— สารบัญ 9 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ BingX “LDIOMM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ BingX “LDIOMM”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร BingX ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร BingX เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ BingX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 BingX คืออะไร
  7. 07 จุดเด่นของ BingX
  8. 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ BingX
  9. 09 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ BingX

รหัสแนะนำ BingX เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-11 เราได้สมัครในฐานะผู้ใช้ใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงกรอกรหัสตอนสมัคร คุณก็จะได้รับ โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าเทียบเท่าสูงสุด 10,800 USD รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้ จึงแนะนำให้กรอกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัครด้วยรหัสแนะนำ BingX จุดเด่นของ BingX การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการกรอกรหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ BingX “LDIOMM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้สร้างบัญชี BingX ใหม่เมื่อ 2026-07-11 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “LDIOMM” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
2026-07-11
หน้าสมัครจากลิงก์เชิญหน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
หน้าสมัคร BingX พร้อมแบนเนอร์ chainhelm และมีรหัสผู้แนะนำกรอกไว้ให้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “10,800+ USDT Welcome Gift” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ LDIOMM ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ BingX “LDIOMM”

เมื่อกรอกรหัสนี้ตอนสมัคร คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน BingX

  • สิทธิประโยชน์: โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าเทียบเท่าสูงสุด 10,800 USD
  • วันหมดอายุ: ไม่มี
  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่

รหัสแนะนำจะถูกนำไปใช้เฉพาะตอนสร้างบัญชีเท่านั้น หากลืมกรอกจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ จึงโปรดระมัดระวัง

ขั้นตอนการสมัคร BingX ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์ กับการสมัครบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ BingX ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดหน้าสมัครจากลิงก์เชิญของ chainhelm

    — ภาพ 2
    หน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
    2026-07-11
    หน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
    หน้าสมัคร BingX พร้อมแบนเนอร์ chainhelm และมีรหัสผู้แนะนำกรอกไว้ให้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์เชิญของ chainhelm เพื่อเข้าสู่หน้าสมัคร BingX คุณจะพบฟอร์ม “Create an Account” สำหรับเริ่มสร้างบัญชี พร้อมแบนเนอร์ของ chainhelm ด้านบนที่ชวนคุณสมัครและรับของขวัญต้อนรับสูงสุด 10,800+ USDT

    หน้านี้ยังแสดงรายการสิทธิ์ “10,800+ USDT Welcome Gift” ที่แบ่งรางวัลเป็นสมัครสมาชิก 30 USDT ฝากเงิน 500 USDT และเทรด 500 USDT ส่วนช่อง “Referrer’s Referral Code or UID (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำกรอกไว้ให้แล้ว คุณจึงไม่ต้องกรอกเอง

    เมื่อพร้อมแล้ว ก็เริ่มกรอกข้อมูลของคุณลงในฟอร์มเพื่อสร้างบัญชีต่อได้เลย

  3. กรอกอีเมลและรหัสผ่านเพื่อสมัคร

    — ภาพ 3
    ฟอร์มสมัครที่กรอกครบแล้ว
    2026-07-11
    ฟอร์มสมัครที่กรอกครบแล้ว
    กรอกอีเมลและรหัสผ่านครบถ้วน รหัสผ่านผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อ พร้อมกดสมัคร ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กรอกอีเมลที่ต้องการใช้สมัครลงในช่อง “Email” แล้วตั้งรหัสผ่านในช่องถัดไป เมื่อรหัสผ่านตรงตามเงื่อนไข “8-30 characters” และ “Must contain numbers and letters” จะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นครบทั้งสองข้อ

    ช่อง “Referrer’s Referral Code or UID (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำของ chainhelm กรอกไว้ให้แล้ว และช่องยอมรับข้อตกลงถูกติ๊กไว้เรียบร้อย เมื่อตรวจสอบครบแล้วให้กด “Sign Up” เพื่อไปยังขั้นตอนยืนยันความปลอดภัย

    หากไม่ต้องการใช้อีเมล คุณสามารถลงทะเบียนด้วยบัญชี Google หรือ Apple ได้เช่นกัน

  4. เปิดกล่องอีเมลเพื่อรับรหัสยืนยัน

    — ภาพ 4
    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัย
    2026-07-11
    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัย
    ระบบส่งรหัสยืนยันไปที่อีเมลที่ลงทะเบียนแล้ว ช่องกรอกรหัสยังว่างอยู่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังกด “Sign Up” จะมีหน้าต่าง “Security Verification” ขึ้นมาแจ้งว่าระบบส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมลที่คุณใช้สมัครแล้ว โดยช่องสำหรับกรอกรหัสยังว่างอยู่

    ใต้ช่องกรอกมีตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับขอรหัสใหม่ หากยังไม่ได้รับรหัสก็รอจนหมดเวลาแล้วขอส่งใหม่ได้ ตอนนี้ให้เปิดกล่องจดหมายในอีเมลของคุณเพื่อดูรหัสยืนยันที่ส่งมา

  5. คัดลอกรหัสยืนยัน 6 หลักจากอีเมล

    — ภาพ 5
    อีเมลรหัสยืนยันจาก BingX
    2026-07-11
    อีเมลรหัสยืนยันจาก BingX
    อีเมลจาก BingX แสดงรหัสยืนยัน 6 หลัก ซึ่งใช้ได้ภายใน 10 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในกล่องจดหมายของคุณ ให้เปิดอีเมลจาก BingX ที่มีหัวข้อ “[BingX] Security Verification Code” ภายในอีเมลจะมีรหัสยืนยันเป็นตัวเลข 6 หลักแสดงไว้อย่างชัดเจน

    อีเมลระบุว่ารหัสนี้ใช้ได้ภายใน 10 นาที ให้คัดลอกหรือจดรหัสไว้ แล้วนำกลับไปกรอกในหน้าต่างยืนยัน ทั้งนี้ควรเก็บรหัสไว้เป็นความลับและไม่บอกให้ผู้อื่นทราบ

  6. กรอกรหัสยืนยันแล้วกด “Confirm”

    — ภาพ 6
    กรอกรหัส 6 หลักแล้วกดยืนยัน
    2026-07-11
    กรอกรหัส 6 หลักแล้วกดยืนยัน
    กรอกรหัสยืนยัน 6 หลักลงในช่องแล้ว พร้อมกด "Confirm" เพื่อสร้างบัญชี ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กลับมาที่หน้าต่าง “Security Verification” แล้วกรอกรหัส 6 หลักจากอีเมลลงในช่อง หากรหัสหมดอายุหรือยังไม่ได้รับ ให้กด “Resend” เพื่อขอรหัสใหม่

    จากนั้นกด “Confirm” เพื่อยืนยันและสร้างบัญชี BingX ให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อสร้างบัญชีแล้วระบบจะพาไปยังขั้นตอนถัดไปสำหรับการยืนยันตัวตน

ขั้นตอนการสมัครบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ BingX บนแอปมือถือหรือเบราว์เซอร์ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดหน้าสมัครจากลิงก์เชิญของ chainhelm

    — ภาพ 7
    หน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
    2026-07-11
    หน้าสมัครจากลิงก์เชิญ
    หน้าสมัคร BingX พร้อมแบนเนอร์ chainhelm และมีรหัสผู้แนะนำกรอกไว้ให้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์เชิญของ chainhelm เพื่อเข้าสู่หน้าสมัคร BingX คุณจะพบฟอร์ม “Create an Account” สำหรับเริ่มสร้างบัญชี พร้อมแบนเนอร์ของ chainhelm ด้านบนที่ชวนคุณสมัครและรับของขวัญต้อนรับสูงสุด 10,800+ USDT

    หน้านี้ยังแสดงรายการสิทธิ์ “10,800+ USDT Welcome Gift” ที่แบ่งรางวัลเป็นสมัครสมาชิก 30 USDT ฝากเงิน 500 USDT และเทรด 500 USDT ส่วนช่อง “Referrer’s Referral Code or UID (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำกรอกไว้ให้แล้ว คุณจึงไม่ต้องกรอกเอง

    เมื่อพร้อมแล้ว ก็เริ่มกรอกข้อมูลของคุณลงในฟอร์มเพื่อสร้างบัญชีต่อได้เลย

  3. กรอกอีเมลและรหัสผ่านเพื่อสมัคร

    — ภาพ 8
    ฟอร์มสมัครที่กรอกครบแล้ว
    2026-07-11
    ฟอร์มสมัครที่กรอกครบแล้ว
    กรอกอีเมลและรหัสผ่านครบถ้วน รหัสผ่านผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อ พร้อมกดสมัคร ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กรอกอีเมลที่ต้องการใช้สมัครลงในช่อง “Email” แล้วตั้งรหัสผ่านในช่องถัดไป เมื่อรหัสผ่านตรงตามเงื่อนไข “8-30 characters” และ “Must contain numbers and letters” จะมีเครื่องหมายถูกสีเขียวขึ้นครบทั้งสองข้อ

    ช่อง “Referrer’s Referral Code or UID (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำของ chainhelm กรอกไว้ให้แล้ว และช่องยอมรับข้อตกลงถูกติ๊กไว้เรียบร้อย เมื่อตรวจสอบครบแล้วให้กด “Sign Up” เพื่อไปยังขั้นตอนยืนยันความปลอดภัย

    หากไม่ต้องการใช้อีเมล คุณสามารถลงทะเบียนด้วยบัญชี Google หรือ Apple ได้เช่นกัน

  4. เปิดกล่องอีเมลเพื่อรับรหัสยืนยัน

    — ภาพ 9
    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัย
    2026-07-11
    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัย
    ระบบส่งรหัสยืนยันไปที่อีเมลที่ลงทะเบียนแล้ว ช่องกรอกรหัสยังว่างอยู่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังกด “Sign Up” จะมีหน้าต่าง “Security Verification” ขึ้นมาแจ้งว่าระบบส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมลที่คุณใช้สมัครแล้ว โดยช่องสำหรับกรอกรหัสยังว่างอยู่

    ใต้ช่องกรอกมีตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับขอรหัสใหม่ หากยังไม่ได้รับรหัสก็รอจนหมดเวลาแล้วขอส่งใหม่ได้ ตอนนี้ให้เปิดกล่องจดหมายในอีเมลของคุณเพื่อดูรหัสยืนยันที่ส่งมา

  5. คัดลอกรหัสยืนยัน 6 หลักจากอีเมล

    — ภาพ 10
    อีเมลรหัสยืนยันจาก BingX
    2026-07-11
    อีเมลรหัสยืนยันจาก BingX
    อีเมลจาก BingX แสดงรหัสยืนยัน 6 หลัก ซึ่งใช้ได้ภายใน 10 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในกล่องจดหมายของคุณ ให้เปิดอีเมลจาก BingX ที่มีหัวข้อ “[BingX] Security Verification Code” ภายในอีเมลจะมีรหัสยืนยันเป็นตัวเลข 6 หลักแสดงไว้อย่างชัดเจน

    อีเมลระบุว่ารหัสนี้ใช้ได้ภายใน 10 นาที ให้คัดลอกหรือจดรหัสไว้ แล้วนำกลับไปกรอกในหน้าต่างยืนยัน ทั้งนี้ควรเก็บรหัสไว้เป็นความลับและไม่บอกให้ผู้อื่นทราบ

  6. กรอกรหัสยืนยันแล้วกด “Confirm”

    — ภาพ 11
    กรอกรหัส 6 หลักแล้วกดยืนยัน
    2026-07-11
    กรอกรหัส 6 หลักแล้วกดยืนยัน
    กรอกรหัสยืนยัน 6 หลักลงในช่องแล้ว พร้อมกด "Confirm" เพื่อสร้างบัญชี ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กลับมาที่หน้าต่าง “Security Verification” แล้วกรอกรหัส 6 หลักจากอีเมลลงในช่อง หากรหัสหมดอายุหรือยังไม่ได้รับ ให้กด “Resend” เพื่อขอรหัสใหม่

    จากนั้นกด “Confirm” เพื่อยืนยันและสร้างบัญชี BingX ให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อสร้างบัญชีแล้วระบบจะพาไปยังขั้นตอนถัดไปสำหรับการยืนยันตัวตน

สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร BingX เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์ กับการยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์

— ภาพ 12
หน้าเริ่มยืนยันตัวตนหลังสมัคร
2026-07-11
หน้าเริ่มยืนยันตัวตนหลังสมัคร
แถบขั้นตอนแสดงว่าสมัครเสร็จแล้ว ส่วนยืนยันตัวตนและฝากเงินยังไม่ปลดล็อก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หลังสร้างบัญชีเสร็จ จะเข้าสู่หน้าเริ่มต้นใช้งานที่มีแถบขั้นตอนแสดงว่า “Sign Up” เสร็จแล้ว ส่วน “Identity Verification” และ “Deposit” ยังถูกล็อกอยู่ ให้กด “Verify Now” เพื่อเริ่มยืนยันตัวตน (KYC)

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบสิทธิ์ก่อนและหลังทำ KYC โดยการฝากเงิน ถอนเงิน และการเทรด จะเปิดใช้งานได้หลังยืนยันตัวตนเท่านั้น จากนั้นระบบจะพาไปยังหน้ากรอกข้อมูลยืนยันตัวตน

— ภาพ 13
เลือกประเทศและประเภทเอกสาร
2026-07-11
เลือกประเทศและประเภทเอกสาร
หน้า "Advanced Verification" เลือกประเทศเป็น Philippines และเลือก ID Card ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ที่หน้า “Advanced Verification” ให้เปิดช่อง “Issuing Country/Region” แล้วเลือกประเทศที่ออกเอกสารของคุณ (ตัวอย่างเลือกไว้เป็น “Philippines”)

จากนั้นในหัวข้อ “ID Type” ให้เลือกประเภทเอกสารที่จะใช้ยืนยัน ได้แก่ “ID Card” “Passport” “Driving License” หรือ “Residence Permit” เมื่อเลือกประเทศและประเภทเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้กด “Next”

การยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

— ภาพ 14
หน้าเริ่มยืนยันตัวตนหลังสมัคร
2026-07-11
หน้าเริ่มยืนยันตัวตนหลังสมัคร
แถบขั้นตอนแสดงว่าสมัครเสร็จแล้ว ส่วนยืนยันตัวตนและฝากเงินยังไม่ปลดล็อก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หลังสร้างบัญชีเสร็จ จะเข้าสู่หน้าเริ่มต้นใช้งานที่มีแถบขั้นตอนแสดงว่า “Sign Up” เสร็จแล้ว ส่วน “Identity Verification” และ “Deposit” ยังถูกล็อกอยู่ ให้กด “Verify Now” เพื่อเริ่มยืนยันตัวตน (KYC)

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบสิทธิ์ก่อนและหลังทำ KYC โดยการฝากเงิน ถอนเงิน และการเทรด จะเปิดใช้งานได้หลังยืนยันตัวตนเท่านั้น จากนั้นระบบจะพาไปยังหน้ากรอกข้อมูลยืนยันตัวตน

— ภาพ 15
เลือกประเทศและประเภทเอกสาร
2026-07-11
เลือกประเทศและประเภทเอกสาร
หน้า "Advanced Verification" เลือกประเทศเป็น Philippines และเลือก ID Card ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ที่หน้า “Advanced Verification” ให้เปิดช่อง “Issuing Country/Region” แล้วเลือกประเทศที่ออกเอกสารของคุณ (ตัวอย่างเลือกไว้เป็น “Philippines”)

จากนั้นในหัวข้อ “ID Type” ให้เลือกประเภทเอกสารที่จะใช้ยืนยัน ได้แก่ “ID Card” “Passport” “Driving License” หรือ “Residence Permit” เมื่อเลือกประเทศและประเภทเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้กด “Next”

เมื่อยืนยันตัวตน (KYC) เสร็จสมบูรณ์ ก็จะสามารถใช้งานทั้งการฝากเงิน ถอนเงิน และการเทรดบน BingX ได้อย่างเต็มรูปแบบ

รหัสแนะนำ BingX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากสมัครบัญชีเสร็จโดยไม่ได้กรอกรหัสแนะนำ จะไม่สามารถนำรหัสแนะนำมาผูกกับบัญชีในภายหลังได้ จึงโปรดระมัดระวัง

อนึ่ง หากยังทำ KYC (การยืนยันตัวตน) ไม่เสร็จ คุณยังสามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ จึงควรพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

  • ในช่องกรอกรหัสแนะนำมี LDIOMM แสดงอยู่หรือไม่
  • ตรวจสอบช่องรหัสแนะนำอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์

BingX คืออะไร

ผู้ให้บริการและที่มาของ BingX

BingX เปิดตัวในปี 2018 (ราวเดือนพฤษภาคม 2018) โดยเริ่มต้นภายใต้ชื่อแบรนด์ “Bingbon” ก่อนจะรีแบรนด์มาเป็น BingX ในภายหลัง และวางตำแหน่งตัวเองเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการเทรดแบบ copy/social trading ของวงการคริปโต

ในแง่ที่ตั้ง บริษัทแม่ที่ระบุได้จดทะเบียนอยู่ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BingX Group Limited, Road Town, Tortola) ตามข้อมูลของ Dun & Bradstreet และ CoinGecko/CER.live พร้อมมีรายงานว่ามีสำนักงานสาขาในแคนาดา สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ทั้งนี้ บางสำนักข่าวเรียก BingX ว่าเป็นเว็บเทรด “สัญชาติสิงคโปร์” แต่ในความเป็นจริง BingX จำกัดการให้บริการในสิงคโปร์ และบริษัทแม่ที่ยืนยันได้จดทะเบียนที่ BVI จุดนี้จึงเป็นความไม่สอดคล้องที่ควรระบุไว้อย่างเป็นกลาง

จุดที่น่าสังเกตด้านความโปร่งใสคือ BingX ไม่มีการเปิดเผยตัวผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ หรือผู้รับผลประโยชน์สูงสุด (UBO) อย่างเป็นทางการ ผู้บริหารระดับสูงสุดที่ระบุตัวได้ต่อสาธารณะคือ Vivien Lin ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) และหัวหน้า BingX Labs (ตั้งแต่ 2023-12) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโฆษกในช่วงรับมือเหตุแฮกเดือนกันยายน 2024 การที่ตัวผู้ดำเนินการเองไม่โปร่งใสเช่นนี้ ถือเป็นข้อค้นพบที่ควรบันทึกไว้ ส่วนนัยเชิงความเสี่ยงจะกล่าวถึงในหัวข้อความเสี่ยงท้ายบทความ

ขนาดการซื้อขายและผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ

ตัวเลขที่บอกขนาดของ BingX มีที่มาหลายแหล่งและไม่ลงรอยกันเสมอไป จึงควรอ่านแบบเทียบข้าง ๆ กัน

10 ล้าน–40 ล้าน+จำนวนผู้ใช้CoinGecko 10 ล้าน+ / BingX แจ้งเอง 40 ล้าน+ (ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ)
≈USD 0.25B–0.43Bปริมาณเทรด spot 24 ชม.CoinGecko ≈USD 433M อันดับ spot #12
≈USD 5.72Bปริมาณอนุพันธ์ 24 ชม.678 ตลาด; CMC อันดับ #8 / CoinGecko #17
≈USD 609.5Mสินทรัพย์สำรอง (DeFiLlama)ตัวเลขต่างกันตาม tracker

อ่านจากตัวเลขข้างต้น จะเห็นว่าจุดแข็งที่แท้จริงของ BingX อยู่ที่ตลาดอนุพันธ์ ไม่ใช่ความลึกของ order book ฝั่ง spot ที่ยังตามหลังเว็บรายใหญ่อยู่พอสมควร

ด้านผลิตภัณฑ์ BingX ให้บริการทั้ง spot (ราว 760 เหรียญ), perpetual futures แบบ USDT-margined พร้อม “Standard Futures”, copy/social trading, บอทเทรด, Earn/Wealth, Web3 wallet และ BingX TradFi (หุ้น/ดัชนีโลกแบบสัญญา รวมถึง pre-IPO ADR) จุดที่ต่างจากคู่แข่งหลายรายคือ BingX ไม่มีเหรียญ exchange ของตัวเอง และไม่มีผลิตภัณฑ์ options เฉพาะ

ในฝั่งการตลาดและการขยายตัว BingX เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง

2024
เป็นพาร์ตเนอร์หลักของสโมสรฟุตบอล Chelsea FC
2026-01-01
เป็นพาร์ตเนอร์เว็บเทรดคริปโตรายแรกของ Scuderia Ferrari HP (สัญญาหลายปี มีผลตั้งแต่วันนี้)
2026-03-20
เปิดตัว BingX AI Claw ภายใต้ยุทธศาสตร์ “All-in AI” (คอมมิตด้าน AI ราว USD 300M)
2026-07
ขยายฝั่ง TradFi ด้วยการเทรด ADR แบบ pre-IPO ของ SK Hynix

ค่าธรรมเนียมและโครงสร้างส่วนลดแบบไม่มีเหรียญของตัวเอง

ต้นทุนการเทรดจริงไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมซื้อขาย แต่ต้องมองค่าถอน/ค่าฝากประกอบด้วย

ค่าธรรมเนียม spot (maker/taker)
0.10% / 0.10% (เรตมาตรฐาน)
Perpetual futures (maker/taker)
maker 0.020% / taker 0.050%
Standard Futures
คิดแบบ flat 0.045% (หักตอนปิดสถานะ)
ค่าถอนออนเชน
แปรตามสินทรัพย์และเครือข่าย ไม่มีอัตราคงที่เดียวที่ประกาศ (มีตารางแยกรายสินทรัพย์)

สิ่งที่ทำให้โครงสร้างค่าธรรมเนียมของ BingX ต่างจาก peer รายใหญ่คือ BingX ไม่มีเหรียญ utility ของ exchange ตัวเอง การลดค่าธรรมเนียมจึงมาจากระดับ VIP ตามปริมาณ/สินทรัพย์เท่านั้น (ไล่จาก Regular ไปถึง Supreme VIP โดยฝั่ง perpetual futures ระดับ Supreme VIP อยู่ที่ maker 0.0000% / taker 0.0250%) และไม่มีเงื่อนไขว่าต้องถือเหรียญใดเพื่อรับเรตดีที่สุด นับเป็นความต่างเชิงโครงสร้างจากคู่แข่งรายใหญ่ (ข้อมูล ณ 2026-07-11)

จุดเด่นของ BingX

จุดแข็งเฉพาะตัวของ BingX

BingX วางตัวเองเป็นเว็บเทรดคริปโตรายแรกที่เปิดให้บริการ copy/social trading และยังคงวางฟีเจอร์นี้เป็นผลิตภัณฑ์แกนกลางสำหรับทั้งมือใหม่และมือเก๋า ซึ่งถือว่าเร็วกว่าและเป็นแกนกลางมากกว่า Tier-1 CEX หลายราย นี่คือ edge ที่ผู้อ่านซึ่งสนใจ copy trading จะได้ประโยชน์โดยตรง

อีกจุดที่ผิดปกติสำหรับเว็บเทรดคริปโตล้วนคือการผนวก TradFi เข้ามาในบัญชีเดียว ทั้งหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และฟอเร็กซ์ระดับโลก รวมถึง pre-IPO ADR (เช่น SK Hynix) โดยกลางปี 2026 มีปริมาณหุ้นสะสมมากกว่า USD 2.7B ทั้งนี้พึงเข้าใจว่าเป็น exposure แบบสัญญา ไม่ใช่การเป็นโบรกเกอร์หลักทรัพย์ที่จดทะเบียน

ต่างจาก Binance (BNB), Bybit, OKX หรือ MEXC (MX) ตรงที่ BingX ไม่มีเหรียญ native ให้ลดค่าธรรมเนียม และไม่มีเงื่อนไขต้องถือเหรียญเพื่อรับเรตดีที่สุด

ส่วนลดของ BingX จึงเป็นระดับ VIP ตามปริมาณ/สินทรัพย์ล้วน เสริมด้วย VIP Trial Pass ที่จับคู่กับระดับ VIP ของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังชูจุดขายด้านเลเวอเรจ perpetual futures สูงสุด 125x พร้อมฟีเจอร์ “Guaranteed Price” (0-slippage) สำหรับ VIP และแนวทาง AI-native ที่หนักกว่า peer อย่าง BingX AI Claw

กรณีที่เว็บเทรดอื่นเหมาะกว่า

เพื่อไม่ให้เป็นการชมด้านเดียว มีอย่างน้อยสามกรณีที่เว็บเทรดเจ้าอื่นอาจเหมาะกับผู้อ่านมากกว่า

กรณีที่ 1

ผู้พำนักในเขตที่ BingX จำกัด

ผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง มาเก๊า หรือจีนแผ่นดินใหญ่ ฯลฯ ต้องใช้เว็บที่มีใบอนุญาตท้องถิ่น เพราะ BingX ไม่รับลูกค้าจากเขตเหล่านี้
กรณีที่ 2

ต้องการ PoR ครบถ้วน + ประกันแข็งแรง

CER.live ให้เกรด BBB (73/100) และระบุว่าไม่มีการตรวจ PoR ส่วนกองทุน Shield Fund 150 ล้าน USDT ก็ดูน้อยเมื่อเทียบกับขนาดความเสียหายของเหตุแฮกปี 2024
กรณีที่ 3

ต้องการสภาพคล่อง spot ที่ลึก

ปริมาณ spot ของ BingX อยู่อันดับราว #12 และต่ำกว่าเว็บที่ใหญ่ที่สุดอยู่มาก จึงไม่เหมาะกับคำสั่งขนาดใหญ่ที่ต้องการ order book ลึก

คู่เทียบที่ผู้อ่านมักชั่งน้ำหนักกับ BingX คือเว็บรายใหญ่ที่อิงเหรียญของตัวเอง (Binance, Bybit, OKX, MEXC ดังที่กล่าวข้างต้น) เพราะจุดต่างของ BingX คือการไม่มีเหรียญส่วนลด native พอดี สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย BingX ถือเป็นเขตที่ใช้งานได้ (ไม่ใช่เขตที่ถูกจำกัด) จึงไม่จำเป็นต้องมองหาเว็บทดแทนเฉพาะประเทศ ส่วนรายชื่อเว็บที่มีใบอนุญาตในไทยนั้นอยู่นอกขอบเขตข้อมูลที่เรายืนยันได้ จึงขอไม่ระบุ

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ BingX

ใบอนุญาตที่ถือครองและประเทศที่ห้ามใช้งาน

ใบอนุญาตของ BingX ไม่ใช่ใบอนุญาตระดับโลกแบบรวมศูนย์ แต่เป็นการขึ้นทะเบียนแบบ AML รายภูมิภาคผ่านนิติบุคคลแยกกัน

ออสเตรเลีย — AUSTRAC (Digital Currency Exchange)
BINGX GLOBAL PTY LTD
ลิทัวเนีย — FCIS (ผู้ให้บริการสินทรัพย์คริปโต)
BINGX EU UAB — มีรายงานว่ากำลังเปลี่ยนผ่านสู่ MiCA แต่ยังไม่อยู่ในทะเบียน CASP ของ ESMA
แคนาดา — FINTRAC (MSB)
BingX Pay Limited — แคนาดายังอยู่ในรายชื่อจำกัดของ BingX เอง MSB จึงน่าจะครอบคลุมนิติบุคคลด้านการชำระเงิน ไม่ใช่การเทรด

นิติบุคคลจดทะเบียนแบรนด์เดียวกันในแต่ละภูมิภาคเหล่านี้เป็นเพียงข้อเท็จจริงเชิงการขึ้นทะเบียนและความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ปลายทางสำหรับ reroute ของผู้ใช้รายบุคคล

ในอีกด้านหนึ่ง BingX กันตัวเองออกจากตลาดจำนวนหนึ่งด้วยการประกาศเป็น “Restricted Jurisdictions” ที่จะไม่รับลูกค้า ได้แก่ อัฟกานิสถาน บุรุนดี กัมพูชา แคนาดา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง จีนแผ่นดินใหญ่ คิวบา คองโก (DRC) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง อิหร่าน ลาว เขตบริหารพิเศษมาเก๊า เมียนมา เนเธอร์แลนด์ เกาหลีเหนือ ปานามา สิงคโปร์ โซมาเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา (รวมดินแดนในปกครอง) และภูมิภาคไครเมีย/โดเนตสก์/ลูฮันสก์ของยูเครน

การบังคับใช้ที่เข้มขึ้นและการถอนตัวจากตลาด

นอกเหนือจากการกันตัวเองข้างต้น ยังมีการจำกัดในระดับการบังคับใช้และคำเตือนที่เข้มกว่านั้น

2025-10-02
อินเดีย — FIU-IND แจ้งกรณีไม่ปฏิบัติตาม PMLA/AML และสั่งถอดแอป/เว็บของ BingX ออกจากการเข้าถึงสาธารณะ (ถือเป็นการถอนตัวจากตลาดในเชิงข้อเท็จจริง)
2026-07-01
EU/EEA — สิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่าน MiCA ขณะที่ BingX ยังไม่อยู่ในทะเบียน CASP ของ ESMA ทำให้การเข้าถึงมีความเสี่ยง

โดยรวมแล้วทิศทางการกำกับดูแลถือว่า mixed แต่ในฝั่งการเข้าถึงคือการเข้มงวดขึ้นสุทธิ กล่าวคือ BingX ทั้งถือและไล่ตามใบอนุญาต (AUSTRAC / FCIS / FINTRAC MSB และไล่ตาม MiCA) ขณะเดียวกันก็เผชิญการบังคับใช้และการกันออกดังไทม์ไลน์ด้านบน บวกกับรายชื่อเขตจำกัดที่กว้างและการถูกจับตาจากเหตุแฮกปี 2024

การใช้งานในประเทศไทยและสถานะด้านใบอนุญาต

BingX ให้บริการผู้ใช้ในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก กล่าวคือประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อ “Restricted Jurisdictions” ที่ BingX กันตัวเอง และไม่อยู่ในกลุ่มที่เผชิญการบังคับใช้หรือคำเตือนตามที่ระบุในตลาดอื่น

สรุปสำหรับผู้อ่านในไทยใช้งานได้บนแพลตฟอร์มระดับโลก แต่ BingX ไม่ได้ถือใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนเฉพาะของไทย (footprint ใบอนุญาตของ BingX เป็นการขึ้นทะเบียน AML รายภูมิภาคอย่าง AUSTRAC/FCIS/FINTRAC เท่านั้น) การเข้าถึงได้จึงต่างจากการมีใบอนุญาตท้องถิ่น

ดังนั้น แทนที่จะยึดการรับรองเฉพาะของไทย ผู้อ่านควรชั่งน้ำหนักจากสถานะการกำกับดูแลระดับโลก (ในหัวข้อนี้) และโปรไฟล์ความปลอดภัยของเงินทุน (ในหัวข้อความเสี่ยงท้ายบทความ) เป็นหลัก ทั้งนี้ ข้อมูลเฉพาะของไทย เช่น ท่าทีของสำนักงาน ก.ล.ต. ภาษีคริปโต หรือช่องทางฝาก/ถอนเงินบาท อยู่นอกขอบเขตข้อมูลที่เรายืนยันได้ในบทความนี้ จึงขอไม่ระบุ

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ BingX

ความมั่นคงของคู่สัญญาและความโปร่งใส

เมื่อ 2024-09-20 BingX เผชิญเหตุ hot wallet ถูกเจาะ โดยบริษัทอธิบายว่าเป็น “ความเสียหายเล็กน้อย” และระงับการถอนชั่วคราว (ภายหลังกลับมาให้ถอน) ประมาณการความเสียหายกระจายตัวกว้างตั้งแต่ราว USD 13.5M (PeckShield) ไปจนถึงราว USD 43M (CoinDesk แบบ on-chain) และสูงสุดราว USD 44.7M–52M โดยผู้โจมตี swap สินทรัพย์กว่า 360 รายการข้ามหลายเชน (นักวิเคราะห์บางส่วนโยงกับ Lazarus Group) BingX ประกาศชดเชยผู้เสียหายเต็มจำนวนจากเงินสำรอง

เมื่อดูภาพความปลอดภัยและความโปร่งใสในภาพรวม จะเห็นทั้งจุดที่ทำและช่องว่างที่ยังเหลืออยู่

เกรดความปลอดภัย (CER.live)
BBB (73/100), อันดับ CER #47 — server 95, user 74, penetration 50, bug bounty 100; มี ISO 27001, ไม่มี CCSS, มีประกันเงินทุน
กองทุนคุ้มครอง (Shield Fund)
150,000,000 USDT — ดูน้อยเมื่อเทียบกับช่วงความเสียหายที่เปิดเผยของเหตุแฮกปี 2024
Proof of Reserves
มี snapshot Merkle-tree รายเดือน (ดูอัตราส่วนด้านล่าง) แต่ไม่ระบุสำนักตรวจสอบอิสระที่ชัดเจน และ CER.live ระบุว่า “without proof of reserves audit”
146.42%BTCอัตราส่วนสำรอง มิ.ย. 2026
122.63%ETHอัตราส่วนสำรอง มิ.ย. 2026
136.93%USDTอัตราส่วนสำรอง มิ.ย. 2026
128.62%USDCอัตราส่วนสำรอง มิ.ย. 2026

สุดท้าย ความไม่โปร่งใสของตัวผู้ดำเนินการเองก็เป็นช่องว่างด้านความน่าเชื่อถือของคู่สัญญา เพราะ BingX ไม่มีการเปิดเผยผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ หรือ UBO อย่างเป็นทางการ (ระดับสูงสุดที่ยืนยันได้ต่อสาธารณะคือ CPO Vivien Lin) ในสภาพที่ผู้ใช้ต้องฝากสินทรัพย์ไว้ในความดูแล (custody) ของผู้ดำเนินการ จุดนี้จึงเป็นความเสี่ยงที่ควรรับรู้

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการเข้าถึงเงินทุน

ในด้านกฎระเบียบ BingX มี track record ของการบังคับใช้และการกันออกที่ควรรับรู้ ทั้งกรณีอินเดีย (FIU-IND แจ้งไม่ปฏิบัติตามและถอดแอป/เว็บ เมื่อ 2025-10-02), ความเสี่ยง MiCA ของ EU (ยังไม่อยู่ในทะเบียน CASP ของ ESMA และมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2026-07-01) รวมถึงรายชื่อเขตที่ตั้งเองว่าจำกัดซึ่งกว้างมาก (สหรัฐฯ/สหราชอาณาจักร/แคนาดา/สิงคโปร์/เนเธอร์แลนด์/ฮ่องกง/มาเก๊า/จีนแผ่นดินใหญ่ ฯลฯ)

สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงที่การเข้าถึงอาจหดตัวลงได้หลังจากสมัครไปแล้ว การถอนตัวจากอินเดีย (2025-10) และการระงับถอนชั่วคราวช่วงเหตุแฮกปี 2024 แสดงให้เห็นว่าตลาดที่ให้บริการอยู่ หรือบัญชีที่ฝากเงินไว้แล้ว ก็อาจเจอข้อจำกัดการเข้าถึงในภายหลังได้ นี่คือความเสี่ยง “การเข้าถึงในอนาคต” ที่ต่างจากการใช้งานได้ในปัจจุบัน โดยสถานะปัจจุบันรายประเทศได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อกฎระเบียบด้านบน