— สารบัญ 9 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ Bitget “MLWKXVCN” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Bitget “MLWKXVCN”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร Bitget ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร Bitget เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ Bitget เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 Bitget คืออะไร
  7. 07 จุดเด่นของ Bitget
  8. 08 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Bitget
  9. 09 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Bitget

รหัสแนะนำ Bitget เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-12 เราได้สมัครในฐานะผู้ใช้ใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงกรอกรหัสตอนสมัคร คุณก็จะได้รับ โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 7,780 USD รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้ จึงแนะนำให้กรอกตั้งแต่ตอนลงทะเบียน

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัครด้วยรหัสแนะนำ Bitget จุดเด่นของ Bitget การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการกรอกรหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ Bitget “MLWKXVCN” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้สร้างบัญชี Bitget ใหม่เมื่อ 2026-07-12 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “MLWKXVCN” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
2026-07-12
ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
ฟอร์ม "Welcome to Bitget" ที่ช่อง "Email/Mobile" ยังว่าง และช่อง "Referral code" แสดงรหัส "MLWKXVCN" ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “Welcome to Bitget” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ MLWKXVCN ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Bitget “MLWKXVCN”

เมื่อกรอกรหัสนี้ตอนสมัคร คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Bitget

  • สิทธิประโยชน์: โบนัสสำหรับผู้ใช้ใหม่ มูลค่าสูงสุดเทียบเท่า 7,780 USD
  • วันหมดอายุ: ไม่มี
  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่

รหัสแนะนำจะถูกนำไปใช้เฉพาะตอนสร้างบัญชีเท่านั้น หากลืมกรอกจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ จึงโปรดระมัดระวัง

ขั้นตอนการสมัคร Bitget ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์ กับการสมัครบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการสมัครบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ Bitget ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. กรอกอีเมลเพื่อเริ่มสร้างบัญชี

    ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
    2026-07-12
    ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
    ฟอร์ม "Welcome to Bitget" ที่ช่อง "Email/Mobile" ยังว่าง และช่อง "Referral code" แสดงรหัส "MLWKXVCN" ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่ฟอร์มสมัครสมาชิกซึ่งขึ้นหัวข้อว่า “Welcome to Bitget” ให้กรอกอีเมล (หรือเบอร์โทรศัพท์) ที่ต้องการใช้สมัครลงในช่องว่าง “Email/Mobile” โดยช่อง “Referral code” จะมีรหัส “MLWKXVCN” กรอกมาให้อัตโนมัติจากลิงก์เชิญชวนอยู่แล้ว

    จากนั้นติ๊กช่องยอมรับ “User Agreement” และ “Privacy Policy” เพื่อยืนยันว่าได้อ่านและยอมรับเงื่อนไข ส่วนช่องรับข่าวสารโปรโมชันจะถูกติ๊กไว้ให้ล่วงหน้า ยกเลิกได้หากไม่ต้องการ

    ทางด้านข้างของฟอร์มยังแสดงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ “Claim your 6,200 USDT welcome pack” ไว้ด้วย

  3. คลิก “Next” เพื่อไปตั้งรหัสผ่าน

    ฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบแล้ว
    2026-07-12
    ฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบแล้ว
    ช่อง "Email/Mobile" มีอีเมลแล้ว และช่องยอมรับข้อตกลงถูกติ๊กเรียบร้อย ปุ่ม "Next" พร้อมให้กดต่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกรอกอีเมลลงในช่อง “Email/Mobile” เรียบร้อย โดยมีรหัสเชิญชวน “MLWKXVCN” อยู่ในช่อง “Referral code” ให้อัตโนมัติ และติ๊กยอมรับข้อตกลงครบแล้ว ให้คลิกปุ่ม “Next” เพื่อไปยังขั้นตอนตั้งรหัสผ่านของบัญชี

  4. ตั้งรหัสผ่านของบัญชี

    หน้าตั้งรหัสผ่าน
    2026-07-12
    หน้าตั้งรหัสผ่าน
    หน้า "Set password" ช่อง "Password" ยังว่าง และปุ่ม "Next" ยังเป็นสีจางกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้า “Set password” ให้ตั้งรหัสผ่านลงในช่อง “Password” ซึ่งด้านล่างจะมีเงื่อนไขกำกับไว้ ทั้งความยาว 8–32 ตัวอักษร มีตัวเลข ตัวพิมพ์ใหญ่ และอักขระพิเศษอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว

    ด้านบนช่องจะแสดงอีเมลบัญชีที่ใช้สมัครพร้อมปุ่ม “Edit” หากต้องการแก้ไข ทั้งนี้ปุ่ม “Next” จะยังกดไม่ได้จนกว่าจะตั้งรหัสผ่านครบทุกเงื่อนไข

  5. คลิก “Next” เมื่อรหัสผ่านผ่านครบ

    รหัสผ่านผ่านทุกเงื่อนไข
    2026-07-12
    รหัสผ่านผ่านทุกเงื่อนไข
    ช่อง "Password" ถูกกรอกแล้ว เงื่อนไขทั้งหมดขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว และปุ่ม "Next" พร้อมกด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อรหัสผ่านที่กรอกผ่านครบทุกเงื่อนไข รายการเงื่อนไขด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายถูกสีเขียวทั้งหมด และปุ่ม “Next” จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มให้กดได้ ให้คลิก “Next” จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างยืนยันตัวตนด้วยการเลือกรูปภาพขึ้นมา

  6. เลือกรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน

    ยืนยันตัวตนด้วยรูปภาพ
    2026-07-12
    ยืนยันตัวตนด้วยรูปภาพ
    หน้าต่าง "Select 1 images with" แสดงรูปภาพให้เลือกในตาราง 2×2 จำนวนสี่ช่อง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัยจะปรากฏขึ้นพร้อมคำสั่ง “Select 1 images with” และไอคอนตัวอย่างที่มุมขวา ให้เลือกรูปภาพในตาราง 2×2 ที่ตรงกับไอคอนตัวอย่างนั้น เมื่อเลือกถูกต้อง ระบบจะพาไปยังขั้นตอนกรอกรหัสยืนยันที่ส่งไปทางอีเมล

  7. กรอกรหัสยืนยันจากอีเมล

    หน้ากรอกรหัสยืนยัน
    2026-07-12
    หน้ากรอกรหัสยืนยัน
    หน้า "Enter verification code" มีช่องกรอกรหัส 6 หลักที่ยังว่าง พร้อมตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับขอรหัสใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้า “Enter verification code” ระบบจะส่งรหัสยืนยัน 6 หลักไปยังอีเมลที่ใช้สมัครโดยอัตโนมัติ ให้เปิดอีเมลเพื่อดูรหัส แล้วนำมากรอกลงในช่องทั้งหกช่องตามลำดับ

    หากยังไม่ได้รับรหัส ให้รอจนตัวนับเวลาถอยหลังสิ้นสุด แล้วกด “Didn’t receive the verification code?” เพื่อขอส่งรหัสใหม่ เมื่อกรอกรหัสครบถูกต้อง บัญชี Bitget ของคุณก็จะถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์

  8. เปิดอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน

    อีเมลยืนยันจาก Bitget
    2026-07-12
    อีเมลยืนยันจาก Bitget
    อีเมล "【Bitget】Email registration" แสดงข้อความ "Verify your email" พร้อมรหัสยืนยัน 6 หลัก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร แล้วมองหาอีเมลจาก Bitget หัวข้อ “【Bitget】Email registration” เมื่อเปิดอ่านจะพบข้อความ “Verify your email” พร้อมรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงเป็นตัวเลขสีฟ้าขนาดใหญ่ ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้าสมัคร ทั้งนี้รหัสมีอายุใช้งาน 10 นาที จึงควรกรอกให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด

  9. เริ่มยืนยันตัวตนจากหน้าแรก

    หน้าแรกหลังสมัครสำเร็จ
    2026-07-12
    หน้าแรกหลังสมัครสำเร็จ
    หน้าแรกของ Bitget ในสถานะล็อกอินแล้ว มีแถบ "Complete identity verification to unlock all features." พร้อมปุ่ม "Verify now" ด้านบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อสร้างบัญชีเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแรกของ Bitget ในสถานะเข้าสู่ระบบแล้ว ด้านบนจะมีแถบแจ้งเตือน “Complete identity verification to unlock all features.” พร้อมลิงก์ “Verify now” ให้คลิก “Verify now” เพื่อไปยังหน้ายืนยันตัวตนและปลดล็อกการใช้งานเต็มรูปแบบ

ขั้นตอนการสมัครบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าลงทะเบียนอย่างเป็นทางการของ Bitget บนแอปมือถือหรือเบราว์เซอร์ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. กรอกอีเมลเพื่อเริ่มสร้างบัญชี

    ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
    2026-07-12
    ฟอร์มสมัครก่อนกรอกข้อมูล
    ฟอร์ม "Welcome to Bitget" ที่ช่อง "Email/Mobile" ยังว่าง และช่อง "Referral code" แสดงรหัส "MLWKXVCN" ไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่ฟอร์มสมัครสมาชิกซึ่งขึ้นหัวข้อว่า “Welcome to Bitget” ให้กรอกอีเมล (หรือเบอร์โทรศัพท์) ที่ต้องการใช้สมัครลงในช่องว่าง “Email/Mobile” โดยช่อง “Referral code” จะมีรหัส “MLWKXVCN” กรอกมาให้อัตโนมัติจากลิงก์เชิญชวนอยู่แล้ว

    จากนั้นติ๊กช่องยอมรับ “User Agreement” และ “Privacy Policy” เพื่อยืนยันว่าได้อ่านและยอมรับเงื่อนไข ส่วนช่องรับข่าวสารโปรโมชันจะถูกติ๊กไว้ให้ล่วงหน้า ยกเลิกได้หากไม่ต้องการ

    ทางด้านข้างของฟอร์มยังแสดงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้ใหม่ “Claim your 6,200 USDT welcome pack” ไว้ด้วย

  3. คลิก “Next” เพื่อไปตั้งรหัสผ่าน

    ฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบแล้ว
    2026-07-12
    ฟอร์มที่กรอกข้อมูลครบแล้ว
    ช่อง "Email/Mobile" มีอีเมลแล้ว และช่องยอมรับข้อตกลงถูกติ๊กเรียบร้อย ปุ่ม "Next" พร้อมให้กดต่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกรอกอีเมลลงในช่อง “Email/Mobile” เรียบร้อย โดยมีรหัสเชิญชวน “MLWKXVCN” อยู่ในช่อง “Referral code” ให้อัตโนมัติ และติ๊กยอมรับข้อตกลงครบแล้ว ให้คลิกปุ่ม “Next” เพื่อไปยังขั้นตอนตั้งรหัสผ่านของบัญชี

  4. ตั้งรหัสผ่านของบัญชี

    หน้าตั้งรหัสผ่าน
    2026-07-12
    หน้าตั้งรหัสผ่าน
    หน้า "Set password" ช่อง "Password" ยังว่าง และปุ่ม "Next" ยังเป็นสีจางกดไม่ได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้า “Set password” ให้ตั้งรหัสผ่านลงในช่อง “Password” ซึ่งด้านล่างจะมีเงื่อนไขกำกับไว้ ทั้งความยาว 8–32 ตัวอักษร มีตัวเลข ตัวพิมพ์ใหญ่ และอักขระพิเศษอย่างละอย่างน้อยหนึ่งตัว

    ด้านบนช่องจะแสดงอีเมลบัญชีที่ใช้สมัครพร้อมปุ่ม “Edit” หากต้องการแก้ไข ทั้งนี้ปุ่ม “Next” จะยังกดไม่ได้จนกว่าจะตั้งรหัสผ่านครบทุกเงื่อนไข

  5. คลิก “Next” เมื่อรหัสผ่านผ่านครบ

    รหัสผ่านผ่านทุกเงื่อนไข
    2026-07-12
    รหัสผ่านผ่านทุกเงื่อนไข
    ช่อง "Password" ถูกกรอกแล้ว เงื่อนไขทั้งหมดขึ้นเครื่องหมายถูกสีเขียว และปุ่ม "Next" พร้อมกด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อรหัสผ่านที่กรอกผ่านครบทุกเงื่อนไข รายการเงื่อนไขด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายถูกสีเขียวทั้งหมด และปุ่ม “Next” จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มให้กดได้ ให้คลิก “Next” จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างยืนยันตัวตนด้วยการเลือกรูปภาพขึ้นมา

  6. เลือกรูปภาพเพื่อยืนยันตัวตน

    ยืนยันตัวตนด้วยรูปภาพ
    2026-07-12
    ยืนยันตัวตนด้วยรูปภาพ
    หน้าต่าง "Select 1 images with" แสดงรูปภาพให้เลือกในตาราง 2×2 จำนวนสี่ช่อง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หน้าต่างยืนยันความปลอดภัยจะปรากฏขึ้นพร้อมคำสั่ง “Select 1 images with” และไอคอนตัวอย่างที่มุมขวา ให้เลือกรูปภาพในตาราง 2×2 ที่ตรงกับไอคอนตัวอย่างนั้น เมื่อเลือกถูกต้อง ระบบจะพาไปยังขั้นตอนกรอกรหัสยืนยันที่ส่งไปทางอีเมล

  7. กรอกรหัสยืนยันจากอีเมล

    หน้ากรอกรหัสยืนยัน
    2026-07-12
    หน้ากรอกรหัสยืนยัน
    หน้า "Enter verification code" มีช่องกรอกรหัส 6 หลักที่ยังว่าง พร้อมตัวนับเวลาถอยหลังสำหรับขอรหัสใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ที่หน้า “Enter verification code” ระบบจะส่งรหัสยืนยัน 6 หลักไปยังอีเมลที่ใช้สมัครโดยอัตโนมัติ ให้เปิดอีเมลเพื่อดูรหัส แล้วนำมากรอกลงในช่องทั้งหกช่องตามลำดับ

    หากยังไม่ได้รับรหัส ให้รอจนตัวนับเวลาถอยหลังสิ้นสุด แล้วกด “Didn’t receive the verification code?” เพื่อขอส่งรหัสใหม่ เมื่อกรอกรหัสครบถูกต้อง บัญชี Bitget ของคุณก็จะถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์

  8. เปิดอีเมลเพื่อดูรหัสยืนยัน

    อีเมลยืนยันจาก Bitget
    2026-07-12
    อีเมลยืนยันจาก Bitget
    อีเมล "【Bitget】Email registration" แสดงข้อความ "Verify your email" พร้อมรหัสยืนยัน 6 หลัก ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดกล่องจดหมายของอีเมลที่ใช้สมัคร แล้วมองหาอีเมลจาก Bitget หัวข้อ “【Bitget】Email registration” เมื่อเปิดอ่านจะพบข้อความ “Verify your email” พร้อมรหัสยืนยัน 6 หลักแสดงเป็นตัวเลขสีฟ้าขนาดใหญ่ ให้คัดลอกรหัสนี้ไปกรอกในหน้าสมัคร ทั้งนี้รหัสมีอายุใช้งาน 10 นาที จึงควรกรอกให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด

  9. เริ่มยืนยันตัวตนจากหน้าแรก

    หน้าแรกหลังสมัครสำเร็จ
    2026-07-12
    หน้าแรกหลังสมัครสำเร็จ
    หน้าแรกของ Bitget ในสถานะล็อกอินแล้ว มีแถบ "Complete identity verification to unlock all features." พร้อมปุ่ม "Verify now" ด้านบน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อสร้างบัญชีเสร็จ ระบบจะพาเข้าสู่หน้าแรกของ Bitget ในสถานะเข้าสู่ระบบแล้ว ด้านบนจะมีแถบแจ้งเตือน “Complete identity verification to unlock all features.” พร้อมลิงก์ “Verify now” ให้คลิก “Verify now” เพื่อไปยังหน้ายืนยันตัวตนและปลดล็อกการใช้งานเต็มรูปแบบ

สิ่งที่ควรทำหลังสมัคร Bitget เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์ กับการยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การยืนยันตัวตนบน PC/เบราว์เซอร์

หน้ายืนยันตัวตนขั้นพื้นฐาน
2026-07-12
หน้ายืนยันตัวตนขั้นพื้นฐาน
หน้า "Basic identity verification" มีป้าย "Unverified" และปุ่ม "Verify now" สำหรับเริ่มยืนยันตัวตน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้า “Individual verification” จะแสดงหัวข้อ “Basic identity verification” พร้อมป้ายสถานะ “Unverified” ที่บอกว่ายังไม่ได้ยืนยันตัวตน ด้านล่างระบุสิ่งที่ต้องทำไว้ว่า “Submit official identity documents and facial recognition” คือส่งเอกสารยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้า ให้คลิกปุ่ม “Verify now” เพื่อเริ่มขั้นตอนเลือกเอกสาร

เลือกเอกสารยืนยันตัวตน
2026-07-12
เลือกเอกสารยืนยันตัวตน
หน้าต่าง "Select document" มีช่องเลือกประเทศที่พักอาศัย ประเทศที่ออกเอกสาร และ "ID type" พร้อมปุ่ม "Continue" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าต่าง “Select document” จะเปิดขึ้น โดยมีข้อความยืนยันว่าข้อมูลจะถูกใช้เพื่อการยืนยันตัวตนเท่านั้น ให้เลือกประเทศ/เขตที่พักอาศัยในช่อง “Country/region of residence” ประเทศที่ออกเอกสารในช่อง “Issuing country/region” และประเภทเอกสารในช่อง “ID type” ตามลำดับ

เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Continue” เพื่อไปต่อ หรือเลือก “Verify on mobile phone” หากต้องการทำการยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือแทน

เพียงเท่านี้บัญชี Bitget ของคุณก็ถูกสร้างเรียบร้อยและเริ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนจากการเลือกเอกสารแล้ว โดยเมื่อยืนยันจนครบก็จะปลดล็อกการใช้งานทุกฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม

การยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

หน้ายืนยันตัวตนขั้นพื้นฐาน
2026-07-12
หน้ายืนยันตัวตนขั้นพื้นฐาน
หน้า "Basic identity verification" มีป้าย "Unverified" และปุ่ม "Verify now" สำหรับเริ่มยืนยันตัวตน ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้า “Individual verification” จะแสดงหัวข้อ “Basic identity verification” พร้อมป้ายสถานะ “Unverified” ที่บอกว่ายังไม่ได้ยืนยันตัวตน ด้านล่างระบุสิ่งที่ต้องทำไว้ว่า “Submit official identity documents and facial recognition” คือส่งเอกสารยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้า ให้คลิกปุ่ม “Verify now” เพื่อเริ่มขั้นตอนเลือกเอกสาร

เลือกเอกสารยืนยันตัวตน
2026-07-12
เลือกเอกสารยืนยันตัวตน
หน้าต่าง "Select document" มีช่องเลือกประเทศที่พักอาศัย ประเทศที่ออกเอกสาร และ "ID type" พร้อมปุ่ม "Continue" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าต่าง “Select document” จะเปิดขึ้น โดยมีข้อความยืนยันว่าข้อมูลจะถูกใช้เพื่อการยืนยันตัวตนเท่านั้น ให้เลือกประเทศ/เขตที่พักอาศัยในช่อง “Country/region of residence” ประเทศที่ออกเอกสารในช่อง “Issuing country/region” และประเภทเอกสารในช่อง “ID type” ตามลำดับ

เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กดปุ่ม “Continue” เพื่อไปต่อ หรือเลือก “Verify on mobile phone” หากต้องการทำการยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือแทน

เพียงเท่านี้บัญชี Bitget ของคุณก็ถูกสร้างเรียบร้อยและเริ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนจากการเลือกเอกสารแล้ว โดยเมื่อยืนยันจนครบก็จะปลดล็อกการใช้งานทุกฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม

รหัสแนะนำ Bitget เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำกรอกได้เฉพาะตอนสมัครเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากสมัครบัญชีเสร็จโดยไม่ได้กรอกรหัสแนะนำ จะไม่สามารถนำรหัสแนะนำมาผูกกับบัญชีในภายหลังได้ จึงโปรดระมัดระวัง

อนึ่ง หากยังทำ KYC (การยืนยันตัวตน) ไม่เสร็จ คุณยังสามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ จึงควรพิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

  • ในช่องกรอกรหัสแนะนำมี MLWKXVCN แสดงอยู่หรือไม่
  • ตรวจสอบช่องรหัสแนะนำอีกครั้งก่อนสร้างบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์

Bitget คืออะไร

Bitget เปิดให้บริการในปี 2018 ในช่วงตลาดขาลง โดยวางจุดตั้งต้นไว้ที่ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์และการ copy trading บริษัทผู้ดำเนินการจดทะเบียนในเซเชลส์เมื่อปลายปี 2022 ไม่ได้ประกาศสำนักงานใหญ่ทางกายภาพเพียงแห่งเดียว และมีทีมงานกระจายอยู่ราว 60 ประเทศ พร้อมบริษัทลูกที่ได้รับใบอนุญาตในเอลซัลวาดอร์ จอร์เจีย บัลแกเรีย และดูไบ ทำให้โปรไฟล์โดยรวมเป็นแบบ offshore ที่มีการขึ้นทะเบียนในระดับภูมิภาคควบคู่กันไป ปัจจุบันมี Gracy Chen เป็นซีอีโอ (เข้ารับตำแหน่งในปี 2024 แทน Sandra Lou)

ที่มาและขนาดของ Bitget ในฐานะกระดานเทรด

120 ล้านผู้ใช้ลงทะเบียนทั่วโลกบริษัทแจ้งเอง
#5–6อันดับปริมาณ spotCoinGecko #5 / CoinMarketCap #6
#5อันดับอนุพันธ์CoinMarketCap
#6อันดับทุนสำรองDeFiLlama ≈ 4.66 พันล้าน USD

ตัวเลขปริมาณซื้อขายควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะ tracker ที่ปรับค่าให้เป็นมาตรฐานแล้วประเมินปริมาณ spot ในรอบ 24 ชั่วโมงไว้ที่ราว 0.44–0.45 พันล้าน USD ขณะที่ตัวเลขกว่า 20 พันล้าน USDT ต่อวันที่ Bitget แจ้งเองนั้นเป็นผลรวมของ spot อนุพันธ์ และธุรกรรม on-chain จึงต้องแยกออกจากกัน ด้านอนุพันธ์มีปริมาณราว 5.69 พันล้าน USD ต่อวัน และสถานะคงค้าง (open interest) ราว 3.32 พันล้าน USD ซึ่งสะท้อนว่าน้ำหนักของ Bitget เอนไปทางตลาดอนุพันธ์มากกว่าตลาด spot

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาสมัคร นี่หมายความว่า Bitget อยู่ในกลุ่มกระดานเทรดระดับ top-6 ที่มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการเทรดทั่วไป แต่หากคุณเน้น spot เป็นหลัก ก็ควรเทียบสภาพคล่องรายคู่เหรียญกับกระดานที่ใหญ่กว่าด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

ในแง่ความกว้างของผลิตภัณฑ์ Bitget ครอบคลุมทั้ง spot (565–600+ เหรียญ ราว 1,187 คู่) ฟิวเจอร์สกว่า 590 เหรียญ (USDT-M / USDC-M / Coin-M) การ copy trading หุ้นสหรัฐแบบ tokenized (xStocks) ออปชันหุ้นสหรัฐ CFD บริการ Earn และกระเป๋า Bitget Wallet โดยมีหมุดหมายสำคัญคือการทำ buyback-and-burn เหรียญ BGB ในปี 2025 การเปิด xStocks เมื่อ 2025-07-09 และกลยุทธ์ “Universal Exchange” พร้อมออปชันหุ้นสหรัฐในปี 2026

ค่าธรรมเนียมการเทรดและส่วนลดจากเหรียญ BGB

spot มาตรฐาน (VIP0)
0.10% maker / 0.10% taker
ฟิวเจอร์ส USDT-M มาตรฐาน
0.02% maker / 0.06% taker
ส่วนลดจากการถือ BGB
ลดค่าธรรมเนียมเทรด 20% (เช่น spot เหลือ 0.08% / 0.08%)
บันได VIP
ไล่จาก VIP0 ที่ 0.10% ลงไปถึง VIP7 ที่ 0% maker / 0.03% taker (ข้อมูล ณ 2026-07-11)
ค่าถอน
ขึ้นกับสินทรัพย์และเครือข่าย ไม่มีอัตราคงที่อัตราเดียว

โครงสร้างต้นทุนนี้มีสองชั้น ชั้นแรกคือค่าธรรมเนียมมาตรฐานตามตาราง และอีกชั้นคือส่วนลดที่มาจากการถือเหรียญ BGB ร่วมกับปริมาณการเทรดใน 30 วัน ซึ่งเป็นกลไกส่วนลดของตัวแพลตฟอร์มเอง ต้นทุนจริงที่คุณจ่ายจึงขึ้นกับว่าคุณถือ BGB มากน้อยเพียงใดและเทรดอยู่ในระดับ VIP ใด มากกว่าตัวเลขมาตรฐานที่เห็นในตอนแรก และเนื่องจากค่าถอนคิดตามสินทรัพย์และเครือข่าย จึงควรตรวจสอบอัตราของเหรียญที่จะถอนเป็นรายกรณีก่อนโอนออกจริง

จุดเด่นของ Bitget

จุดเด่นที่ทำให้ Bitget แตกต่างจากกระดานอื่นสรุปได้เป็นสามแกนหลัก บวกกับกลไกคุ้มครองผู้ใช้ที่ชูขึ้นมาเป็นจุดขาย เมื่อเข้าใจภาพเหล่านี้แล้ว จะช่วยให้ประเมินได้ว่า Bitget เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่

จุดต่าง 3 แกน: Copy Trading, เหรียญ BGB และสินทรัพย์หลายประเภท

แกนที่ 1

Copy Trading

Bitget วางตัวเป็นแพลตฟอร์ม copy trading คริปโตที่ใหญ่ที่สุด/อันดับ 1 ครอบคลุมทั้ง spot ฟิวเจอร์ส และบอท เป็นเสาหลักที่วางไว้ตรงแกนกลาง ต่างจากคู่แข่งหลายรายที่ให้ copy trading เป็นฟีเจอร์รอง
แกนที่ 2

เหรียญ BGB

BGB ให้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 20% พร้อมสิทธิ Launchpad/Launchpool และยูทิลิตี้ VIP/Pay/Card อีกทั้งมีการ buyback-and-burn รายไตรมาสแบบ deflationary คิดเป็น 20% ของกำไร เช่น ไตรมาส 2 ปี 2025 เผาไปราว 138 ล้าน USD
แกนที่ 3

สินทรัพย์หลายประเภท

ภายใต้แนวคิด “Universal Exchange” Bitget รวมคริปโต spot/ฟิวเจอร์ส หุ้นสหรัฐ tokenized (xStocks) ออปชันหุ้นสหรัฐ และ CFD ทั้งทองคำ ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ และดัชนี โดยปริมาณ spot สะสมของหุ้น tokenized ทะลุ 1 พันล้าน USD ในเดือนมกราคม 2026

นอกเหนือจากสามแกนนี้ Bitget ยังชูกองทุน Protection Fund มูลค่าราว 352 ล้าน USD (5,500 BTC ตั้งขึ้นเมื่อธันวาคม 2022 ที่ราว 300 ล้าน USD) เป็นชั้นการเยียวยาผู้ใช้ที่ชัดเจนเหนือกว่าการทำ Proof of Reserves เพียงอย่างเดียว โดยการประเมินความเสี่ยงของกองทุนนี้จะอยู่ในบทถัดไป ตรงนี้ยกมาในฐานะจุดต่างเชิงข้อเท็จจริงเท่านั้น สำหรับผู้ใช้ที่ให้คุณค่ากับ copy trading หรือการเทรดสินทรัพย์หลายประเภทในที่เดียว จุดเด่นเหล่านี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้ Bitget เข้ามาอยู่ในรายการพิจารณา

เทียบกับกระดานเทรดหลักและใครเหมาะกับ Bitget

เมื่อวางเทียบกับกระดานระดับโลกที่ผู้อ่านมักชั่งน้ำหนักคู่กัน Bitget อยู่ในกลุ่มรองจากรายใหญ่ที่สุด กล่าวคือด้าน spot นั้น Binance อยู่อันดับ 1 OKX อยู่ราวอันดับ 4 ตามด้วย Bybit ส่วน Bitget อยู่อันดับ 5–6 และอยู่อันดับ 5 ด้านอนุพันธ์ อย่างไรก็ตามตัวเลขเหล่านี้ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะปริมาณที่แต่ละแหล่งรายงานอาจปน spot กับอนุพันธ์เข้าด้วยกัน มีโอกาสเกิด wash trading และจำนวนเหรียญที่แต่ละกระดานประกาศก็อาจถูกทำให้ดูสูงกว่าความเป็นจริงได้

เมื่อกระดานอื่นเหมาะกว่าผู้ที่พำนักในเขตที่ Bitget ห้ามให้บริการ เช่น สหรัฐ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมถึงเขตที่ถูกคว่ำบาตร ควรใช้กระดานที่มีใบอนุญาตในประเทศของตนแทน และผู้ใช้ในเขต EU/EEA ที่ต้องการแพลตฟอร์มซึ่งได้รับใบอนุญาต MiCA (CASP) เต็มรูปแบบก็ควรมองหาที่อื่น เพราะ Bitget ถือใบอนุญาต VASP ระดับประเทศแต่ยังไม่ได้ MiCA CASP

Bitget เหมาะกับเทรดเดอร์อนุพันธ์และผู้ใช้ copy trading ที่อยู่นอกเขตต้องห้าม ต้องการกระดานสภาพคล่องระดับ top-6 ที่มีไลน์อัปสินทรัพย์กว้างพร้อมระบบส่วนลดจากเหรียญ BGB

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Bitget

สถานะด้านกฎระเบียบของ Bitget เป็นภาพผสม ด้านหนึ่งคือรอยเท้าใบอนุญาตที่ขยายตัวต่อเนื่อง อีกด้านคือรายชื่อประเทศที่ห้ามใช้งานและคำเตือนจากหน่วยงานกำกับที่ยังมีผลอยู่ ส่วนนี้จึงแยกอธิบายเป็นสองด้าน พร้อมระบุสถานะของไทยไว้ตามบริบท

ใบอนุญาตที่ได้รับและความคืบหน้าด้าน MiCA

ออสเตรเลีย (AU)
ขึ้นทะเบียน DCE กับ AUSTRAC เฉพาะด้าน AML/CTF
เอลซัลวาดอร์ (SV)
ใบอนุญาต BSP/DASP
สหราชอาณาจักร (GB)
ข้อตกลง financial-promotions ตาม Section 21 ผ่าน Authorized Person ภายใต้ FCA
จอร์เจีย (GE)
จดทะเบียนในเขต Tbilisi Free Zone
อาร์เจนตินา (AR)
ขึ้นทะเบียน VASP กับ CNV
เม็กซิโก (MX)
ขึ้นทะเบียนกิจกรรมเสี่ยง (Vulnerable Activity) กับ SAT
สวิตเซอร์แลนด์ (CH)
เป็นสมาชิก SRO ที่ได้รับการรับรองจาก FINMA
บัลแกเรีย (BG)
ขึ้นทะเบียน VASP เมื่อ 2025-02 ประกาศเป็นศูนย์กลาง compliance ของ EU
ดูไบ (AE)
ขึ้นทะเบียนกับ VARA ในปี 2025

จากใบอนุญาตข้างต้นจะเห็นว่า Bitget เดินหน้าขยายรอยเท้าด้านการกำกับดูแลอย่างจริงจัง และกำลังไล่ขอใบอนุญาต MiCA CASP ของสหภาพยุโรปผ่านบัลแกเรีย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังจดทะเบียนแบบ offshore ยังไม่ได้ MiCA และยังมีคำเตือนจากหน่วยงานกำกับที่มีผลอยู่ ทิศทางโดยรวมจึงเป็นแบบผสมที่มุ่งไล่ตาม compliance สำหรับผู้ใช้ นี่หมายความว่าสถานะการกำกับดูแลของ Bitget ยังเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และควรตรวจสอบสถานะล่าสุดในประเทศของตนเป็นระยะ

ประเทศที่ใช้งานไม่ได้ คำเตือนจากหน่วยงานกำกับ และสถานะของไทย

สหรัฐอเมริกาห้ามใช้งานProhibited Country รวมดินแดน ห้ามใช้ CEX
สิงคโปร์ / ฝรั่งเศส / เยอรมนีห้าม/จำกัดอยู่ในรายชื่อต้องห้ามหรือมีคำเตือน
ฮ่องกงถอนตัวแล้วBitgetX ยุติกิจการปี 2023
ไทยใช้งานได้ไม่อยู่ในรายชื่อต้องห้ามของ ToS

รายชื่อเขตต้องห้ามหรือถูกจำกัดใน Terms of Use ของ Bitget มีอยู่ราว 25 ประเทศ/เขต ครอบคลุมสหรัฐ (รวมดินแดน) แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงเขตที่ถูกคว่ำบาตร ทั้งเกาหลีเหนือ อิหร่าน คิวบา ซีเรีย และอื่น ๆ ตลอดจนพื้นที่ในยูเครนที่ถูกยึดครอง โดยในสหรัฐนั้นห้ามใช้กระดานแบบ CEX แม้กระเป๋า Bitget Wallet ที่เป็นแบบ non-custodial อาจยังเข้าถึงได้อยู่

ในด้านการบังคับใช้ ฝรั่งเศสมี AMF ขึ้นบัญชีดำในฐานะดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต เยอรมนีมี BaFin สอบสวน และออสเตรเลียมี ASIC ออกคำเตือนเมื่อกรกฎาคม 2025 เรื่องการเสนอ crypto futures โดยไม่มีใบอนุญาตแม้จะขึ้นทะเบียนกับ AUSTRAC แล้ว ส่วนผู้ใช้ในเขต EU/EEA อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรอ MiCA CASP

นอกจากนี้ยังมีนิติบุคคลเดิมของแบรนด์เดียวกันที่แยกออกจาก global (bitget.com) อย่างชัดเจน ได้แก่ BitgetX ซึ่งเป็นบริษัทลูกในฮ่องกงที่ยุติกิจการและถอนตัวในปี 2023 ภายใต้ระบอบ VATP ที่เข้มงวดขึ้น และ Bitget Teknoloji A.Ş. ในตุรกีที่ถูกชำระบัญชีเมื่อ 2024-09-30 ภายใต้กฎหมาย Law 7518 โดยผู้ใช้เดิมถูกย้ายไปยัง CoinTR ซึ่งเป็นกระดานท้องถิ่นของบุคคลที่สาม

สำหรับประเทศไทย Bitget ไม่ปรากฏอยู่ในรายชื่อประเทศต้องห้ามใน Terms of Use และข้อมูลสถานะการใช้งานระบุว่าใช้งานได้ตามบริบทของ landscape นี้ บทความนี้จึงกล่าวถึงไทยในฐานะตลาดที่เข้าถึงได้เท่านั้น โดยไม่ได้ลงลึกเรื่องการเลือกกระดานเป็นรายบุคคล และผู้ใช้ควรยึดข้อกำหนดและสถานะกำกับดูแลล่าสุดเป็นหลักเสมอ

◆ ◇ ◆

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Bitget

ความเสี่ยงในส่วนนี้เน้นไปที่สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ใช้ นั่นคือความมั่นคงของตัวกระดานเอง ประวัติการรับมือเหตุการณ์ และความเสี่ยงจากการจดทะเบียนแบบ offshore ทั้งหมดอิงกับ track record ของ Bitget โดยตรง มิใช่คำเตือนทั่วไป

ความมั่นคงของคู่สัญญาและการดูแลรักษาสินทรัพย์

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2018 ยังไม่มีการเปิดเผยว่ากระเป๋า hot หรือ cold ของกระดาน CEX หลักของ Bitget ถูกเจาะ ซึ่งการไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกด้านความมั่นคงของคู่สัญญา แม้จะไม่ใช่การรับประกันอนาคตก็ตาม

ข้อควรระวังเรื่อง Proof of ReservesProof of Reserves ของ Bitget เป็น Merkle-tree ที่จัดทำเอง (26 ชั้น 46,363,291 รายการ) มีอัตราสำรองรวม 123% ณ 2026-06-15 โดย BTC อยู่ที่ 156% ETH 116% และ USDT 100% แต่ไม่ได้ระบุผู้ตรวจสอบภายนอก และ CER.live ระบุว่า Bitget อยู่ในสถานะ “without proof of reserves audit”

ด้านการเยียวยาผู้ใช้ Bitget มีกองทุน Protection Fund ราว 352 ล้าน USD (5,500 BTC) และระบุว่าเก็บสินทรัพย์แบบ cold multi-sig มากกว่า 70% ขึ้นไป และเก็บแบบ hot น้อยกว่า 5% อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยผู้เก็บรักษาบุคคลที่สามหรือวงเงินประกันกระเป๋าภายนอกอย่างชัดเจน ผู้ใช้จึงควรตระหนักว่าการคุ้มครองส่วนใหญ่พึ่งพาโครงสร้างและกองทุนที่บริษัทบริหารเอง

ประวัติเหตุการณ์ที่ผ่านมาและการชดเชยผู้ใช้

2022-10
BitKeep ซึ่งปัจจุบันคือ Bitget Wallet และถูกซื้อกิจการในปี 2023 สูญเสียราว 1 ล้าน USD จากเหตุฝั่งกระเป๋าที่ซื้อเข้ามา ไม่ใช่คลังของ CEX
2022-12
BitKeep สูญเสียเพิ่มอีกราว 8 ล้าน USD จากเหตุฝั่งกระเป๋าเช่นเดียวกัน
2025-04-20
เกิดเหตุปั่นราคา VOXEL/USDT ในตลาด perpetual futures ตามมาด้วยการระงับสัญญา อายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง และ rollback ธุรกรรมผิดปกติภายใน 24 ชั่วโมง

เหตุการณ์เหล่านี้บอกอะไรได้สองอย่าง อย่างแรกคือการขาดทุนของ BitKeep ในปี 2022 เกิดที่ฝั่งกระเป๋าที่ Bitget ซื้อกิจการเข้ามาภายหลัง แยกต่างหากจากคลังสินทรัพย์ของ CEX จึงไม่ควรนำไปปนกับความมั่นคงของกระดานหลักโดยตรง อย่างที่สองคือกรณี VOXEL ในปี 2025 สะท้อนทั้งด้านที่อุ่นใจและด้านที่ต้องระวัง กล่าวคือ Bitget ชดเชยผู้เสียหายจากกองทุน protection fund และประกาศดำเนินคดีกับผู้ใช้ 8 รายที่ทำกำไรเกินกว่า 20 ล้าน USD แต่ก็แสดงให้เห็นว่าตลาดอนุพันธ์ของเหรียญสภาพคล่องต่ำมีโอกาสถูกปั่นและถูกแทรกแซงย้อนหลังได้ ผู้ที่เทรดคู่เหรียญเล็กจึงควรรับรู้ความเสี่ยงนี้ไว้

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการเข้าถึงจากการจดทะเบียนแบบ offshore

ประเด็นสุดท้ายเป็นความเสี่ยงเชิงมองไปข้างหน้า Bitget จดทะเบียนแบบ offshore ที่เซเชลส์และยังไม่ได้รับใบอนุญาต MiCA (CASP) ประกอบกับยังมีคำเตือนจากหน่วยงานกำกับที่มีผลอยู่ ทั้ง AMF ของฝรั่งเศส BaFin ของเยอรมนี และ ASIC ของออสเตรเลียเมื่อกรกฎาคม 2025 เรื่องฟิวเจอร์ส ปัจจัยเหล่านี้หมายความว่าแม้วันนี้ตลาดจะเข้าถึงได้ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสที่ Bitget จะถูกผลักออกหรือถูกจำกัดการเข้าถึงในบางเขต เช่นเดียวกับที่เคยถอนตัวจากฮ่องกงมาแล้ว ผู้ที่วางแผนใช้งานระยะยาวจึงควรกระจายความเสี่ยงและติดตามสถานะกำกับดูแลในประเทศของตนอย่างสม่ำเสมอ