— สารบัญ 10 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ edgeX “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 ขั้นตอนการสมัคร edgeX ด้วยรหัสแนะนำ
  3. 03 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ edgeX เสร็จ
  4. 04 รหัสแนะนำ edgeX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  5. 05 โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ edgeX
  6. 06 edgeX คืออะไร
  7. 07 จุดเด่นของ edgeX
  8. 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ edgeX
  9. 09 การใช้งาน edgeX ได้หรือไม่ในประเทศไทย
  10. 10 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ edgeX

รหัสแนะนำ edgeX เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-27 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

การใช้รหัสแนะนำทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเชื่อมต่อวอลเล็ต

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ edgeX จุดเด่นของ edgeX การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ edgeX “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ edgeX ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-07-27 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าต่างเข้าร่วมด้วยโค้ด CHAINHELM
2026-07-27
หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด
หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “Join with code” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

ส่วนการตรวจสอบหลังเชื่อมวอลเล็ตแล้ว ให้ดูที่หน้า Referral / Rewards ซึ่งเป็นหน้าที่แสดงสถานะการแนะนำ โดยข้อมูลที่ผูกกับรหัสแนะนำอย่างอัตราส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจะแสดงก็ต่อเมื่อเชื่อมวอลเล็ตแล้วเท่านั้น

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

ขั้นตอนการสมัคร edgeX ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ edgeX ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. ตรวจโค้ดแนะนำก่อนเชื่อมกระเป๋า

    — ภาพ 2
    หน้าต่างเข้าร่วมด้วยโค้ด CHAINHELM
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด
    หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์แนะนำของ chainhelm แล้วจะเห็นหน้าต่าง “Join with code” ซ้อนอยู่บนหน้าจอเทรด ให้ตรวจว่าโค้ด “CHAINHELM” แสดงอยู่กลางหน้าต่าง ซึ่งหมายความว่าลิงก์ได้ใส่โค้ดแนะนำมาให้เรียบร้อยแล้ว และกดไอคอนคัดลอกข้างโค้ดได้หากต้องการเก็บไว้ใช้

    เมื่อยืนยันโค้ดแล้ว กดปุ่ม “Connect Wallet” ในหน้าต่างนี้เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมกระเป๋า จากนั้นหน้าต่างเข้าสู่ระบบจะเปิดขึ้นมาต่อ

  3. เลือกเข้าสู่ระบบด้วยกระเป๋า

    — ภาพ 3
    หน้าต่างเข้าสู่ระบบของ edgeX
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Log in or sign up" มีทั้งช่องกรอกอีเมลและปุ่ม "Continue with a wallet"
    หน้าต่าง "Log in or sign up" มีทั้งช่องกรอกอีเมลและปุ่ม "Continue with a wallet" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Log in or sign up” ให้กด “Continue with a wallet” เพื่อสมัครและเข้าสู่ระบบด้วยกระเป๋าคริปโต ซึ่งเป็นวิธีที่คู่มือนี้ใช้ แล้วรายการกระเป๋าที่รองรับจะเปิดขึ้นมาต่อ

    หากถนัดเริ่มจากอีเมลมากกว่า ก็กรอกอีเมลลงช่อง “[email protected]” แล้วกด “Submit” ได้ และก่อนกรอกข้อมูลใด ๆ ให้สังเกตข้อความ “Protected by privy” ที่ท้ายหน้าต่าง ซึ่งบอกว่าระบบยืนยันตัวตนของ edgeX ทำงานอยู่บนบริการ privy

  4. เลือกกระเป๋าที่ใช้เชื่อมต่อ

    — ภาพ 4
    รายการกระเป๋าที่รองรับ
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Select your wallet" เรียงกระเป๋าที่รองรับไว้พร้อมช่องค้นหาด้านบน
    หน้าต่าง "Select your wallet" เรียงกระเป๋าที่รองรับไว้พร้อมช่องค้นหาด้านบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Select your wallet” ให้กดเลือกกระเป๋าที่ใช้อยู่จากรายการ “MetaMask” “OKX Wallet” “Rabby Wallet” “Phantom” และ “WalletConnect” โดยตัวอย่างในคู่มือนี้เลือก “Rabby Wallet” ถ้ากระเป๋าที่ต้องการไม่อยู่ในรายการที่เห็น พิมพ์ชื่อลงช่อง “Search wallets” เพื่อค้นหา

    เมื่อกดเลือกแล้ว ส่วนขยายของกระเป๋าจะเปิดหน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อขึ้นมา

  5. อนุญาตการเชื่อมต่อในกระเป๋า

    — ภาพ 5
    หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อ
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" แสดงโดเมน pro.edgex.exchange เครือข่าย Ethereum และปุ่ม "Connect"
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" แสดงโดเมน pro.edgex.exchange เครือข่าย Ethereum และปุ่ม "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    สลับไปที่หน้าต่างของส่วนขยายกระเป๋าที่เด้งขึ้นมาแยกจากหน้าเว็บ ที่หัวข้อ “Connect to Dapp” ให้ตรวจว่าที่อยู่เว็บคือ https://pro.edgex.exchange และเครือข่ายที่เลือกไว้ตรงกับที่จะใช้งาน แล้วดูแถว “Connect Address” ว่าเป็นบัญชีกระเป๋าที่ต้องการเชื่อมจริง

    ถ้าถูกต้องทั้งหมด กด “Connect” เพื่ออนุญาต หรือกด “Cancel” หากต้องการยกเลิก จากนั้นหน้าเว็บจะเข้าสู่สถานะรอลงลายเซ็น

  6. รอคำขอลงลายเซ็นจากกระเป๋า

    — ภาพ 6
    สถานะรอลงลายเซ็น
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Sign to verify" ที่ปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ "Connecting" ระหว่างรอคำขอจากกระเป๋า
    หน้าต่าง "Sign to verify" ที่ปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ "Connecting" ระหว่างรอคำขอจากกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังอนุญาตการเชื่อมต่อ กลับมาที่หน้าเว็บซึ่งขึ้นหัวข้อ “Sign to verify” และปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ “Connecting” ระหว่างนี้ไม่ต้องกดอะไรเพิ่ม เพียงรอให้กระเป๋าส่งคำขอลงลายเซ็นมา

    ถ้ารอแล้วยังไม่เห็นหน้าต่างของกระเป๋า ให้ไล่ดูหน้าต่างเบราว์เซอร์อื่นตามที่ข้อความในหน้าต่างแนะนำ เพราะกระเป๋าอาจเปิดคำขอไว้หลังหน้าต่างอื่น

  7. ลงลายเซ็นยืนยันความเป็นเจ้าของ

    — ภาพ 7
    คำขอลงลายเซ็นยืนยันที่อยู่
    2026-07-27
    คำขอ "Verify Address" ระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ธุรกรรม พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel"
    คำขอ "Verify Address" ระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ธุรกรรม พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่างกระเป๋าที่ขึ้นหัวข้อ “Verify Address” ให้อ่านข้อความในส่วน “Sign Text” ก่อนกดยืนยัน ข้อความระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ pro.edgex.exchange เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าจริง ไม่ใช่การส่งธุรกรรมและไม่มีค่าธรรมเนียม

    เมื่อตรวจว่าโดเมนตรงกับเว็บที่กำลังใช้แล้ว กด “Sign” เพื่อลงลายเซ็น หรือกด “Cancel” ถ้าไม่ใช่คำขอที่เริ่มเอง หลังลงลายเซ็นหน้าเว็บจะพาไปยังหน้าต่างยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

  8. ยอมรับเงื่อนไขและรับทราบความเสี่ยง

    — ภาพ 8
    หน้าต่างยอมรับเงื่อนไข
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Connect Wallet" ที่ติ๊กรับทราบความเสี่ยงครบทั้งสี่ข้อ พร้อมปุ่ม "Agree and Continue"
    หน้าต่าง "Connect Wallet" ที่ติ๊กรับทราบความเสี่ยงครบทั้งสี่ข้อ พร้อมปุ่ม "Agree and Continue" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Connect Wallet” ให้เปิดอ่าน “User Agreement” และ “Privacy Policy” จากลิงก์ในหน้าต่างก่อนตัดสินใจ

    จากนั้นติ๊กช่องรับทราบความเสี่ยงทั้งสี่ข้อ ข้อแรกคือเลเวอเรจอาจเปลี่ยนได้หลังเปิดสถานะ ข้อที่สองคือกฎและความเสี่ยงของการใช้สินทรัพย์ข้ามสกุลเป็นหลักประกัน ข้อที่สามคือความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการชำระกำไรขาดทุน กรณีล้มละลาย กองทุนประกัน และการเฉลี่ยความเสียหายร่วมกัน และข้อที่สี่คือบัญชีอาจถูกบังคับปิดสถานะบางส่วนหรือทั้งหมดหากหลักประกันต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

    เมื่อติ๊กครบทุกข้อแล้ว กด “Agree and Continue” เพื่อไปยังขั้นตอนคำขอลงลายเซ็น

  9. ส่งคำขอลงลายเซ็นสองรายการ

    — ภาพ 9
    สรุปคำขอลงลายเซ็น
    2026-07-27
    หน้าต่างแจ้งลายเซ็น 2 รายการ พร้อมสวิตช์ "Remember Me" ที่เปิดอยู่และปุ่ม "Send Requests"
    หน้าต่างแจ้งลายเซ็น 2 รายการ พร้อมสวิตช์ "Remember Me" ที่เปิดอยู่และปุ่ม "Send Requests" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    อ่านสรุปในหน้าต่างถัดมาที่แจ้งว่าจะมีคำขอลงลายเซ็น 2 รายการ คือ “Verify ownership” สำหรับยืนยันว่าเป็นเจ้าของกระเป๋า และ “Enable trading” สำหรับเปิดสิทธิ์เข้าถึง API ที่ใช้ส่งคำสั่งเทรด ทั้งสองรายการเป็นการลงลายเซ็นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ก่อให้เกิดธุรกรรม

    ถ้าต้องการให้ระบบจำการเข้าสู่ระบบไว้ ก็เปิดสวิตช์ “Remember Me” ค้างไว้ แล้วกด “Send Requests” เพื่อส่งคำขอ กระเป๋าจะเปิดคำขอลงลายเซ็นรายการแรกขึ้นมา

  10. ลงลายเซ็นสร้างคีย์สำหรับเทรด

    — ภาพ 10
    คำขอลงลายเซ็น L2 Key
    2026-07-27
    คำขอลงลายเซ็นระบุ action เป็น "L2 Key" และจำกัด onlySignOn ไว้ที่ pro.edgex.exchange
    คำขอลงลายเซ็นระบุ action เป็น "L2 Key" และจำกัด onlySignOn ไว้ที่ pro.edgex.exchange ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในคำขอแรกที่ขึ้นหัวข้อ “Unknown Signature Type” ให้อ่านเนื้อหาในส่วน “Sign Text” ซึ่งระบุ action เป็น “L2 Key” คือการสร้างคีย์ที่ใช้ส่งคำสั่งเทรดของ edgeX และมีบรรทัด onlySignOn ที่จำกัดให้ลงลายเซ็นได้เฉพาะบนโดเมน pro.edgex.exchange จึงใช้บรรทัดนี้เทียบกับที่อยู่เว็บที่เปิดอยู่ได้

    เมื่อโดเมนตรงกัน กด “Sign” เพื่อสร้างคีย์ หรือกด “Cancel” หากที่อยู่ไม่ตรง แล้วคำขอลงลายเซ็นรายการที่สองจะเปิดขึ้นมาต่อ

  11. ลงลายเซ็นเปิดใช้งานบัญชี

    — ภาพ 11
    คำขอลงลายเซ็น edgeX Onboard
    2026-07-27
    คำขอสุดท้ายระบุ action เป็น "edgeX Onboard" บนโดเมนเดียวกัน พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel"
    คำขอสุดท้ายระบุ action เป็น "edgeX Onboard" บนโดเมนเดียวกัน พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในคำขอที่สองซึ่งขึ้นหัวข้อ “Unknown Signature Type” เช่นเดิม ให้ตรวจส่วน “Sign Text” ว่า action เป็น “edgeX Onboard” คือการเปิดใช้งานบัญชี และ onlySignOn ยังคงเป็นโดเมน pro.edgex.exchange เหมือนคำขอแรก

    จากนั้นกด “Sign” เพื่อปิดท้ายการตั้งค่า หรือกด “Cancel” หากต้องการยกเลิก

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ edgeX บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. ตรวจโค้ดแนะนำก่อนเชื่อมกระเป๋า

    — ภาพ 12
    หน้าต่างเข้าร่วมด้วยโค้ด CHAINHELM
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด
    หน้าต่าง "Join with code" แสดงโค้ด "CHAINHELM" พร้อมปุ่ม "Connect Wallet" บนหน้าจอเทรด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์แนะนำของ chainhelm แล้วจะเห็นหน้าต่าง “Join with code” ซ้อนอยู่บนหน้าจอเทรด ให้ตรวจว่าโค้ด “CHAINHELM” แสดงอยู่กลางหน้าต่าง ซึ่งหมายความว่าลิงก์ได้ใส่โค้ดแนะนำมาให้เรียบร้อยแล้ว และกดไอคอนคัดลอกข้างโค้ดได้หากต้องการเก็บไว้ใช้

    เมื่อยืนยันโค้ดแล้ว กดปุ่ม “Connect Wallet” ในหน้าต่างนี้เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมกระเป๋า จากนั้นหน้าต่างเข้าสู่ระบบจะเปิดขึ้นมาต่อ

  3. เลือกเข้าสู่ระบบด้วยกระเป๋า

    — ภาพ 13
    หน้าต่างเข้าสู่ระบบของ edgeX
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Log in or sign up" มีทั้งช่องกรอกอีเมลและปุ่ม "Continue with a wallet"
    หน้าต่าง "Log in or sign up" มีทั้งช่องกรอกอีเมลและปุ่ม "Continue with a wallet" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Log in or sign up” ให้กด “Continue with a wallet” เพื่อสมัครและเข้าสู่ระบบด้วยกระเป๋าคริปโต ซึ่งเป็นวิธีที่คู่มือนี้ใช้ แล้วรายการกระเป๋าที่รองรับจะเปิดขึ้นมาต่อ

    หากถนัดเริ่มจากอีเมลมากกว่า ก็กรอกอีเมลลงช่อง “[email protected]” แล้วกด “Submit” ได้ และก่อนกรอกข้อมูลใด ๆ ให้สังเกตข้อความ “Protected by privy” ที่ท้ายหน้าต่าง ซึ่งบอกว่าระบบยืนยันตัวตนของ edgeX ทำงานอยู่บนบริการ privy

  4. เลือกกระเป๋าที่ใช้เชื่อมต่อ

    — ภาพ 14
    รายการกระเป๋าที่รองรับ
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Select your wallet" เรียงกระเป๋าที่รองรับไว้พร้อมช่องค้นหาด้านบน
    หน้าต่าง "Select your wallet" เรียงกระเป๋าที่รองรับไว้พร้อมช่องค้นหาด้านบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Select your wallet” ให้กดเลือกกระเป๋าที่ใช้อยู่จากรายการ “MetaMask” “OKX Wallet” “Rabby Wallet” “Phantom” และ “WalletConnect” โดยตัวอย่างในคู่มือนี้เลือก “Rabby Wallet” ถ้ากระเป๋าที่ต้องการไม่อยู่ในรายการที่เห็น พิมพ์ชื่อลงช่อง “Search wallets” เพื่อค้นหา

    เมื่อกดเลือกแล้ว เครื่องจะส่งต่อไปที่แอปวอลเล็ต แล้วแอปจะเปิดหน้าจอขออนุญาตเชื่อมต่อขึ้นมาเอง

  5. อนุญาตการเชื่อมต่อในกระเป๋า

    — ภาพ 15
    หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อ
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" แสดงโดเมน pro.edgex.exchange เครือข่าย Ethereum และปุ่ม "Connect"
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" แสดงโดเมน pro.edgex.exchange เครือข่าย Ethereum และปุ่ม "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อแอปวอลเล็ตเปิดหน้าจอ “Connect to Dapp” ขึ้นมา ให้ตรวจว่าที่อยู่เว็บคือ https://pro.edgex.exchange และเครือข่ายที่เลือกไว้ตรงกับที่จะใช้งาน แล้วดูแถว “Connect Address” ว่าเป็นบัญชีกระเป๋าที่ต้องการเชื่อมจริง

    ถ้าถูกต้องทั้งหมด กด “Connect” เพื่ออนุญาต หรือกด “Cancel” หากต้องการยกเลิก จากนั้นแอปจะพากลับไปที่หน้า edgeX ในเบราว์เซอร์ของแอปวอลเล็ต ซึ่งเข้าสู่สถานะรอลงลายเซ็น

  6. รอคำขอลงลายเซ็นจากกระเป๋า

    — ภาพ 16
    สถานะรอลงลายเซ็น
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Sign to verify" ที่ปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ "Connecting" ระหว่างรอคำขอจากกระเป๋า
    หน้าต่าง "Sign to verify" ที่ปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ "Connecting" ระหว่างรอคำขอจากกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังอนุญาตการเชื่อมต่อ ให้กลับมาที่หน้า edgeX ในเบราว์เซอร์ของแอปวอลเล็ต ซึ่งขึ้นหัวข้อ “Sign to verify” และปุ่มค้างอยู่ที่สถานะ “Connecting” ระหว่างนี้ไม่ต้องกดอะไรเพิ่ม เพียงรอให้แอปวอลเล็ตส่งคำขอลงลายเซ็นมา

    ถ้ารอแล้วยังไม่เห็นคำขอขึ้นมา ให้เปิดแอปวอลเล็ตดูโดยตรง เพราะบางครั้งคำขอถูกเปิดค้างไว้ในแอปแล้ว แต่หน้าจอไม่ได้สลับไปให้เอง

  7. ลงลายเซ็นยืนยันความเป็นเจ้าของ

    — ภาพ 17
    คำขอลงลายเซ็นยืนยันที่อยู่
    2026-07-27
    คำขอ "Verify Address" ระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ธุรกรรม พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel"
    คำขอ "Verify Address" ระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ธุรกรรม พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในแอปวอลเล็ตจะขึ้นหน้าจอ “Verify Address” ให้อ่านข้อความในส่วน “Sign Text” ก่อนกดยืนยัน ข้อความระบุว่าเป็นการเข้าสู่ระบบ pro.edgex.exchange เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของกระเป๋าจริง ไม่ใช่การส่งธุรกรรมและไม่มีค่าธรรมเนียม

    เมื่อตรวจว่าโดเมนตรงกับเว็บที่กำลังใช้แล้ว กด “Sign” เพื่อลงลายเซ็น หรือกด “Cancel” ถ้าไม่ใช่คำขอที่เริ่มเอง หลังลงลายเซ็นแล้วให้กลับไปที่หน้าจอ edgeX ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นหน้าต่างยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

  8. ยอมรับเงื่อนไขและรับทราบความเสี่ยง

    — ภาพ 18
    หน้าต่างยอมรับเงื่อนไข
    2026-07-27
    หน้าต่าง "Connect Wallet" ที่ติ๊กรับทราบความเสี่ยงครบทั้งสี่ข้อ พร้อมปุ่ม "Agree and Continue"
    หน้าต่าง "Connect Wallet" ที่ติ๊กรับทราบความเสี่ยงครบทั้งสี่ข้อ พร้อมปุ่ม "Agree and Continue" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Connect Wallet” ให้เปิดอ่าน “User Agreement” และ “Privacy Policy” จากลิงก์ในหน้าต่างก่อนตัดสินใจ

    จากนั้นติ๊กช่องรับทราบความเสี่ยงทั้งสี่ข้อ ข้อแรกคือเลเวอเรจอาจเปลี่ยนได้หลังเปิดสถานะ ข้อที่สองคือกฎและความเสี่ยงของการใช้สินทรัพย์ข้ามสกุลเป็นหลักประกัน ข้อที่สามคือความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการชำระกำไรขาดทุน กรณีล้มละลาย กองทุนประกัน และการเฉลี่ยความเสียหายร่วมกัน และข้อที่สี่คือบัญชีอาจถูกบังคับปิดสถานะบางส่วนหรือทั้งหมดหากหลักประกันต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

    เมื่อติ๊กครบทุกข้อแล้ว กด “Agree and Continue” เพื่อไปยังขั้นตอนคำขอลงลายเซ็น

  9. ส่งคำขอลงลายเซ็นสองรายการ

    — ภาพ 19
    สรุปคำขอลงลายเซ็น
    2026-07-27
    หน้าต่างแจ้งลายเซ็น 2 รายการ พร้อมสวิตช์ "Remember Me" ที่เปิดอยู่และปุ่ม "Send Requests"
    หน้าต่างแจ้งลายเซ็น 2 รายการ พร้อมสวิตช์ "Remember Me" ที่เปิดอยู่และปุ่ม "Send Requests" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    อ่านสรุปในหน้าต่างถัดมาที่แจ้งว่าจะมีคำขอลงลายเซ็น 2 รายการ คือ “Verify ownership” สำหรับยืนยันว่าเป็นเจ้าของกระเป๋า และ “Enable trading” สำหรับเปิดสิทธิ์เข้าถึง API ที่ใช้ส่งคำสั่งเทรด ทั้งสองรายการเป็นการลงลายเซ็นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ก่อให้เกิดธุรกรรม

    ถ้าต้องการให้ระบบจำการเข้าสู่ระบบไว้ ก็เปิดสวิตช์ “Remember Me” ค้างไว้ แล้วกด “Send Requests” เพื่อส่งคำขอ กระเป๋าจะเปิดคำขอลงลายเซ็นรายการแรกขึ้นมา

  10. ลงลายเซ็นสร้างคีย์สำหรับเทรด

    — ภาพ 20
    คำขอลงลายเซ็น L2 Key
    2026-07-27
    คำขอลงลายเซ็นระบุ action เป็น "L2 Key" และจำกัด onlySignOn ไว้ที่ pro.edgex.exchange
    คำขอลงลายเซ็นระบุ action เป็น "L2 Key" และจำกัด onlySignOn ไว้ที่ pro.edgex.exchange ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    แอปวอลเล็ตจะเปิดคำขอแรกที่ขึ้นหัวข้อ “Unknown Signature Type” ให้อ่านเนื้อหาในส่วน “Sign Text” ซึ่งระบุ action เป็น “L2 Key” คือการสร้างคีย์ที่ใช้ส่งคำสั่งเทรดของ edgeX และมีบรรทัด onlySignOn ที่จำกัดให้ลงลายเซ็นได้เฉพาะบนโดเมน pro.edgex.exchange จึงใช้บรรทัดนี้เทียบกับที่อยู่เว็บบนแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตได้

    เมื่อโดเมนตรงกัน กด “Sign” เพื่อสร้างคีย์ หรือกด “Cancel” หากที่อยู่ไม่ตรง แล้วแอปวอลเล็ตจะเปิดคำขอลงลายเซ็นรายการที่สองต่อทันที

  11. ลงลายเซ็นเปิดใช้งานบัญชี

    — ภาพ 21
    คำขอลงลายเซ็น edgeX Onboard
    2026-07-27
    คำขอสุดท้ายระบุ action เป็น "edgeX Onboard" บนโดเมนเดียวกัน พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel"
    คำขอสุดท้ายระบุ action เป็น "edgeX Onboard" บนโดเมนเดียวกัน พร้อมปุ่ม "Sign" และ "Cancel" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    คำขอที่สองในแอปวอลเล็ตขึ้นหัวข้อ “Unknown Signature Type” เช่นเดิม ให้ตรวจส่วน “Sign Text” ว่า action เป็น “edgeX Onboard” คือการเปิดใช้งานบัญชี และ onlySignOn ยังคงเป็นโดเมน pro.edgex.exchange เหมือนคำขอแรก

    จากนั้นกด “Sign” เพื่อปิดท้ายการตั้งค่า หรือกด “Cancel” หากต้องการยกเลิก เมื่อลงลายเซ็นเสร็จแล้วให้กลับไปที่หน้าจอ edgeX เพื่อใช้งานต่อ

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ edgeX เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์

กดปุ่ม “Deposit” เพื่อเปิดหน้าต่างฝากเงิน แล้วเลือกสินทรัพย์ที่ช่อง “Asset” และเครือข่ายที่ช่อง “Chain” ซึ่งตัวอย่างนี้ตั้งเป็น USDC บนเครือข่าย Ethereum

จากนั้นเลือกช่องทางการฝาก ระหว่าง “Deposit from connected wallet” ที่โอนจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้แล้ว กับ “Deposit from external account” ที่ดึงเงินจากบัญชีเว็บเทรดอื่น เครือข่ายอื่นอย่าง Arbitrum หรือกระเป๋าอื่น เมื่อเลือกแล้วหน้าต่างจะเปลี่ยนเป็นฟอร์มกรอกจำนวนเงิน

— ภาพ 22
หน้าต่างเลือกวิธีฝากเงิน
2026-07-27
หน้าต่าง "Deposit" ตั้งไว้ที่ USDC บนเครือข่าย Ethereum พร้อมสองช่องทางคือฝากจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้และฝากจากบัญชีภายนอก
หน้าต่าง "Deposit" ตั้งไว้ที่ USDC บนเครือข่าย Ethereum พร้อมสองช่องทางคือฝากจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้และฝากจากบัญชีภายนอก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในฟอร์มฝากเงิน ให้ตรวจบัญชีปลายทางที่ช่อง “Account” ซึ่งตั้งไว้เป็น “Spot Account” เลือกความเร็วระหว่างแท็บ “Fast” กับ “Standard” แล้วกรอกจำนวนที่ช่อง “Amount” หรือกด “Max” เพื่อใส่ยอดเต็มตามที่บรรทัด “Available” แสดงไว้

ก่อนยืนยัน ให้ดูอัตราค่าธรรมเนียมและเวลาที่เงินจะเข้าซึ่งแจ้งไว้ใต้ฟอร์ม และอ่านคำเตือนที่ห้ามฝากจากกระเป๋าแบบไม่มีคีย์ส่วนตัว เพราะเสี่ยงทำให้เงินสูญหายอย่างกู้คืนไม่ได้ เมื่อกรอกจำนวนแล้วปุ่ม “Confirm Deposit” จะกดได้ ให้กดเพื่อยืนยันการฝาก

— ภาพ 23
ฟอร์มกรอกจำนวนเงินฝาก
2026-07-27
ฟอร์มฝากเงินที่เลือกแท็บ "Fast" ไว้ แสดงค่าธรรมเนียม เวลาที่เงินเข้า คำเตือนเรื่องกระเป๋าที่ไม่มีคีย์ส่วนตัว และปุ่ม "Confirm Deposit" ที่ยังกดไม่ได้
ฟอร์มฝากเงินที่เลือกแท็บ "Fast" ไว้ แสดงค่าธรรมเนียม เวลาที่เงินเข้า คำเตือนเรื่องกระเป๋าที่ไม่มีคีย์ส่วนตัว และปุ่ม "Confirm Deposit" ที่ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

กดปุ่ม “Deposit” เพื่อเปิดหน้าต่างฝากเงิน แล้วเลือกสินทรัพย์ที่ช่อง “Asset” และเครือข่ายที่ช่อง “Chain” ซึ่งตัวอย่างนี้ตั้งเป็น USDC บนเครือข่าย Ethereum

จากนั้นเลือกช่องทางการฝาก ระหว่าง “Deposit from connected wallet” ที่โอนจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้แล้ว กับ “Deposit from external account” ที่ดึงเงินจากบัญชีเว็บเทรดอื่น เครือข่ายอื่นอย่าง Arbitrum หรือกระเป๋าอื่น เมื่อเลือกแล้วหน้าต่างจะเปลี่ยนเป็นฟอร์มกรอกจำนวนเงิน

— ภาพ 24
หน้าต่างเลือกวิธีฝากเงิน
2026-07-27
หน้าต่าง "Deposit" ตั้งไว้ที่ USDC บนเครือข่าย Ethereum พร้อมสองช่องทางคือฝากจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้และฝากจากบัญชีภายนอก
หน้าต่าง "Deposit" ตั้งไว้ที่ USDC บนเครือข่าย Ethereum พร้อมสองช่องทางคือฝากจากกระเป๋าที่เชื่อมไว้และฝากจากบัญชีภายนอก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ในฟอร์มฝากเงิน ให้ตรวจบัญชีปลายทางที่ช่อง “Account” ซึ่งตั้งไว้เป็น “Spot Account” เลือกความเร็วระหว่างแท็บ “Fast” กับ “Standard” แล้วกรอกจำนวนที่ช่อง “Amount” หรือกด “Max” เพื่อใส่ยอดเต็มตามที่บรรทัด “Available” แสดงไว้

ก่อนยืนยัน ให้ดูอัตราค่าธรรมเนียมและเวลาที่เงินจะเข้าซึ่งแจ้งไว้ใต้ฟอร์ม และอ่านคำเตือนที่ห้ามฝากจากกระเป๋าแบบไม่มีคีย์ส่วนตัว เพราะเสี่ยงทำให้เงินสูญหายอย่างกู้คืนไม่ได้ เมื่อกรอกจำนวนแล้วปุ่ม “Confirm Deposit” จะกดได้ ให้กดเพื่อยืนยันการฝาก

— ภาพ 25
ฟอร์มกรอกจำนวนเงินฝาก
2026-07-27
ฟอร์มฝากเงินที่เลือกแท็บ "Fast" ไว้ แสดงค่าธรรมเนียม เวลาที่เงินเข้า คำเตือนเรื่องกระเป๋าที่ไม่มีคีย์ส่วนตัว และปุ่ม "Confirm Deposit" ที่ยังกดไม่ได้
ฟอร์มฝากเงินที่เลือกแท็บ "Fast" ไว้ แสดงค่าธรรมเนียม เวลาที่เงินเข้า คำเตือนเรื่องกระเป๋าที่ไม่มีคีย์ส่วนตัว และปุ่ม "Confirm Deposit" ที่ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อเชื่อมกระเป๋าและเปิดใช้งานบัญชีเรียบร้อย ช่องทางฝากเงินก็พร้อมใช้ โดยเห็นค่าธรรมเนียมและเวลาที่เงินจะเข้าก่อนตัดสินใจโอนจริง

รหัสแนะนำ edgeX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากเผลอเชื่อมต่อจนเสร็จโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ ก็ไม่มีช่องทางใดให้ย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมในภายหลัง

ยังมีทางเลือกคือการลงทะเบียนใหม่ด้วยวอลเล็ตใบใหม่ จึงอยากให้ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู

  • ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีการแสดงว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ดูข้อความแจ้งว่ารหัสถูกนำไปใช้เมื่อเข้าผ่านลิงก์ และหากแพลตฟอร์มมีช่องกรอกรหัส ให้ตรวจสอบช่องนั้นด้วย)
  • หลังเชื่อมต่อเสร็จ ให้เปิดหน้า Referral / Rewards เพื่อตรวจว่าการแนะนำถูกบันทึกไว้แล้วหรือไม่ (ข้อมูลที่ผูกกับรหัสแนะนำ เช่น อัตราส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม จะแสดงก็ต่อเมื่อเชื่อมวอลเล็ตแล้วเท่านั้น)

โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ edgeX

การแจกโทเคน EDGE รอบแรกจบไปแล้วตั้งแต่ TGE

คำถามที่พาผู้อ่านมาถึงหน้านี้บ่อยที่สุดคือยังมีรอบแจกให้ลุ้นอยู่หรือไม่ คำตอบของ edgeX ตรงไปตรงมา คือการแจกโทเคนรอบแรกปิดฉากไปพร้อมกับ TGE เมื่อเดือนมีนาคม 2026 แล้ว สิ่งที่เดินอยู่ตอนนี้เป็นกลไกคนละแบบ ไม่ใช่ซีซันถัดไปของโปรแกรมเดิม

2026-03-19
เปิดให้เคลมส่วนแบ่งผ่านสัญญา Airdrop
2026-03-31
TGE แจกให้ผู้ใช้ยุคแรก 30% ของอุปทานรวม 1,000,000,000 EDGE แบ่งเป็น Genesis 25% ที่ปลดล็อกทั้งหมดตั้งแต่ต้น และอีกไม่เกิน 5% จาก Pre-TGE Season ที่ปลดล็อกหลัง TGE 24 ชั่วโมง
2026-04-19
หน้าต่างยืนยันสิทธิ์ปิดลง และมีการย้ายโทเคนบางส่วนจากสัญญา Airdrop ไปยังสัญญา Spot ตามคำขอของผู้ใช้ ซึ่งสัญญา Spot ถือไว้ 4.15% ของอุปทานรวม

สามหมุดเวลาข้างต้นเป็นบันทึกที่ปิดไปแล้ว ไม่ใช่ตารางที่จะเวียนกลับมาอีกรอบ ณ 2026-07-27 เราไม่พบการประกาศซีซันถัดไปทั้งในช่องประกาศทางการ หน้าโปรแกรม และเอกสาร สถานะที่ถูกต้องจึงเป็น “จบแล้ว” ไม่ใช่ “พักไว้” และสูตรการสะสมพอยต์ยุคก่อน TGE ก็ไม่เคยถูกเผยแพร่ ย้อนกลับไปตรวจสอบด้วยตัวเองไม่ได้อีกแล้ว

สำหรับผู้อ่านที่กำลังจะเชื่อมกระเป๋าวันนี้ ความหมายในทางปฏิบัติคือประวัติการแจกรอบนั้นเป็นบริบทสำหรับทำความเข้าใจโทเคน ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนได้ เราจึงไม่ประเมินมูลค่าโทเคน จังหวะการแจกรอบต่อไป หรืออัตราแปลงพอยต์เป็นโทเคนไว้ที่ใด เพราะไม่มีแหล่งข้อมูลทางการรองรับการประเมินเหล่านั้น

Trade to Own คืนค่าธรรมเนียม 40% เป็น USDC และอีก 60% เป็น EDGE ที่ถูกล็อก

โปรแกรมที่เดินอยู่ในปัจจุบันชื่อ Trade to Own และไม่ใช่ระบบสะสมพอยต์ แต่เป็นการคืนค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแล้วกลับมาเป็นสองส่วน

40%คืนเป็น USDC ทันทีจากค่าธรรมเนียมเทรด perpetual บน V2
60%บันทึกเป็น EDGE ที่ถูกล็อกคิดจากราคา EDGE ณ เวลาที่เกิดค่าธรรมเนียม
20%อัตราปลดล็อก EDGEตามค่าธรรมเนียมที่ผู้เทรดเองหรือผู้ที่เขาเชิญสร้างขึ้น
14 วันกำหนดเวลาเคลมรางวัลไม่เคลมภายในกำหนดแล้วกลับเข้ากองทุนสภาพคล่อง

อัตราที่ได้จริงไม่ได้จบที่สัดส่วนข้างต้น เพราะมีตัวคูณสองชั้นคูณทับลงไปอีก

ตัวคูณระยะเวลาถือสถานะ
0.8 เมื่อถือไม่เกิน 1 นาที, 0.9 เมื่อไม่เกิน 3 นาที และ 1 เมื่อเกิน 3 นาที
ตัวคูณ open interest เฉลี่ย
1 เมื่อต่ำกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ขยับเป็น 1.01 ที่ 1 ล้าน 1.03 ที่ 3 ล้าน และ 1.05 ที่ 5 ล้านดอลลาร์

โครงสร้างนี้ลดทอนการถือสถานะสั้นมากอย่างเป็นระบบ และเมื่อรวมกับข้อที่ edgeX ระบุเองว่าอัตราฐานปรับแบบไดนามิก ผลลัพธ์คือผู้อ่านคำนวณล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะได้คืนเท่าไร ส่วนจังหวะเวลาที่ระบบใช้จริงคือการจัดสรรรางวัลถูกโอนจากกองทุนสภาพคล่องทุกวันอังคารก่อน 10:00 UTC และรางวัลที่ปลดล็อกแล้วเคลมได้หลัง 00:00 UTC ของทุกวัน โปรแกรมนี้ไม่มีโครงสร้างซีซัน จึงเดินต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

เรื่องที่ต้องพูดให้ตรงคือมูลค่าฝั่ง referral ในโปรแกรมนี้ไหลไปทางผู้แนะนำ เอกสารทางการอธิบายไว้สองทาง ทางแรกคือ EDGE ที่ถูกล็อกของผู้แนะนำปลดล็อกตามค่าธรรมเนียมที่ผู้ที่เขาเชิญสร้างขึ้น ทางที่สองคือส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมอีกทางที่อัตราขึ้นกับระดับ VIP ตัวเลข 5% ที่ปรากฏในเอกสารทางการเป็นเพียงตัวอย่างประกอบ ไม่ใช่อัตราที่ประกาศไว้ และไม่มีตารางอัตราเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะหน้ารางวัลแสดงอัตราหลังเชื่อมวอลเล็ตเท่านั้น ส่วนฝั่งผู้ถูกเชิญ เอกสารทางการไม่ได้ระบุสิ่งใดไว้ ณ 2026-07-27 และตัวเลขส่วนลดที่เว็บภายนอกโฆษณากันอยู่ไม่ใช่แหล่งทางการ เราจึงไม่นำมาใช้

ที่มาของเงินในโปรแกรมมาจากฝั่งรายได้ ไม่ใช่การเพิ่มอุปทานใหม่ edgeX ระบุว่ากำไรสุทธิของโปรโตคอลจากสัญญา perpetual บน V2 ทั้งหมดถูกใช้ซื้อ EDGE ในตลาดเปิดแล้วเผาบนเชน โดยหน้า tokenomics รายงาน ณ 2026-07-27 ว่าซื้อคืนและเผาไปแล้ว 4.58% ของอุปทาน หมุนเวียนสุทธิ 30.43% และถูกล็อกไว้ 65% สิ่งที่ผู้อ่านควรอ่านออกจากตัวเลขชุดนี้คือรางวัลผูกอยู่กับรายได้ที่โปรโตคอลทำได้จริง ซึ่งเป็นดาบสองคม เพราะแปลว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นขึ้นกับตัวแปรที่ประเมินล่วงหน้าไม่ได้ ทั้งอัตราฐานที่ปรับได้ตลอดและราคา EDGE ณ วินาทีที่ค่าธรรมเนียมเกิดขึ้น

จุดยืนทางการของ edgeX และเงื่อนไขที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์

ในเอกสารทางการ ณ 2026-07-27 เราไม่พบทั้งคำมั่นว่าจะมี airdrop ในอนาคต และไม่พบคำปฏิเสธว่าจะไม่ทำ ทั้งสองอย่างไม่มี สิ่งที่ edgeX เผยแพร่แทนคือคำมั่น Transparency Act บนหน้า tokenomics พร้อมที่อยู่สัญญาของแต่ละก้อนการจัดสรร และตารางปลดล็อกที่ทอดยาวไปถึงปี 2029

ลักษณะของโทเคนเองก็ถูกระบุไว้ชัดใน MiCA white paper ว่า EDGE ไม่มีมูลค่าในตัวเองและไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง อีกทั้งไม่ใช่ utility token ตามมาตรา 3(1)(9) ของ Regulation (EU) 2023/1114 บทบาทที่ระบุไว้มีสามด้าน คือธรรมาภิบาลผ่านการออกเสียงต่อข้อเสนอปรับปรุงของ edgeX ทั้งโครงสร้างค่าธรรมเนียม การขึ้นเหรียญและการอัปเกรด การ stake ผ่านระบบผู้ตรวจสอบที่มอบสิทธิ์ และการเป็นสิ่งจูงใจ

เงื่อนไขที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์รางวัลedgeX สงวนสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายรางวัลแก่ผู้ที่มีพฤติกรรมเทรดผิดปกติหรือฉ้อฉล เช่น การปั่นราคา wash trading และ hedging arbitrage โดยถือสิทธิ์ตีความเป็นที่สิ้นสุด ส่วนผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ แคนาดา และดินแดนที่ถูกคว่ำบาตรแบบครอบคลุม อยู่นอกโปรแกรมโดยปริยาย เพราะเงื่อนไขการใช้งานกันออกจากหน้าเว็บตั้งแต่ต้น นอกเหนือจากข้อความเรื่องพฤติกรรมผิดปกติ ไม่มีชุดกฎเรื่อง sybil เผยแพร่ไว้

ข้อความข้างต้นให้สิทธิ์ตีความไว้ที่แพลตฟอร์มฝ่ายเดียว รวมกับกำหนดเคลม 14 วันที่กล่าวไว้ข้างต้น สิ่งที่ผู้อ่านต้องรับรู้จึงไม่ใช่แค่ว่ารางวัลคิดอย่างไร แต่รวมถึงว่ารางวัลนั้นถูกยกเลิกได้ด้วยดุลพินิจของใคร

edgeX คืออะไร

edgeX รันเชนของตัวเองและจับคู่คำสั่งนอกเชนแบบกระดานรวมศูนย์

edgeX ไม่ได้เป็น perp DEX ที่ไปติดตั้งอยู่บน L2 ที่ใช้ร่วมกับใคร แต่รันเชนชำระราคาของตัวเอง ขณะที่การจับคู่คำสั่งยังเป็นกระดาน limit order แบบรวมศูนย์ที่ทำงานนอกเชน โครงสร้างลูกผสมแบบนี้คือจุดตั้งต้นของทั้งข้อดีและข้อจำกัดเกือบทุกข้อที่จะพูดถึงต่อจากนี้ และแพลตฟอร์มนี้เพิ่งเปลี่ยนรุ่นมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

2024-08
เปิดเบตา V1 บน StarkEx ในฐานะ Ethereum L2 ที่จับคู่คำสั่งนอกเชนและชำระราคาบนเชน
2024-12
Amber Group ในฐานะ incubator นำการลงทุนรอบ pre-seed
2026-03-31
V2 เริ่มเดินบน EDGE Chain
2026-07-07
เริ่มถอดคู่ perpetual ของ V1
2026-07-17
ประกาศย้ายระบบจาก V1 ไป V2

ในทางเทคนิค V2 ชำระราคาบน EDGE Chain ซึ่งเป็น rollup ของ Ethereum ที่ edgeX ดำเนินการเอง (chain id 3343) สร้างบน Arbitrum Orbit Stack ที่ edgeX เองเรียกว่าเป็นโครงสร้างช่วงเปลี่ยนผ่าน และมัดข้อมูลกลับไปยัง Ethereum mainnet ส่วนการจับคู่คำสั่งรันอยู่ในคลัสเตอร์ไมโครเซอร์วิสที่ผู้ให้บริการดูแลเอง ซึ่ง edgeX อธิบายว่าให้ประสบการณ์แบบกระดานของเว็บเทรดรวมศูนย์

ฝั่งนิติบุคคลมีจุดที่ต้องระบุให้ครบ เพราะเอกสารสองชุดให้ชื่อไม่ตรงกัน เงื่อนไขการใช้งานฉบับที่ใช้จริง (ปรับปรุง 2026-03-24) ระบุ EdgeX Infra Corporation เป็นบริษัทผู้ให้บริการเว็บ โดยมี EDGEX DAO INC เป็นผู้รับประโยชน์บุคคลที่สาม ขณะที่สำเนาในหน้าเอกสารระบุ edgeX Trading Inc. เราเลือกระบุทั้งสองชื่อพร้อมที่มาและวันที่ แทนการเลือกข้างเงียบ ๆ ส่วนผู้ออกโทเคนคือ edgeX DAO Limited จดทะเบียนที่ BVI เมื่อ 2025-12-11 โดยมี edgeX Foundation ที่หมู่เกาะเคย์แมนเป็นบริษัทแม่และกรรมการเพียงรายเดียว ทั้งนี้ Amber Group เป็น incubator และผู้นำการลงทุน ไม่ใช่ผู้ดำเนินงานที่เปิดเผย และกฎหมายที่ใช้บังคับคืออังกฤษและเวลส์ ระงับข้อพิพาทด้วยอนุญาโตตุลาการ HKIAC ที่ฮ่องกง

456.33 ล้านดอลลาร์ปริมาณเทรด 24 ชั่วโมง แบบปรับมาตรฐานDefiLlama, 2026-07-27 (แบบรายงาน 720.04 ล้านดอลลาร์)
437.82 ล้านดอลลาร์open interestDefiLlama, 2026-07-27
110 ตลาดสัญญาที่เทรดได้บน V2เสนอราคาและชำระด้วย USDC ทั้งหมด
100 เท่าเลเวอเรจสูงสุดBTCUSDC และ ETHUSDC, 2026-07-27

ตัวเลขชุดนี้ต้องอ่านพร้อมที่มาเสมอ เพราะแหล่งข้อมูลต่างกันให้ค่าต่างกันมาก CoinGecko และ CoinMarketCap แสดงปริมาณราว 116 ล้านดอลลาร์และ open interest ราว 362 ล้านดอลลาร์ จากมุมมองเพียง 55 คู่ ขณะที่แพลตฟอร์มเองไม่เผยแพร่ตัวเลขทางการใด ๆ และดึงค่า TVL ไม่ได้ ส่วนตัวเลขผู้ใช้ 295,000 รายขึ้นไป ณ 2026-01-31 มาจากรายงานของสื่อ ไม่ใช่ของแพลตฟอร์ม บทความนี้จึงกำกับที่มา เกณฑ์การนับ และวันที่ไว้กับทุกตัวเลข

ความกว้างของตลาดก็ต้องระวังการนับซ้ำเช่นกัน V2 มี 110 ตลาดตามตารางด้านบน ขณะที่ V1 ยังคงมี 189 ระหว่างทยอยปิด และ CoinGecko จัดทำดัชนีไว้ 55 คู่ ตัวเลขทั้งสามชุดอยู่คนละฐาน จึงบวกกันไม่ได้ ในจำนวน 110 นั้น 47 ตลาดเป็น perpetual ที่อ้างอิงหุ้นและ ETF ส่วน spot มีขนาดเล็กกว่ามากที่ 4 คู่

สำหรับเลเวอเรจ เพดานสูงสุดในกรอบด้านบนเป็นเพียงยอดของบันได ระดับที่เหลือไล่ลงมาเป็น 75 เท่าบน SOL, 50 เท่าบน XAU, 30 เท่าบน EDGE และมักอยู่ที่ 10 ถึง 20 เท่าบน perpetual หุ้น โดย 63 จาก 110 ตลาดจำกัดไว้ที่ 10 เท่า นอกจากนี้เพดานยังลดลงตามขนาดสถานะผ่านชั้นความเสี่ยงของแต่ละสัญญา ค่าเริ่มต้นของบัญชีเป็น cross margin ที่ใช้หลักประกันร่วมกันทุกสถานะในบัญชีเทรด และแยกความเสี่ยงออกจากกันได้ผ่านบัญชีย่อยสูงสุด 20 บัญชีต่อวอลเล็ต

ค่าธรรมเนียมเทรดและต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงระหว่างถือสถานะ

อัตราค่าธรรมเนียมที่ประกาศไว้เป็นเพียงชั้นเดียวของต้นทุนจริง ผู้อ่านที่เทียบแพลตฟอร์มด้วยตัวเลข maker/taker อย่างเดียวจะมองไม่เห็นอีกสามชั้นที่เหลือ

ค่าธรรมเนียมเทรด
maker 0.018% และ taker 0.038% เท่ากันทั้ง 110 สัญญาที่เทรดได้บน V2 ตามข้อมูลทางการและตรงกับหน้าจอจริง ณ 2026-07-27 ส่วนค่าเริ่มต้นของ V1 ต่างกันไปตามคู่
funding
แลกเปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมงบน V2 พร้อมเพดานรายสัญญา เช่น บวกลบ 0.2% ต่อรอบบน BTCUSDC
gas
การเทรดไม่เสียค่า gas เพราะ edgeX รับภาระ gas ของการชำระราคา แต่ผู้ใช้จ่าย gas ของเชนต้นทางเมื่อฝากจากเชนภายนอก
ฝากและถอน
การถอนบน V2 คิดอัตรา 0% โดยมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 1 USDC ถอนขั้นต่ำ 2 USDC และฝากขั้นต่ำ 10 USDC

สิ่งที่เราบอกไม่ได้ก็ต้องบอกว่าบอกไม่ได้ ชั้นค่าธรรมเนียมตามปริมาณมีอยู่จริง โดยนับปริมาณย้อนหลัง 30 วัน อัปเดตทุกวันเวลา 00:00 UTC และรวมปริมาณของบัญชีย่อยเข้าด้วยกัน แต่ตารางแสดงผลเฉพาะหลังเชื่อมวอลเล็ต และไม่มี endpoint สาธารณะให้ดึง เราจึงไม่ระบุเกณฑ์หรืออัตราของชั้นใดเลย ตัวเลขที่หมุนเวียนอยู่ตามเว็บภายนอกนั้นขัดกับอัตราฐานทางการ ซึ่งเป็นเหตุผลเพิ่มเติมที่ไม่ควรนำมาใช้

รายละเอียดของ funding ที่ผู้ถือสถานะข้ามคืนควรรู้คือ อัตราคำนวณจากค่าเฉลี่ยดัชนีส่วนต่างบวกองค์ประกอบอัตราดอกเบี้ยที่ถูกจำกัดช่วง พร้อมตัวหน่วงสมมาตร 0.05% ตรงนี้มีจุดที่เอกสารไม่ตรงกัน หน้าเอกสารซึ่งอธิบายรุ่น V1 ระบุการแลกเปลี่ยนรายชั่วโมง ขณะที่ข้อมูลของทั้ง 110 สัญญาบน V2 และตัวนับถอยหลังบนหน้าจอตรงกันที่ 4 ชั่วโมง เราจึงยึดค่าของ V2 สำหรับสถานะปัจจุบัน

ประเด็นสุดท้ายเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย การถือหรือ stake EDGE ไม่ได้ทำให้อัตรา maker/taker ลดลง ไม่มีเอกสารทางการที่ใดระบุการลดอัตราตามการถือครองหรือการ stake มูลค่าของค่าธรรมเนียมถูกคืนภายหลังผ่านโปรแกรม Trade to Own ซึ่งเป็นคนละกลไกกับส่วนลดอัตรา และแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่แพลตฟอร์มค่าธรรมเนียมศูนย์ ผู้อ่านที่วางแผนต้นทุนควรคิดจากอัตราเต็มก่อน แล้วค่อยมองการคืนเป็นสิ่งที่เกิดทีหลัง

หลักประกันเป็น USDC สกุลเดียว พร้อมแอปมือถือ API และผลิตภัณฑ์ vault

V2 ใช้ USDC เป็นทั้งหลักประกันและสกุลอ้างอิงเพียงสกุลเดียว โดยมี USDC เนทีฟบน EDGE Chain และใช้ Circle CCTP เป็นเส้นทางข้ามเชน ซึ่งตั้งค่าไว้กับ Ethereum, Arbitrum, Base, Optimism และ Polygon ส่วน V1 ใช้ USDT ความต่างนี้สำคัญกับผู้ที่ยังมีสถานะค้างอยู่บนรุ่นเก่า นอกจากนี้ยังไม่มีช่องทางเติมเงินด้วยสกุลเงินปกติ ทั้งของแพลตฟอร์มเองและของพันธมิตร ผู้ใช้ในไทยจึงต้องเข้ามาด้วยสินทรัพย์คริปโตที่มีอยู่แล้ว

ด้านช่องทางเข้าถึง มีแอปเนทีฟทั้ง iOS และ Android ควบคู่กับเว็บแอป และมี REST กับ WebSocket API สาธารณะพร้อม SDK ทางการภาษา Python และ Go โดย endpoint ข้อมูลทั่วไป ราคา และ funding ใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ส่วน endpoint ส่วนตัวใช้การลงลายเซ็น ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนวางระบบอัตโนมัติคือขีดจำกัดการเรียกที่ประกาศไว้เป็นเชิงพรรณนาเท่านั้น ไม่มีตัวเลขให้คำนวณล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่มองหาผลตอบแทนแบบไม่ต้องเทรดเอง edgeX มี vault ชื่อ eStrategy ซึ่งระยะแรกทำ market making อัตโนมัติ รายได้ระบุว่ามาจากกำไร market making แบบ passive ค่าธรรมเนียมการบังคับปิดสถานะ และส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมเทรดของแพลตฟอร์ม จุดที่ต้องดูก่อนใส่เงินคือการไถ่ถอนใช้เวลาได้ถึง 48 ชั่วโมง จึงไม่ใช่ที่พักเงินระยะสั้น ส่วน vault USDC เนทีฟที่สร้างร่วมกับ Gauntlet เพิ่งเริ่มใช้งานบน V2 เมื่อ 2026-07-02

จุดเด่นของ edgeX

ปริมาณเทรดและอันดับของ edgeX เมื่อวางเทียบกับ perp DEX รายใหญ่

เมื่อวางลงบนตาราง perps ของ DefiLlama ที่จัดเรียงตามปริมาณเป็นค่าเริ่มต้น ณ 2026-07-27 edgeX อยู่อันดับ 5 ตามหลัง Hyperliquid, Lighter, Aster และ ApeX Protocol คิดเป็นส่วนแบ่งราว 7.7% ของปริมาณ perp รวมแบบรายงาน หรือ 4.9% เมื่อดูแบบปรับมาตรฐาน ตำแหน่งนี้ขยับได้จริง สื่อเคยจัดให้อยู่อันดับ 3 ช่วง TGE เดือนมีนาคม 2026 ซึ่งห่างจากวันที่วัดครั้งนี้เพียงไม่กี่เดือน การอ้างอันดับโดยไม่กำกับวันที่จึงไม่มีความหมาย

ขอบเขตของการเปรียบเทียบในบทความนี้งานวิจัยชุดนี้ไม่ได้เก็บตัวชี้วัดของคู่แข่งรายตัวไว้โดยตั้งใจ นอกจากนี้ปริมาณเทรด perp ทั้งอุตสาหกรรมยังมีข้อควรระวังเรื่อง wash trading และปริมาณที่ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งจูงใจ ส่วนจำนวนคู่เทรดก็ทำให้ดูมากได้ เราจึงเปรียบเทียบด้วยตัวชี้วัดจำนวนน้อย ระบุที่มาและวันที่ทุกตัว และไม่ทำตารางเทียบรายแพลตฟอร์มเกินกว่านั้น

จุดที่ต่างจากที่อื่นคือ perp อ้างอิงหุ้นและ ETF 47 จาก 110 ตลาด

สิ่งที่แยก edgeX ออกจาก perp DEX ทั่วไปได้ชัดที่สุดไม่ใช่ตัวเลขปริมาณ แต่เป็นสิ่งที่เอามาให้เทรด

47 จาก 110ตลาด V2 ที่เป็น perpetual อ้างอิงหุ้นและ ETFชำระเป็นเงินสดสกุล USDC, 2026-07-27
24/7ช่วงเวลาที่เสนอราคามีช่วงที่รับเฉพาะคำสั่งจำกัดราคา
0.5% ต่อ 3 วินาทีเพดานการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างที่ตลาดอ้างอิงปิดทำการ

ความกว้างนี้ยังขยายไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งทองคำ เงิน แพลทินัม แพลเลเดียม ทองแดง ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ รวมถึงตลาดกลุ่มอัตราแลกเปลี่ยน และรายชื่อก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่หุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ แต่ไปถึง Samsung, SK Hynix, Tencent, Xiaomi, PopMart และ Zhipu โดยมีการเพิ่มตลาดใหม่เมื่อ 2026-07-22 และ 2026-07-23 นั่นแปลว่ารายการนี้ยังขยับอยู่ตลอด

จุดต่างข้อที่สองอยู่ที่การออกแบบรางวัล เพราะลดทอนการถือสถานะสั้นมากผ่านตัวคูณระยะเวลา และผูกรางวัลไว้กับรายได้ของโปรโตคอลแทนการเพิ่มอุปทาน คู่กับคำระบุว่ากำไรสุทธิของ perpetual บน V2 ทั้งหมดถูกใช้ซื้อคืนในตลาดเปิดและเผาบนเชน เราอธิบายจากการเปิดเผยของ edgeX เอง โดยไม่นำไปเทียบกับโปรแกรมของแพลตฟอร์มอื่น

ข้อที่สามเป็นเรื่องชั้นของโครงสร้าง การมีเชนชำระราคาของตัวเองพร้อมการจับคู่นอกเชน วาง edgeX ไว้ในกลุ่ม appchain มากกว่ากลุ่มที่ไปติดตั้งบน L2 ที่ใช้ร่วมกัน แต่ต้องพูดพร้อมกันว่า edgeX เรียก Arbitrum stack ที่ใช้อยู่ว่าเป็นของช่วงเปลี่ยนผ่าน สถานะนี้จึงเป็นปัจจุบัน ไม่ใช่ปลายทางที่ตกลงกันแล้ว

ข้อที่สี่คือระดับการเปิดเผยข้อมูล การเปิดเผยระดับนิติบุคคลผ่าน MiCA white paper ทั้งชื่อกรรมการ ที่อยู่จดทะเบียน วันที่และเลขจดทะเบียน พร้อมข้อความตามมาตรา 6 พบไม่บ่อยในโทเคนของ perp DEX แต่ต้องย้ำในประโยคเดียวกันว่านี่คือการเปิดเผยและการแจ้ง ไม่ใช่ใบอนุญาตหรือการอนุมัติให้ประกอบกิจการ

ข้อสุดท้ายคือหน้าบ้านของการเริ่มใช้งาน แอปเนทีฟทั้งสองระบบ บวกกับวอลเล็ตฝังในแอปที่สร้างจากอีเมล ซึ่งเป็น MPC ที่ privy รองรับ กู้คืนด้วยรหัสผ่าน และปิดการล็อกอินผ่านโซเชียล ช่วยลดจำนวนขั้นตอนเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มที่รับเฉพาะวอลเล็ตภายนอก สิ่งที่แลกไปคือรูปแบบการเก็บคีย์และการกู้คืนที่ต่างออกไปจากการถือกุญแจเองเต็มรูปแบบ

ใครเหมาะกับ edgeX และกรณีไหนที่แพลตฟอร์มอื่นตอบโจทย์กว่า

edgeX เหมาะกับผู้เทรด perpetual ที่เทรดสม่ำเสมอและอยู่นอกสหรัฐฯ กับแคนาดา ซึ่งต้องการการส่งคำสั่งแบบกระดานรวมศูนย์ควบคู่กับการชำระราคาบนเชนและเส้นทางถอนแบบถือกุญแจเอง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสินทรัพย์อ้างอิงกว้างกว่าคริปโต ทั้งสายที่เทรดจากมือถือและสายที่เขียนระบบผ่าน API

ในทางกลับกัน มีสี่กรณีที่แหล่งข้อมูลทางการชี้ว่าแพลตฟอร์มอื่นตอบโจทย์กว่า

กรณีที่ 1

ผู้อยู่ในสหรัฐฯ หรือแคนาดา

เงื่อนไขการใช้งานกันทั้งสองประเทศออกจากหน้าเว็บทั้งหมด และไม่มีช่องทางเข้าใช้
กรณีที่ 2

ผู้ที่ต้องการการจับคู่ที่ตรวจสอบได้บนเชน

การจับคู่อยู่นอกเชนและผู้ให้บริการดูแลเอง เชนตั้งอยู่บน stack ที่ edgeX เรียกว่าช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่มีเอกสารออกแบบหรือกำหนดเวลาการกระจายอำนาจของ sequencer หรือ validator และราคาอ้างอิงคำนวณในระบบหลังบ้านของ edgeX เองด้วยองค์ประชุมผู้ลงนาม 1 ใน 5
กรณีที่ 3

ผู้เทรดปริมาณมากที่ต้องเทียบตารางค่าธรรมเนียมก่อน

เผยแพร่เพียงอัตราฐาน จึงประเมินเศรษฐศาสตร์ของชั้นค่าธรรมเนียมล่วงหน้าไม่ได้
กรณีที่ 4

ผู้ที่ต้องการเห็นการเปิดเผยกองทุนประกันก่อน

ไม่มีเอกสารทางการที่ใดระบุกองทุนประกันหรือกลไกลดสถานะอัตโนมัติไว้ ก่อนที่ผู้เทรดจะรับความเสี่ยงจากเลเวอเรจ

ทั้งสี่ข้อเป็นการเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การชี้ทางไปแพลตฟอร์มอื่นให้ผู้อ่านที่ใช้ edgeX ไม่ได้ และคำตัดสินว่าเหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใครรวมอยู่ที่หัวข้อนี้ที่เดียว บทถัดไปจะพูดถึงสถานะทางกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ความเหมาะสมอีก

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ edgeX

สหรัฐฯ กับแคนาดาถูกกันออกจากหน้าเว็บ และการบังคับใช้อาศัยตำแหน่งไอพี

เงื่อนไขการใช้งานของ edgeX แบ่งการจำกัดออกเป็นสองชั้นที่มีความเข้มไม่เท่ากัน ชั้นแรกกันไม่ให้เข้าหน้าเว็บเลย ส่วนชั้นที่สองกันบริการทั้งหมด ความต่างนี้สำคัญเพราะบอกว่าแต่ละกลุ่มถูกตัดขาดที่จุดใดของระบบ

สหรัฐอเมริกา และแคนาดาถูกจำกัดการเข้าหน้าเว็บทั้งหมดBlocked Countries ตามเงื่อนไขการใช้งาน
อิหร่าน คิวบา เกาหลีเหนือ ซีเรีย เมียนมาถูกจำกัดบริการทั้งหมดRestricted Territories
ไครเมีย โดเนตสก์ และลูฮันสก์ ของยูเครนถูกจำกัดบริการทั้งหมดRestricted Territories
พื้นที่ที่ถูกคว่ำบาตรแบบครอบคลุมของสหรัฐฯครอบคลุมโดยข้อสัญญารายชื่อปลายเปิด ขยายได้โดยไม่ต้องแก้เงื่อนไข

ข้อสัญญาชั้นสุดท้ายในตารางคือจุดที่ผู้อ่านควรสังเกต เพราะทำให้รายชื่อขยายได้เองตามมาตรการคว่ำบาตร โดยไม่ต้องมีการแก้เงื่อนไขให้เห็น และนอกจากเกณฑ์เชิงพื้นที่แล้ว บุคคลที่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรก็ถูกกันไว้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

วิธีบังคับใช้เป็นเชิงพื้นที่ ไม่ใช่เชิงตัวตน แอปพลิเคชันเรียก endpoint ตรวจภูมิภาคที่ไม่ต้องยืนยันตัวตนแล้วได้ผลลัพธ์เป็นอนุญาตหรือไม่อนุญาต โดยเมื่อ 2026-07-27 การเรียกจากไอพีในญี่ปุ่นได้ผลลัพธ์เป็นอนุญาต และในเงื่อนไขการใช้งานก็ไม่มีการระบุเรื่อง KYC การยืนยันตัวตน หรือการคัดกรองที่อยู่ไว้เลย ผลที่ตามมาสำหรับผู้อ่านคือการเข้าถึงถูกตัดสินจากตำแหน่งที่เชื่อมต่อเท่านั้น ไม่ใช่จากเอกสารแสดงตน

การบล็อกผูกกับหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ไม่ใช่สัญญาที่ใช้ชำระราคา

การบล็อกข้างต้นผูกอยู่กับหน้าเว็บและบริการของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่สัญญาที่ใช้ชำระราคา โดย V2 ชำระบน EDGE Chain และ V1 ชำระผ่านสัญญา StarkEx บน Ethereum ซึ่ง edgeX มีเอกสารระบุการถอนที่ลงลายเซ็นแบบ EIP-712 ที่ข้ามผู้ดำเนินการได้บน V2 และเส้นทางถอนแบบบังคับบน V1 ขีดจำกัดที่ต้องพูดในย่อหน้าเดียวกันคือ เพราะการจับคู่คำสั่งอยู่นอกเชนและผู้ดำเนินการดูแลเอง ผู้ที่ถูกบล็อกจึงยังมีเส้นทางนำสินทรัพย์ออกตามเอกสาร แต่ไม่มีเส้นทางเทรด

ความต่างนี้สำคัญกว่าที่เห็น เพราะทั้งสองชั้นดำเนินการโดย edgeX เอง จึงไม่ใช่กรณีที่โปรโตคอลอิสระยังทำงานต่อได้หลังหน้าเว็บของผู้ให้บริการหายไป ผู้อ่านที่คุ้นกับ DEX แบบสัญญาล้วนควรปรับความคาดหวังตรงจุดนี้

ไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจใด และยังไม่พบการดำเนินการจากหน่วยงานกำกับ

ณ 2026-07-27 เราไม่พบการดำเนินการ คำเตือน การจำกัด การฟ้องร้อง การประนีประนอม หรือมาตรการลงโทษต่อ edgeX หรือกลุ่มนิติบุคคลของ edgeX ในเขตอำนาจใด รวมถึงเมื่อไล่ตรวจบัญชีรายชื่อคำเตือนของ FCA และ CONSOB แล้ว ข้อความนี้ต้องอ่านตามตัวอักษร การไม่พบคือการไม่พบในแหล่งข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่ใบรับรองว่าประวัติสะอาด และการดำเนินการที่หน่วยงานทำกับแพลตฟอร์มอื่นก็นำมาผูกกับ edgeX ไม่ได้

ในทางใบอนุญาต edgeX ไม่มีใบอนุญาต VASP, CASP, อนุพันธ์ หรือหลักทรัพย์ที่เปิดเผยในเขตอำนาจใดเลย ซึ่งเป็นสภาพปกติของ perp DEX สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดไม่ใช่ใบอนุญาต แต่เป็นการเปิดเผยข้อมูล

การเปิดเผยไม่ใช่ใบอนุญาตเมื่อ 2026-02-26 edgeX DAO Limited แจ้ง white paper ของสินทรัพย์คริปโต EDGE ตามมาตรา 6 ของ Regulation (EU) 2023/1114 ซึ่งเอกสารเองระบุว่าไม่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับใดในรัฐสมาชิกสหภาพยุโรป ส่วนคู่สัญญาที่ได้รับอนุญาตในโครงสร้างนั้นคือ Kraken (Payward Global Solutions Limited) ที่ได้รับอนุญาตเป็น CASP จากธนาคารกลางไอร์แลนด์ ไม่ใช่ edgeX การอ่านสถานะนี้ว่า edgeX ได้รับใบอนุญาต ได้รับอนุมัติ หรืออยู่ในกำกับตาม MiCA จึงเป็นการอ่านที่ผิด

◆ ◇ ◆

ทิศทาง ณ 2026-07-27 อ่านได้ว่าเปิดเผยข้อมูลเป็นทางการมากขึ้นโดยไม่ขยับไปทางการขอใบอนุญาต และยังไม่เห็นการรัดกุมขึ้นจากฝั่งหน่วยงานกำกับ ด้านหนึ่งคือโครงสร้างมูลนิธิที่เคย์แมนกับผู้ออกโทเคนที่ BVI ซึ่งจดทะเบียนเมื่อ 2025-12-11 การแจ้ง white paper ตาม MiCA การนำเข้าซื้อขายผ่าน CASP ที่ได้รับอนุญาต และการลงทุนของ Circle Ventures เมื่อมกราคม 2026 พร้อมการนำ USDC เนทีฟและ CCTP เข้ามาบนเชน

อีกด้านหนึ่งคือขอบเขตที่หันเข้าหาตลาดยังกว้างเท่าเดิมและไม่เปลี่ยน สหรัฐฯ กับแคนาดายังถูกบล็อกเต็มรูปแบบ การบังคับใช้อาศัยตำแหน่งไอพีโดยไม่มีการตรวจตัวตน และ 47 จาก 110 ตลาดเป็น perpetual อ้างอิงหุ้นและ ETF ที่เสนอโดยไม่มีใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์หรืออนุพันธ์ ตลาดกลุ่มนี้เป็นสัญญาชำระด้วยเงินสดสกุล USDC ที่ไม่ให้สิทธิความเป็นเจ้าของหรือสิทธิผู้ถือหุ้น และเราไม่พบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับต่อตลาดกลุ่มนี้ ณ 2026-07-27

บทนี้พูดถึงจุดยืนระดับโลกของแพลตฟอร์มเท่านั้น ส่วนคำถามว่าผู้อ่านในไทยอยู่ตรงไหนของภาพนี้ อยู่ในบทถัดไป

การใช้งาน edgeX ได้หรือไม่ในประเทศไทย

กฎหมายไทยวางหน้าที่ขอใบอนุญาตไว้ที่ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่ผู้เทรด

ข้อเท็จจริงหลักที่ผู้อ่านชาวไทยควรตั้งต้นคือ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 วางหน้าที่ขอใบอนุญาตและโทษอาญาไว้ที่ผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ใช่ผู้เทรดรายบุคคล นี่คือสถานะ ณ 2026-07-27

ขอบเขตของประโยคข้างต้นต้องระบุให้ชัด สิ่งที่เรากำลังอธิบายคือหน้าที่ตามกฎหมายตกอยู่กับฝ่ายใด ไม่ใช่การรับรองว่าผู้อ่านทำสิ่งใดได้หรือไม่ได้ ประเด็นใดที่แหล่งข้อมูลไม่ชัดเจน เราจะเขียนตามตรงว่าไม่ชัดเจน แทนที่จะสรุปเกินกว่าที่แหล่งข้อมูลปฐมภูมิรองรับ และบทนี้จะจบลงที่การอธิบายสถานะ เพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจเอง

edgeX ไม่ปรากฏในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตของ ก.ล.ต. ไทยทุกประเภท

เมื่อไล่ตรวจใบอนุญาตธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของสำนักงาน ก.ล.ต. (SEC Thailand) ผลลัพธ์คือไม่พบ edgeX ในประเภทใดเลย และการค้นทั่วทั้งเว็บไซต์ของสำนักงานก็ให้ผลลัพธ์ศูนย์รายการ สองผลลัพธ์นี้สอดคล้องกับภาพระดับโลกในบทก่อนหน้า ที่ edgeX ไม่ได้ถือใบอนุญาตในเขตอำนาจใด

บริบทการกำกับดูแลที่ควรระบุอย่างเป็นกลางคือ สำนักงาน ก.ล.ต. เคยเตือนประชาชนเรื่องผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งข้อมูลให้หน่วยงานด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึง และเคยยกระดับการปิดกั้นแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ระบุชื่อไว้ แต่ไม่มีกรณีใดในนั้นที่ระบุชื่อ edgeX ณ 2026-07-27 กรณีที่หน่วยงานดำเนินการกับแพลตฟอร์มอื่น ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อเตือนหรือคำสั่งปิดกั้น จึงนำมาผูกกับ edgeX ไม่ได้

ผู้ใช้ในไทยอยู่นอกกรอบการคุ้มครองในประเทศ

ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศหรือดินแดนที่ถูกกันออกตามเงื่อนไขการใช้งาน แต่ edgeX ก็ไม่มีใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในทุกประเภท ผู้ใช้ในไทยจึงอยู่บนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาต และอยู่นอกกรอบการคุ้มครองภายในประเทศสถานะ ณ 2026-07-27

สิ่งที่ตามมาจากสถานะนี้และผู้อ่านต้องแบกรับเอง คือไม่มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนหรือช่องทางร้องเรียนภายในประเทศรองรับการใช้งานนี้ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น เส้นทางตามเงื่อนไขการใช้งานไปจบที่อนุญาโตตุลาการในฮ่องกงภายใต้กฎหมายอังกฤษและเวลส์ ซึ่งเราอธิบายรายละเอียดและเพดานความรับผิดไว้ในบทความเสี่ยง

เราเขียนเรื่องนี้โดยไม่ตัดสินแทนผู้อ่านและไม่เร่งให้ตัดสินใจ สถานะที่อธิบายมาทั้งบทเป็นข้อมูลสำหรับชั่งน้ำหนัก ไม่ใช่คำแนะนำว่าควรทำหรือไม่ควรทำ และบทนี้จบลงตรงนี้

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ edgeX

ผลตรวจสอบสัญญาไม่มีวันที่กำกับ และไม่มีการเปิดเผยกองทุนประกัน

ในแง่การตรวจสอบความปลอดภัย edgeX มีรายงานที่ว่าจ้างไว้ 7 ฉบับ เผยแพร่ในคลังสาธารณะที่อัปเดตล่าสุด 2026-04-13 ครอบคลุม V1 โดย RigSec และ SlowMist, V2 โดย Halborn และ Spearbit, vault หลักและการเชื่อม CCTP โดย Binenet, สัญญาโทเคน EDGE กับตัวกระจายโทเคนโดย SlowMist ส่วนรายงาน PeckShield ที่ตรวจ StarkEx v4.5 ซึ่งเป็นฐานของ V1 นั้น StarkWare เป็นผู้ว่าจ้างเองและวางไว้เคียงกันในคลังเดียวกัน ไม่ได้นับรวมอยู่ใน 7 ฉบับข้างต้น ความครอบคลุมจึงกว้าง แต่มีปัญหาหนึ่งข้อที่ทำให้ยืนยันอะไรไม่ได้เลย

ปัญหานั้นคือไม่มีรายงานใดระบุวันที่ในหน้าดัชนี เราจึงยืนยันความสดของการตรวจสอบไม่ได้ และจะไม่เขียนว่าผลตรวจสอบเป็นปัจจุบัน ที่ซับซ้อนกว่านั้นคือหน้าเอกสารยังตามหลังคลังจริง เพราะแสดงเพียงสามฉบับ ผู้อ่านที่ตรวจจากหน้าเอกสารอย่างเดียวจะเห็นภาพไม่ครบ

สิ่งที่ไม่มีเอกสารเปิดเผยการอัปเกรดสัญญา การตั้งค่า multisig และ timelock ไม่มีเอกสารระบุ ทั้งในหน้าเรื่องการถือกุญแจเอง หน้าสถาปัตยกรรม หน้า tokenomics และ MiCA white paper อีกทั้งการตรวจสอบบนเชนถูกปิดกั้นเมื่อพยายามทำ เช่นเดียวกับกองทุนประกัน กองทุนสำรองความเสี่ยง และกลไกเฉลี่ยความเสียหายร่วมกัน ที่ไม่มีเอกสารระบุไว้ทั้งในเอกสารทางการ หน้าจอที่เข้าถึงได้ และ MiCA white paper

ถ้อยคำที่ถูกต้องคือไม่มีการเปิดเผย ไม่ใช่ไม่มีอยู่จริง และไม่ควรอนุมานว่ามีกองทุนจากอัตราค่าธรรมเนียมการบังคับปิดสถานะ 1% ที่อยู่ในข้อมูลสัญญา ที่อยู่ที่มีสิทธิ์พิเศษซึ่งเปิดเผยจริงเป็นระดับปฏิบัติการเท่านั้น คือผู้ลงนามของ isolated margin และผู้ลงนามราคาอีก 5 ราย สิ่งที่มีเอกสารรองรับแทนจึงเป็นเส้นทางนำสินทรัพย์ออก ไม่ใช่การควบคุมโปรโตคอล ความย้อนแย้งนี้ผู้อ่านจะพบด้วยตัวเองตั้งแต่ตอนเชื่อมกระเป๋า เพราะหน้าต่างยอมรับความเสี่ยงขอให้ยอมรับความเสี่ยงเรื่องการชำระกำไรขาดทุน กรณีล้มละลาย กองทุนประกัน และการเฉลี่ยความเสียหายร่วมกัน ทั้งที่ทั้งสามเรื่องหลังไม่มีเอกสารอธิบายว่าทำงานอย่างไร

ความโปร่งใสของโค้ดก็มีขีดจำกัดคล้ายกัน แกนการจับคู่คำสั่ง ระบบบริหารความเสี่ยง และซอฟต์แวร์โหนดของเชนไม่ได้เผยแพร่ คลังสาธารณะ 7 แห่งเป็น SDK รายงานตรวจสอบ และ fork ด้วยเหตุนี้ เส้นทางการทำงานที่ผู้ใช้ต้องพึ่งพาจึงตรวจสอบโดยอิสระไม่ได้ ส่วนโครงการ bug bounty บน Immunefi เปิดตั้งแต่ 2026-04-07 โดยจ่ายสูงสุด 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดของโปรโตคอล

◆ ◇ ◆

ด้านประวัติเหตุการณ์ เราไม่พบการโจมตีสัญญา การหยุดทำงานของเชนหรือ sequencer การหลุดตรึงราคา หรือการยึดหน้าเว็บที่กระทบ edgeX ณ 2026-07-27 และเช่นเดิม การไม่พบสะท้อนขีดจำกัดของแหล่งข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่ใบรับรองว่าไม่เคยเกิด

เหตุการณ์สำคัญหนึ่งเดียวคือราคา EDGE ร่วงเฉียบพลันราว 71% เมื่อ 2026-06-02 ตามคำอธิบายของ edgeX มี 174 ที่อยู่ขาย EDGE เข้าไปในพูลที่สภาพคล่องบาง ทำให้ราคา spot ลดราว 23% แล้วป้อนเข้าสู่ฟีดราคาของกระดานรวมศูนย์ บวกกับสัดส่วนสถานะซื้อต่อขายที่ 68.2% จึงลุกลามเป็นการบังคับปิดสถานะต่อเนื่องข้ามหลายแพลตฟอร์ม รวมปริมาณขาย 140.66 ล้านดอลลาร์ในหนึ่งชั่วโมง

edgeX ระบุว่าไม่มีการแฮ็ก การเจาะระบบ หรือการรั่วไหล และแพลตฟอร์มยังทำงานต่อ การตอบสนองคือการจ่ายชดเชยตามดุลพินิจให้สถานะซื้อ EDGE ที่ถูกบังคับปิด โดยคิดจากผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงไม่รวมค่าธรรมเนียม funding และกำไรที่ยังไม่รับรู้ จำกัดที่ 100,000 USDC ต่อราย จ่ายครึ่งหนึ่งเป็น USDC ภายในเจ็ดวันและที่เหลือเป็น EDGE ที่ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเจ็ดวัน ควบคู่กับเงินรางวัลสำหรับข้อมูล 200,000 USDC และการเพิ่มผู้ดูแลสภาพคล่อง มีรายงานว่าจ่ายรอบแรกครบเมื่อ 2026-06-08 ข้อสังเกตที่ผู้อ่านควรเก็บไว้คือคำชี้แจงทั้งหมดเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียล ไม่ได้เก็บไว้บนหน้าเว็บทางการที่คงอยู่ถาวร

เลเวอเรจสูงสุด 100 เท่าใช้ได้ทันทีหลังเชื่อมกระเป๋า

ความเสี่ยงข้อถัดมาไม่ได้มาจากความผิดพลาดของใคร แต่มาจากโครงสร้างที่ออกแบบไว้เช่นนั้น เลเวอเรจถึง 100 เท่าบน BTC และ ETH ใช้ได้ทันทีหลังเชื่อมวอลเล็ต โดยไม่มีการตรวจตัวตนคั่นกลาง และไม่มีกรอบคุ้มครองในประเทศอยู่เบื้องหลังบัญชี ดังที่บทก่อนหน้าอธิบายไว้สำหรับผู้อ่านชาวไทย เพดานลดลงตามขนาดสถานะผ่านชั้นความเสี่ยง และ 63 จาก 110 ตลาดจำกัดที่ 10 เท่า แต่จุดที่หลายคนมองข้ามคือค่าเริ่มต้นเป็น cross margin หลักประกันจึงถูกใช้ร่วมกันทุกสถานะในบัญชีเทรด เว้นแต่ผู้เทรดจะแยกความเสี่ยงด้วยบัญชีย่อยตั้งแต่ต้น

เมื่อดูกลไกการบังคับปิดสถานะ จะเห็นว่าสิ่งที่ประกาศไว้กับสิ่งที่ไม่มีเอกสารนั้นแบ่งกันชัดเจน

มีเอกสารระบุ

สิ่งที่ประกาศไว้

สถานะถูกบังคับปิดเมื่อยอดคงเหลือที่ใช้ได้เป็นศูนย์และหลักประกันของสถานะลดลงถึงระดับหลักประกันรักษาสภาพ โดยใช้ราคาอ้างอิงเป็นตัวจุดชนวน อัตราหลักประกันรักษาสภาพประกาศไว้รายสัญญาและรายชั้น เช่น 0.5% ที่ชั้น 1 ไล่ขึ้นถึง 6.25% ที่ชั้น 7 บน BTCUSDC และมีอัตราค่าธรรมเนียมการบังคับปิด 1% อยู่ในข้อมูลสัญญา
ไม่มีเอกสาร

สิ่งที่ยังไม่มีคำอธิบาย

การจัดการสถานะที่ติดลบ การมีอยู่ของกลไกลดสถานะอัตโนมัติ และปลายทางของส่วนขาดจากการบังคับปิด ทั้งสามข้อไม่มีเอกสารทางการอธิบายไว้

ระหว่างที่สถานะยังเปิดอยู่ ต้นทุนที่เดินอยู่ตลอดคือ funding ซึ่งแลกเปลี่ยนทุก 4 ชั่วโมงบน V2 มีเพดานรายสัญญาที่บวกลบ 0.2% ต่อรอบบน BTCUSDC และกว้างกว่านั้นในตลาดที่ผันผวนมากกว่า พร้อมตัวหน่วงสมมาตร 0.05% ในองค์ประกอบอัตราดอกเบี้ย สำหรับผู้ที่ถือสถานะข้ามหลายวัน ต้นทุนก้อนนี้สะสมได้มากกว่าค่าธรรมเนียมตอนเปิดสถานะเสียอีก

จุดสุดท้ายคือการพึ่งพาราคาอ้างอิง ราคามาจากการรวมกระดานคำสั่งของกระดานรวมศูนย์ห้าแห่ง คือ Binance, OKX, Bybit, Gate และ MEXC เป็นค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักตามการ stake คำนวณภายในระบบหลังบ้านของ edgeX เองแล้วส่งเข้าสู่ระบบจับคู่ โดยมีองค์ประชุมบนเชนที่ผู้ลงนาม 1 ใน 5 เหตุการณ์เดือนมิถุนายน 2026 ที่เล่าไว้ข้างต้นคือตัวอย่างที่แสดงความหมายจริงของการพึ่งพานี้ ราคา spot ที่ขยับในสภาพคล่องบางส่งผ่านฟีดไปสู่การบังคับปิดสถานะ โดยที่การตัดสินใจของผู้ถือสถานะเองไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

ทางออกของสินทรัพย์มีเอกสารรองรับ แต่การระงับข้อพิพาทอยู่ที่ฮ่องกง

ในด้านที่ดี การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ทุกครั้งต้องผ่านการอนุมัติแบบ EIP-712 ของผู้ใช้เอง V2 มีเอกสารระบุการถอนที่ข้ามผู้ดำเนินการได้แม้ขณะหน้าเว็บใช้งานไม่ได้ และ V1 มีเส้นทางถอนแบบบังคับ ขีดจำกัดที่ต้องระบุคู่กันคือสิ่งนี้แก้เรื่องการนำสินทรัพย์ออก ไม่ใช่เรื่องการเทรด เพราะการจับคู่อยู่นอกเชนและผู้ดำเนินการดูแลเอง

ส่วนด้านที่ผู้อ่านชาวไทยควรอ่านให้ละเอียดที่สุดคือช่องทางเยียวยาตามเงื่อนไขการใช้งาน

กฎหมายที่ใช้บังคับ
กฎหมายอังกฤษและเวลส์
เวทีระงับข้อพิพาท
อนุญาโตตุลาการ HKIAC ที่ฮ่องกง ด้วยอนุญาโตตุลาการคนเดียว
สิทธิที่สละไป
การฟ้องแบบกลุ่มและการพิจารณาโดยลูกขุน
เพดานความรับผิดรวม
จำนวนที่สูงกว่าระหว่าง 100 ดอลลาร์ กับค่าธรรมเนียมที่จ่ายในสามเดือน

การเลือกกฎหมายอังกฤษในตารางข้างต้นเป็นเพียงข้อสัญญา ไม่ได้สร้างสถานะได้รับอนุญาตในเขตอำนาจใด และเพดานความรับผิดในบรรทัดสุดท้ายคือตัวเลขที่ควรนำไปเทียบกับขนาดเงินที่คิดจะฝากเข้าไปจริง

ยังมีความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนรุ่นที่กำลังเกิดขึ้นพอดีในช่วงนี้ สองรุ่นเดินคู่กันและกำลังถูกรวมเข้าด้วยกัน โดยการถอดคู่ perpetual ของ V1 เริ่มเมื่อ 2026-07-07 และประกาศย้ายจาก V1 ไป V2 เมื่อ 2026-07-17 สองรุ่นใช้สินทรัพย์หลักประกันคนละสกุล คือ V1 ใช้ USDT ส่วน V2 ใช้ USDC และมีเงื่อนไขการถอนต่างกัน ผู้ที่ยังมีสถานะหรือยอดคงเหลือค้างบน V1 จึงมีเรื่องต้องจัดการเพิ่ม

ข้อจำกัดสุดท้ายเป็นเรื่องการตรวจสอบย้อนหลัง ช่องประกาศทางการเก็บไว้เพียง 9 รายการ ทั้งหมดเป็นของเดือนกรกฎาคม 2026 และหน้ารวมบล็อกข้ามช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี 2025 และ 2026 การเปิดตัวโทเคน การลงทุนของ Circle Ventures และการตอบสนองต่อเหตุการณ์เดือนมิถุนายน 2026 ทั้งหมดจึงอ้างอิงจากรายงานของสื่อที่อ้างคำชี้แจงของ edgeX ไม่ใช่หน้าเว็บทางการที่คงอยู่ถาวร ผู้อ่านที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังด้วยตัวเองควรรู้ข้อจำกัดนี้ก่อนพึ่งพาสิ่งที่ค้นเจอ