— สารบัญ 10 หัวข้อ
- 01 รหัสแนะนำ Bybit “20533” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
- 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Bybit “20533”
- 03 ขั้นตอนการสมัคร Bybit ด้วยรหัสแนะนำ
- 04 สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร Bybit เสร็จ
- 05 รหัสแนะนำ Bybit เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
- 06 Bybit คืออะไร
- 07 จุดเด่นของ Bybit
- 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Bybit
- 09 การใช้งาน Bybit ได้หรือไม่ในประเทศไทย
- 10 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Bybit
รหัสแนะนำ Bybit เฉพาะของ chainhelm คือ
ณ วันที่ 2026-07-08 เราได้สมัครในฐานะผู้ใช้ใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้
เพียงกรอกรหัสตอนสมัคร คุณก็จะได้รับ โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 31,740 USD รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้ จึงแนะนำให้กรอกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน
บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัครด้วยรหัสแนะนำ Bybit จุดเด่นของ Bybit การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการกรอกรหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง
รหัสแนะนำ Bybit “20533” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้สร้างบัญชี Bybit ใหม่เมื่อ 2026-07-08 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “20533” ยังใช้ได้อยู่
ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ
หน้าจอแสดงข้อความ “You’re invited to Bybit!” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ 20533 ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว
chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้
สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Bybit “20533”
เมื่อกรอกรหัสนี้ตอนสมัคร คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Bybit
- สิทธิประโยชน์: โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 31,740 USD
- วันหมดอายุ: ไม่มี
- ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่
รหัสแนะนำจะถูกนำไปใช้เฉพาะตอนสร้างบัญชีเท่านั้น หากลืมกรอกจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ จึงโปรดระมัดระวัง
ขั้นตอนการสมัคร Bybit ด้วยรหัสแนะนำ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์ กับการสมัครบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ขั้นตอนการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์
-
ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ Bybit ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
-
กรอกอีเมลลงในแบบฟอร์มสมัคร
— ภาพ 2แบบฟอร์มสมัครที่ยังว่าง2026-07-08
ช่องอีเมลยังว่าง ส่วนช่องรหัสผู้แนะนำกรอก "20533" ไว้ให้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในแบบฟอร์มที่มีหัวข้อ “You’re invited to Bybit!” ให้กรอกอีเมล (หรือหมายเลขโทรศัพท์) ที่ต้องการใช้สมัครลงในช่อง “Email/Mobile Number” ที่ยังว่างอยู่ ส่วนช่อง “Referral Code (Optional)” ด้านล่างมีรหัส “20533” กรอกไว้ให้แล้วและขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว จึงไม่ต้องกรอกเอง
ก่อนไปต่อ ให้ตรวจสอบว่าช่องยอมรับ “Terms of Service” และ “Privacy Policy” ถูกติ๊กไว้เรียบร้อย
หากไม่ต้องการสมัครด้วยอีเมล ก็เริ่มสมัครด้วยบัญชี Google, Apple หรือ Telegram ได้จากปุ่มใต้หัวข้อ “Or sign up with”
-
กดปุ่มเพื่อส่งแบบฟอร์มสมัคร
— ภาพ 3แบบฟอร์มที่กรอกอีเมลแล้ว2026-07-08
กรอกอีเมลลงในช่องแล้ว ปุ่ม "Get My Welcome Gifts" พร้อมให้กดส่งแบบฟอร์ม ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หลังจากกรอกอีเมลลงในช่อง “Email/Mobile Number” เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Get My Welcome Gifts” สีส้มเพื่อส่งแบบฟอร์ม จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างปริศนา CAPTCHA ให้ยืนยันว่าไม่ใช่บอตในลำดับถัดไป
-
เลื่อนต่อภาพปริศนาเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่บอต
— ภาพ 4หน้าต่างปริศนา CAPTCHA2026-07-08
ปริศนาแบบเลื่อนต่อภาพสำหรับยืนยันว่าเป็นการสมัครโดยคน ไม่ใช่บอต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในหน้าต่าง “Slide to complete the puzzle” ให้ลากปุ่มเลื่อนสีส้มด้านล่างไปทางขวา เพื่อเลื่อนชิ้นส่วนปริศนาให้เข้ากับช่องว่างในภาพจนต่อกันพอดี เมื่อระบบตรวจสอบผ่าน หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังขั้นตอนยืนยันอีเมลโดยอัตโนมัติ
-
กรอกรหัสยืนยันอีเมล 6 หลัก
— ภาพ 5หน้ากรอกรหัสยืนยันอีเมล2026-07-08
ช่องกรอกรหัส 6 หลักยังว่าง พร้อมตัวนับเวลาสำหรับขอรหัสใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร เพื่อดูรหัสยืนยัน 6 หลักที่ส่งมาให้ แล้วกรอกลงในช่องว่างทั้งหกช่องบนหน้าจอ “Verify your email”
รหัสนี้มีอายุ 5 นาที หากยังไม่ได้รับอีเมล ให้กด “Didn’t receive email” หรือรอจนหมดเวลานับถอยหลังแล้วกด “Resend” เพื่อขอรหัสใหม่ ส่วนปุ่ม “Modify” ใช้แก้ไขอีเมลปลายทางกรณีกรอกผิด
เมื่อกรอกรหัสครบทั้งหกหลักถูกต้อง หน้าจอจะไปยังขั้นตอนตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ
-
ตรวจดูรหัสยืนยันในอีเมล
— ภาพ 6อีเมลรหัสยืนยันจาก bybit2026-07-08
อีเมลแสดงรหัสยืนยัน 6 หลัก ซึ่งมีอายุใช้งาน 5 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เปิดอีเมลจาก bybit ที่มีหัวเรื่อง “[Bybit]Security Code for Your Bybit Account” ในกล่องจดหมาย ด้านในจะแสดงรหัสยืนยัน 6 หลักที่ใช้กรอกในหน้ายืนยันอีเมลของขั้นตอนก่อนหน้า
รหัสนี้มีอายุ 5 นาที และในอีเมลย้ำเตือนว่าไม่ควรบอกรหัสให้ผู้ใด แม้แต่ทีมงานของ bybit เอง เพื่อป้องกันการหลอกลวงแบบฟิชชิง
-
ตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ
— ภาพ 7หน้าตั้งรหัสผ่านที่ยังว่าง2026-07-08
ช่องรหัสผ่านยังว่าง เงื่อนไขรหัสผ่านทั้งสี่ข้อจึงยังไม่ผ่าน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในหน้าจอ “Create Password” ให้ตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ โดยพิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการลงในช่อง “Password” ที่ยังว่างอยู่ และกดไอคอนรูปดวงตาท้ายช่องเพื่อสลับแสดงหรือซ่อนรหัสผ่านได้
รหัสผ่านต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่แสดงไว้ด้านล่าง ได้แก่ “8-30 Characters” และต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลขอย่างน้อยอย่างละหนึ่งตัว ระหว่างที่ยังไม่ครบทุกเงื่อนไข ปุ่ม “Get My Welcome Gifts” จะยังกดไม่ได้
-
กดยืนยันเพื่อสมัครให้เสร็จ
— ภาพ 8หน้าตั้งรหัสผ่านที่กรอกครบแล้ว2026-07-08
รหัสผ่านผ่านครบทุกเงื่อนไข ปุ่มยืนยันจึงเปลี่ยนเป็นพร้อมให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อรหัสผ่านผ่านครบทุกเงื่อนไข รายการตรวจสอบทั้งสี่ข้อจะขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว และปุ่ม “Get My Welcome Gifts” จะเปลี่ยนเป็นสีส้มพร้อมให้กด ให้กดปุ่มนี้เพื่อสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี
-
สมัครเสร็จและตั้งค่ารหัสกันฟิชชิง
— ภาพ 9หน้าแดชบอร์ดหลังสมัครเสร็จ2026-07-08
แดชบอร์ดบัญชีใหม่ พร้อมหน้าต่างรหัสกันฟิชชิงและแถบยืนยันตัวตน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อสมัครเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี พร้อมเปิดหน้าต่าง “Anti-phishing Code” ที่มีรหัสกันฟิชชิงสร้างไว้ให้ รหัสนี้จะปรากฏในอีเมลและ SMS ทางการของ bybit ทุกฉบับ เพื่อช่วยให้แยกแยะการติดต่อของจริงออกจากมิจฉาชีพ
กดปุ่ม “Activate Code” เพื่อเปิดใช้งานรหัสนี้ หรือกด “Customize Code” หากต้องการตั้งรหัสเอง แล้วปิดหน้าต่างเพื่อกลับสู่หน้าแดชบอร์ด
ด้านบนของแดชบอร์ดยังมีแถบแจ้งเตือน “Complete Identity Verification to continue using Bybit’s services.” พร้อมปุ่ม “Verify Now” สำหรับเริ่มยืนยันตัวตนในลำดับถัดไป
ขั้นตอนการสมัครบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
-
ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ Bybit บนแอปมือถือหรือเบราว์เซอร์ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
-
กรอกอีเมลลงในแบบฟอร์มสมัคร
— ภาพ 10แบบฟอร์มสมัครที่ยังว่าง2026-07-08
ช่องอีเมลยังว่าง ส่วนช่องรหัสผู้แนะนำกรอก "20533" ไว้ให้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในแบบฟอร์มที่มีหัวข้อ “You’re invited to Bybit!” ให้กรอกอีเมล (หรือหมายเลขโทรศัพท์) ที่ต้องการใช้สมัครลงในช่อง “Email/Mobile Number” ที่ยังว่างอยู่ ส่วนช่อง “Referral Code (Optional)” ด้านล่างมีรหัส “20533” กรอกไว้ให้แล้วและขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว จึงไม่ต้องกรอกเอง
ก่อนไปต่อ ให้ตรวจสอบว่าช่องยอมรับ “Terms of Service” และ “Privacy Policy” ถูกติ๊กไว้เรียบร้อย
หากไม่ต้องการสมัครด้วยอีเมล ก็เริ่มสมัครด้วยบัญชี Google, Apple หรือ Telegram ได้จากปุ่มใต้หัวข้อ “Or sign up with”
-
กดปุ่มเพื่อส่งแบบฟอร์มสมัคร
— ภาพ 11แบบฟอร์มที่กรอกอีเมลแล้ว2026-07-08
กรอกอีเมลลงในช่องแล้ว ปุ่ม "Get My Welcome Gifts" พร้อมให้กดส่งแบบฟอร์ม ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หลังจากกรอกอีเมลลงในช่อง “Email/Mobile Number” เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Get My Welcome Gifts” สีส้มเพื่อส่งแบบฟอร์ม จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างปริศนา CAPTCHA ให้ยืนยันว่าไม่ใช่บอตในลำดับถัดไป
-
เลื่อนต่อภาพปริศนาเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่บอต
— ภาพ 12หน้าต่างปริศนา CAPTCHA2026-07-08
ปริศนาแบบเลื่อนต่อภาพสำหรับยืนยันว่าเป็นการสมัครโดยคน ไม่ใช่บอต ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในหน้าต่าง “Slide to complete the puzzle” ให้ลากปุ่มเลื่อนสีส้มด้านล่างไปทางขวา เพื่อเลื่อนชิ้นส่วนปริศนาให้เข้ากับช่องว่างในภาพจนต่อกันพอดี เมื่อระบบตรวจสอบผ่าน หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังขั้นตอนยืนยันอีเมลโดยอัตโนมัติ
-
กรอกรหัสยืนยันอีเมล 6 หลัก
— ภาพ 13หน้ากรอกรหัสยืนยันอีเมล2026-07-08
ช่องกรอกรหัส 6 หลักยังว่าง พร้อมตัวนับเวลาสำหรับขอรหัสใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร เพื่อดูรหัสยืนยัน 6 หลักที่ส่งมาให้ แล้วกรอกลงในช่องว่างทั้งหกช่องบนหน้าจอ “Verify your email”
รหัสนี้มีอายุ 5 นาที หากยังไม่ได้รับอีเมล ให้กด “Didn’t receive email” หรือรอจนหมดเวลานับถอยหลังแล้วกด “Resend” เพื่อขอรหัสใหม่ ส่วนปุ่ม “Modify” ใช้แก้ไขอีเมลปลายทางกรณีกรอกผิด
เมื่อกรอกรหัสครบทั้งหกหลักถูกต้อง หน้าจอจะไปยังขั้นตอนตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ
-
ตรวจดูรหัสยืนยันในอีเมล
— ภาพ 14อีเมลรหัสยืนยันจาก bybit2026-07-08
อีเมลแสดงรหัสยืนยัน 6 หลัก ซึ่งมีอายุใช้งาน 5 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เปิดอีเมลจาก bybit ที่มีหัวเรื่อง “[Bybit]Security Code for Your Bybit Account” ในกล่องจดหมาย ด้านในจะแสดงรหัสยืนยัน 6 หลักที่ใช้กรอกในหน้ายืนยันอีเมลของขั้นตอนก่อนหน้า
รหัสนี้มีอายุ 5 นาที และในอีเมลย้ำเตือนว่าไม่ควรบอกรหัสให้ผู้ใด แม้แต่ทีมงานของ bybit เอง เพื่อป้องกันการหลอกลวงแบบฟิชชิง
-
ตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ
— ภาพ 15หน้าตั้งรหัสผ่านที่ยังว่าง2026-07-08
ช่องรหัสผ่านยังว่าง เงื่อนไขรหัสผ่านทั้งสี่ข้อจึงยังไม่ผ่าน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ในหน้าจอ “Create Password” ให้ตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ โดยพิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการลงในช่อง “Password” ที่ยังว่างอยู่ และกดไอคอนรูปดวงตาท้ายช่องเพื่อสลับแสดงหรือซ่อนรหัสผ่านได้
รหัสผ่านต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่แสดงไว้ด้านล่าง ได้แก่ “8-30 Characters” และต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลขอย่างน้อยอย่างละหนึ่งตัว ระหว่างที่ยังไม่ครบทุกเงื่อนไข ปุ่ม “Get My Welcome Gifts” จะยังกดไม่ได้
-
กดยืนยันเพื่อสมัครให้เสร็จ
— ภาพ 16หน้าตั้งรหัสผ่านที่กรอกครบแล้ว2026-07-08
รหัสผ่านผ่านครบทุกเงื่อนไข ปุ่มยืนยันจึงเปลี่ยนเป็นพร้อมให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อรหัสผ่านผ่านครบทุกเงื่อนไข รายการตรวจสอบทั้งสี่ข้อจะขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว และปุ่ม “Get My Welcome Gifts” จะเปลี่ยนเป็นสีส้มพร้อมให้กด ให้กดปุ่มนี้เพื่อสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี
-
สมัครเสร็จและตั้งค่ารหัสกันฟิชชิง
— ภาพ 17หน้าแดชบอร์ดหลังสมัครเสร็จ2026-07-08
แดชบอร์ดบัญชีใหม่ พร้อมหน้าต่างรหัสกันฟิชชิงและแถบยืนยันตัวตน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อสมัครเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี พร้อมเปิดหน้าต่าง “Anti-phishing Code” ที่มีรหัสกันฟิชชิงสร้างไว้ให้ รหัสนี้จะปรากฏในอีเมลและ SMS ทางการของ bybit ทุกฉบับ เพื่อช่วยให้แยกแยะการติดต่อของจริงออกจากมิจฉาชีพ
กดปุ่ม “Activate Code” เพื่อเปิดใช้งานรหัสนี้ หรือกด “Customize Code” หากต้องการตั้งรหัสเอง แล้วปิดหน้าต่างเพื่อกลับสู่หน้าแดชบอร์ด
ด้านบนของแดชบอร์ดยังมีแถบแจ้งเตือน “Complete Identity Verification to continue using Bybit’s services.” พร้อมปุ่ม “Verify Now” สำหรับเริ่มยืนยันตัวตนในลำดับถัดไป
สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร Bybit เสร็จ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์ กับการยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
การยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์
หลังเข้าสู่บัญชีแล้ว ให้เริ่มยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อปลดล็อกการใช้งานเต็มรูปแบบ โดยกดปุ่ม “Get Verified Now” ในการ์ด “Verify identity to unlock full platform access” หรือกด “Verify Now” ที่แถบด้านบน
แถบแสดงความคืบหน้าด้านบนจะเห็นว่าขั้นตอน “Sign up” เสร็จแล้ว และกำลังอยู่ที่ขั้นยืนยันตัวตนก่อนถึงขั้น “Deposit” เมื่อกดปุ่มดังกล่าว หน้าจอจะไปยังหน้าเลือกประเทศที่พำนัก
ในหน้า “Residence Country/Region” ให้เลือกประเทศที่พำนักปัจจุบันจากช่องแบบเลื่อนลง ซึ่งระบบตรวจพบตำแหน่งเป็น “Thailand” ไว้ให้แล้ว หากไม่ตรงสามารถกดเปลี่ยนได้ จากนั้นติ๊กช่องยอมรับ “Terms of Service” และ “Risk & Compliance Disclosure” พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่พลเมืองหรือผู้พำนักในสหรัฐฯ หรือเขตอำนาจศาลที่ถูกกีดกัน (“Excluded Jurisdictions”) แล้วกดปุ่ม “Confirm” เพื่อไปยังขั้นตอนเลือกเอกสารยืนยันตัวตน
ในหน้า “Proof of Identity” ให้ตรวจสอบว่า “Country/region of issue” เป็นประเทศที่ออกเอกสาร แล้วเลือกประเภทเอกสารที่จะใช้จากตัวเลือก “ID Card”, “Passport”, “Driver license” หรือ “Residence permit” โดย “ID Card” มีป้าย “Recommended” กำกับว่าแนะนำให้ใช้
เมื่อติ๊กช่องยอมรับเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Verify to Earn $20” เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนในขั้นตอนถัดไป
การยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
หลังเข้าสู่บัญชีแล้ว ให้เริ่มยืนยันตัวตน (KYC) เพื่อปลดล็อกการใช้งานเต็มรูปแบบ โดยกดปุ่ม “Get Verified Now” ในการ์ด “Verify identity to unlock full platform access” หรือกด “Verify Now” ที่แถบด้านบน
แถบแสดงความคืบหน้าด้านบนจะเห็นว่าขั้นตอน “Sign up” เสร็จแล้ว และกำลังอยู่ที่ขั้นยืนยันตัวตนก่อนถึงขั้น “Deposit” เมื่อกดปุ่มดังกล่าว หน้าจอจะไปยังหน้าเลือกประเทศที่พำนัก
ในหน้า “Residence Country/Region” ให้เลือกประเทศที่พำนักปัจจุบันจากช่องแบบเลื่อนลง ซึ่งระบบตรวจพบตำแหน่งเป็น “Thailand” ไว้ให้แล้ว หากไม่ตรงสามารถกดเปลี่ยนได้ จากนั้นติ๊กช่องยอมรับ “Terms of Service” และ “Risk & Compliance Disclosure” พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่พลเมืองหรือผู้พำนักในสหรัฐฯ หรือเขตอำนาจศาลที่ถูกกีดกัน (“Excluded Jurisdictions”) แล้วกดปุ่ม “Confirm” เพื่อไปยังขั้นตอนเลือกเอกสารยืนยันตัวตน
ในหน้า “Proof of Identity” ให้ตรวจสอบว่า “Country/region of issue” เป็นประเทศที่ออกเอกสาร แล้วเลือกประเภทเอกสารที่จะใช้จากตัวเลือก “ID Card”, “Passport”, “Driver license” หรือ “Residence permit” โดย “ID Card” มีป้าย “Recommended” กำกับว่าแนะนำให้ใช้
เมื่อติ๊กช่องยอมรับเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Verify to Earn $20” เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนในขั้นตอนถัดไป
เมื่อยืนยันตัวตนด้วยเอกสารจนครบขั้นตอน บัญชีจะได้รับการยืนยันเต็มรูปแบบ และปลดล็อกการฝากเงิน การซื้อขาย รวมถึงฟังก์ชันทั้งหมดของ bybit
รหัสแนะนำ Bybit เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้
หากสมัครบัญชีเสร็จโดยไม่ได้กรอกรหัสแนะนำ จะไม่สามารถนำรหัสแนะนำมาผูกกับบัญชีในภายหลังได้ จึงโปรดระมัดระวัง
อนึ่ง หากยังทำ KYC (การยืนยันตัวตน) ไม่เสร็จ คุณยังสามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ จึงควรพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
- ในช่องกรอกรหัสแนะนำมี 20533 แสดงอยู่หรือไม่
- ตรวจสอบช่องรหัสแนะนำอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์
Bybit คืออะไร
จุดกำเนิด ขนาด และผลิตภัณฑ์ของ Bybit
Bybit ไม่ใช่กระดานเทรดหน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว แต่เติบโตมาเป็นหนึ่งในแหล่งสภาพคล่องอนุพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก บริหารงานจากดูไบโดย Ben Zhou ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอที่นำทีมมาตั้งแต่วันแรก การอ่านภาพรวมของ Bybit จึงไม่ควรมองแบบรีวิวทั่วไป แต่ควรดูที่ขนาดของสภาพคล่องและลำดับของมันในตลาดโลกเป็นหลัก
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า Bybit ควรถูกอ่านในฐานะแหล่งสภาพคล่องอนุพันธ์ระดับต้นของโลก ไม่ใช่แค่ “รายใหญ่รายหนึ่ง” ทั่วไป จุดที่ต้องระวังในการอ่านคือ จำนวนผู้ใช้ที่มักถูกอ้างถึงไม่มีแหล่งตรวจสอบอิสระเพียงแหล่งเดียว จึงควรถือเป็นภาพประมาณการมากกว่าตัวเลขที่ยืนยันได้แน่นอน
สิ่งที่ทำให้ Bybit ครอบคลุมความต้องการหลากหลายคือแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ที่กว้าง ตั้งแต่ spot (447 เหรียญ / 605 คู่เทรด) ฟิวเจอร์สแบบ USDT/USDC/coin-margined/inverse ราว 667 ตลาด ออปชัน USDC มาร์จิน spot สูงสุด 10 เท่า ไปจนถึง Bybit TradFi CFD สูงสุด 500 เท่า หุ้น tokenized และ IPO Express, copy trading, บอทเทรด, บริการ Earn, Web3, NFT และ API สำหรับนักพัฒนา ทั้งหมดนี้อยู่ภายในบัญชีเดียว ทำให้ผู้ใช้ระดับกลางถึงขั้นสูงสลับไปมาระหว่างเครื่องมือได้โดยไม่ต้องเปิดหลายบัญชี
ค่าธรรมเนียมและส่วนลดจากโทเคน MNT
ต้นทุนการเทรดจริงของ Bybit ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมการเทรด แต่ต้องดูต้นทุนการฝาก/ถอนควบคู่กันด้วย ตารางด้านล่างสรุปอัตราหลัก ณ วันที่ตรวจสอบ
- ค่าธรรมเนียม spot (maker / taker)
- 0.10% / 0.10%
- ค่าธรรมเนียมฟิวเจอร์ส (maker / taker)
- 0.02% / 0.055%
- ฝากคริปโต
- ฟรี
- ถอน on-chain
- ผันแปรตามเครือข่ายและสินทรัพย์ ไม่มีอัตราตายตัว
จุดที่ต่างจากกระดานทั่วไปคือการใช้โทเคนเนทีฟ MNT (Mantle) มาลดค่าธรรมเนียม ผู้ที่เลือกจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย MNT จะได้ส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับ spot และ 10% สำหรับสัญญา linear โดยลดซ้อนกับชั้น VIP ที่คิดตามปริมาณการเทรด อย่างไรก็ตาม ตารางค่าธรรมเนียมรายชั้น VIP แบบเต็มไม่ได้เปิดเผยถึงระดับปฐมภูมิ (หน้าคำนวณเป็นแบบไดนามิกและเข้าถึงไม่ได้ในช่วงที่ตรวจสอบ) ตัวเลขที่ระบุจึงเป็นอัตราหลัก ณ วันที่ 2026-07-08 ไม่ใช่การไล่ทุกชั้น ผู้ที่เทรดปริมาณมากควรตรวจสอบอัตราจริงในบัญชีของตนก่อนตัดสินใจ
จุดเด่นของ Bybit
จุดแข็งเฉพาะตัวเมื่อเทียบกับ Binance และ OKX
เมื่อวาง Bybit ไว้ข้าง Binance และ OKX ซึ่งเป็นคู่เทียบระดับโลกโดยตรง จุดแข็งของมันไม่ได้อยู่ที่การเป็น “รายใหญ่ที่สุด” แต่อยู่ที่การเป็นแหล่งสภาพคล่องอนุพันธ์ระดับต้นที่ผูกเข้ากับระบบนิเวศเฉพาะตัวหลายอย่างซึ่งคู่แข่งไม่มีในรูปแบบเดียวกัน
แหล่ง perpetual ระดับ top-3
มิเรอร์ได้ถึง 10 เทรดเดอร์
CFD สูงสุด 500x + IPO Express
ระบบนิเวศบัญชีเดียว
สำหรับเทรดเดอร์ที่ให้น้ำหนักกับอนุพันธ์ที่มีสภาพคล่องลึกและ copy trading ในบัญชีเดียว Bybit จึงวางตัวเทียบชั้นสองรายใหญ่ได้อย่างสูสี และยิ่งถ้าสนใจสะพานเชื่อมคริปโตกับตลาดหุ้นดั้งเดิมอย่าง TradFi CFD และ IPO Express ก็แทบไม่มีคู่แข่งที่ให้ครบในที่เดียว
กรณีที่ผู้ใช้บางกลุ่มควรเลือกแพลตฟอร์มอื่น
ถึงอย่างนั้น การชมด้านเดียวคงไม่ตรงกับความเป็นจริง คู่เทียบหลักระดับโลกของ Bybit ยังคงเป็น Binance และ OKX และ Bybit อยู่อันดับ 3 รองจากทั้งคู่ทั้งด้านทุนสำรองสุทธิและปริมาณอนุพันธ์ กล่าวคือมันไม่ใช่ผู้นำอันดับหนึ่งในเชิงขนาด แต่เป็นตัวเลือกลำดับต้นที่ผู้ใช้นำมาชั่งกับสองรายนั้น
Bybit เหมาะกับเทรดเดอร์อนุพันธ์และ copy trading ที่เข้าถึงกระดานโกลบอลได้ ส่วนผู้ที่ต้องใช้กระดานมีใบอนุญาตท้องถิ่นหรือเน้นประวัติ pen-test ที่ครบถ้วน ควรมองทางเลือกอื่น
แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Bybit
ใบอนุญาตที่ Bybit ได้รับทั่วโลก
ทิศทางด้านกฎระเบียบของ Bybit ในช่วงหลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากโมเดล offshore ที่แทบไม่จดทะเบียน ไปสู่การไล่ขอใบอนุญาตเป็นรายเขตอำนาจ ภาพของใบอนุญาตที่ถืออยู่จริงจึงเป็นจุดตั้งต้นที่ดีในการอ่านความน่าเชื่อถือด้านกำกับดูแล
จุดที่น่าสังเกตคือ ใบอนุญาต SCA ของยูเออีทำให้ Bybit เป็นเอ็กซ์เชนจ์รายแรกที่ได้ใบอนุญาต virtual asset เต็มรูปแบบจากหน่วยงานนี้ ข้อเท็จจริงด้านกฎระเบียบระดับโลกเหล่านี้ไม่เปลี่ยนตามภาษาหรือประเทศของผู้อ่าน ส่วนสถานะเฉพาะสำหรับผู้พำนักในประเทศไทยจะกล่าวแยกในหัวข้อถัดไป เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายการเขตที่ Bybit กีดกันตนเอง
ประเทศที่ถูกกีดกัน การถอนตัว และทิศทางกฎระเบียบ
อีกด้านหนึ่ง Bybit กำหนดเขตที่กีดกันตนเองไว้ในข้อตกลงการให้บริการ (§11.3) ราว 14 แห่ง ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ แคนาดา เกาหลีเหนือ คิวบา อิหร่าน อุซเบกิสถาน ซูดาน ซีเรีย พื้นที่ของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง และยูเออี (ซึ่งให้บริการผ่านนิติบุคคลที่มีใบอนุญาต SCA แยกแทน) นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดระดับผลิตภัณฑ์ กล่าวคือผู้พำนักใน EU ใช้ได้เฉพาะผ่าน Bybit EU GmbH ที่กำกับด้วย MiCA ซึ่งชุดผลิตภัณฑ์แคบลง ส่วนสหราชอาณาจักรเคยถอนอนุพันธ์คริปโตรายย่อยในปี 2021 ตามคำสั่งห้ามของ FCA แล้วกลับเข้าเฉพาะ spot และ P2P ผ่านข้อตกลง financial-promotions ที่ Archax อนุมัติ
โดยรวม ทิศทางจึงเป็นการเข้มขึ้นและเป็นทางการมากขึ้น เคลื่อนจากโมเดลไม่จดทะเบียนไปสู่การขอใบอนุญาตรายเขต (ยูเออี SCA, MiCA, อาร์เจนตินา จอร์เจีย คาซัคสถาน) พร้อมถอนออกจากตลาดที่ไม่สอดคล้อง และหลังเหตุแฮ็กเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ก็หันมาเน้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือด้านกำกับดูแลมากขึ้น ในเชิงโครงสร้าง Bybit มีนิติบุคคลแบรนด์เดียวกันในหลายภูมิภาค (Bybit EU GmbH, Bybit UAE, Bybit Türkiye, Bybit Indonesia, Bybit Kazakhstan และนิติบุคคลท้องถิ่นของ Bybit ในบราซิล) ซึ่งที่นี่กล่าวถึงในเชิงภาพรวมเท่านั้น ส่วนการใช้ได้จริงเป็นรายประเทศจะจัดการในหัวข้อถัดไป
การใช้งาน Bybit ได้หรือไม่ในประเทศไทย
สถานะการเข้าถึง Bybit ในประเทศไทยตอนนี้
คำตอบตรง ๆ สำหรับผู้ที่พำนักในประเทศไทยคือ ตอนนี้เข้าถึงกระดานโกลบอล bybit.com ตามปกติไม่ได้ และสถานะนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีรากมาจากการที่สำนักงาน ก.ล.ต. ไทยได้ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อ Bybit มาตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเป็นที่มาของการปิดกั้นการเข้าถึงในปัจจุบันตามรายละเอียดที่สรุปไว้ด้านล่าง
มีจุดที่ควรพูดให้ตรงเพื่อความเป็นธรรม การบล็อกครั้งนี้เป็นคำสั่งของภาครัฐไทย ไม่ใช่ Bybit เป็นฝ่ายกีดกันผู้ใช้ไทย (ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในรายการเขตที่ Bybit กีดกันตนเอง ต่างจากสิงคโปร์หรือฮ่องกง) แต่ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากฝ่ายใด ผลลัพธ์ที่ผู้อ่านเจอจริงก็เหมือนกันคือเข้ากระดานโกลบอลไม่ได้ บทความนี้จึงนำเสนอตามข้อเท็จจริงเท่านั้น และไม่แนะนำวิธีหลบเลี่ยงการบล็อก เมื่อไม่มีนิติบุคคล Bybit ในไทยและกระดานโกลบอลก็เข้าไม่ได้ ทางที่ตรงไปตรงมากว่าคือดูตัวเลือกที่จดทะเบียนถูกต้องในไทย ซึ่งอยู่ในหัวข้อถัดไป
ทางเลือกกระดานเทรดที่จดทะเบียนถูกต้องในไทย
Bitkub
Binance TH โดย Gulf Binance
Orbix (เดิม Satang Pro)
Upbit Thailand
ทั้งสี่กระดานนี้มีจุดร่วมที่ตอบความกังวลเรื่อง “ปลอดภัยและถูกกฎหมายไหม” ซึ่งเด่นในตลาดไทยได้ดี คือฝากเงินบาทเข้าตรงและอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย อีกทั้งเข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษีกำไรจากคริปโตของไทยในช่วงปี 2025–2029 จุดที่ต่างจาก Bybit โกลบอลอย่างชัดเจนคือกระดานท้องถิ่นเหล่านี้เป็น spot-only ไม่มีอนุพันธ์หรือมาร์จินแบบที่ Bybit มี นี่คือ trade-off ที่ผู้อ่านต้องชั่งเอง
หากคุณอยู่ในไทยและเป้าหมายหลักคือเทรด spot อย่างถูกกฎหมายพร้อมฝากบาทเข้าตรง กระดานท้องถิ่นก็ตอบโจทย์กว่า และการเลือกทางนั้นก็ยอมรับได้เต็มที่ แม้จะเป็นเส้นทางที่ไม่ผ่านรหัสแนะนำ เพราะสำหรับเรื่องเงินและความถูกต้องตามกฎหมาย ความตรงไปตรงมาสำคัญกว่ายอดสมัคร
ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Bybit
ความมั่นคงของคู่สัญญาและประวัติด้านความปลอดภัย
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการฝากสินทรัพย์ไว้กับเอ็กซ์เชนจ์ใด ๆ คือคำถามว่า “คู่สัญญาจะล้มหรือรักษาเงินของเราไว้ได้หรือไม่” และสำหรับ Bybit ประวัติด้านนี้ถูกทดสอบอย่างหนักในเดือนกุมภาพันธ์ 2025
รายละเอียดของเหตุการณ์คือ ผู้โจมตี (ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นกลุ่ม Lazarus หรือ “TraderTraitor” ของเกาหลีเหนือ) เจาะหน้า UI ของกระเป๋าเย็นแบบ multisig ที่ใช้แพลตฟอร์ม Safe Wallet ระหว่างการโอน ETH จาก cold ไป warm แล้วแก้ไขธุรกรรมที่เซ็นไปแล้ว ทำให้ดูดสินทรัพย์ออกไปได้ ด้านการรับมือ Bybit ระบุว่าเงินของผู้ใช้ยังมีสินทรัพย์หนุนหลังครบ (ทุนสำรองมากกว่าหนี้สิน) เดินหน้าให้ถอนเงินได้ต่อเนื่องตลอดเหตุการณ์ และตั้ง Recovery Bounty คืน 10% ของเงินที่กู้กลับมาได้
- คะแนนความปลอดภัยรวม CER.live
- เกรด AA (88/100)
- การทดสอบเจาะระบบ (pen-test)
- 0/100
- ISO 27001
- ผ่าน
- Bug bounty
- 100/100
- Proof of Reserves
- Merkle-tree ตรวจโดย Hacken รายเดือน (30 รายงานต่อเนื่อง ณ ก.พ. 2026) หนุนหลัง 1:1 หรือมากกว่า ครอบคลุมผู้ใช้ 65 ล้าน+
อ่านโดยรวม โปรไฟล์ความปลอดภัยของ Bybit จึงแข็งในบางแกน (มี Proof of Reserves ต่อเนื่อง ผ่าน ISO 27001 และได้คะแนน bug bounty เต็ม) แต่ยังมีช่องว่างที่ชัด คือไม่มีบันทึกการทดสอบเจาะระบบอิสระที่เสร็จสมบูรณ์ และไม่มีกองทุนคุ้มครองที่ตั้งชื่อไว้ล่วงหน้า สำหรับผู้ใช้ที่ให้ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นี่คือจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักก่อนฝากเงินจำนวนมาก
ประวัติด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงเรื่องการเข้าถึงในอนาคต
สิ่งที่ประวัติเหล่านี้บอกไม่ใช่แค่เรื่องอดีต แต่คือความเสี่ยงเรื่อง “การเข้าถึงในอนาคต” การถอนตัวที่ขับเคลื่อนด้วยกฎระเบียบ (สหราชอาณาจักร 2021, แคนาดา 2023, ฮ่องกง 2024, ญี่ปุ่น phase-out 2026 และการย้ายผู้ใช้ในบราซิลที่กำลังดำเนินอยู่) แสดงให้เห็นว่าผู้พำนักในตลาดที่ “ตอนนี้ยังใช้ได้” อาจเจอหน้าต่าง close-only และการบังคับปิดสถานะภายหลังได้ ความเสี่ยงนี้ต่างจากการใช้ได้ ณ ปัจจุบัน และสำหรับผู้อ่านชาวไทยที่เจอการบล็อกอยู่แล้ว ประเด็นนี้ยิ่งเป็นรูปธรรม เพราะสะท้อนว่าเมื่อกฎระเบียบขยับ การเข้าถึงกระดานข้ามพรมแดนก็เปลี่ยนได้เสมอ
แม้ตลาดหนึ่งจะ “ใช้ได้ตอนนี้” ประวัติการถอนตัวของ Bybit ก็เตือนว่าการเข้าถึงอาจถูกจำกัดในภายหลังได้ — ความเสี่ยงที่ผู้อ่านชาวไทยเห็นเป็นรูปธรรมอยู่แล้ว