— สารบัญ 9 หัวข้อ
- 01 รหัสแนะนำ MEXC “1GNtz” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
- 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ MEXC “1GNtz”
- 03 ขั้นตอนการสมัคร MEXC ด้วยรหัสแนะนำ
- 04 สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร MEXC เสร็จ
- 05 รหัสแนะนำ MEXC เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
- 06 MEXC คืออะไร
- 07 จุดเด่นของ MEXC
- 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ MEXC
- 09 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ MEXC
รหัสแนะนำ MEXC เฉพาะของ chainhelm คือ
ณ วันที่ 2026-07-10 เราได้สมัครในฐานะผู้ใช้ใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้
เพียงกรอกรหัสตอนสมัคร คุณก็จะได้รับ โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 10,020 USD รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้ จึงแนะนำให้กรอกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน
บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัครด้วยรหัสแนะนำ MEXC จุดเด่นของ MEXC การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการกรอกรหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง
รหัสแนะนำ MEXC “1GNtz” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้สร้างบัญชี MEXC ใหม่เมื่อ 2026-07-10 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “1GNtz” ยังใช้ได้อยู่
ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ
หน้าจอแสดงข้อความ “Your Friend Invites You to Join MEXC” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ 1GNtz ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว
chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้
สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ MEXC “1GNtz”
เมื่อกรอกรหัสนี้ตอนสมัคร คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน MEXC
- สิทธิประโยชน์: โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 10,020 USD
- วันหมดอายุ: ไม่มี
- ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่
รหัสแนะนำจะถูกนำไปใช้เฉพาะตอนสร้างบัญชีเท่านั้น หากลืมกรอกจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ จึงโปรดระมัดระวัง
ขั้นตอนการสมัคร MEXC ด้วยรหัสแนะนำ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์ กับการสมัครบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ขั้นตอนการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์
-
ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ MEXC ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
-
กรอกอีเมลหรือเบอร์โทรในฟอร์มสมัคร
— ภาพ 2ฟอร์มสมัครที่ยังไม่กรอกอีเมล2026-07-10
ฟอร์มสมัครแสดงช่อง Email/Phone Number ที่ยังว่าง โดยมีรหัสผู้แนะนำ 1GNtz กรอกไว้ล่วงหน้า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่ฟอร์มสมัครซึ่งขึ้นหัวข้อว่า “Your Friend Invites You to Join MEXC” ให้พิมพ์อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของคุณลงในช่องว่าง “Email/Phone Number” ส่วนช่อง “Referral Code (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำ “1GNtz” กรอกไว้ให้อัตโนมัติจากลิงก์ที่คุณเข้ามาแล้ว จึงไม่ต้องแก้ไข และแผงด้านขวายังแสดงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ได้รับเชิญผ่านลิงก์แนะนำให้เห็นด้วย
ช่องยินยอมข้อตกลงผู้ใช้และนโยบายความเป็นส่วนตัวถูกติ๊กไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกรอกอีเมลครบ ปุ่ม “Sign Up” ก็พร้อมให้กดต่อ
หากสะดวกกว่า คุณจะเริ่มสมัครด้วยบัญชี Google, Apple หรือช่องทางอื่นที่แสดงไว้ด้านล่างก็ได้เช่นกัน
-
กดปุ่มสมัครหลังกรอกอีเมล
— ภาพ 3ฟอร์มที่กรอกอีเมลแล้ว2026-07-10
ช่องอีเมลถูกกรอกครบและยังมีรหัสผู้แนะนำอยู่ พร้อมกดปุ่ม Sign Up เพื่อไปต่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อช่อง “Email/Phone Number” มีอีเมลของคุณครบแล้ว และรหัสผู้แนะนำ “1GNtz” ยังคงอยู่ในช่องด้านล่าง ให้กดปุ่ม “Sign Up” สีน้ำเงิน จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างยืนยันตัวตนแบบเลื่อนต่อจิ๊กซอว์ขึ้นมา เพื่อยืนยันว่าคุณไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ
-
เลื่อนแถบต่อจิ๊กซอว์ให้ครบ
— ภาพ 4หน้าต่างยืนยันแบบเลื่อน2026-07-10
หน้าต่างยืนยันตัวตนให้ลากแถบเลื่อนเพื่อต่อชิ้นจิ๊กซอว์ให้เต็มภาพ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าต่าง “Slide to complete the puzzle” ให้ลากแถบเลื่อนด้านล่างไปทางขวา จนชิ้นจิ๊กซอว์เลื่อนเข้าตำแหน่งที่ว่างได้พอดี เมื่อยืนยันสำเร็จ ระบบจะพาคุณไปยังขั้นตอนยืนยันอีเมลด้วยรหัส 6 หลักต่อไป
-
กรอกรหัสยืนยัน 6 หลักจากอีเมล
— ภาพ 5หน้ากรอกรหัสยืนยันอีเมล2026-07-10
หน้าจอ You're Almost There แสดงช่องกรอกรหัส 6 หลักที่ยังว่าง พร้อมปุ่ม Continue ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าจอ “You’re Almost There” ให้กด “Get Code” เพื่อให้ MEXC ส่งรหัสยืนยัน 6 หลักไปยังอีเมลที่คุณกรอกไว้ แล้วนำรหัสมากรอกลงในช่องทั้งหกช่องให้ครบ โดยรหัสมีอายุใช้งาน 15 นาที
เมื่อกรอกรหัสครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Continue” เพื่อไปตั้งรหัสผ่านของบัญชีในขั้นตอนถัดไป
-
เปิดอีเมลเพื่อคัดลอกรหัสยืนยัน
— ภาพ 6อีเมลรหัสยืนยันจาก MEXC2026-07-10
อีเมลจาก MEXC แสดงรหัสยืนยัน 6 หลักในเนื้อความ พร้อมระบุว่ารหัสใช้ได้ 15 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หากยังไม่เห็นรหัส ให้เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร แล้วมองหาอีเมลจาก MEXC ที่ขึ้นหัวเรื่องว่า “[MEXC] Account Sign-Up Verification Code” ภายในเนื้ออีเมลจะมีรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงเป็นตัวเลขเด่นชัด ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้ายืนยันก่อนหน้า และควรใช้ให้ทันภายใน 15 นาทีก่อนรหัสหมดอายุ
-
ตั้งรหัสผ่านของบัญชี
— ภาพ 7หน้าตั้งรหัสผ่านที่ยังว่าง2026-07-10
หน้าจอ Set Password แสดงช่องรหัสผ่านว่าง พร้อมรายการเงื่อนไขความปลอดภัยด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าจอ “Set Password” ให้พิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการลงในช่อง “Password” ที่ยังว่างอยู่ ใต้ช่องมีรายการเงื่อนไขกำกับไว้ ได้แก่ ความยาว 10-128 ตัวอักษร มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลขอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว ให้ตั้งรหัสผ่านให้ครบทุกเงื่อนไข เพื่อให้ผ่านการตรวจในขั้นถัดไป
-
ยืนยันรหัสผ่านที่ครบทุกเงื่อนไข
— ภาพ 8รหัสผ่านครบทุกเงื่อนไข2026-07-10
ช่องรหัสผ่านถูกกรอกและเงื่อนไขทุกข้อขึ้นเครื่องหมายถูก พร้อมกดปุ่ม Confirm ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อพิมพ์รหัสผ่านจนเงื่อนไขทุกข้อขึ้นเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Confirm” เพื่อบันทึกรหัสผ่านและปิดขั้นตอนการสมัคร จากนั้นจะมีหน้าต่างแจ้งให้ยืนยันตัวตน (KYC) ปรากฏขึ้นมา
-
เริ่มยืนยันตัวตนจากหน้าต่างแจ้งเตือน
— ภาพ 9หน้าต่างชวนทำ KYC2026-07-10
หน้าต่างแจ้งให้ทำ KYC หลังสมัครเสร็จ พร้อมปุ่ม Verify Now สำหรับเริ่มยืนยัน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หลังยืนยันรหัสผ่าน จะมีหน้าต่าง “Please Complete KYC Verification” ขึ้นมาแจ้งว่าต้องยืนยันตัวตนก่อน จึงจะเข้าใช้บริการและฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ครบ ให้กดปุ่ม “Verify Now” เพื่อเข้าสู่หน้ายืนยันตัวตน
ขั้นตอนการสมัครบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
-
ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ MEXC บนแอปมือถือหรือเบราว์เซอร์ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
-
กรอกอีเมลหรือเบอร์โทรในฟอร์มสมัคร
— ภาพ 10ฟอร์มสมัครที่ยังไม่กรอกอีเมล2026-07-10
ฟอร์มสมัครแสดงช่อง Email/Phone Number ที่ยังว่าง โดยมีรหัสผู้แนะนำ 1GNtz กรอกไว้ล่วงหน้า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่ฟอร์มสมัครซึ่งขึ้นหัวข้อว่า “Your Friend Invites You to Join MEXC” ให้พิมพ์อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของคุณลงในช่องว่าง “Email/Phone Number” ส่วนช่อง “Referral Code (Optional)” มีรหัสผู้แนะนำ “1GNtz” กรอกไว้ให้อัตโนมัติจากลิงก์ที่คุณเข้ามาแล้ว จึงไม่ต้องแก้ไข และแผงด้านขวายังแสดงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ได้รับเชิญผ่านลิงก์แนะนำให้เห็นด้วย
ช่องยินยอมข้อตกลงผู้ใช้และนโยบายความเป็นส่วนตัวถูกติ๊กไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกรอกอีเมลครบ ปุ่ม “Sign Up” ก็พร้อมให้กดต่อ
หากสะดวกกว่า คุณจะเริ่มสมัครด้วยบัญชี Google, Apple หรือช่องทางอื่นที่แสดงไว้ด้านล่างก็ได้เช่นกัน
-
กดปุ่มสมัครหลังกรอกอีเมล
— ภาพ 11ฟอร์มที่กรอกอีเมลแล้ว2026-07-10
ช่องอีเมลถูกกรอกครบและยังมีรหัสผู้แนะนำอยู่ พร้อมกดปุ่ม Sign Up เพื่อไปต่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อช่อง “Email/Phone Number” มีอีเมลของคุณครบแล้ว และรหัสผู้แนะนำ “1GNtz” ยังคงอยู่ในช่องด้านล่าง ให้กดปุ่ม “Sign Up” สีน้ำเงิน จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างยืนยันตัวตนแบบเลื่อนต่อจิ๊กซอว์ขึ้นมา เพื่อยืนยันว่าคุณไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ
-
เลื่อนแถบต่อจิ๊กซอว์ให้ครบ
— ภาพ 12หน้าต่างยืนยันแบบเลื่อน2026-07-10
หน้าต่างยืนยันตัวตนให้ลากแถบเลื่อนเพื่อต่อชิ้นจิ๊กซอว์ให้เต็มภาพ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าต่าง “Slide to complete the puzzle” ให้ลากแถบเลื่อนด้านล่างไปทางขวา จนชิ้นจิ๊กซอว์เลื่อนเข้าตำแหน่งที่ว่างได้พอดี เมื่อยืนยันสำเร็จ ระบบจะพาคุณไปยังขั้นตอนยืนยันอีเมลด้วยรหัส 6 หลักต่อไป
-
กรอกรหัสยืนยัน 6 หลักจากอีเมล
— ภาพ 13หน้ากรอกรหัสยืนยันอีเมล2026-07-10
หน้าจอ You're Almost There แสดงช่องกรอกรหัส 6 หลักที่ยังว่าง พร้อมปุ่ม Continue ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าจอ “You’re Almost There” ให้กด “Get Code” เพื่อให้ MEXC ส่งรหัสยืนยัน 6 หลักไปยังอีเมลที่คุณกรอกไว้ แล้วนำรหัสมากรอกลงในช่องทั้งหกช่องให้ครบ โดยรหัสมีอายุใช้งาน 15 นาที
เมื่อกรอกรหัสครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Continue” เพื่อไปตั้งรหัสผ่านของบัญชีในขั้นตอนถัดไป
-
เปิดอีเมลเพื่อคัดลอกรหัสยืนยัน
— ภาพ 14อีเมลรหัสยืนยันจาก MEXC2026-07-10
อีเมลจาก MEXC แสดงรหัสยืนยัน 6 หลักในเนื้อความ พร้อมระบุว่ารหัสใช้ได้ 15 นาที ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หากยังไม่เห็นรหัส ให้เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร แล้วมองหาอีเมลจาก MEXC ที่ขึ้นหัวเรื่องว่า “[MEXC] Account Sign-Up Verification Code” ภายในเนื้ออีเมลจะมีรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงเป็นตัวเลขเด่นชัด ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้ายืนยันก่อนหน้า และควรใช้ให้ทันภายใน 15 นาทีก่อนรหัสหมดอายุ
-
ตั้งรหัสผ่านของบัญชี
— ภาพ 15หน้าตั้งรหัสผ่านที่ยังว่าง2026-07-10
หน้าจอ Set Password แสดงช่องรหัสผ่านว่าง พร้อมรายการเงื่อนไขความปลอดภัยด้านล่าง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm ที่หน้าจอ “Set Password” ให้พิมพ์รหัสผ่านที่ต้องการลงในช่อง “Password” ที่ยังว่างอยู่ ใต้ช่องมีรายการเงื่อนไขกำกับไว้ ได้แก่ ความยาว 10-128 ตัวอักษร มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลขอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว ให้ตั้งรหัสผ่านให้ครบทุกเงื่อนไข เพื่อให้ผ่านการตรวจในขั้นถัดไป
-
ยืนยันรหัสผ่านที่ครบทุกเงื่อนไข
— ภาพ 16รหัสผ่านครบทุกเงื่อนไข2026-07-10
ช่องรหัสผ่านถูกกรอกและเงื่อนไขทุกข้อขึ้นเครื่องหมายถูก พร้อมกดปุ่ม Confirm ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm เมื่อพิมพ์รหัสผ่านจนเงื่อนไขทุกข้อขึ้นเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Confirm” เพื่อบันทึกรหัสผ่านและปิดขั้นตอนการสมัคร จากนั้นจะมีหน้าต่างแจ้งให้ยืนยันตัวตน (KYC) ปรากฏขึ้นมา
-
เริ่มยืนยันตัวตนจากหน้าต่างแจ้งเตือน
— ภาพ 17หน้าต่างชวนทำ KYC2026-07-10
หน้าต่างแจ้งให้ทำ KYC หลังสมัครเสร็จ พร้อมปุ่ม Verify Now สำหรับเริ่มยืนยัน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm หลังยืนยันรหัสผ่าน จะมีหน้าต่าง “Please Complete KYC Verification” ขึ้นมาแจ้งว่าต้องยืนยันตัวตนก่อน จึงจะเข้าใช้บริการและฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ครบ ให้กดปุ่ม “Verify Now” เพื่อเข้าสู่หน้ายืนยันตัวตน
สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร MEXC เสร็จ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์ กับการยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
การยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์
ที่หน้า “Identification” คุณจะเห็นระดับการยืนยันตัวตนให้เลือกสองแบบ คือ “Primary KYC” ที่ใช้เพียงเอกสารแสดงตน และ “Advanced KYC” ที่ระบบแนะนำ (ติดป้าย “Get 200 USDT”) ซึ่งต้องสแกนใบหน้าเพิ่ม แต่ได้สิทธิ์และวงเงินสูงกว่า
ตาราง “Account Benefits” ด้านล่างเปรียบเทียบวงเงินฝาก-ถอนและสิทธิ์การเทรดของแต่ละระดับให้พิจารณาก่อนตัดสินใจ เมื่อเลือกได้แล้ว ให้กด “Verify via Web” เพื่อยืนยันผ่านเว็บ หรือ “Verify via App” หากต้องการทำผ่านแอป แล้วไปยังขั้นตอนเลือกประเทศและประเภทเอกสาร
ที่หน้า “Select Country and ID Type” ให้เลือกประเทศที่ออกเอกสารจากช่องแบบเลื่อนลง “Country/Region” (ในภาพเลือกไว้เป็น Thailand) จากนั้นเลือกประเภทเอกสารจากสี่ตัวเลือก ได้แก่ “ID card”, “Passport”, “Driving license” และ “Residence Permit”
เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กด “Next” เพื่อไปยังหน้าถ่ายและอัปโหลดรูปเอกสาร โดยด้านล่างระบุเวลาตรวจสอบโดยประมาณไว้ที่ “Estimated Review Time: 2 hours”
หน้าถัดมาแสดง “ID Photo Requirements” พร้อมตัวอย่างภาพที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ (Good, Cropped, Blurred, Reflection) ให้เตรียมรูปเอกสารตัวจริงที่ชัดเจนและครบตามเงื่อนไข
อัปโหลดรูปด้านหน้าและด้านหลังของเอกสารลงในช่องที่กำกับว่า “Take a photo of the front of your ID” และช่องด้านหลัง เมื่อครบแล้ว ให้กด “Submit for Review” เพื่อส่งเอกสารเข้าตรวจสอบ
การยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
ที่หน้า “Identification” คุณจะเห็นระดับการยืนยันตัวตนให้เลือกสองแบบ คือ “Primary KYC” ที่ใช้เพียงเอกสารแสดงตน และ “Advanced KYC” ที่ระบบแนะนำ (ติดป้าย “Get 200 USDT”) ซึ่งต้องสแกนใบหน้าเพิ่ม แต่ได้สิทธิ์และวงเงินสูงกว่า
ตาราง “Account Benefits” ด้านล่างเปรียบเทียบวงเงินฝาก-ถอนและสิทธิ์การเทรดของแต่ละระดับให้พิจารณาก่อนตัดสินใจ เมื่อเลือกได้แล้ว ให้กด “Verify via Web” เพื่อยืนยันผ่านเว็บ หรือ “Verify via App” หากต้องการทำผ่านแอป แล้วไปยังขั้นตอนเลือกประเทศและประเภทเอกสาร
ที่หน้า “Select Country and ID Type” ให้เลือกประเทศที่ออกเอกสารจากช่องแบบเลื่อนลง “Country/Region” (ในภาพเลือกไว้เป็น Thailand) จากนั้นเลือกประเภทเอกสารจากสี่ตัวเลือก ได้แก่ “ID card”, “Passport”, “Driving license” และ “Residence Permit”
เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กด “Next” เพื่อไปยังหน้าถ่ายและอัปโหลดรูปเอกสาร โดยด้านล่างระบุเวลาตรวจสอบโดยประมาณไว้ที่ “Estimated Review Time: 2 hours”
หน้าถัดมาแสดง “ID Photo Requirements” พร้อมตัวอย่างภาพที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ (Good, Cropped, Blurred, Reflection) ให้เตรียมรูปเอกสารตัวจริงที่ชัดเจนและครบตามเงื่อนไข
อัปโหลดรูปด้านหน้าและด้านหลังของเอกสารลงในช่องที่กำกับว่า “Take a photo of the front of your ID” และช่องด้านหลัง เมื่อครบแล้ว ให้กด “Submit for Review” เพื่อส่งเอกสารเข้าตรวจสอบ
เมื่อถึงขั้นนี้ คุณสมัครบัญชี MEXC เสร็จและส่งเอกสารยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอผลตรวจสอบตามเวลาที่ระบบแจ้งไว้ราว 2 ชั่วโมง
รหัสแนะนำ MEXC เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้
หากสมัครบัญชีเสร็จโดยไม่ได้กรอกรหัสแนะนำ จะไม่สามารถนำรหัสแนะนำมาผูกกับบัญชีในภายหลังได้ จึงโปรดระมัดระวัง
อนึ่ง หากยังทำ KYC (การยืนยันตัวตน) ไม่เสร็จ คุณยังสามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ จึงควรพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
- ในช่องกรอกรหัสแนะนำมี 1GNtz แสดงอยู่หรือไม่
- ตรวจสอบช่องรหัสแนะนำอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์
MEXC คืออะไร
การก่อตั้ง ขนาด และผลิตภัณฑ์ที่รองรับ
MEXC เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2018 และเติบโตจนติดกลุ่มกระดานเทรดคริปโตขนาดใหญ่ของโลก จุดที่ต้องเข้าใจก่อนสมัครคือ MEXC ดำเนินงานแบบ offshore โดยบริษัทเบื้องหลังแบรนด์คือ MX Global Ltd ซึ่งจดทะเบียนเป็น IBC ที่เซเชลส์ (เมืองวิกตอเรีย เลขที่ 238047) และยังไม่มีการเปิดเผยบริษัทดำเนินงานระดับโลกที่รวมเป็นหนึ่งเดียว โครงสร้างแบบนี้ส่งผลต่อทั้งการกำกับดูแลและช่องทางเยียวยา ซึ่งเราจะกล่าวถึงในบทถัด ๆ ไป
ตัวเลขในกรอบด้านบนบอกว่า MEXC เป็นกระดานที่มีสภาพคล่องระดับต้น ๆ โดยเฉพาะฝั่ง derivatives ทั้งนี้ปริมาณการเทรดที่ต่างกันในแต่ละแหล่งเป็นเพราะ methodology และการกรอง wash trade ต่างกัน ผู้ใช้จึงควรมองตัวเลขเหล่านี้เป็นช่วง ไม่ใช่ค่าตายตัว ในแง่ความกว้างของผลิตภัณฑ์ MEXC มีคู่เทรดที่ถูกติดตามราว 2,290-2,915 คู่ และเปิด USDT-M perpetual futures ที่โฆษณาเลเวอเรจสูงสุดถึง 500x ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ดึงดูดเทรดเดอร์สาย derivatives
พัฒนาการล่าสุดของ MEXC มีทั้งการปรับโมเดลโทเคนและการขยายไปสู่สินทรัพย์ประเภทใหม่ ดังไทม์ไลน์ด้านล่าง
ค่าธรรมเนียมการเทรดและส่วนลดจากโทเคน MX
โครงสร้างค่าธรรมเนียมคือจุดขายหลักที่ทำให้ต้นทุนการเทรดบน MEXC ต่ำกว่ากระดานทั่วไป โดยแยกได้เป็นค่าธรรมเนียมเทรด ส่วนลดจากโทเคนเนทีฟ และค่าถอน ดังนี้
- ค่าธรรมเนียม spot
- maker 0% ทุกตลาด / taker สูงสุด 0.05% หลายคู่เป็น 0-fee แบบโปรโมชัน ส่วนคู่ BTC และ ETH ลด taker เหลือราว 0.024%-0.03%
- ค่าธรรมเนียม futures
- คงที่ maker 0% / taker 0.02%
- ส่วนลดจากโทเคน MX
- การถือหรือใช้โทเคน MX ให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 20% ทั้ง spot และ USDT-M futures บาง source ระบุ futures ได้ถึง 50% เมื่อถือ MX เกินเกณฑ์ โดย MX เป็น ERC-20 utility token อุปทานสูงสุด 1 พันล้านเหรียญ พร้อม buyback-and-burn รายไตรมาส
- โครงสร้าง tier และค่าถอน
- ไม่มีบันได VIP แบบ 30 วันตามปริมาณเทรดแบบดั้งเดิม ใช้ตารางเกือบศูนย์บวก special rate ราย pair แทน ส่วนค่าธรรมเนียมถอนต่างกันตาม asset และ network ไม่มีอัตราคงที่เดียว
MEXC ชูตัวเองว่าเป็น spot แบบ “0-fee” ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่าต้นทุนฝั่ง spot ต่ำมาก แต่เพราะหลายคู่เป็นโปรโมชันชั่วคราวและค่าถอนขึ้นกับ network ผู้ใช้จึงควรตรวจอัตราจริงราย pair ก่อนเทรดทุกครั้ง ข้อมูลอัตราทั้งหมดนี้อ้างอิง ณ 2026-07-10 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กระดานประกาศ
จุดเด่นของ MEXC
จุดที่แตกต่างจากกระดานเทรดอื่น
จุดเด่นที่ทำให้ MEXC ต่างจากกระดานอื่นกระจุกอยู่ที่ความกว้างของสินทรัพย์และต้นทุนที่ต่ำ แต่แทบทุกข้อมาพร้อม trade-off ที่ผู้ใช้ควรชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ
- ลิสต์เหรียญใหม่จำนวนมากและรวดเร็ว
- รายงานตัวเองว่ามีสินทรัพย์กว่า 3,000 รายการ ทำให้เข้าถึงอัลต์คอยน์ที่เพิ่งออกได้เร็วกว่ากระดานใหญ่ โดย trade-off คือมีเหรียญที่ไม่ผ่านการคัดกรองและมีความเสี่ยงสูงจำนวนมาก
- ต้นทุน spot เกือบเป็นศูนย์
- maker 0% บวกคู่ 0-fee แบบโปรโมชันจำนวนมาก (0-Fee Fest) ทำให้ต้นทุนฝั่ง spot พาดหัวต่ำ
- โทเคน ETF แบบเลเวอเรจ
- เช่น BTC3L และ BTC3S (ตัวคูณคงที่รายวัน 2x-5x) เทรดบน spot ได้โดยไม่ต้องมีบัญชี margin ไม่มี funding rate และไม่มีราคา liquidation
- RealStocks หุ้นสหรัฐแบบ tokenized/ของจริง
- เทรดหุ้นสหรัฐฟรีค่าคอมมิชชัน (ถือหุ้นจริงพร้อมสิทธิปันผล) บวกคู่หุ้นและ ETF แบบ tokenized ที่ออกโดย Ondo (มีสินทรัพย์อ้างอิง custody) รวมคริปโตกับหุ้นสหรัฐไว้ในกระดานเดียว เปิดเมื่อ 2026-06-03
- เทรดพื้นฐานโดยไม่ต้อง KYC
- สร้างบัญชีและเทรด spot/futures พื้นฐานได้โดยไม่บังคับ KYC (Tier 0 ถอนได้ถึง 5 BTC/วัน) โดย trade-off คือท่าทีด้านกฎระเบียบที่อ่อนและเสี่ยงบัญชีถูกระงับ
ในมุมมองของทีมบรรณาธิการ chainhelm จุดเด่นเหล่านี้ทำให้ MEXC เป็นสนามที่คล่องตัวสำหรับการหาโอกาสในอัลต์คอยน์ใหม่ ๆ แต่ความกว้างที่มาพร้อมเหรียญไร้การคัดกรองและโมเดลที่ไม่บังคับ KYC ก็เป็นดาบสองคม ซึ่งเป็นแกนสำคัญของการประเมินว่ากระดานนี้เหมาะกับใคร
MEXC เหมาะกับใคร และเมื่อใดควรเลือกกระดานอื่น
MEXC เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าถึงอัลต์คอยน์ใหม่และ long-tail อย่างรวดเร็วด้วยต้นทุนต่ำ (มักเป็นศูนย์) รวมถึงผู้ใช้ derivatives ที่มองหาเลเวอเรจสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ กลุ่มนี้มักเป็นเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และยอมรับ trade-off ของกระดาน offshore ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน MiCA หรือในสหรัฐได้
ในทางกลับกัน มีอย่างน้อยสองกรณีที่ผู้ใช้ควรเลือกกระดานอื่นแทน
ผู้ที่ต้องการใบอนุญาตและช่องทางเยียวยา
ผู้อยู่อาศัยในเขตที่ MEXC ไม่ให้บริการ
MEXC เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าถึงอัลต์คอยน์ใหม่ด้วยต้นทุนเกือบศูนย์และยอมรับ trade-off ของกระดาน offshore ที่ไม่มีใบอนุญาต ส่วนผู้ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองตามกฎ ควรเลือกกระดานที่มีใบอนุญาตในประเทศของตน
เมื่อเทียบกับ Tier-1 CEX ที่คิดค่าธรรมเนียมฐานราว 0.1% MEXC นำด้านความกว้างและความเร็วของการลิสต์เหรียญใหม่ รวมถึงต้นทุน spot ที่เกือบเป็นศูนย์ ขณะที่ Tier-1 มีสินทรัพย์ที่ผ่านการคัดกรองมากกว่าและ standing ด้านกฎระเบียบที่ดีกว่า ทั้งนี้ยังไม่มีการจัดทำตารางเมตริกข้ามกระดานอย่างเป็นทางการในงานวิจัยชุดนี้ ผู้ใช้จึงควรเทียบตัวเลขล่าสุดด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ
แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ MEXC
สถานะใบอนุญาตและบริษัทในเครือระดับประเทศ
สิ่งที่ผู้ใช้ควรเข้าใจให้ชัดเกี่ยวกับ MEXC คือสถานะด้านใบอนุญาต ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดที่สุดของกระดานนี้
การไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจหลักหมายความว่าผู้ใช้แทบไม่มีหน่วยงานกำกับในประเทศคอยคุ้มครอง หากเกิดข้อพิพาท ช่องทางเยียวยาจึงจำกัดกว่ากระดานที่มีใบอนุญาต
ในบริบทเดียวกัน MEXC มีบริษัทผู้ยื่นขอในตุรกีที่ใช้แบรนด์เดียวกันคือ Mexc TR (Mexc Kripto Varlık Alım Satım Platformu A.Ş.) ซึ่งอยู่ใน operating-list ชั่วคราวของ SPK (ลำดับที่ 37 ยังไม่มีใบอนุญาต) แต่ถูกห้ามรับลูกค้าใหม่ตั้งแต่ 2025-07-17 จึงเป็นเพียงบันทึกข้อเท็จจริง ไม่ใช่ช่องทางการใช้งานสำหรับผู้อ่าน
ประเทศที่ใช้ไม่ได้และประเทศที่มีข้อจำกัด
MEXC ระบุรายชื่อเขตอำนาจที่ห้ามใช้ไว้อย่างชัดเจน และยังมีอีกหลายประเทศที่จำกัดหรือออกคำเตือน ดังภาพรวมด้านล่าง
กรณีที่ชัดที่สุดคือ EU/EEA ซึ่ง MEXC ยังไม่มีใบอนุญาตในฐานะ CASP ตาม MiCA และได้แนะนำผู้ใช้ในยุโรปเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ให้ถอนเงินก่อนเส้นตาย 2026-07-01 หลังจากนั้นจะไม่รับสมัครหรือให้บริการลูกค้า EU/EEA อีก
สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย ปัจจุบันยังสามารถสมัครใหม่และใช้งาน MEXC ได้ และไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ถูกจำกัดการดาวน์โหลดแอปเหมือนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรืออินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม MEXC ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ของไทย และดำเนินงานแบบ offshore ที่ไม่มีใบอนุญาตในประเทศ ผู้ใช้ชาวไทยจึงควรพิจารณาจุดนี้ประกอบการตัดสินใจ
ทิศทางของกฎระเบียบ
เมื่อมองภาพรวม ทิศทางกฎระเบียบที่มีต่อ MEXC กำลังเข้มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งคำเตือน MiCA ของ AFM (2025-09-16) การแจ้งไม่มีใบอนุญาตของ Seychelles FSA (2026-05-26) และแรงกดดันให้ถอนตัวจาก EU/EEA ตาม MiCA (เส้นตาย 2026-07-01) เมื่อรวมกับปัญหาบัญชีถูกระงับในปี 2025 สัญญาณเหล่านี้ชี้ไปทางเดียวกัน
ทิศทางกฎระเบียบของ MEXC กำลังเข้มขึ้น การเฝ้าระวังที่มากขึ้นและการใช้งานได้ที่ลดลงในตลาดที่มีการกำกับ คือแนวโน้มที่ผู้ใช้ควรจับตาก่อนผูกเงินก้อนใหญ่ไว้กับกระดานนี้
ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ MEXC
ประวัติด้านคู่สัญญาและการเข้าถึงเงินทุน
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของ MEXC ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใช้ควบคุมเองอย่างเลเวอเรจ แต่เป็นเรื่องที่อยู่นอกการควบคุมของผู้ใช้ นั่นคือกระดานจะดูแลเงินของคุณและให้ถอนได้จริงหรือไม่ ซึ่งประเมินได้จาก track record ที่ผ่านมา
สิ่งที่กรณีนี้สะท้อนคือความเสี่ยงด้านการเข้าถึงเงินทุน ยิ่งเมื่อ MX Global Ltd ถูก Seychelles FSA แจ้งว่าไม่มีใบอนุญาต (2026-05-26) และ MEXC ถูก Netherlands AFM เตือน (2025-09-16) โดยยังไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจหลัก ช่องทางเยียวยาด้านกฎระเบียบของผู้ใช้จึงจำกัด
ด้านทุนสำรอง MEXC เผยแพร่ Proof of Reserves แบบ Merkle-tree ที่ตรวจโดย Hacken โดยตัวเลขเดือนมิถุนายน 2026 มีดังนี้
นอกจากนี้ยังมี Guardian Fund (USDT/BTC เป้าหมาย USD 500M) และ Futures Insurance Fund เสริมอยู่ แต่ผู้ใช้ควรเข้าใจว่าการมีทุนสำรองเกิน 100% เป็นคนละเรื่องกับการถอนเงินได้แบบเรียลไทม์ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขทุนสำรองยังต่างกันมากตามแหล่งข้อมูล (DeFiLlama clean assets ราว USD 4.11B, CoinGecko tracked ราว USD 618M และตัวเลขที่ MEXC รายงานเองราว USD 5.01B) เพราะ wallet coverage และ methodology ต่างกัน ในด้านที่เป็นบวก นับจากก่อตั้งในปี 2018 ยังไม่มีการเปิดเผยเหตุการณ์ hack ใหญ่หรือการขโมยเงินผู้ใช้ ซึ่งเราบันทึกไว้ในฐานะข้อค้นพบที่เป็นการไม่มีเหตุการณ์ ไม่ใช่การรับประกันความปลอดภัยในอนาคต
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ KYC และเหรียญที่ลิสต์
ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ “ต่อคุณ” โดยตรงคือการใช้งานได้ในตลาดที่มีการกำกับกำลังเข้มขึ้น เมื่อ EU/EEA ถูกกันออกตาม MiCA (2026-07-01) และแนวโน้มโดยรวมชี้ไปทางเข้มขึ้น ผู้ใช้ในตลาดที่มีการกำกับจึงมีความเสี่ยงที่จะถูกกันออกจาก MEXC ในอนาคต แม้วันนี้จะยังใช้งานได้ก็ตาม
โดยสรุป ความเสี่ยงหลักของ MEXC ผูกอยู่กับตัวกระดานเอง ทั้งประวัติการระงับบัญชี ช่องทางเยียวยาที่จำกัดจากการไม่มีใบอนุญาต และคุณภาพของสินทรัพย์ที่ลิสต์ ผู้ใช้ที่ตัดสินใจสมัครจึงควรบริหารความเสี่ยงด้วยการไม่ฝากเงินเกินกว่าที่รับความเสียหายได้ และติดตามสถานะการใช้งานในประเทศของตนอย่างสม่ำเสมอ