— สารบัญ 9 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ LBank “5XARD” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ LBank “5XARD”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร LBank ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร LBank เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ LBank เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 LBank คืออะไร
  7. 07 จุดเด่นของ LBank
  8. 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ LBank
  9. 09 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ LBank

รหัสแนะนำ LBank เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-17 เราได้สมัครในฐานะผู้ใช้ใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงกรอกรหัสตอนสมัคร คุณก็จะได้รับ โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าเทียบเท่าสูงสุด 10,000 USD รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้ จึงแนะนำให้กรอกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัครด้วยรหัสแนะนำ LBank จุดเด่นของ LBank การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการกรอกรหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ LBank “5XARD” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้สร้างบัญชี LBank ใหม่เมื่อ 2026-07-17 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “5XARD” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
2026-07-17
หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
แบบฟอร์มสมัครที่ช่องอีเมลและรหัสผ่านยังว่าง มีรหัสผู้แนะนำ "5XARD" กรอกไว้แล้ว และปุ่ม "Sign up" ยังเป็นสีเทากดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “Referral Code” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ 5XARD ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ LBank “5XARD”

เมื่อกรอกรหัสนี้ตอนสมัคร คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน LBank

  • สิทธิประโยชน์: โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าเทียบเท่าสูงสุด 10,000 USD
  • วันหมดอายุ: ไม่มี
  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่

รหัสแนะนำจะถูกนำไปใช้เฉพาะตอนสร้างบัญชีเท่านั้น หากลืมกรอกจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ จึงโปรดระมัดระวัง

ขั้นตอนการสมัคร LBank ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์ กับการสมัครบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ LBank ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เริ่มสมัครด้วยอีเมลและรหัสผ่าน

    — ภาพ 2
    หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
    2026-07-17
    หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
    แบบฟอร์มสมัครที่ช่องอีเมลและรหัสผ่านยังว่าง มีรหัสผู้แนะนำ "5XARD" กรอกไว้แล้ว และปุ่ม "Sign up" ยังเป็นสีเทากดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้าสมัครสมาชิก ให้เลือกแท็บ “Email” แล้วพิมพ์อีเมลของคุณลงในช่อง “Enter email” จากนั้นตั้งรหัสผ่านในช่อง “Set the login password”

    ช่อง “Referral Code” มีรหัส “5XARD” กรอกไว้ให้แล้ว จึงไม่ต้องกรอกเอง เก็บรหัสนี้ไว้เพื่อรับสิทธิ์จากลิงก์เชิญ ส่วนปุ่ม “Sign up” จะยังกดไม่ได้จนกว่าจะกรอกอีเมลและรหัสผ่านครบ

    หากต้องการ คุณสามารถสมัครผ่าน “Google”, Apple, Telegram หรือกระเป๋าคริปโตได้จากปุ่มด้านล่าง และการกดสมัครถือว่าคุณยอมรับ “LBank Service Agreement”

  3. กรอกข้อมูลครบแล้วกดสมัคร

    — ภาพ 3
    แบบฟอร์มที่กรอกครบและกดได้
    2026-07-17
    แบบฟอร์มที่กรอกครบและกดได้
    แบบฟอร์มที่กรอกอีเมลและรหัสผ่านครบ เงื่อนไขรหัสผ่านขึ้นถูกสีเขียวทุกข้อ และปุ่ม "Sign up" เปลี่ยนเป็นสีเหลืองพร้อมกด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อพิมพ์รหัสผ่าน ให้ตรวจสอบว่ารายการเงื่อนไขด้านล่างช่องรหัสผ่านขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียวครบทุกข้อ ทั้งความยาว 8–60 ตัวอักษร มีตัวเลข ตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ และอักขระพิเศษอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว

    ตรวจดูว่าช่อง “Referral Code” ยังคงเป็น “5XARD” อยู่ เมื่อกรอกครบถูกต้อง ปุ่ม “Sign up” จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกดได้ ให้คลิกปุ่มนี้เพื่อยืนยันการสมัคร

    หลังจากนั้นระบบจะเปิดหน้าต่างยืนยันความปลอดภัยเพื่อขอรหัสยืนยันที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ

  4. กรอกรหัสยืนยันจากอีเมล

    — ภาพ 4
    หน้าต่างยืนยันรหัสทางอีเมล
    2026-07-17
    หน้าต่างยืนยันรหัสทางอีเมล
    หน้าต่าง "Security Verification" ที่ช่องกรอกรหัส No.001 ยังว่าง มีเวลานับถอยหลังสำหรับส่งรหัสใหม่ และปุ่ม "Confirm" ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกดสมัคร จะมีหน้าต่าง “Security Verification” ขึ้นมา โดยหัวข้อ “Email Verification” แสดงอีเมลของคุณแบบซ่อนบางส่วนไว้ ให้เปิดกล่องอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน แล้วพิมพ์รหัสนั้นลงในช่อง “Email verification code” ที่มีป้าย No.001 กำกับอยู่

    ตัวเลขนับถอยหลังข้างช่องบอกเวลาที่ต้องรอก่อนจะขอรหัสใหม่ได้ หากไม่ได้รับอีเมล ให้กด “Didn’t receive the verification email?” เพื่อส่งใหม่

    ปุ่ม “Confirm” จะกดได้เมื่อกรอกรหัสแล้ว เมื่อคลิกยืนยันและรหัสถูกต้อง ระบบจะสร้างบัญชีให้เสร็จและพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี

  5. เปิดอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน

    — ภาพ 5
    อีเมลแจ้งรหัสยืนยันการสมัคร
    2026-07-17
    อีเมลแจ้งรหัสยืนยันการสมัคร
    อีเมลหัวข้อ "Registration verification" จาก LBank ที่แสดงรหัสยืนยัน 6 หลักพร้อมป้าย "No.001" และระบุว่ารหัสใช้ได้ 5 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดกล่องอีเมลของคุณ แล้วมองหาอีเมลจาก “LBank” ที่มีหัวข้อ “Registration verification”

    ในอีเมลจะมีรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงตัวใหญ่ พร้อมป้าย “No.001” ที่ตรงกับหมายเลขในหน้าต่างยืนยัน ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้าต่าง “Security Verification” ก่อนหน้า โดยรหัสมีอายุใช้งาน 5 นาที และไม่ควรบอกให้ผู้อื่นทราบ อีเมลฉบับนี้เป็นข้อความอัตโนมัติจากระบบ ซึ่งระบุอีเมลฝ่ายบริการลูกค้าของ LBank ไว้ว่า [email protected]

ขั้นตอนการสมัครบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ LBank บนแอปมือถือหรือเบราว์เซอร์ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เริ่มสมัครด้วยอีเมลและรหัสผ่าน

    — ภาพ 6
    หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
    2026-07-17
    หน้าสมัครที่ยังไม่ได้กรอก
    แบบฟอร์มสมัครที่ช่องอีเมลและรหัสผ่านยังว่าง มีรหัสผู้แนะนำ "5XARD" กรอกไว้แล้ว และปุ่ม "Sign up" ยังเป็นสีเทากดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้าสมัครสมาชิก ให้เลือกแท็บ “Email” แล้วพิมพ์อีเมลของคุณลงในช่อง “Enter email” จากนั้นตั้งรหัสผ่านในช่อง “Set the login password”

    ช่อง “Referral Code” มีรหัส “5XARD” กรอกไว้ให้แล้ว จึงไม่ต้องกรอกเอง เก็บรหัสนี้ไว้เพื่อรับสิทธิ์จากลิงก์เชิญ ส่วนปุ่ม “Sign up” จะยังกดไม่ได้จนกว่าจะกรอกอีเมลและรหัสผ่านครบ

    หากต้องการ คุณสามารถสมัครผ่าน “Google”, Apple, Telegram หรือกระเป๋าคริปโตได้จากปุ่มด้านล่าง และการกดสมัครถือว่าคุณยอมรับ “LBank Service Agreement”

  3. กรอกข้อมูลครบแล้วกดสมัคร

    — ภาพ 7
    แบบฟอร์มที่กรอกครบและกดได้
    2026-07-17
    แบบฟอร์มที่กรอกครบและกดได้
    แบบฟอร์มที่กรอกอีเมลและรหัสผ่านครบ เงื่อนไขรหัสผ่านขึ้นถูกสีเขียวทุกข้อ และปุ่ม "Sign up" เปลี่ยนเป็นสีเหลืองพร้อมกด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อพิมพ์รหัสผ่าน ให้ตรวจสอบว่ารายการเงื่อนไขด้านล่างช่องรหัสผ่านขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียวครบทุกข้อ ทั้งความยาว 8–60 ตัวอักษร มีตัวเลข ตัวพิมพ์เล็ก ตัวพิมพ์ใหญ่ และอักขระพิเศษอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว

    ตรวจดูว่าช่อง “Referral Code” ยังคงเป็น “5XARD” อยู่ เมื่อกรอกครบถูกต้อง ปุ่ม “Sign up” จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกดได้ ให้คลิกปุ่มนี้เพื่อยืนยันการสมัคร

    หลังจากนั้นระบบจะเปิดหน้าต่างยืนยันความปลอดภัยเพื่อขอรหัสยืนยันที่ส่งไปยังอีเมลของคุณ

  4. กรอกรหัสยืนยันจากอีเมล

    — ภาพ 8
    หน้าต่างยืนยันรหัสทางอีเมล
    2026-07-17
    หน้าต่างยืนยันรหัสทางอีเมล
    หน้าต่าง "Security Verification" ที่ช่องกรอกรหัส No.001 ยังว่าง มีเวลานับถอยหลังสำหรับส่งรหัสใหม่ และปุ่ม "Confirm" ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกดสมัคร จะมีหน้าต่าง “Security Verification” ขึ้นมา โดยหัวข้อ “Email Verification” แสดงอีเมลของคุณแบบซ่อนบางส่วนไว้ ให้เปิดกล่องอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน แล้วพิมพ์รหัสนั้นลงในช่อง “Email verification code” ที่มีป้าย No.001 กำกับอยู่

    ตัวเลขนับถอยหลังข้างช่องบอกเวลาที่ต้องรอก่อนจะขอรหัสใหม่ได้ หากไม่ได้รับอีเมล ให้กด “Didn’t receive the verification email?” เพื่อส่งใหม่

    ปุ่ม “Confirm” จะกดได้เมื่อกรอกรหัสแล้ว เมื่อคลิกยืนยันและรหัสถูกต้อง ระบบจะสร้างบัญชีให้เสร็จและพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี

  5. เปิดอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน

    — ภาพ 9
    อีเมลแจ้งรหัสยืนยันการสมัคร
    2026-07-17
    อีเมลแจ้งรหัสยืนยันการสมัคร
    อีเมลหัวข้อ "Registration verification" จาก LBank ที่แสดงรหัสยืนยัน 6 หลักพร้อมป้าย "No.001" และระบุว่ารหัสใช้ได้ 5 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดกล่องอีเมลของคุณ แล้วมองหาอีเมลจาก “LBank” ที่มีหัวข้อ “Registration verification”

    ในอีเมลจะมีรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงตัวใหญ่ พร้อมป้าย “No.001” ที่ตรงกับหมายเลขในหน้าต่างยืนยัน ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้าต่าง “Security Verification” ก่อนหน้า โดยรหัสมีอายุใช้งาน 5 นาที และไม่ควรบอกให้ผู้อื่นทราบ อีเมลฉบับนี้เป็นข้อความอัตโนมัติจากระบบ ซึ่งระบุอีเมลฝ่ายบริการลูกค้าของ LBank ไว้ว่า [email protected]

สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร LBank เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์ กับการยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์

หลังสมัครเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี ซึ่งด้านบนจะเห็นป้าย “Unverified” และระดับความปลอดภัย “Low” บอกว่าบัญชียังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน

ในส่วน “Beginner Guide” จะมีรายการที่ต้องทำ ได้แก่ การยืนยันตัวตนพร้อมปุ่ม “Verify immediately” ส่วน “First deposit” และ “Trade” ยังขึ้นสถานะ “Pending” เพราะต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จก่อน

หน้านี้ยังแสดงรหัสผู้แนะนำของบัญชีคุณเองไว้ด้วย เมื่อพร้อมเริ่มยืนยันตัวตน ให้คลิก “Verify immediately” ระบบจะพาไปยังหน้าเลือกประเภทเอกสาร

— ภาพ 10
แดชบอร์ดบัญชีที่ยังไม่ยืนยันตัวตน
2026-07-17
แดชบอร์ดบัญชีที่ยังไม่ยืนยันตัวตน
หน้าแดชบอร์ดหลังสมัคร ที่แสดงป้าย "Unverified" ระดับความปลอดภัย "Low" และ "Beginner Guide" ซึ่ง "First deposit" กับ "Trade" ยังเป็นสถานะ "Pending" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ที่หน้า “Choose Document Type” ให้เปิดเมนู “Country/Region of your ID” ที่ยังขึ้นว่า “Please select” แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาคที่ออกเอกสารของคุณ

จากนั้นเปิดเมนู “ID Type” เพื่อเลือกชนิดเอกสารที่จะใช้ยืนยันตัวตน โปรดสังเกตข้อความเตือนว่าไม่ควรส่งเอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง

เมื่อเลือกครบทั้งสองช่อง ปุ่ม “Next” จะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นกดได้ ให้คลิก “Next” เพื่อดำเนินการต่อ

— ภาพ 11
หน้าเลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน
2026-07-17
หน้าเลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน
หน้า "Choose Document Type" ที่เมนู "Country/Region of your ID" และ "ID Type" ยังเป็น "Please select" และปุ่ม "Next" ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

การยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

หลังสมัครเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของบัญชี ซึ่งด้านบนจะเห็นป้าย “Unverified” และระดับความปลอดภัย “Low” บอกว่าบัญชียังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน

ในส่วน “Beginner Guide” จะมีรายการที่ต้องทำ ได้แก่ การยืนยันตัวตนพร้อมปุ่ม “Verify immediately” ส่วน “First deposit” และ “Trade” ยังขึ้นสถานะ “Pending” เพราะต้องยืนยันตัวตนให้เสร็จก่อน

หน้านี้ยังแสดงรหัสผู้แนะนำของบัญชีคุณเองไว้ด้วย เมื่อพร้อมเริ่มยืนยันตัวตน ให้คลิก “Verify immediately” ระบบจะพาไปยังหน้าเลือกประเภทเอกสาร

— ภาพ 12
แดชบอร์ดบัญชีที่ยังไม่ยืนยันตัวตน
2026-07-17
แดชบอร์ดบัญชีที่ยังไม่ยืนยันตัวตน
หน้าแดชบอร์ดหลังสมัคร ที่แสดงป้าย "Unverified" ระดับความปลอดภัย "Low" และ "Beginner Guide" ซึ่ง "First deposit" กับ "Trade" ยังเป็นสถานะ "Pending" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

ที่หน้า “Choose Document Type” ให้เปิดเมนู “Country/Region of your ID” ที่ยังขึ้นว่า “Please select” แล้วเลือกประเทศหรือภูมิภาคที่ออกเอกสารของคุณ

จากนั้นเปิดเมนู “ID Type” เพื่อเลือกชนิดเอกสารที่จะใช้ยืนยันตัวตน โปรดสังเกตข้อความเตือนว่าไม่ควรส่งเอกสารเดิมซ้ำหลายครั้ง

เมื่อเลือกครบทั้งสองช่อง ปุ่ม “Next” จะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นกดได้ ให้คลิก “Next” เพื่อดำเนินการต่อ

— ภาพ 13
หน้าเลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน
2026-07-17
หน้าเลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน
หน้า "Choose Document Type" ที่เมนู "Country/Region of your ID" และ "ID Type" ยังเป็น "Please select" และปุ่ม "Next" ยังกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อมีบัญชี LBank แล้ว ขั้นตอนที่เหลือคือการยืนยันตัวตนให้ผ่าน ซึ่งจะปลดล็อกการฝากเงินและการเทรดที่ยังขึ้นสถานะรอดำเนินการอยู่ในตอนนี้

รหัสแนะนำ LBank เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากสมัครบัญชีเสร็จโดยไม่ได้กรอกรหัสแนะนำ จะไม่สามารถนำรหัสแนะนำมาผูกกับบัญชีในภายหลังได้ จึงโปรดระมัดระวัง

อนึ่ง หากยังทำ KYC (การยืนยันตัวตน) ไม่เสร็จ คุณยังสามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ จึงควรพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

  • ในช่องกรอกรหัสแนะนำมี 5XARD แสดงอยู่หรือไม่
  • ตรวจสอบช่องรหัสแนะนำอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์

LBank คืออะไร

ใครคือ LBank และมีขนาดใหญ่แค่ไหน

LBank เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2015 โดยแบรนด์ที่ให้บริการคือ LBank ส่วนนิติบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคือ LBK Blockchain Co., Limited ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) นี่คือจุดเริ่มต้นของคำถามที่ผู้อ่านควรถามก่อนฝากเงินกับกระดานใด ๆ ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการและอยู่ภายใต้เขตอำนาจใด

ในแง่ของขนาดและอันดับ ข้อมูลหลักที่ chainhelm รวบรวมได้เป็นดังนี้

#23อันดับตลาด spot (CoinGecko)Trust Score 8/10
1.30–1.54 พันล้าน USDปริมาณเทรด spot ใน 24 ชม.ต่างกันตามแหล่ง · ไม่ติด top-10 ของ CMC
25 ล้านรายผู้ใช้ที่บริษัทรายงานเองใน 160 ประเทศ (Q2 2026)

ตัวเลขขนาดผู้ใช้เหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัทรายงานเอง และยังไม่สอดคล้องกันในแต่ละแหล่ง ขณะที่ LBank ระบุว่ามีผู้ใช้ 25 ล้านราย แต่โปรไฟล์บน CoinMarketCap ยังระบุเพียง “มากกว่า 12 ล้าน” ทั้งคู่ไม่มีการตรวจสอบจากภายนอก ผู้อ่านจึงควรมองตัวเลขขนาดเหล่านี้ในฐานะการอ้างของบริษัทเอง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผ่านการยืนยันอิสระ

ด้านผู้บริหาร Allen Wei ทำหน้าที่เป็น Global CEO ส่วน Eric He ผู้ร่วมก่อตั้งได้ลดบทบาทจากผู้ตัดสินใจหลักเมื่อเดือนกันยายน 2024 ซึ่งเป็นประเด็นที่เราจะย้อนกลับมาดูอีกครั้งในหัวข้อความเสี่ยง

ค่าธรรมเนียมและโทเคน LBK มีส่วนลดหรือไม่

ต้นทุนการเทรดบน LBank แบ่งเป็นฝั่ง spot และฟิวเจอร์ส (ข้อมูล ณ 2026-07-17)

Spot (VIP0)
maker 0.10% / taker 0.10%
Spot (ไต่สูงสุดถึง VIP7)
maker 0% / taker 0.03%
ฟิวเจอร์ส (มาตรฐาน)
maker 0.02% / taker 0.06%

โทเคนเนทีฟ LBK ไม่มีส่วนลดค่าธรรมเนียม spot ที่ยืนยันได้ ตารางค่าธรรมเนียมทางการไม่มีคอลัมน์สำหรับผู้ถือโทเคน ซึ่งต่างจากโมเดลของ BNB หรือ OKB ด้านการฝากเงินไม่มีค่าธรรมเนียม ส่วนการถอนคิดเป็นค่าธรรมเนียมเครือข่ายแบบไดนามิกต่อสินทรัพย์ ไม่มีเรตเดียวที่ประกาศไว้ล่วงหน้า

สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดบ่อย อัตรา 0.10% ที่ VIP0 คือเส้นฐาน และเนื่องจากโทเคนเนทีฟไม่ได้ช่วยลดค่าธรรมเนียม การลดต้นทุนจึงต้องอาศัยการไต่ระดับ VIP ตามปริมาณเทรดเป็นหลัก ไม่ใช่การถือโทเคนเหมือนบางกระดาน

จุดเด่นของ LBank

เหรียญใหม่/พรีมาร์เก็ต และเลเวอเรจสูงคือจุดขาย

จุดขายที่ชัดที่สุดของ LBank คือการเป็นกระดานที่ลิสต์เหรียญใหม่และเหรียญพรีมาร์เก็ตเชิงรุก โดยเน้นไปที่เหรียญ meme และ small-cap ผ่าน Launchpad และ Pre-Market ทำให้เป็นสนามของเทรดเดอร์ที่ล่าเหรียญ long-tail

≈800จำนวนเหรียญ spotราว 818 คู่เทรด
125x–200xเลเวอเรจฟิวเจอร์สสูงสุด125x คู่หลัก · 200x บาง memecoin (Omni Futures)
184สินทรัพย์ spot ที่ลิสต์ใน Q2 2026เป็น premiere 34 รายการ

นอกจากปริมาณเหรียญและเลเวอเรจแล้ว LBank ยังมี LBank Predict ซึ่งเป็นตลาดทำนายเหตุการณ์ (สูงสุด 5x) มี LBank Card ที่ใช้จ่ายผ่านเครือข่าย Visa และเปิดให้สร้างบัญชีและเทรดคริปโตได้โดยไม่บังคับ KYC ในด้านความกว้างของผลิตภัณฑ์ยังมีฟิวเจอร์สแบบ margin ด้วย USDT และเหรียญ (ราว 764 คู่) spot margin ที่เริ่มเมื่อกันยายน 2025 รวมถึง copy trading และบริการ earn

โดยรวมแล้วโปรไฟล์นี้เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ล่าเหรียญ long-tail และต้องการเลเวอเรจสูง การไม่บังคับ KYC ช่วยให้เริ่มต้นได้เร็ว แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นประเด็นด้าน AML และการกำกับที่ผู้อ่านควรรับรู้ควบคู่กันไป

LBank เทียบกับตัวเลือกที่คนไทยชั่งน้ำหนัก (Bitkub, Binance TH)

เมื่อเทียบกับตัวเลือกที่ผู้ใช้ในไทยมักชั่งน้ำหนัก ความต่างของแต่ละแกนจะชัดขึ้น

ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทย · เข้าถึงได้ทางเทคนิค

LBank

ราว 800 เหรียญ · ค่าธรรมเนียม spot 0.10%/0.10% · ฟิวเจอร์สเลเวอเรจสูงสุด 125x/200x · ไม่บังคับ KYC
ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย

Bitkub

352 เหรียญ · spot 0.25%/0.25% · เทรด spot เท่านั้น · ฝาก-ถอน THB ผ่าน QR/ธนาคาร · ส่วนแบ่งตลาดราว 75–77%
เวอร์ชันไทยได้รับใบอนุญาต ผ่าน Gulf Binance

Binance TH

spot 0.10%/0.10% (0.075% ด้วย BNB) · ผลิตภัณฑ์กว้าง (spot/ฟิวเจอร์ส/margin/earn/copy) · เหรียญราว 448 · บังคับ KYC

Bitkub คือผู้นำตลาดในประเทศ ได้รับใบอนุญาต Digital Asset Exchange ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทย ตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล 2561 มีปริมาณเทรด 24 ชม. ราว 119.8 ล้าน USD เงินสำรองราว 1.19 พันล้าน USD และผู้ใช้ที่เทรดผ่านผู้ได้รับใบอนุญาตยังมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นภาษี capital gains ในช่วงปี 2025–2029 ส่วน Binance ในไทยให้บริการผ่าน Gulf Binance ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีเวอร์ชันได้รับใบอนุญาตในไทย และมีค่าธรรมเนียม spot เท่ากับ LBank ที่ 0.10%

สรุปแบบ relative: LBank เด่นด้านจำนวนเหรียญ เลเวอเรจ และการไม่บังคับ KYC ที่อัตรา 0.10% ขณะที่ตัวเลือกในไทยเด่นด้านการคุ้มครองตามกฎ การใช้ THB ได้โดยตรง และสิทธิ์ทางภาษี ทั้งสองเป็น trade-off คนละแกน ผู้อ่านควรเลือกตามสิ่งที่ตนให้น้ำหนัก ไม่ใช่ตามจำนวนเหรียญเพียงอย่างเดียว

เมื่อไหร่ที่แพลตฟอร์มอื่นเหมาะกว่า

◆ ◇ ◆

LBank ไม่ได้เหมาะกับทุกคน กลุ่มแรกที่ควรมองทางอื่นคือผู้ที่อยู่ในเขตที่ถูกกันออกตาม User Agreement เช่น สหรัฐฯ แคนาดา จีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง ซึ่งใช้ไม่ได้ตั้งแต่ต้น กลุ่มที่สองคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความโปร่งใสก่อนสิ่งอื่น เพราะ LBank ยังไม่มี Proof of Reserves ที่ผ่านการตรวจสอบอิสระ เงินสำรองออนเชนที่ระบุได้มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณเทรดรายวัน ได้คะแนนความปลอดภัยระดับกลางจาก CER.live และเคยถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องปริมาณเทรดในอดีต (รายละเอียดตัวเลขอยู่ในหัวข้อความเสี่ยง)

สำหรับบริบทไทยโดยเฉพาะ ผู้อ่านที่ให้น้ำหนักกับการคุ้มครองตามกฎ การใช้ THB ผ่านช่องทางในประเทศ และสิทธิ์ยกเว้นภาษีผ่านผู้ได้รับใบอนุญาต จะเหมาะกับกระดานไทยที่มีใบอนุญาตอย่าง Bitkub มากกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระดานนอกเขตอย่าง LBank ให้ไม่ได้

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ LBank

การจดทะเบียนทั่วโลกของ LBank (ไม่ใช่ใบอนุญาตแลกเปลี่ยน)

ก่อนจะดูสถานะในไทย ควรเข้าใจก่อนว่าการจดทะเบียนที่ LBank อ้างไว้ในระดับโลกนั้นเป็นประเภทใด เพราะชื่อประเทศที่ปรากฏอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นใบอนุญาตแลกเปลี่ยนได้ง่าย

US FinCEN MSB
reg. 31000218200614 เป็นการจดทะเบียนประเภท AML ไม่ใช่ใบอนุญาตแลกเปลี่ยนหรือหลักทรัพย์
Canada FINTRAC MSB
M22603388
Australia AUSTRAC DCE
DCE100674274-001 (ผ่าน LBK.INFO PTY. LTD)

การจดทะเบียนทั้งสามเป็นประเภทต่อต้านการฟอกเงิน (AML) เท่านั้น ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนหรือหลักทรัพย์ และเป็นการอ้างของบริษัทเองที่ไม่มีการตรวจสอบอิสระ จุดที่ย้อนแย้งคือ แม้จะอ้างการจดทะเบียนในสหรัฐฯ และแคนาดา แต่ LBank กลับกีดกันผู้ใช้จากทั้งสองประเทศนี้ออก ผู้อ่านจึงไม่ควรตีความการจดทะเบียนเหล่านี้ว่าเป็นใบอนุญาตแลกเปลี่ยน หรือเป็นสิทธิ์ในการให้บริการผู้ใช้ในสองประเทศนั้น

ประเทศที่ถูกกันออก แนวโน้มการกำกับ และสถานะในไทย

ในทางกลับกัน User Agreement ของ LBank กันผู้ใช้จากหลายเขตออก ภาพรวมสถานะที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านในไทยเป็นดังนี้

ไทยเข้าถึงได้ทางเทคนิค · ยังไม่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต.ไม่ได้กันผู้ใช้ไทยออกเอง
สหรัฐฯ · แคนาดาถูกกันออกตาม User Agreementแม้อ้างการจดทะเบียน AML ในสองประเทศนี้
จีนแผ่นดินใหญ่ · ฮ่องกง · มาเก๊าถูกกันออกอยู่ในรายชื่อของ User Agreement
รัสเซีย · คาซัคสถาน · ยูเครน · อิหร่าน ฯลฯถูกกันออกรวมทั้งหมดราว 36 ประเทศ/เขต

รายชื่อที่ถูกกันออกครอบคลุมทั้งรัฐที่ถูกคว่ำบาตรและเขตนอกมาตรฐาน ISO อย่างไครเมีย โดเนตสค์ และลูฮันสค์ นอกจากนี้ยังมีการจำกัดบริการ SMS ในบางภูมิภาคเพื่อเหตุผลด้านการปฏิบัติตามกฎ (มีผลตั้งแต่ธันวาคม 2025) โดยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจะถูกแนะนำให้ใช้วิธียืนยันตัวตนแบบอื่นแทน แนวโน้มโดยรวมจึงเป็นการคุมเข้มเชิงพื้นที่มากขึ้น แต่ยังคงเป็นกระดานที่ถูกกำกับเบา เพราะดำเนินงานภายใต้กรอบการจดทะเบียนแบบอ้างเอง ไม่ใช่ใบอนุญาตเต็มรูปแบบหรือ Proof of Reserves ที่ผ่านการตรวจสอบ และกันตลาดที่มีการกำกับหลักหลายแห่งออก

ในไทย LBank ยังเข้าถึงได้ทางเทคนิค แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย เป็นกรณี “เข้าถึงได้แต่ไม่ได้รับใบอนุญาต” ไม่ใช่ทั้งการห้ามชัดเจนและไม่ใช่ผู้ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ สถานะดังกล่าวเป็นการกล่าวถึงในระดับภาพรวมของ landscape ไม่ใช่การชี้ว่าผู้อ่านแต่ละคนควรทำอย่างไร จุดที่ต่างจากกระดานในประเทศที่ ก.ล.ต. ออกใบอนุญาตให้อย่าง Bitkub คือ LBank ยังไม่ได้อยู่ในทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. ไทย และควรทราบด้วยว่า LBank ไม่มีนิติบุคคลในภูมิภาคที่เป็นเครือของตนเอง ดังนั้นเมื่อใช้ไม่ได้ในบางพื้นที่ ทางเลือกที่เหลือจึงเป็นแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม ไม่ใช่ “เวอร์ชันท้องถิ่น” ของ LBank เอง

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ LBank

ความมั่นคงของคู่สัญญา เงินสำรองและ Proof of Reserves

คำถามที่สำคัญที่สุดก่อนฝากเงินกับกระดานใด ๆ คือ “กระดานจะล้มไหม และเก็บรักษาเงินของเราได้หรือไม่” สำหรับ LBank ตัวเลขด้านนี้ควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง

≈12.7–12.9M USDเงินสำรองออนเชนที่ระบุได้BTC ราว 5.2M + ETH ราว 7.7M
B (64/100)เกรดความปลอดภัย CER.liveอันดับ CER 59
0/100คะแนน penetration-testISO 27001 = Yes · มี bug bounty

เงินสำรองออนเชนที่ระบุตัวได้นี้มาจากการตรวจสอบสามแหล่ง (DeFiLlama 12.74M, CoinGecko 12.78M, CER.live 12.94M) ซึ่งถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับปริมาณเทรดหลักพันล้านดอลลาร์ต่อวันและคำกล่าวอ้างว่ามีผู้ใช้ 25 ล้านราย ในด้าน Proof of Reserves นั้นเป็นแบบ self-service ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ LBank ประกาศ Merkle-tree PoR เมื่อ 2022-11-09 แต่ไม่ได้ระบุผู้ตรวจสอบภายนอก และ CER.live บันทึกว่า “ไม่มีการตรวจสอบ PoR” แม้บริษัทจะโฆษณาว่าค้ำ 1:1 หรือ 100% แต่ก็ไม่มีการยืนยันอิสระ

ในด้านบวก LBank มี ISO 27001 และ bug bounty ที่ยังเปิดอยู่ แต่คะแนน penetration-test ที่เป็น 0 สะท้อนว่ายังไม่มีการทดสอบเจาะระบบที่ผ่านการรับรอง โดยสรุป ผู้อ่านควรใช้ตัวเลขเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเก็บสินทรัพย์ไว้บนแพลตฟอร์มมากน้อยเพียงใด และควรหลีกเลี่ยงการฝากเงินจำนวนมากไว้เป็นเวลานาน

ความน่าเชื่อถือของปริมาณการซื้อขาย

◆ ◇ ◆

ประเด็นถัดมาเกี่ยวข้องกับคุณภาพของตัวเลขปริมาณเทรด ไม่ใช่ความปลอดภัยของเงิน

2019-03
รายงาน Bitwise ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ จัดให้ LBank อยู่ในกลุ่มที่ประเมินว่าปริมาณส่วนใหญ่ไม่เชิงเศรษฐกิจหรือน่าสงสัย (wash-trading) มากกว่าจะอยู่ใน 10 กระดานที่ถือว่ามีปริมาณจริง
2024-10-09
DOJ สหรัฐฯ ระบุ LBank เป็นเพียง “สถานที่เทรด” ในคดี wash-trade “Operation Token Mirrors”/Saitama ไม่ใช่จำเลย ไม่มีการตั้งข้อหาหรือปรับ

ทั้งสองกรณีเป็นเรื่องของคุณภาพข้อมูลและชื่อเสียง ไม่ใช่หลักฐานว่า LBank ทำผิดหรือมีการสูญเสียเงินของผู้ใช้ รายงาน Bitwise เป็นการประเมินเชิงประวัติเรื่องการพองปริมาณเทรด ส่วนคดีของ DOJ ระบุ LBank ในฐานะสถานที่เทรดเท่านั้น ไม่ได้ตั้งข้อหาต่อ LBank เอง ผู้อ่านจึงควรตีความว่าเป็นความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของตัวเลข ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายต่อบริษัท

การเปลี่ยนผู้บริหารและความเสี่ยงถูกจำกัดการเข้าถึงในอนาคต

ด้านธรรมาภิบาล Eric He ผู้ร่วมก่อตั้งได้ลดบทบาทจากผู้ตัดสินใจหลักในวาระครบรอบ 9 ปีของกระดาน (กันยายน 2024) ท่ามกลางข้อโต้แย้งการจัดการภายในเรื่องโปสเตอร์ลิสต์เหรียญ ขณะที่ Allen Wei ทำหน้าที่เป็น Global CEO การเปลี่ยนผู้นำในลักษณะนี้เป็นปัจจัยที่ผู้อ่านควรเฝ้าดู เพราะสะท้อนความต่อเนื่องของการบริหาร

ที่สำคัญกว่าสำหรับผู้อ่านในไทยคือความเสี่ยงเรื่องการเข้าถึงในอนาคต เพราะการเข้าถึง LBank ถูกถอนหรือบล็อกในหลายตลาดมาแล้ว

2024-12
ตุรกี — CMB สั่งบล็อกการเข้าถึง
2025-05-27
รัสเซีย — เข้าสู่โหมด wind-down ถอนเงินได้อย่างเดียว
2025-10-01
อินเดีย — คำสั่ง takedown ของ FIU-IND
2026-06
อินโดนีเซีย — OJK บล็อกเว็บไซต์และแอป

รูปแบบการถอนและบล็อกในหลายประเทศนี้สะท้อนความเสี่ยงว่าผู้อ่านในเขตที่การกำกับกำลังเข้มขึ้น “อาจถูกจำกัดการเข้าถึงในอนาคต” ได้ แม้ในตอนนี้ LBank จะยังเข้าถึงได้ในไทย แต่ประวัติในตลาดอื่นเตือนว่าสถานะนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะคงอยู่ตลอดไป หากไทยปรับกรอบการกำกับให้เข้มขึ้น ผู้อ่านจึงควรเตรียมแผนสำรองในการถอนหรือย้ายสินทรัพย์ไว้ล่วงหน้า