
11. แตะ “Redeem” เพื่อใช้โค้ดแนะนำ
เมื่อข้อ “Enable Trading” ขึ้นสถานะ “Trading Enabled” แล้ว ข้อ “Redeem Referral Code” จะแตะได้ ให้ตรวจว่าช่องโค้ดยังเป็น “CHAINHELM” แล้วแตะ “Redeem” ที่อยู่ข้างช่อง เพื่อยืนยันการใช้โค้ด
12. ตรวจผลว่าใช้โค้ดแนะนำสำเร็จแล้ว
เมื่อใช้โค้ดสำเร็จ หน้าจอจะเปลี่ยนหัวข้อเป็น “Referral Already Claimed” ให้ดูการ์ดใบแรกที่แสดง “@CHAINHELM” คู่กับคำว่า “Referred By” ซึ่งยืนยันว่าบัญชีผูกกับผู้แนะนำรายนี้แล้ว
สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Arcus เสร็จ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์
เมื่อพร้อมเติมเงินเข้าบัญชี ให้เปิดหน้าต่าง “Deposit USDG Spot” แล้วเลือกที่แท็บด้านบนว่าจะเติมด้วยคริปโตผ่าน “Use Crypto” หรือด้วยเงินสกุลปกติผ่าน “Use Cash”
ในแท็บ “Use Crypto” มีสองทางให้คลิก คือ “Transfer Crypto” ที่โอนคริปโตจากกระเป๋าเข้ามาโดยตรงและระบุว่าเข้าทันที กับ “Connect Exchange” ที่ดึงจากบัญชีกระดานเทรดที่เชื่อมไว้ โดยระบุเวลาไว้ราว 2 นาที
การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
เมื่อพร้อมเติมเงินเข้าบัญชี ให้เปิดแผง “Deposit USDG Spot” ที่เลื่อนขึ้นมาจากขอบล่าง แล้วเลือกที่แท็บด้านบนว่าจะเติมด้วยคริปโตผ่าน “Use Crypto” หรือด้วยเงินสกุลปกติผ่าน “Use Cash”
ในแท็บ “Use Crypto” มีสองทางให้แตะ คือ “Transfer Crypto” ที่โอนคริปโตจากกระเป๋าเข้ามาโดยตรงและระบุว่าเข้าทันที กับ “Connect Exchange” ที่ดึงจากบัญชีกระดานเทรดที่เชื่อมไว้ โดยระบุเวลาไว้ราว 2 นาที
ไม่ว่าจะทำจากเครื่องไหน เงินที่เข้ามาจะไปจบที่สกุลเดียวกันเสมอ Arcus รับฝากได้จากหลายเชน โดยเอกสารทางการระบุชื่อไว้ห้าเชน คือ Bitcoin, Ethereum, Solana, Base และ Arbitrum พร้อมบอกว่ารายการเต็มอยู่ที่ fun.xyz ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ผู้ดูแลการฝากถอน ไม่ใช่ Arcus เอง รายชื่อนี้จึงไม่ใช่รายการปิด ทุกอย่างที่โอนเข้ามาจะถูกสวอปและบริดจ์เป็น USDG ให้อัตโนมัติในขั้นตอนเดียว เพราะ USDG คือหลักประกันและสกุลชำระราคาเดียวของบัญชี ส่วนการเทรดนั้นชำระราคาอยู่บน Robinhood Chain
ฝั่งเงินสกุลปกติ Arcus ไม่มีช่องทางของตัวเอง แต่ใช้ผู้ให้บริการภายนอกผ่าน Fun flow ซึ่งรองรับ Apple Pay บัตร Google Pay และ AstroPay รวมถึงการดึงจากบัญชีกระดานเทรดที่เชื่อมไว้ โดยมี Coinbase ตั้งแต่วันเปิดตัวและระบุว่าจะเพิ่มรายอื่นอีก
เรื่องต้นทุน Arcus ไม่เก็บค่าธรรมเนียมฝากของตัวเอง และ USDG เข้าออกไม่มีค่าธรรมเนียม สิ่งที่เสียจริงจึงเป็นของบุคคลที่สาม คือค่าธรรมเนียมผู้ประมวลผลบัตรหรือกระเป๋าเงิน กับค่าสวอปและค่าบริดจ์เมื่อสิ่งที่ฝากเข้ามาไม่ใช่ USDG
ส่วนตัวเลขที่หลายคนอยากรู้กลับไม่มีเผยแพร่ Arcus ไม่ได้ประกาศยอดฝากขั้นต่ำไว้ที่ใดเลย และมีการบังคับยอดถอนขั้นต่ำอยู่จริงแต่ไม่เปิดเผยตัวเลข ตัวเลขที่ใกล้ที่สุดที่เผยแพร่คือมูลค่าขั้นต่ำต่อคำสั่งซื้อขาย 5 USD
เมื่อเติมเงินเข้าบัญชีด้วยช่องทางที่ถนัดแล้ว ไม่ว่าจะโอนคริปโตเข้ามาเอง เชื่อมบัญชีจากกระดานเทรดอื่น หรือใช้เงินสกุลปกติ บัญชีก็พร้อมเริ่มเทรดบน Arcus
รหัสแนะนำ Arcus เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
รหัสแนะนำใช้ได้เพียงครั้งเดียว คือตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น
หากเชื่อมต่อจนจบขั้นตอนโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ จะไม่มีวิธีย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมได้อีก ผู้ที่ยังต้องการใช้รหัสจึงต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ
- ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีข้อความแจ้งว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ตรวจทั้งข้อความที่ขึ้นเมื่อเข้าผ่านลิงก์ และค่าในช่องกรอกรหัส)
- หลังเชื่อมต่อเสร็จ ให้เปิดหน้าแนะนำ (referral) เพื่อตรวจดูว่าการแนะนำถูกบันทึกไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่
จุดที่การผูกเกิดขึ้นคือตอนเชื่อมต่อครั้งแรก และผูกที่ระดับวอลเล็ต ไม่ใช่ระดับบัญชีผู้ใช้ ลิงก์รับรหัสจะกรอกโค้ดมาให้ในช่องตั้งแต่ต้น แต่ยังต้องกด Redeem ด้วยตัวเองหลังจากเปิดการเทรดผ่านแล้ว การเปิดลิงก์เฉย ๆ จึงยังไม่เท่ากับผูกสำเร็จ
ตรวจว่าผูกแล้วหรือยังได้จากสามจุด จุดแรกคือแถบ “Referral code applied” ที่ขึ้นทันทีหลังกด จุดที่สองคือป้าย “Referred By @CHAINHELM” ที่ขึ้นแทนช่องกรอกโค้ดบนเช็กลิสต์ และจุดที่สามคือเมื่อเปิดลิงก์เดิมซ้ำในภายหลัง หน้าจอจะขึ้นหัวข้อ “Referral Already Claimed” พร้อมช่อง Referred By, Referrer Address และ Fee Discount
ถ้าเผลอเชื่อมต่อจนจบไปแล้วโดยไม่ได้กด Redeem ทางที่เหลืออยู่ทางเดียวคือเริ่มใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ ซึ่งหมายถึงที่อยู่ใหม่ ลายเซ็นใหม่ และการเปิดการเทรดใหม่ทั้งชุด การตัดสินใจให้จบก่อนกดเชื่อมต่อครั้งแรกจึงเสียเวลาน้อยกว่า
◆ ◇ ◆
Arcus คือ DEX ที่ dYdX Labs สร้างบนเชนของ Robinhood และยังอยู่ในช่วงเบตา
ก่อนโอนเงินเข้าไป สิ่งที่ควรรู้คือกำลังจะใช้บริการของใคร และระบบข้างในทำงานอย่างไร Arcus เป็นกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ที่เปิดใช้จริงเมื่อ 2026-07-01 อายุราวหกสัปดาห์ ณ วันที่เราตรวจสอบ และยังอยู่ในช่วงเบตาทั้งฝั่งซื้อขายทันที (spot) และฝั่งสัญญาไม่มีวันหมดอายุ (perp)
สองบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง และที่มาจากทีม dYdX
ชื่อ Arcus ที่เห็นบนหน้าเว็บมีบริษัทอยู่เบื้องหลังสองแห่ง ไม่ใช่แห่งเดียว ตัวโปรโตคอลดำเนินการโดย Arcus Labs Ltd ซึ่งเป็นบริษัทแบบ exempted company ที่หมู่เกาะเคย์แมน และเป็นผู้ออก Protocol Terms ส่วนหน้าเว็บ arcus.xyz กับ app.arcus.xyz ที่คุณกดใช้งานจริง ดำเนินการโดย Pocket Protector Labs Inc. บริษัทในรัฐเดลาแวร์ ภายใต้ Interface Terms คนละฉบับกัน
Arcus อธิบายตัวเองในเอกสารทางการว่าเป็น DEX ที่สร้างโดย dYdX Labs ร่วมกับ Robinhood Crypto ทีมงานมาจาก Pocket Protector ที่ dYdX Labs เข้าซื้อกิจการมา ผู้บริหารคือ Eddie Zhang ในตำแหน่ง CEO and Founder และ Antonio Juliano ผู้ก่อตั้ง dYdX ที่เข้ามานั่งเป็นกรรมการ
บทบาทของ Robinhood ต้องแยกให้ชัด Robinhood Crypto เป็นผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ไม่เปิดเผยจำนวนเงิน และเป็นผู้ดำเนินการ Robinhood Chain ซึ่งเป็นเชนที่ Arcus ใช้ชำระราคา แต่ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการโปรโตคอลและไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการหน้าเว็บ สิ่งที่คุณกำลังจะใช้จึงไม่ใช่บริการของ Robinhood
จำนวนผู้ใช้เป็นตัวเลขที่ Arcus ไม่เคยเผยแพร่เลย ตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุดคือยอดลงชื่อรอคิวเข้าใช้ perp กว่า 75,000 ราย ซึ่ง The Block รายงานไว้เมื่อ 2026-07-21 นั่นเป็นแหล่งข่าวรอง ไม่ใช่การเปิดเผยของ Arcus เอง และคนที่ลงชื่อรอคิวก็ไม่เท่ากับผู้ใช้งานจริง
ตลาดที่เปิดให้เทรด และเงื่อนไขการเข้าใช้งาน
ตัวเลขตลาด spot ที่เห็นจากที่อื่นอาจไม่ตรงกัน เพราะ CoinGecko นับได้ 175 ตลาด ซึ่งเป็นเฉพาะตลาดที่ตัวเองติดตามและมีข้อมูลพอใช้งาน ส่วน 222 คือจำนวนที่ตั้งค่าไว้จริงทั้งหมดตาม API ของ Arcus
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้โค้ดคือประตูเข้ามีสองชั้นไม่เท่ากัน ฝั่ง spot เปิดให้ผู้มีสิทธิ์ทุกคนเข้าใช้ได้ทันที แต่ฝั่ง perp ยังเป็นเบตาที่ปล่อยตามลำดับคิวเป็นรอบ คนที่ใช้โค้ดสำเร็จแล้วจึงอาจยังเทรด perp ไม่ได้ในทันที
การเข้าใช้งานไม่มีการยืนยันตัวตน เข้าได้สองทาง คือใช้วอลเล็ตที่มีอยู่แล้ว หรือให้ระบบสร้างวอลเล็ตแบบถือกุญแจเองขึ้นมาผ่านอีเมลหรือการล็อกอินโซเชียล ซึ่งใช้บริการของ Privy และเอกสารระบุชื่อการเข้าผ่าน Apple ไว้ด้วย คำว่าถือกุญแจเองแปลว่ากุญแจอยู่ในมือคุณ ไม่ใช่บัญชีที่ผู้ให้บริการเก็บทรัพย์ไว้ให้แบบกระดานเทรดทั่วไป
สิ่งที่ระบบขอแทนการยืนยันตัวตน คือให้ผู้ใช้รับรองตนเองว่าอายุ 18 ปีขึ้นไปและไม่ใช่บุคคลที่ถูกจำกัดสิทธิ์ บวกกับการตรวจตำแหน่งจากหมายเลขไอพีและการคัดกรองที่อยู่วอลเล็ต รายละเอียดของการตรวจสิทธิ์อยู่ในหัวข้อเรื่องประเทศที่ถูกกันออก
ค่าธรรมเนียมในช่วงเบตา และต้นทุนที่ยังเกิดขึ้นจริง
คนที่ค้นหารหัสส่วนลดควรเห็นภาพก่อนว่าส่วนลดไปลดจากอะไร และอะไรที่ยังต้องจ่ายอยู่ดี ต้นทุนบน Arcus มีสี่ประเภท โดยค่า funding ที่อยู่ในรายการคือเงินที่ฝ่ายหนึ่งจ่ายให้อีกฝ่ายเป็นงวด เพื่อดึงราคาสัญญาให้เกาะกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง
- ค่าธรรมเนียม perp ชั้นเริ่มต้น
- maker 0.0% และ taker 0.0225% ของมูลค่าสัญญา เป็นชั้นแรกของบันได 7 ชั้น ตั้งแต่ Base ถึง Max ที่เลื่อนชั้นด้วยปริมาณเทรดสะสม 30 วันย้อนหลังเพียงมิติเดียว
- ต้นทุนฝั่ง spot
- ไม่มีค่าคอมมิชชัน แต่ราคาที่ได้มาจากการขอราคาจาก maker รายเดียวแบบ RFQ ต้นทุนจึงไปซ่อนอยู่ในสเปรด และแอปตั้งค่าเผื่อความคลาดเคลื่อนของราคาไว้ที่ 0.50% เป็นค่าเริ่มต้น
- ค่า funding
- คิดทุกชั่วโมง ตลาดคริปโตใช้อัตราฐาน 0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง หรือราว 10.95% ต่อปี ส่วนตลาดสินทรัพย์โลกจริงใช้ SOFR บวก 0.5% ต่อปี และล็อกที่อัตราฐานเมื่อตลาดอ้างอิงปิดทำการ
- ค่าธรรมเนียมเครือข่าย
- ผู้เทรดไม่จ่าย gas ต่อคำสั่ง เพราะการจับคู่เกิดขึ้นนอกเชนและมีเพียงการชำระราคาที่แตะเชน โดย Robinhood Chain ใช้ ETH เป็นโทเคนค่าธรรมเนียมของตัวเอง
ตัวเลขชุดนี้ไม่ใช่ตารางถาวร maker 0% ในชั้นที่ 0 ถึง 4 และ taker ที่ลดลงครึ่งหนึ่ง เป็นโปรโมชันเฉพาะช่วงเบตาที่ประกาศเมื่อ 2026-08-04 และ Arcus ระบุเองว่าจะกลับสู่ระดับปกติเมื่อแจ้งล่วงหน้า ชัดเจนถึงขนาดที่หน้าเอกสารค่าธรรมเนียมไม่พิมพ์ตัวเลขไว้เลย แต่บอกให้ผู้พัฒนาไปอ่านค่าล่าสุดจาก API แทน
อีกสองเรื่องที่ควรรู้คู่กัน อย่างแรก ถึงจะไม่มี gas ต่อคำสั่ง แต่เอกสารก็ไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขต้นทุนบนเชนส่วนที่เหลือซึ่งผู้ใช้ต้องแบก อย่างที่สอง ที่นี่ไม่มีส่วนลดค่าธรรมเนียมจากการถือหรือ stake โทเคนใด ๆ เพราะ Arcus ยังไม่มีโทเคนของตัวเอง ชั้นค่าธรรมเนียมจึงขึ้นกับปริมาณเทรดมิติเดียวจริง ๆ
เชนที่ใช้ชำระราคาและวิธีจับคู่คำสั่งซื้อขาย
Robinhood Chain คือ Ethereum Layer 2 แบบ EVM ที่สร้างบน Arbitrum stack มีหมายเลขเชน 4663 และใช้ ETH เป็นค่าธรรมเนียมเครือข่าย พูดให้ง่าย Layer 2 คือเชนที่แยกออกมาประมวลผลแทนเชนหลักเพื่อให้เร็วขึ้นและถูกลง แล้วส่งผลสรุปกลับไปยัง Ethereum อีกที
โครงสร้างของ Arcus เองแบ่งเป็นสามชั้นตามเอกสารทางการ ชั้นแรกคือกระดานหลักนอกเชน ซึ่งมีสมุดคำสั่งซื้อขายและตัวจัดลำดับคำสั่ง โดยเอกสารอ้างว่ารองรับคำสั่งได้เกิน 100,000 รายการต่อวินาที และยืนยันการเทรดในราว 20 มิลลิวินาที ชั้นที่สองคือ appchain ของ validator หรือผู้ตรวจสอบ ที่จำลองสถานะเดียวกันขึ้นมาตรวจซ้ำทั้งลายเซ็น มาร์จิ้น และความถูกต้องของการจับคู่ ก่อนโหวตส่งผลขึ้นเชน ชั้นที่สามคือสัญญาบนเชน EVM ที่มี Checkpoint Manager กับ Bridge Vault ซึ่งเก็บเงินจริงและปิดการชำระราคา พร้อมทางออกฉุกเฉินไว้ให้ถอนเงินหากระบบหยุดทำงาน
วิธีจับคู่คำสั่งต่างกันสองฝั่ง ฝั่ง perp ใช้สมุดคำสั่งซื้อขายจับคู่นอกเชนแล้วชำระบนเชนโดยที่เงินไม่ต้องไปฝากไว้กับใคร ส่วนฝั่ง spot ใช้วิธี RFQ คือยิงคำขอราคาไปหา maker นอกเชน แล้วชำระบนเชนจบในธุรกรรมเดียว ไม่ใช่ AMM แบบที่คุ้นกันใน DEX ทั่วไป
อันดับ 26 ของกระดาน perp DEX ด้วยส่วนแบ่ง 0.39% และสมุดออเดอร์ที่หุ้นมากกว่าคริปโต
ตัวเลขในหัวข้อนี้บอกว่า Arcus ยืนอยู่ตรงไหนของตลาด ทุกตัวเป็นภาพนิ่งของวันที่ 2026-08-14 และมาพร้อมชื่อแหล่งที่มากำกับ เพราะที่มาต่างกันให้ตัวเลขไม่เท่ากัน
ปริมาณเทรด สถานะคงค้าง และรายได้ค่าธรรมเนียม ณ วันตรวจสอบ
สองฐานข้อมูลข้างบนห่างกันราว 8% ในฝั่งปริมาณเทรด และราว 7% ในฝั่งสถานะคงค้าง สาเหตุคือคนละช่วงเวลาและคนละวิธีนับ ไม่ใช่ฝ่ายใดผิด เราจึงแสดงทั้งคู่และไม่เลือกข้างให้
อันดับ 26 กับส่วนแบ่ง 0.39% ผูกกับฐานของ DeFi Llama เท่านั้น เพราะมาจากการเทียบ 63.1 ล้าน USD กับปริมาณรวมทุกโปรโตคอล 16,204 ล้าน USD บนหน้าเดียวกัน ณ เวลาเดียวกัน ส่วนอันดับของสถานะคงค้างไม่มีการเผยแพร่ จึงไม่มีให้อ้างอิง
รายได้ค่าธรรมเนียมที่เห็นคือเงินที่โปรโตคอลเก็บได้ ไม่ใช่อัตราที่คุณต้องจ่าย และควรอ่านคู่กับอายุของชุดข้อมูล ตัวเก็บข้อมูลของ DeFi Llama เพิ่งเริ่มทำงานราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันที่เราตรวจสอบ สังเกตได้จากยอดรวม 7 วันกับยอดรวมตลอดกาลที่เท่ากันพอดีที่ 68,564 USD สำหรับกระดานขนาดนี้ อันดับขยับได้เร็วมาก ตัวเลขทั้งชุดจึงควรถือเป็นภาพนิ่งของวันเดียว
สมุดออเดอร์ที่หุ้นมากกว่าคริปโต และกติกาเมื่อตลาดอ้างอิงปิดทำการ
รวมแล้วสินทรัพย์โลกจริงกินไป 38 จาก 47 ตลาด perp ซึ่งกลับด้านกับ perp DEX ทั่วไปที่มีคริปโตเป็นส่วนใหญ่และมีหุ้นเป็นของแถม นี่คือจุดที่ทำให้ Arcus ไม่เหมือนกระดานที่คนไทยคุ้นเคย และทุกตลาดใช้บัญชีเดียวแบบมาร์จิ้นรวมทั้งบัญชี โดยมีหลักประกันเดียวคือ USDG
การมีหุ้นอยู่ในสมุดออเดอร์ทำให้ต้องมีกติกาที่ perp DEX สายคริปโตไม่ต้องคิดเลย คือช่วงที่ตลาดหุ้นอ้างอิงปิดทำการ ค่า funding จะล็อกอยู่ที่อัตราฐาน มาร์จิ้นเริ่มต้นถูกยกขึ้นขณะที่มาร์จิ้นรักษาสถานะคงเดิม ราคาอ้างอิงเปลี่ยนไปใช้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 2.5 นาทีจากกลางราคาในสมุดออเดอร์แทน เพราะไม่มีราคาซื้อขายจริงจากตลาดหุ้นให้ใช้ และมีกรอบราคาคุมช่วงที่ค่อย ๆ ขยายออกเมื่อมีแรงกดดันต่อเนื่อง
ฝั่ง spot อยู่ในบัญชีเดียวกับ perp เป็นตลาด 222 แห่งที่ส่วนใหญ่เป็นโทเคนหุ้น เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันและไม่มีค่าคอมมิชชัน
ข้อสรุปที่ใช้ตัดสินใจได้จริงคือ ถ้าสิ่งที่อยากเทรดเป็นคริปโตล้วน จำนวนตลาดคริปโตที่นี่มีน้อยกว่าที่คุ้นเคยจากกระดานอื่น แต่ถ้าสิ่งที่อยากได้คือหุ้นและดัชนีในรูปสัญญาที่เทรดได้นอกเวลาทำการ รูปร่างของตลาดที่นี่ก็ถูกออกแบบมาทางนั้นโดยตรง
Arcus กันผู้ใช้จากสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร พร้อมระบุเองว่าไม่ได้จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับใด
หัวข้อนี้เล่าเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัว Arcus เอง ว่าประกาศกันใครออกบ้าง ตรวจสิทธิ์อย่างไร และยืนอยู่บนสถานะทางกฎหมายแบบไหน ส่วนคำถามว่าคนในประเทศไทยอยู่ตรงไหนของภาพนี้ อยู่ในหัวข้อถัดไป
รายชื่อประเทศที่ถูกกันออก และการตรวจสิทธิ์ที่ทำงานอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์
นอกจากรายชื่อข้างต้น เอกสารยังกันผู้ที่อยู่ในรายชื่อ OFAC และกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 18 ปี ที่สำคัญคือข้อกำหนดไม่ได้เผยแพร่รายชื่อรายประเทศที่ยาวกว่านี้ ชุดที่ประกาศจึงมีเท่านี้จริง ไม่ใช่ตัวอย่างที่ยกมาบางส่วน
แต่การบังคับใช้ไม่ได้อยู่ที่หน้าเว็บ กลับอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ Arcus เปิด endpoint สาธารณะชื่อ /v1/compliance ที่คืนค่าประเทศซึ่งระบบตรวจได้ พร้อมสถานะการจำกัดที่แยกกันระหว่างฝั่ง perpetuals กับฝั่ง spot แปลว่าประเทศหนึ่งอาจถูกจำกัดเฉพาะผลิตภัณฑ์เดียวก็ได้ และไม่มีรายชื่อประเทศฝังอยู่ในหน้าเว็บให้ใครไปนับ ยังมีการคัดกรองที่อยู่วอลเล็ตกับรายชื่อบุคคลที่ถูกจำกัดเพิ่มอีกชั้น ซึ่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงระบุไว้ตั้งแต่ 2026-06-25
กรณีสวิตเซอร์แลนด์ในตารางข้างบนคือหลักฐานว่าชุดที่บังคับใช้จริงกว้างกว่าชุดที่ประกาศ บทเรียนจึงสั้นมาก การไม่อยู่ในรายชื่อ ไม่เท่ากับการรับประกันว่าเข้าใช้ได้
โครงสร้างสองชั้นระหว่างโปรโตคอลที่เคย์แมนกับหน้าเว็บที่เดลาแวร์
Arcus Labs Ltd (หมู่เกาะเคย์แมน)
Pocket Protector Labs Inc. (เดลาแวร์)
Interface Terms ระบุเองว่าหน้าเว็บเป็น one, but not the exclusive, means of accessing the Protocol หรือเป็นทางหนึ่งในการเข้าถึงโปรโตคอล แต่ไม่ใช่ทางเดียว ข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างว่าการจำกัดสิทธิ์ถูกบังคับที่ชั้นหน้าเว็บ ขณะที่ชั้นโปรโตคอลก็จำกัดผู้ที่ถูกกันออกไว้ด้วยสัญญาเช่นกัน
ผลที่คุณรับจริงจากโครงสร้างนี้มีสองข้อ ข้อแรก คู่สัญญาที่รับผิดชอบแยกเป็นสองบริษัทคนละเขตอำนาจ ข้อที่สอง ถ้าเกิดข้อพิพาทขึ้นมา เรื่องไม่ได้ไปที่ศาลในประเทศของคุณ แต่ไปตามกฎหมายและเวทีที่เอกสารแต่ละฉบับกำหนดไว้
สถานะไร้ใบอนุญาตทุกประเทศ และคำอธิบายที่ Arcus ให้ไว้เอง
ณ 2026-08-14 Arcus ไม่มีใบอนุญาตในประเทศใดเลย และยังไม่มีหน่วยงานกำกับแห่งใดในโลกออกคำสั่ง คำเตือน หรือมาตรการใดต่อ Arcus
Arcus ไม่ได้ปิดเรื่องนี้ Interface Terms เขียนไว้เองว่าผู้ดำเนินการหน้าเว็บ is not registered with or regulated by the U.S. Securities and Exchange Commission, the U.S. Commodity Futures Trading Commission, or any other financial regulatory authority ซึ่งแปลว่าไม่ได้จดทะเบียนหรืออยู่ใต้การกำกับของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ของ CFTC หรือของหน่วยงานกำกับทางการเงินแห่งใดก็ตาม และในเอกสาร disclaimer ยังระบุตรง ๆ ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ให้บริการทางการเงินที่อยู่ใต้การกำกับ
ทิศทางความเสี่ยงเป็นเรื่องของหมวดหมู่มากกว่าตัว Arcus โทเคนหุ้นทั้งวงการยังอยู่ในพื้นที่กฎหมายที่ยังไม่นิ่ง disclaimer ของ Arcus เองใช้คำว่า uncertain or evolving regulatory treatment และการที่ผู้ดำเนินการเลือกกันสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักรไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นสามประเทศที่กฎหมายหลักทรัพย์เข้มที่สุดกับสินทรัพย์ประเภทนี้ คือสัญญาณชัดที่สุดว่าผู้ดำเนินการเองอ่านความเสี่ยงนี้อย่างไร
ในเชิงสถานะ โทเคนหุ้นถูกนิยามใน disclaimer ว่าเป็นหลักทรัพย์ในรูปโทเคน (tokenised securities) ที่ให้ผู้ถือรับผลตอบแทนและความเสี่ยงตามหุ้นหรือกองทุนอ้างอิง ผ่านสิทธิเรียกร้องตามสัญญา (contractual claim) ต่อผู้ออกเพื่อไถ่ถอนเป็นเงินสด ผู้ออกคือ Bitstamp Global Ltd ซึ่งจดทะเบียนที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ส่วน Arcus เป็นเพียงสถานที่ซื้อขาย ไม่ใช่ผู้ออก
ข้อสุดท้ายที่ต้องอ่านคู่กันเสมอคืออายุ Arcus เพิ่งเปิดได้ราวหกสัปดาห์ ณ วันที่เราตรวจสอบ การที่ยังไม่มีหน่วยงานใดลงมือ จึงแปลว่ายังไม่ถึงคราว ไม่ใช่แปลว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว
ผู้ใช้ในประเทศไทยเข้าใช้ Arcus ได้ แต่เป็นแพลตฟอร์มนอกทะเบียน ก.ล.ต.
หัวข้อที่แล้วพูดถึงตัวโปรโตคอล หัวข้อนี้พูดถึงคุณ โดยเล่าเฉพาะข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริงระหว่าง Arcus กับประเทศไทย ไม่ใช่การวินิจฉัยทางกฎหมาย
กฎหมายไทยเอาผิดผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่ใช่ผู้ใช้งาน
จุดตั้งต้นคือประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ Arcus กันออก chainhelm เปิดอ่านเอกสารทางการทั้งสองฉบับแบบเต็มฉบับแล้วสแกนคำ พบว่าคำว่า Thailand, Thai, baht และ THB ปรากฏ 0 ครั้งในทั้งสองฉบับ
แต่คำว่าใช้ได้ในที่นี้มีขอบเขตแคบกว่าที่หลายคนคิด เพราะหมายถึงการไม่ถูกกันไว้อย่างเป็นทางการเท่านั้น ไม่ใช่ผลการทดสอบจากหมายเลขไอพีในไทย เนื่องจากการตรวจสิทธิ์ทำงานอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์อย่างที่อธิบายไปแล้ว
ด้านใบอนุญาต Arcus ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย และไม่ปรากฏในทะเบียน Investor Alert ของสำนักงาน ก.ล.ต. โดย chainhelm ค้นด้วยตัวเองเมื่อ 2026-08-14 คำว่า Arcus ได้ 0 รายการ และคำว่า dydx ได้ 0 รายการ จากทะเบียนที่มีอยู่ 8,858 รายการ ณ 2026-08-13 ต้องอ่านให้ตรงว่าการไม่ปรากฏในทะเบียนเตือน ไม่เท่ากับการผ่านการตรวจสอบ
ส่วนตำแหน่งของผู้ใช้ตามกฎหมาย ความผิดฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 เขียนไว้กับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่กับลูกค้า และการอ่านฉบับแปลทางการทั้งฉบับ ไม่พบบทบัญญัติที่เอาผิดคนไทยเพียงเพราะไปเทรดบนแพลตฟอร์มนอกทะเบียน สิ่งนี้เป็นการอธิบายสถานะเท่านั้น ไม่ใช่การสรุปว่าการใช้ Arcus จากไทยถูกกฎหมาย ปลอดภัย หรือไม่มีผลใด ๆ และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
อีกเรื่องที่มีอยู่จริงคือเกณฑ์ขอใบอนุญาตที่เอื้อมออกไปถึงผู้ประกอบธุรกิจนอกประเทศ ตามพระราชกำหนดฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ซึ่งมาตรา 26/1 กำหนดลักษณะที่ถือว่าเป็นการให้บริการเข้ามาไว้เป็นรายข้อ ที่ต้องระบุให้ชัดคือเกณฑ์นี้มีอยู่จริง แต่ยังไม่มีหน่วยงานไทยใดนำมาปรับใช้กับ Arcus จึงไม่มีผลวินิจฉัยให้อ้างอิงในทางใดทางหนึ่ง
Arcus ไม่เคยถูกระบุชื่อในกระบวนการที่ว่ามานี้เลย และเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อ 2026-07-01 การที่ยังไม่มีมาตรการใด ๆ จึงอ่านได้อย่างเดียวว่ายังไม่ถึงคราว ไม่ใช่ผ่านการตรวจแล้ว สิ่งที่ควรเก็บไว้ในใจคือจังหวะเวลา ถ้าวันหนึ่งแพลตฟอร์มถูกปิดกั้นขึ้นมา ระยะเวลาที่ผู้ใช้มีให้จัดการเงินของตัวเองอาจสั้นระดับหลักสัปดาห์เท่านั้น
จุดยืนที่ ก.ล.ต. ประกาศไว้ต่อผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มนอกทะเบียนก็ตรงไปตรงมา คือไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และมีความเสี่ยงเรื่องการฉ้อโกงกับการฟอกเงิน ก่อนตัดสินใจใช้บริการใด ๆ คุณจึงตรวจชื่อผู้ประกอบการในทะเบียน Investor Alert หรือแอป SEC Check First ได้ด้วยตัวเอง
ยังอยู่ในเบตาทั้งสองผลิตภัณฑ์ ชุดผู้ตรวจสอบเป็นแบบปิด และไม่มีกองทุนชดเชยที่เปิดเผย
หัวข้อนี้พูดถึงเฉพาะสิ่งที่คุณรับเพิ่มจากการเลือก Arcus ส่วนความเสี่ยงพื้นฐานของการเทรด perp อย่างเลเวอเรจกับความผันผวน เป็นสิ่งที่ผู้เทรดรับอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่บนกระดานไหน
สิ่งที่รองรับความเสียหาย และเพดานเลเวอเรจที่ใช้ได้จริง
เรื่องที่กระทบเงินตรงที่สุดคือเอกสารการบังคับปิดสถานะของ Arcus ไม่ปรากฏคำว่ากองทุนชดเชย (insurance fund) กลไกรองรับความเสียหาย (backstop) การลดสถานะอัตโนมัติ (auto-deleveraging) การเฉลี่ยความเสียหาย (socialized loss) หรือผู้ทำหน้าที่บังคับปิดสถานะ (liquidator) แม้แต่คำเดียว และไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขค่าปรับเมื่อถูกบังคับปิดด้วย ต้องอ่านให้ตรงว่านี่คือไม่ทราบ ไม่ใช่การยืนยันว่าไม่มี เพราะการไม่เขียนไว้ในเอกสารไม่เท่ากับกลไกนั้นไม่มีอยู่ กลไกจำกัดความเสียหายที่เผยแพร่จริงมีเพียงสองอย่าง คือกรอบราคาช่วงตลาดอ้างอิงปิดทำการ กับเพดานสถานะคงค้างรายตลาดซึ่งมีอยู่ใน 32 จาก 47 ตลาด
เรื่องที่สองคือพาดหัว 50x ที่เห็นบนหน้าเว็บ ตัวเลขนี้ถูกต้อง แต่ใช้ได้กับตลาดเดียวเท่านั้น
ค่าที่พบบ่อยที่สุดคือ 10x ส่วนชั้น 25x ได้แก่ ETH-USD, GLD-USD, SLV-USD และ QQQ-USD และชั้น 20x ได้แก่ SOL-USD, USO-USD, NVDA-USD, AAPL-USD และ XRP-USD ถ้าวางแผนขนาดสถานะจากตัวเลขพาดหัว แผนนั้นจะไม่ตรงกับตลาดที่คุณจะเข้าจริงเกือบทั้งกระดาน
โทเคนหุ้นคือสิทธิเรียกร้องตามสัญญา ไม่ใช่การถือหุ้น
คนที่มาจากการซื้อหุ้นจริงต้องเปลี่ยนกรอบความคิดตรงนี้ สิ่งที่ถืออยู่คือสิทธิเรียกร้องตามสัญญาต่อผู้ออก คือ Bitstamp Global Ltd ที่จดทะเบียนหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เพื่อไถ่ถอนเป็นเงินสดตามมูลค่าตลาด เอกสารไม่ได้ระบุว่าให้สิทธิผู้ถือหุ้นใด ๆ แก่ผู้ถือโทเคน
ความเสี่ยงที่ Arcus เปิดเผยเองในเอกสาร disclaimer มีห้าข้อ คือการเข้าถึงการไถ่ถอนที่จำกัด สภาพคล่อง ราคาที่อาจเบี่ยงจากสินทรัพย์อ้างอิง การสูญเสียกุญแจส่วนตัว และการกำกับดูแลที่ยังไม่แน่นอน ทั้งห้าข้อเป็นคำของผู้ให้บริการเอง ไม่ใช่การประเมินของเรา
การกระจายศูนย์ที่มีขอบเขต ผลตรวจสอบ และสิ่งที่ยังไม่เปิดเผย
คำว่าไม่ต้องฝากเงินไว้กับใครมีเงื่อนไขแนบอยู่สามข้อ ชุด validator ของ appchain เป็นแบบปิด ไม่ใช่ใครก็เข้าร่วมได้ การจับคู่คำสั่งและการจัดลำดับทำนอกเชนโดยกระดานหลัก และ Robinhood Chain เองก็ใช้ตัวจัดลำดับเพียงตัวเดียวที่ Robinhood ดำเนินการในระยะแรก การไม่ต้องฝากทรัพย์ไว้กับใครจึงตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ของ validator บวกกับทางออกฉุกเฉิน ซึ่งทางออกนั้นก็ยังต้องพึ่งให้ validator รักษาข้อมูลไว้ให้เข้าถึงได้อยู่ดี
ด้านการตรวจสอบ OpenZeppelin ตรวจสัญญาชั้น rootchain ระหว่าง 2026-06-01 ถึง 2026-06-12 และเผยแพร่รายงานเมื่อ 2026-07-01 พบทั้งหมด 13 ประเด็น โดยไม่มีระดับวิกฤต ระดับสูง หรือระดับกลางเลย เป็นระดับต่ำ 5 ข้อ ซึ่งแก้แล้ว 4 ข้อ และข้อสังเกตทั่วไป 8 ข้อ ซึ่งแก้ครบ รวมแก้แล้ว 12 จาก 13 ข้อ ผู้ตรวจสอบระบุไว้เองด้วยว่าความปลอดภัยของระบบพึ่งความซื่อสัตย์ของชุด validator ส่วน Trail of Bits ตรวจ rootchain รุ่นที่ 5 เมื่อ 2026-06 ซึ่ง chainhelm ยืนยันได้เพียงว่ารายงานมีอยู่จริง ยังไม่ได้แจกแจงผลรายข้อ ขอบเขตของทั้งสองรายงานคือสัญญาชั้น rootchain เท่านั้น ไม่ใช่ทั้งระบบ
- สิทธิพิเศษของผู้ดูแลระบบ
- ไม่มีการเผยแพร่โครงสร้าง multisig จำนวนผู้ลงนาม เกณฑ์การอนุมัติ หรือ timelock ส่วนที่เปิดเผยคือโทเคนหุ้นฝั่ง spot เป็นโทเคนแบบอัปเกรดได้
- วิธีคัดเลือก validator
- ไม่เผยแพร่ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ คัดเลือกด้วยเกณฑ์ใด และเปลี่ยนชุดด้วยวิธีไหน
- ผู้ให้บริการราคา
- เอกสารทางการไม่เอ่ยชื่อผู้ให้บริการ oracle เลย การอนุมานว่าเป็น Pyth มาจากฟิลด์ pythId ใน API เท่านั้น จึงเป็นการอนุมาน ไม่ใช่การเชื่อมต่อที่ยืนยันแล้ว และคนละชั้นกับ Chainlink ที่ Robinhood Chain ใช้ในระดับเชน
- ซอร์สโค้ดและช่องทางรับแจ้งช่องโหว่
- repository สาธารณะมีเฉพาะ ABI ของสัญญา ชุดพัฒนาฝั่ง spot และตัวอ่านข้อมูล ส่วนซอร์สของสัญญา rootchain ที่ถูกตรวจสอบไม่ได้เปิด ไม่มีการประกาศ license บน repository ของ ABI และไม่มีโครงการ bug bounty มีเพียงอีเมล support เป็นช่องทางเดียว
ค่าพารามิเตอร์ของช่วงเบตา และประวัติที่ยังสั้นเกินจะบอกอะไร
ทุกตัวเลขในบทความนี้เป็นค่าของช่วงเบตา ทั้งค่าธรรมเนียมที่ Arcus ประกาศเองว่าจะกลับสู่ระดับปกติเมื่อแจ้งล่วงหน้า และพารามิเตอร์การบังคับปิดสถานะที่เอกสารระบุว่าเปลี่ยนแปลงได้ ภาพทั้งหมดที่คุณเห็นคือภาพนิ่งของ 2026-08-14
พฤติกรรมของมาร์จิ้นเป็นอีกจุดที่คนมาจากกระดานคริปโตล้วนไม่เคยเจอ ในช่วงที่ตลาดอ้างอิงปิดทำการ มาร์จิ้นเริ่มต้นจะถูกยกขึ้น โดยค่าที่สังเกตได้ช่วงตลาดปิดอยู่ระหว่าง 0.025 ถึง 0.30 เทียบกับช่วงปกติที่ 0.02 ถึง 0.20 ขณะที่มาร์จิ้นรักษาสถานะคงเดิม เพื่อไม่ให้การปิดตลาดอย่างเดียวผลักสถานะที่วางเงินไว้พอไปสู่การถูกบังคับปิด ผลต่อคุณคือเงินที่ต้องใช้เปิดสถานะเท่าเดิมเปลี่ยนไปตามเวลาของวัน ส่วนตลาดคริปโตไม่มีกลไกช่วงตลาดปิด
เรื่องโทเคนกับระบบแต้ม สถานะปัจจุบันคือไม่มีทั้งคู่ สิ่งเดียวที่มีคือคำแถลงแบบมีเงื่อนไขของ dYdX Labs ว่าจะกันสัดส่วนของโทเคน Arcus ในอนาคตถ้ามี ไว้ให้ชุมชน dYdX โดยไม่มีชื่อโทเคน จำนวน กลไกแจกจ่าย วันสแนปช็อต หรือกำหนดเวลาใด ๆ ที่เผยแพร่ ข้อมูลมีอยู่เท่านี้ และไม่มีฐานให้ประเมินมูลค่าหรือช่วงเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น
สุดท้ายคือประวัติ ทั้งบันทึกเหตุการณ์ผิดปกติ ประวัติคดี และมาตรการของหน่วยงานกำกับ ว่างเปล่าทั้งหมดแม้ค้นหาอย่างจริงจังแล้ว แต่ต้องอ่านคู่กับอายุราวหกสัปดาห์ของแพลตฟอร์ม ความว่างเปล่าชุดนี้จึงแทบไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับความทนทานของระบบ และไม่ควรอ่านเป็นประวัติความปลอดภัย
◆ ◇ ◆
รหัสแนะนำผูกกับวอลเล็ตได้ครั้งเดียว จึงต้องตัดสินใจก่อนเชื่อมต่อครั้งแรก
ทีมบรรณาธิการ chainhelm เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่และตรวจสอบด้วยตนเองเมื่อ 2026-08-14 รหัสแนะนำใช้งานได้จริง ณ วันนั้น และสิ่งที่ได้รับคือส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 5%
เงื่อนไขที่ตัดสินทุกอย่างคือรหัสผูกกับวอลเล็ตได้ครั้งเดียว ตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น และเพิ่มย้อนหลังกับวอลเล็ตเดิมไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ต้องอ่านให้จบก่อนกดเชื่อมต่อ ไม่ใช่หลังจากนั้น
อีกสองข้อที่ควรถือติดตัวไปด้วย ข้อแรก ส่วนลดไปเกาะกับชั้นค่าธรรมเนียมที่ใช้อยู่ตอนนี้ คือ maker 0.0% และ taker 0.0225% ซึ่งเป็นค่าของช่วงเบตาและจะกลับสู่ระดับปกติเมื่อมีการแจ้งล่วงหน้า ฐานที่ใช้คิดส่วนลดจึงเปลี่ยนได้
ข้อที่สอง การใช้รหัสสำเร็จไม่เท่ากับเทรด perp ได้ทันที เพราะฝั่ง perp ยังเป็นเบตาที่ปล่อยตามลำดับคิว ส่วนฝั่ง spot เข้าใช้ได้เลย