— สารบัญ 11 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ Hyperliquid “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Hyperliquid “CHAINHELM”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร Hyperliquid ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Hyperliquid เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ Hyperliquid เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ Hyperliquid
  7. 07 Hyperliquid คืออะไร
  8. 08 จุดเด่นของ Hyperliquid
  9. 09 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Hyperliquid
  10. 10 การใช้งาน Hyperliquid ได้หรือไม่ในประเทศไทย
  11. 11 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Hyperliquid

รหัสแนะนำ Hyperliquid เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-25 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต คุณก็จะได้รับ ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 4% การใช้รหัสทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นเลย

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Hyperliquid จุดเด่นของ Hyperliquid การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ Hyperliquid “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Hyperliquid ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-07-25 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
2026-07-25
หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
หน้าต่างแจ้งว่า "You are using the code: CHAINHELM" โดยไม่มีช่องให้กรอกโค้ดใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “You are using the code: CHAINHELM” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Hyperliquid “CHAINHELM”

เมื่อใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Hyperliquid

  • สิทธิประโยชน์: ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 4%
  • วันหมดอายุ: ไม่มี
  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่

การรับสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องใช้รหัสแนะนำตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต โปรดระวังอย่าลืมใช้รหัส

ขั้นตอนการสมัคร Hyperliquid ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Hyperliquid ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดลิงก์เชิญแล้วเริ่มเชื่อมต่อกระเป๋า

    — ภาพ 2
    หน้าต่างเชิญที่แสดงโค้ด CHAINHELM
    2026-07-25
    หน้าต่างเชิญที่แสดงโค้ด CHAINHELM
    หน้าต่างเชิญแสดงโค้ด CHAINHELM พร้อมปุ่ม "Connect" ส่วนแถบด้านบนยังเป็นปุ่ม "Connect" ตามสถานะที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์เชิญของ chainhelm ในเบราว์เซอร์ หน้าเทรดจะขึ้นมาพร้อมหน้าต่างเชิญที่ระบุว่า “You are invited to Hyperliquid from the referral code: CHAINHELM” ซึ่งยืนยันว่าลิงก์ใส่โค้ดให้อัตโนมัติแล้ว คุณจึงไม่ต้องพิมพ์เอง

    อ่านบรรทัดใต้หัวเรื่องที่ระบุว่า “Connect to Hyperliquid and save on fees by using this code.” แล้วสังเกตแถบด้านบนของหน้าจอ ถ้ายังเป็นปุ่ม “Connect” อยู่ แสดงว่ายังไม่ได้เชื่อมต่อกระเป๋ากับเว็บไซต์

    เมื่อตรวจสอบโค้ดในหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Connect” ในหน้าต่างเชิญ ระบบจะเปิดรายการกระเป๋าให้เลือกในขั้นถัดไป

  3. เลือกกระเป๋าที่จะใช้เชื่อมต่อ

    — ภาพ 3
    รายการกระเป๋าในหน้าต่าง Connect
    2026-07-25
    รายการกระเป๋าในหน้าต่าง Connect
    หน้าต่าง "Connect" เรียงตัวเลือกตั้งแต่ "Rabby Wallet" ถึง "Coinbase Wallet" โดยยังไม่ได้เลือกรายการใด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Connect” ให้เลือกกระเป๋าที่คุณใช้อยู่จากรายการ “Rabby Wallet”, “WalletConnect”, “OKX Wallet” หรือ “Coinbase Wallet”

    บนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อปจะมีปุ่ม “Log in with Email” วางไว้เหนือรายการกระเป๋าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนบนมือถือ หน้าต่างเดียวกันจะแจ้งให้เปิด app.hyperliquid.xyz จากเบราว์เซอร์ปกติหากต้องการเข้าด้วยอีเมล

    หลังเลือกกระเป๋าแล้ว ให้อนุมัติคำขอเชื่อมต่อในแอปกระเป๋าของคุณ ซึ่งเป็นหน้าจอนอกภาพประกอบชุดนี้ เมื่ออนุมัติเสร็จ หน้าจอจะแสดงเงื่อนไขการใช้งานให้ตรวจสอบต่อไป

  4. อ่านเงื่อนไขแล้วติ๊กยอมรับสองช่อง

    — ภาพ 4
    หน้าต่างเงื่อนไขก่อนติ๊กยอมรับ
    2026-07-25
    หน้าต่างเงื่อนไขก่อนติ๊กยอมรับ
    ช่องยอมรับข้อกำหนดและช่องคุกกี้ยังว่างทั้งคู่ ปุ่ม "Accept" จึงยังเป็นสีจาง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Terms of Use, Privacy Policy, and Cookie Policy” ให้เริ่มจากอ่านบรรทัด “To proceed, review and accept the following:” แล้วเปิดลิงก์ “Terms of Use” และ “Privacy Policy” เพื่อตรวจสอบเนื้อหาก่อนตัดสินใจ

    จากนั้นติ๊กช่องแรกเพื่อรับทราบข้อกำหนดการใช้งานและนโยบายความเป็นส่วนตัว แล้วติ๊กช่องที่สองเพื่อยอมรับนโยบายคุกกี้ของเว็บไซต์ สองช่องนี้แยกกันจึงต้องติ๊กให้ครบทั้งคู่

    ระหว่างที่ยังติ๊กไม่ครบ ปุ่ม “Accept” ด้านล่างจะยังเป็นสีจางและกดไม่ได้ ส่วนปุ่ม “Decline” ที่อยู่ข้างกันมีไว้ปฏิเสธเงื่อนไข ให้ติ๊กจนครบก่อนไปขั้นถัดไป

  5. กด Accept เพื่อยืนยันเงื่อนไข

    — ภาพ 5
    ติ๊กครบทั้งสองช่องและปุ่ม Accept พร้อมกด
    2026-07-25
    ติ๊กครบทั้งสองช่องและปุ่ม Accept พร้อมกด
    ช่องติ๊กทั้งสองมีเครื่องหมายถูกแล้ว ปุ่ม "Accept" จึงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างที่กดได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังติ๊กครบทั้งสองช่อง ให้ตรวจสอบว่าเครื่องหมายถูกขึ้นทั้งช่องข้อกำหนดและช่องคุกกี้ และปุ่ม “Accept” เปลี่ยนจากสีจางเป็นสีเขียวสว่างที่กดได้แล้ว

    เมื่อยืนยันว่าถูกต้อง ให้กดปุ่ม “Accept” หนึ่งครั้ง หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังหน้าต่างขอลายเซ็นเพื่อเปิดการเชื่อมต่อในขั้นถัดไป

  6. ลงลายเซ็นเปิดการเชื่อมต่อแบบไม่มีค่าแก๊ส

    — ภาพ 6
    หน้าต่างลายเซ็น Establish Connection
    2026-07-25
    หน้าต่างลายเซ็น Establish Connection
    หน้าต่างแจ้งว่าลายเซ็นนี้ไม่มีค่าแก๊ส และช่อง "Stay Connected" ถูกติ๊กไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ก่อนลงลายเซ็น ให้อ่านคำอธิบายในหน้าต่าง “Establish Connection” ที่ระบุว่า “This signature is gas-free to send. It opens a decentralized channel for gas-free and instantaneous trading.” ลายเซ็นชุดนี้จึงเป็นการเปิดช่องทางสำหรับเทรด ไม่ใช่การโอนเงิน และไม่มีค่าแก๊ส

    สังเกตว่าช่อง “Stay Connected” ถูกติ๊กไว้ให้อยู่แล้ว หากไม่ต้องการให้คงสถานะเชื่อมต่อไว้ ให้เอาเครื่องหมายถูกออกก่อนดำเนินการต่อ

    จากนั้นกดปุ่ม “Establish Connection” แล้วยืนยันคำขอลงลายเซ็นในแอปกระเป๋าของคุณ ซึ่งเป็นหน้าจอนอกภาพประกอบชุดนี้ เมื่อยืนยันแล้ว หน้าจอจะกลับมาที่หน้าต่างยืนยันการใช้โค้ด

  7. ยืนยันการใช้โค้ด CHAINHELM

    — ภาพ 7
    หน้าต่าง Join Now พร้อมโค้ด CHAINHELM
    2026-07-25
    หน้าต่าง Join Now พร้อมโค้ด CHAINHELM
    ปุ่มยืนยันแสดงโค้ด CHAINHELM ขณะที่แถบด้านบนเปลี่ยนเป็นที่อยู่กระเป๋าแบบย่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Join Now” ให้เทียบตัวอักษรบนปุ่ม “Join with code: CHAINHELM” ว่าตรงกับโค้ดของ chainhelm จริง แล้วอ่านบรรทัด “Save on fees by using this code.” ที่อธิบายผลของการใช้โค้ดนี้

    สังเกตแถบด้านบนของหน้าจอด้วย ปุ่ม “Connect” เดิมจะเปลี่ยนเป็นที่อยู่กระเป๋าแบบย่อ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว

    เมื่อตรวจสอบครบ ให้กดปุ่ม “Join with code: CHAINHELM” หนึ่งครั้งเพื่อผูกโค้ดกับบัญชีที่เชื่อมต่ออยู่ จากนั้นเปิดเมนู “Referrals” บนแถบด้านบนเพื่อตรวจสอบผลในขั้นถัดไป

  8. เปิดหน้า Referrals เพื่อตรวจสอบโค้ด

    — ภาพ 8
    หน้า Referrals หลังเชื่อมต่อกระเป๋า
    2026-07-25
    หน้า Referrals หลังเชื่อมต่อกระเป๋า
    หน้า "Referrals" วางปุ่ม "Enter Code", "Create Code" และ "Claim Rewards" ไว้ด้านบน โดยตัวเลขรางวัลยังเป็นศูนย์ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กดเมนู “Referrals” บนแถบนำทางด้านบนเพื่อเข้าหน้าจัดการโค้ดแนะนำ ถ้าใช้มือถือ ให้เปิดเมนูจากไอคอนขีดสามขีดที่มุมซ้ายบนก่อน แล้วเลือกหัวข้อเดียวกัน

    จากนั้นดูแถวปุ่มที่มุมขวาบน ซึ่งบนมือถือจะย้ายลงมาอยู่ใต้หัวข้อ โดยมี “Enter Code” สำหรับตรวจสอบหรือใส่โค้ด “Create Code” สำหรับสร้างโค้ดของตัวเอง และ “Claim Rewards” สำหรับรับรางวัลที่สะสมไว้ ส่วนตัวเลขในการ์ดด้านล่างยังเป็นศูนย์ทั้งหมด เพราะยังไม่มียอดแนะนำและรางวัลสะสม

    เพื่อยืนยันว่าโค้ดถูกใช้งานจริง ให้กดปุ่ม “Enter Code” ระบบจะเปิดหน้าต่างยืนยันโค้ดขึ้นมาในขั้นถัดไป

  9. ตรวจสอบว่าโค้ดถูกใช้งานแล้ว

    — ภาพ 9
    หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
    2026-07-25
    หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
    หน้าต่างแจ้งว่า "You are using the code: CHAINHELM" โดยไม่มีช่องให้กรอกโค้ดใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Enter Code” ให้อ่านบรรทัด “You are using the code: CHAINHELM” ซึ่งเป็นการยืนยันจากระบบว่าบัญชีนี้ใช้โค้ดของ chainhelm อยู่แล้ว โดยไม่มีช่องให้กรอกโค้ดใหม่ และปุ่ม “Enter” เป็นสีจาง

    หากบรรทัดนี้ขึ้นเป็นโค้ดอื่นหรือไม่ขึ้นเลย ให้ย้อนไปตรวจสอบว่าคุณเข้าเว็บผ่านลิงก์เชิญเดียวกันและเชื่อมต่อด้วยกระเป๋าใบเดิมหรือไม่ ก่อนดำเนินการต่อ

    เมื่อเห็นชื่อโค้ดตรงตามที่ต้องการแล้ว ให้ปิดหน้าต่างนี้ ขั้นตอนเชื่อมกระเป๋าและผูกโค้ดถือว่าครบถ้วน เหลือเพียงการเติมเงินเข้าบัญชีในหัวข้อถัดไป

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Hyperliquid บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดลิงก์เชิญแล้วเริ่มเชื่อมต่อกระเป๋า

    — ภาพ 10
    หน้าต่างเชิญที่แสดงโค้ด CHAINHELM
    2026-07-25
    หน้าต่างเชิญที่แสดงโค้ด CHAINHELM
    หน้าต่างเชิญแสดงโค้ด CHAINHELM พร้อมปุ่ม "Connect" ส่วนแถบด้านบนยังเป็นปุ่ม "Connect" ตามสถานะที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เปิดลิงก์เชิญของ chainhelm ในเบราว์เซอร์ หน้าเทรดจะขึ้นมาพร้อมหน้าต่างเชิญที่ระบุว่า “You are invited to Hyperliquid from the referral code: CHAINHELM” ซึ่งยืนยันว่าลิงก์ใส่โค้ดให้อัตโนมัติแล้ว คุณจึงไม่ต้องพิมพ์เอง

    อ่านบรรทัดใต้หัวเรื่องที่ระบุว่า “Connect to Hyperliquid and save on fees by using this code.” แล้วสังเกตแถบด้านบนของหน้าจอ ถ้ายังเป็นปุ่ม “Connect” อยู่ แสดงว่ายังไม่ได้เชื่อมต่อกระเป๋ากับเว็บไซต์

    เมื่อตรวจสอบโค้ดในหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “Connect” ในหน้าต่างเชิญ ระบบจะเปิดรายการกระเป๋าให้เลือกในขั้นถัดไป

  3. เลือกกระเป๋าที่จะใช้เชื่อมต่อ

    — ภาพ 11
    รายการกระเป๋าในหน้าต่าง Connect
    2026-07-25
    รายการกระเป๋าในหน้าต่าง Connect
    หน้าต่าง "Connect" เรียงตัวเลือกตั้งแต่ "Rabby Wallet" ถึง "Coinbase Wallet" โดยยังไม่ได้เลือกรายการใด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Connect” ให้เลือกกระเป๋าที่คุณใช้อยู่จากรายการ “Rabby Wallet”, “WalletConnect”, “OKX Wallet” หรือ “Coinbase Wallet”

    บนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อปจะมีปุ่ม “Log in with Email” วางไว้เหนือรายการกระเป๋าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนบนมือถือ หน้าต่างเดียวกันจะแจ้งให้เปิด app.hyperliquid.xyz จากเบราว์เซอร์ปกติหากต้องการเข้าด้วยอีเมล

    หลังเลือกกระเป๋าแล้ว ให้อนุมัติคำขอเชื่อมต่อในแอปกระเป๋าของคุณ ซึ่งเป็นหน้าจอนอกภาพประกอบชุดนี้ เมื่ออนุมัติเสร็จ หน้าจอจะแสดงเงื่อนไขการใช้งานให้ตรวจสอบต่อไป

  4. อ่านเงื่อนไขแล้วติ๊กยอมรับสองช่อง

    — ภาพ 12
    หน้าต่างเงื่อนไขก่อนติ๊กยอมรับ
    2026-07-25
    หน้าต่างเงื่อนไขก่อนติ๊กยอมรับ
    ช่องยอมรับข้อกำหนดและช่องคุกกี้ยังว่างทั้งคู่ ปุ่ม "Accept" จึงยังเป็นสีจาง ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Terms of Use, Privacy Policy, and Cookie Policy” ให้เริ่มจากอ่านบรรทัด “To proceed, review and accept the following:” แล้วเปิดลิงก์ “Terms of Use” และ “Privacy Policy” เพื่อตรวจสอบเนื้อหาก่อนตัดสินใจ

    จากนั้นติ๊กช่องแรกเพื่อรับทราบข้อกำหนดการใช้งานและนโยบายความเป็นส่วนตัว แล้วติ๊กช่องที่สองเพื่อยอมรับนโยบายคุกกี้ของเว็บไซต์ สองช่องนี้แยกกันจึงต้องติ๊กให้ครบทั้งคู่

    ระหว่างที่ยังติ๊กไม่ครบ ปุ่ม “Accept” ด้านล่างจะยังเป็นสีจางและกดไม่ได้ ส่วนปุ่ม “Decline” ที่อยู่ข้างกันมีไว้ปฏิเสธเงื่อนไข ให้ติ๊กจนครบก่อนไปขั้นถัดไป

  5. กด Accept เพื่อยืนยันเงื่อนไข

    — ภาพ 13
    ติ๊กครบทั้งสองช่องและปุ่ม Accept พร้อมกด
    2026-07-25
    ติ๊กครบทั้งสองช่องและปุ่ม Accept พร้อมกด
    ช่องติ๊กทั้งสองมีเครื่องหมายถูกแล้ว ปุ่ม "Accept" จึงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างที่กดได้ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังติ๊กครบทั้งสองช่อง ให้ตรวจสอบว่าเครื่องหมายถูกขึ้นทั้งช่องข้อกำหนดและช่องคุกกี้ และปุ่ม “Accept” เปลี่ยนจากสีจางเป็นสีเขียวสว่างที่กดได้แล้ว

    เมื่อยืนยันว่าถูกต้อง ให้กดปุ่ม “Accept” หนึ่งครั้ง หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังหน้าต่างขอลายเซ็นเพื่อเปิดการเชื่อมต่อในขั้นถัดไป

  6. ลงลายเซ็นเปิดการเชื่อมต่อแบบไม่มีค่าแก๊ส

    — ภาพ 14
    หน้าต่างลายเซ็น Establish Connection
    2026-07-25
    หน้าต่างลายเซ็น Establish Connection
    หน้าต่างแจ้งว่าลายเซ็นนี้ไม่มีค่าแก๊ส และช่อง "Stay Connected" ถูกติ๊กไว้แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ก่อนลงลายเซ็น ให้อ่านคำอธิบายในหน้าต่าง “Establish Connection” ที่ระบุว่า “This signature is gas-free to send. It opens a decentralized channel for gas-free and instantaneous trading.” ลายเซ็นชุดนี้จึงเป็นการเปิดช่องทางสำหรับเทรด ไม่ใช่การโอนเงิน และไม่มีค่าแก๊ส

    สังเกตว่าช่อง “Stay Connected” ถูกติ๊กไว้ให้อยู่แล้ว หากไม่ต้องการให้คงสถานะเชื่อมต่อไว้ ให้เอาเครื่องหมายถูกออกก่อนดำเนินการต่อ

    จากนั้นกดปุ่ม “Establish Connection” แล้วยืนยันคำขอลงลายเซ็นในแอปกระเป๋าของคุณ ซึ่งเป็นหน้าจอนอกภาพประกอบชุดนี้ เมื่อยืนยันแล้ว หน้าจอจะกลับมาที่หน้าต่างยืนยันการใช้โค้ด

  7. ยืนยันการใช้โค้ด CHAINHELM

    — ภาพ 15
    หน้าต่าง Join Now พร้อมโค้ด CHAINHELM
    2026-07-25
    หน้าต่าง Join Now พร้อมโค้ด CHAINHELM
    ปุ่มยืนยันแสดงโค้ด CHAINHELM ขณะที่แถบด้านบนเปลี่ยนเป็นที่อยู่กระเป๋าแบบย่อ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Join Now” ให้เทียบตัวอักษรบนปุ่ม “Join with code: CHAINHELM” ว่าตรงกับโค้ดของ chainhelm จริง แล้วอ่านบรรทัด “Save on fees by using this code.” ที่อธิบายผลของการใช้โค้ดนี้

    สังเกตแถบด้านบนของหน้าจอด้วย ปุ่ม “Connect” เดิมจะเปลี่ยนเป็นที่อยู่กระเป๋าแบบย่อ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว

    เมื่อตรวจสอบครบ ให้กดปุ่ม “Join with code: CHAINHELM” หนึ่งครั้งเพื่อผูกโค้ดกับบัญชีที่เชื่อมต่ออยู่ จากนั้นเปิดเมนู “Referrals” บนแถบด้านบนเพื่อตรวจสอบผลในขั้นถัดไป

  8. เปิดหน้า Referrals เพื่อตรวจสอบโค้ด

    — ภาพ 16
    หน้า Referrals หลังเชื่อมต่อกระเป๋า
    2026-07-25
    หน้า Referrals หลังเชื่อมต่อกระเป๋า
    หน้า "Referrals" วางปุ่ม "Enter Code", "Create Code" และ "Claim Rewards" ไว้ด้านบน โดยตัวเลขรางวัลยังเป็นศูนย์ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กดเมนู “Referrals” บนแถบนำทางด้านบนเพื่อเข้าหน้าจัดการโค้ดแนะนำ ถ้าใช้มือถือ ให้เปิดเมนูจากไอคอนขีดสามขีดที่มุมซ้ายบนก่อน แล้วเลือกหัวข้อเดียวกัน

    จากนั้นดูแถวปุ่มที่มุมขวาบน ซึ่งบนมือถือจะย้ายลงมาอยู่ใต้หัวข้อ โดยมี “Enter Code” สำหรับตรวจสอบหรือใส่โค้ด “Create Code” สำหรับสร้างโค้ดของตัวเอง และ “Claim Rewards” สำหรับรับรางวัลที่สะสมไว้ ส่วนตัวเลขในการ์ดด้านล่างยังเป็นศูนย์ทั้งหมด เพราะยังไม่มียอดแนะนำและรางวัลสะสม

    เพื่อยืนยันว่าโค้ดถูกใช้งานจริง ให้กดปุ่ม “Enter Code” ระบบจะเปิดหน้าต่างยืนยันโค้ดขึ้นมาในขั้นถัดไป

  9. ตรวจสอบว่าโค้ดถูกใช้งานแล้ว

    — ภาพ 17
    หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
    2026-07-25
    หน้าต่าง Enter Code ที่ยืนยันโค้ดแล้ว
    หน้าต่างแจ้งว่า "You are using the code: CHAINHELM" โดยไม่มีช่องให้กรอกโค้ดใหม่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Enter Code” ให้อ่านบรรทัด “You are using the code: CHAINHELM” ซึ่งเป็นการยืนยันจากระบบว่าบัญชีนี้ใช้โค้ดของ chainhelm อยู่แล้ว โดยไม่มีช่องให้กรอกโค้ดใหม่ และปุ่ม “Enter” เป็นสีจาง

    หากบรรทัดนี้ขึ้นเป็นโค้ดอื่นหรือไม่ขึ้นเลย ให้ย้อนไปตรวจสอบว่าคุณเข้าเว็บผ่านลิงก์เชิญเดียวกันและเชื่อมต่อด้วยกระเป๋าใบเดิมหรือไม่ ก่อนดำเนินการต่อ

    เมื่อเห็นชื่อโค้ดตรงตามที่ต้องการแล้ว ให้ปิดหน้าต่างนี้ ขั้นตอนเชื่อมกระเป๋าและผูกโค้ดถือว่าครบถ้วน เหลือเพียงการเติมเงินเข้าบัญชีในหัวข้อถัดไป

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Hyperliquid เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์

— ภาพ 18
หน้าต่างฝาก USDC จาก Arbitrum
2026-07-25
หน้าต่างฝาก USDC จาก Arbitrum
หน้าต่างฝากเงินตั้ง "Asset" เป็น USDC และ "Deposit Chain" เป็น Arbitrum พร้อมแจ้งค่าธรรมเนียม 0.2 USDC ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

กดปุ่ม “Deposit” เพื่อเปิดหน้าต่างฝากเงิน (บนเดสก์ท็อปปุ่มนี้อยู่ทั้งที่แถบด้านบนและในแผงด้านขวา) หัวเรื่องในหน้าต่างจะระบุเครือข่ายต้นทางไว้ว่า “Deposit USDC from Arbitrum”

อ่านบรรทัด “A 0.2 USDC fee will be deducted from the USDC deposited.” ให้ชัดเจนก่อน เพราะยอดที่เข้าบัญชีจะน้อยกว่ายอดที่ส่งไป 0.2 USDC จากนั้นตรวจสอบช่อง “Asset” ว่าเป็น “USDC” และช่อง “Deposit Chain” ว่าเป็น “Arbitrum” ให้ตรงกับเครือข่ายที่เหรียญของคุณอยู่จริง เพราะการส่งมาจากเครือข่ายที่ไม่ตรงกันอาจทำให้เงินไม่เข้าบัญชี

พิมพ์จำนวนที่ต้องการลงในช่อง “Amount” โดยมีตัวเลข “MAX” ทางขวาของช่องบอกยอดสูงสุดที่ฝากได้ไว้เป็นเกณฑ์ แล้วกดปุ่ม “Deposit” หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังขั้นตอนลงลายเซ็น

— ภาพ 19
หน้าต่าง Sign Transactions สองรายการ
2026-07-25
หน้าต่าง Sign Transactions สองรายการ
รายการ "Approve USDC for deposit" และ "Deposit USDC to Hyperliquid" ยังขึ้นสถานะ "Not signed" ทั้งคู่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อหน้าต่าง “Sign Transactions” เปิดขึ้น ให้อ่านบรรทัด “You will need to sign two transactions in your wallet.” แล้วดูรายการสองบรรทัดด้านล่าง ซึ่งแยกเป็น “Approve USDC for deposit” สำหรับอนุญาตให้ดึง USDC และ “Deposit USDC to Hyperliquid” สำหรับส่งเหรียญเข้าบัญชี

สังเกตสถานะ “Not signed” ที่ท้ายทั้งสองบรรทัด ซึ่งจะยังไม่เปลี่ยนจนกว่าคุณจะยืนยันในแอปกระเป๋าทีละรายการ ก่อนเซ็นทุกครั้ง ให้ตรวจสอบเครือข่ายและจำนวนบนหน้าจอกระเป๋าอีกรอบ เพราะรายการที่สองคือการเคลื่อนย้ายเงินจริง

คู่มือนี้หยุดไว้ที่หน้าจอก่อนลงลายเซ็น การตัดสินใจเซ็นและจำนวนที่จะฝากขึ้นอยู่กับคุณเอง

การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

— ภาพ 20
หน้าต่างฝาก USDC จาก Arbitrum
2026-07-25
หน้าต่างฝาก USDC จาก Arbitrum
หน้าต่างฝากเงินตั้ง "Asset" เป็น USDC และ "Deposit Chain" เป็น Arbitrum พร้อมแจ้งค่าธรรมเนียม 0.2 USDC ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

กดปุ่ม “Deposit” เพื่อเปิดหน้าต่างฝากเงิน (บนเดสก์ท็อปปุ่มนี้อยู่ทั้งที่แถบด้านบนและในแผงด้านขวา) หัวเรื่องในหน้าต่างจะระบุเครือข่ายต้นทางไว้ว่า “Deposit USDC from Arbitrum”

อ่านบรรทัด “A 0.2 USDC fee will be deducted from the USDC deposited.” ให้ชัดเจนก่อน เพราะยอดที่เข้าบัญชีจะน้อยกว่ายอดที่ส่งไป 0.2 USDC จากนั้นตรวจสอบช่อง “Asset” ว่าเป็น “USDC” และช่อง “Deposit Chain” ว่าเป็น “Arbitrum” ให้ตรงกับเครือข่ายที่เหรียญของคุณอยู่จริง เพราะการส่งมาจากเครือข่ายที่ไม่ตรงกันอาจทำให้เงินไม่เข้าบัญชี

พิมพ์จำนวนที่ต้องการลงในช่อง “Amount” โดยมีตัวเลข “MAX” ทางขวาของช่องบอกยอดสูงสุดที่ฝากได้ไว้เป็นเกณฑ์ แล้วกดปุ่ม “Deposit” หน้าจอจะเปลี่ยนไปยังขั้นตอนลงลายเซ็น

— ภาพ 21
หน้าต่าง Sign Transactions สองรายการ
2026-07-25
หน้าต่าง Sign Transactions สองรายการ
รายการ "Approve USDC for deposit" และ "Deposit USDC to Hyperliquid" ยังขึ้นสถานะ "Not signed" ทั้งคู่ ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

เมื่อหน้าต่าง “Sign Transactions” เปิดขึ้น ให้อ่านบรรทัด “You will need to sign two transactions in your wallet.” แล้วดูรายการสองบรรทัดด้านล่าง ซึ่งแยกเป็น “Approve USDC for deposit” สำหรับอนุญาตให้ดึง USDC และ “Deposit USDC to Hyperliquid” สำหรับส่งเหรียญเข้าบัญชี

สังเกตสถานะ “Not signed” ที่ท้ายทั้งสองบรรทัด ซึ่งจะยังไม่เปลี่ยนจนกว่าคุณจะยืนยันในแอปกระเป๋าทีละรายการ ก่อนเซ็นทุกครั้ง ให้ตรวจสอบเครือข่ายและจำนวนบนหน้าจอกระเป๋าอีกรอบ เพราะรายการที่สองคือการเคลื่อนย้ายเงินจริง

คู่มือนี้หยุดไว้ที่หน้าจอก่อนลงลายเซ็น การตัดสินใจเซ็นและจำนวนที่จะฝากขึ้นอยู่กับคุณเอง

คู่มือนี้พาไปถึงการกรอกฟอร์มฝาก USDC จาก Arbitrum (ช่อง Asset / Deposit Chain / Amount) และหน้าจอลงลายเซ็นสองรายการ โดยยอดที่เข้าบัญชีจะถูกหักค่าธรรมเนียม 0.2 USDC ตามที่หน้าจอแจ้งไว้ ส่วนการส่งเงินจริงเป็นการตัดสินใจของผู้อ่านเอง

รหัสแนะนำ Hyperliquid เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากเผลอเชื่อมต่อจนเสร็จโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ ก็ไม่มีช่องทางใดให้ย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมในภายหลัง

ยังมีทางเลือกคือการลงทะเบียนใหม่ด้วยวอลเล็ตใบใหม่ จึงอยากให้ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู

  • ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีการแสดงว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ดูข้อความแจ้งว่ารหัสถูกนำไปใช้เมื่อเข้าผ่านลิงก์ และหากแพลตฟอร์มมีช่องกรอกรหัส ให้ตรวจสอบช่องนั้นด้วย)
  • หลังเชื่อมต่อเสร็จ ให้เปิดหน้า Referral / Rewards เพื่อตรวจว่าการแนะนำถูกบันทึกไว้แล้วหรือไม่ (ข้อมูลที่ผูกกับรหัสแนะนำ เช่น อัตราส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม จะแสดงก็ต่อเมื่อเชื่อมวอลเล็ตแล้วเท่านั้น)

โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ Hyperliquid

◆ ◇ ◆

ผู้อ่านที่ค้นหารหัสแนะนำ Hyperliquid จำนวนไม่น้อยมาพร้อมคำถามเรื่องพอยต์และการแจกโทเคน คำตอบที่ตรงที่สุดคือโปรแกรมพอยต์ของ Hyperliquid ปิดไปแล้วทั้งสองเฟส และการแจก HYPE ครั้งแรกจบไปตั้งแต่ปลายปี 2024 บทนี้จึงเล่าเรื่องดังกล่าวในฐานะประวัติที่ตรวจสอบย้อนได้ ไม่ใช่โอกาสที่ยังเปิดรออยู่

สองเฟสของโปรแกรมพอยต์ที่ปิดไปแล้ว และการแจก HYPE เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024

2023-11-01
เฟสที่ 1 ของโปรแกรมพอยต์เริ่มเดิน แจกสัปดาห์ละ 1,000,000 พอยต์ และนับกิจกรรมช่วง closed alpha จนถึง 2023-10-31 เข้าไปด้วย เฟสนี้ปิดลงเมื่อ 2024-05-01
2024-05-29
เฟส L1 เริ่มเดิน แจกสัปดาห์ละ 700,000 พอยต์ พร้อมตัวคูณสำหรับกิจกรรมระหว่าง 2024-05-01 ถึง 2024-05-28 และเดินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2024
2024-11-29
การแจก HYPE ครั้งแรกเกิดขึ้นเวลา 07:30 UTC ปิดฉากโปรแกรมพอยต์ทั้งสองเฟสอย่างเป็นทางการ

การจ่ายพอยต์เป็นรอบสัปดาห์ตลอดทั้งสองเฟส โดยวัดกิจกรรมถึงวันพุธเวลา 00:00 UTC แล้วจ่ายในวันพฤหัสบดี ทีมบรรณาธิการ chainhelm ตรวจสอบเอกสารทางการแล้วไม่พบสูตรคำนวณพอยต์ที่เคยเผยแพร่ไว้เลยแม้แต่สูตรเดียว เอกสารบอกเพียงว่าพอยต์เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่มีส่วนทำให้โปรโตคอลสำเร็จ และเกณฑ์ถูกปรับเป็นระยะ ส่วนผู้แนะนำจะได้ 1 พอยต์ ต่อทุก 4 พอยต์ที่ผู้ถูกแนะนำได้รับ ทั้งสองข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงของโปรแกรมที่ปิดไปแล้ว ไม่ใช่เงื่อนไขที่ยังมีผลในวันนี้

สัดส่วนการแจกโทเคนในวันแรกเป็นตัวเลขที่ Hyper Foundation ประกาศไว้ชัดเจน และเป็นสิ่งที่ตรวจสอบย้อนได้ดีที่สุดในเรื่องนี้

1,000,000,000อุปทานสูงสุดของ HYPEฐานของทุกสัดส่วนด้านล่าง
31.0%แจกให้ผู้มีสิทธิ์310,000,000 HYPE ปลดล็อกเต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก
38.888%กันไว้สำหรับการปล่อยเพิ่มและรางวัลชุมชนไม่ผูกมัดว่าจะมีการแจกรอบต่อไป
23.8%ผู้ร่วมพัฒนาหลักล็อกหนึ่งปี ทยอยปลดส่วนใหญ่ระหว่าง 2027 ถึง 2028
6.0%งบของ Hyper Foundationอีก 0.3% เป็นทุนสนับสนุนชุมชน และ 0.012% สำหรับ HIP-2

จุดที่ควรอ่านให้ขาดคือสิ่งที่ Hyper Foundation ระบุไว้เพิ่มเติม นั่นคือไม่มีการจัดสรรให้นักลงทุนเอกชน กระดานเทรดแบบรวมศูนย์ หรือผู้ดูแลสภาพคล่องเลย โครงสร้างแบบนี้ต่างจากรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในโครงการอื่น และเป็นเหตุผลที่การแจกครั้งนั้นถูกอ้างถึงบ่อยจนถึงทุกวันนี้

อีกจุดหนึ่งที่ต้องพูดให้ตรงคือจำนวนวอลเล็ตที่ได้รับ เอกสารทางการไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ไว้เลย ส่วนตัวเลขราว 94,000 วอลเล็ตที่ถูกอ้างต่อ ๆ กันในสื่อรองไม่มีต้นทางปฐมภูมิรองรับ ผู้อ่านที่เจอตัวเลขนี้ที่อื่นจึงควรถือว่าเป็นรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่ใช่ข้อมูลจากผู้ให้บริการ

สถานะวันนี้: ไม่มีโปรแกรมพอยต์เดินอยู่ และไม่มีคำสัญญาจากฝ่ายทางการ

ณ วันที่เผยแพร่บทความนี้ ไม่มีโปรแกรมพอยต์ใดเดินอยู่บน Hyperliquid และไม่มีการบูสต์พอยต์ที่ผูกกับการแนะนำ ผู้ที่เชื่อมต่อวันนี้จึงกำลังเทรดอยู่บนโครงสร้างค่าธรรมเนียมล้วน ๆ ไม่ได้กำลังสะสมพอยต์ของโปรแกรมใด ประโยคนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้อ่านชาวไทย เพราะหน้าเว็บที่ติดอันดับค้นหาจำนวนมากยังเขียนถึงพอยต์ราวกับว่าโปรแกรมยังเดินอยู่

คำแถลงทางการเท่าที่มีเอกสารของ Hyperliquid ระบุเพียงว่าโปรโตคอลสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขการแจกพอยต์ครั้งก่อนได้ตามดุลพินิจของตนเอง ส่วนอุปทานที่กันไว้สำหรับการปล่อยเพิ่มและรางวัลชุมชนนั้นไม่ได้ผูกมัดว่าจะมีการแจกรอบต่อไป ไม่ระบุวัน ไม่ระบุขนาด และไม่ระบุกลไก อีกทั้งไม่เคยมีการประกาศฤดูกาลที่สองอย่างเป็นทางการ

ระยะห่างระหว่าง “กันสัดส่วนไว้” กับ “สัญญาว่าจะแจก” คือจุดที่เนื้อหาจากแหล่งภายนอกมักข้ามไป มีหน้าเว็บจำนวนมากที่ทำการตลาดเรื่องการแจกรอบถัดไปพร้อมเกณฑ์การมีสิทธิ์และตัวเลขรางวัลโดยไม่มีต้นทางทางการรองรับ เนื้อหาเหล่านั้นถูกกันออกตั้งแต่ชั้นวิจัยของบทความนี้แล้ว ทีมบรรณาธิการ chainhelm จึงไม่ประเมินมูลค่าโทเคน ไม่คาดการณ์ช่วงเวลา และไม่คำนวณอัตราแปลงพอยต์เป็นโทเคนให้ ไม่ว่าจะในรูปการยืนยันหรือการกล่าวแบบเผื่อไว้

สิ่งที่พูดได้ในฐานะกลไกคือเส้นทางของค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมการเทรดไหลไปที่กองทุน HLP กองทุน assistance fund และผู้เปิดตลาด แทนที่จะไหลไปหาทีมงาน โดย assistance fund จะแปลงค่าธรรมเนียมเป็น HYPE ภายในการประมวลผลของ L1 แล้วเผาทิ้ง นี่คือการออกแบบที่โปรโตคอลเผยแพร่ไว้เอง และเป็นคำตอบเชิงโครงสร้างว่าโทเคนทำหน้าที่อะไรในระบบ โดยไม่ต่อยอดไปสู่ข้อสรุปเรื่องราคาหรือมูลค่าในอนาคต

สำหรับผู้อ่านที่มาถึงบทความนี้เพราะรหัสแนะนำ ข้อสรุปที่ใช้ตัดสินใจได้คือ สิ่งที่คุณได้จากรหัสอยู่ในบทที่ว่าด้วยสิทธิประโยชน์เท่านั้น ไม่ใช่พอยต์ และการวางแผนโดยหวังการแจกรอบถัดไปไม่มีฐานข้อเท็จจริงรองรับ ณ วันนี้

Hyperliquid คืออะไร

ก่อนจะตัดสินใจส่งเงินเข้าไป ควรรู้ก่อนว่าปลายทางที่วอลเล็ตของคุณกำลังจะเชื่อมต่อไปนั้นเป็นอะไรกันแน่ Hyperliquid ไม่ใช่กระดานเทรดที่รับฝากสินทรัพย์แทนผู้ใช้ และไม่ใช่แอปที่วางอยู่บนเชนของคนอื่น แต่เป็นโปรโตคอลที่สร้างบล็อกเชนของตัวเองขึ้นมาเพื่อรันสมุดคำสั่งซื้อขายโดยเฉพาะ

perp DEX ที่วางสมุดคำสั่งซื้อขายไว้บนบล็อกเชนของตัวเอง

Hyperliquid เดินอยู่บนบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ของตัวเอง โดยมีส่วนประกอบที่แยกหน้าที่กันชัดเจนดังนี้

HyperBFT
กลไกฉันทามติแบบ proof-of-stake ที่พัฒนาต่อจาก HotStuff ทำให้คำสั่งได้ข้อยุติภายในบล็อกเดียว
HyperCore
ส่วนที่เก็บสมุดคำสั่ง คำนวณมาร์จิ้น และจับคู่คำสั่ง โดยเอกสารทางการระบุว่าไม่พึ่งสมุดคำสั่งนอกเชน
HyperEVM
สภาพแวดล้อม EVM ทั่วไปสำหรับสัญญาอัจฉริยะ ใช้สถานะและชั้นฉันทามติร่วมกับ HyperCore

ผลของการวางทุกอย่างไว้บนเชนคือคำสั่งจับคู่กันตามลำดับราคาและเวลาแบบเดียวกับกระดานเทรดทั่วไป แต่ผลลัพธ์บันทึกอยู่ในสถานะฉันทามติ ตัวเลขที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 200,000 คำสั่งต่อวินาที ค่ากลางของความหน่วงตั้งแต่ต้นจนจบ 0.2 วินาที เปอร์เซ็นไทล์ที่ 99 อยู่ที่ 0.9 วินาที สำหรับไคลเอนต์ที่วางเครื่องไว้ใกล้กัน และเวลาต่อบล็อก 0.07 วินาที

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่คุ้นเคยกับกระดานเทรดในประเทศ ความต่างที่สัมผัสได้ทันทีคือไม่มีการเปิดบัญชี ไม่มีการฝากสินทรัพย์ไว้กับผู้ให้บริการ และไม่มีใครถือกุญแจแทนคุณ สิ่งที่คุณทำในบทว่าด้วยขั้นตอนการสมัครคือการอนุญาตให้เว็บไซต์อ่านและส่งคำสั่งแทนวอลเล็ตของคุณเท่านั้น ความสะดวกนี้มาพร้อมภาระที่ตกกับผู้ใช้เต็ม ๆ ซึ่งเป็นหัวข้อของบทสุดท้าย

ขนาดการซื้อขาย ตลาดที่เปิดให้เทรด และผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปรโตคอล

7.877 พันล้านปริมาณเทรด perp 24 ชั่วโมง (ดอลลาร์)รวมกระดานหลักกับ HIP-3 อีกเก้าแห่ง เฉพาะกระดานหลัก 3.586 พันล้าน (2026-07-24)
11.121 พันล้านสถานะคงค้าง (ดอลลาร์)เฉพาะกระดานหลัก 7.466 พันล้าน (2026-07-24)
1,580,000ที่อยู่ไม่ซ้ำสะสมตลอดกาลข้อมูล ณ 2026-07-24
≈6.1 พันล้านTVL ตาม DefiLlama (ดอลลาร์)ค่าเหล่านี้ขยับตลอดเวลา

ปริมาณเทรดและสถานะคงค้างข้างบนต้องอ่านพร้อมขอบเขต เพราะค่าจะต่างกันตามการนับรวมกระดาน HIP-3 หรือไม่ โดยเฉพาะปริมาณเทรดที่ต่างกันกว่าเท่าตัว บทความนี้จึงกำกับฐานที่ใช้ไว้ทุกครั้งแทนที่จะยกตัวเลขเดียวมาลอย ๆ

ด้านตลาดที่เปิดให้เทรด มีสัญญา perpetual ที่ยังเปิดอยู่ 177 ตลาดบนกระดานหลัก และ 295 ตลาดเมื่อรวมกระดาน HIP-3 ทั้งเก้าแห่ง บวกคู่เทรด spot อีก 316 คู่ จากโทเคนที่ลงทะเบียนไว้ 476 รายการ เลเวอเรจสูงสุดอยู่ที่ 40 เท่าใน BTC ส่วนการกระจายของเพดานเลเวอเรจเป็นภาพถ่าย ณ 2026-07-24 ที่ครอบตลาดบนกระดานหลักซึ่งขึ้นทะเบียนไว้ทั้งหมด 232 ตลาด คนละชุดกับ 177 ตลาดที่ยังเปิดอยู่ คือ 40 เท่าในหนึ่งตลาด 25 เท่าในหนึ่งตลาด 20 เท่าในสี่ตลาด 10 เท่าใน 35 ตลาด 5 เท่าใน 63 ตลาด และ 3 เท่าใน 128 ตลาด ตัวเลข 40 เท่าจึงเป็นเพดาน ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของตลาดส่วนใหญ่ ประเด็นนี้จะกลับมาอีกครั้งในมุมความเสี่ยง

เรื่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นจุดที่ต้องอ่านช้า ๆ Hyperliquid Corp. ดูแลหน้าเว็บ app.hyperliquid.xyz และระบุในข้อกำหนดของตัวเองว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ ไม่ได้ควบคุม และไม่ได้ดำเนินการบล็อกเชน ส่วน Hyperliquid Labs เป็นผู้ร่วมพัฒนาหลักที่ใช้ทุนของตัวเอง และ Hyper Foundation ซึ่งตั้งขึ้นในปี 2024 ดูแลโครงการ bug bounty รวมถึงเป็นผู้ชดเชยผู้ใช้หลังเหตุการณ์เมื่อ 2025-03-26 ทั้งสามนิติบุคคลไม่เปิดเผยประเทศที่จดทะเบียน และการค้นหาไม่พบเอกสารจดทะเบียนใด ผู้อ่านที่คุ้นกับการตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ประกอบธุรกิจในไทยจึงควรรู้ตั้งแต่ต้นว่าไม่มีทะเบียนให้ตรวจในกรณีนี้

เส้นทางการเติบโตก็บอกอะไรได้เช่นกัน โปรโตคอลเปิดตัวในปี 2023 โดยนับช่วง closed alpha ถึง 2023-10-31 จากนั้น HyperEVM ขึ้น mainnet เมื่อ 2025-02-18 ชุดผู้ตรวจสอบเปิดแบบไร้การอนุญาตเมื่อ 2025-04-21 HIP-3 ที่เปิดให้บุคคลภายนอกสร้างกระดาน perp ของตัวเองเริ่มใช้เมื่อ 2025-10-13 และตลาดผลลัพธ์ HIP-4 เปิดเมื่อ 2026-05-02 ระยะเวลาสามปีกับการขยายขอบเขตขนาดนี้คือบริบทที่ทำให้หน่วยงานกำกับหลายประเทศเริ่มเอ่ยชื่อโปรโตคอลนี้ในปี 2026

ต้นทุนการเทรดทั้งก้อน: ค่าธรรมเนียม funding ค่าแก๊ส และโครงสร้างส่วนลดของโปรโตคอล

การเทียบเฉพาะอัตราค่าธรรมเนียมพาดหัวทำให้มองไม่เห็นต้นทุนจริง เพราะการถือสถานะ perp มีต้นทุนอย่างน้อยสี่ชั้น

ชั้นที่ 1

ค่าธรรมเนียมการเทรด

perp เริ่มที่ maker 0.015% และ taker 0.045% ที่ tier 0 แล้วลดหลั่นตามปริมาณเทรดถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 14 วัน (ปริมาณ perp 14 วัน บวกสองเท่าของปริมาณ spot 14 วัน) ประเมินรายวันตามเวลา UTC และใช้ tier เดียวกันข้าม perp, HIP-3 perp และ spot ส่วน spot เริ่มที่ maker 0.040% และ taker 0.070% (ข้อมูล 2026-07-24)
ชั้นที่ 2

funding = ต้นทุนการถือสถานะ

คิดรายชั่วโมงที่หนึ่งในแปดของอัตรา 8 ชั่วโมงที่คำนวณได้ องค์ประกอบดอกเบี้ยตรึงไว้ที่ 0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง และส่วนพรีเมียมสุ่มวัดทุก 5 วินาทีเทียบกับราคา oracle เงินไหลระหว่างผู้ใช้ด้วยกันเอง โปรโตคอลไม่หักส่วนแบ่ง
ชั้นที่ 3

ค่าแก๊สและค่าโอน

การเทรดบน HyperCore ไม่มีค่าแก๊สฝั่งผู้ใช้ รวมถึงลายเซ็นที่เปิดให้เริ่มเทรด ส่วนธุรกรรมบน HyperEVM จ่ายค่าแก๊สเป็น HYPE การฝาก USDC จาก Arbitrum ถูกหักคงที่ 0.2 USDC ต่อครั้งตามที่หน้าต่างฝากเงินแจ้งไว้ (ตรวจสอบหน้าจอ 2026-07-25) และยังมีค่าแก๊สของเครือข่ายต้นทางอีกส่วนหนึ่ง ส่วนการถอนกลับไป Arbitrum คิดคงที่ 1 USDC เก็บบน Hyperliquid เพื่อชดเชยค่าแก๊สของผู้ตรวจสอบ
ชั้นที่ 4

ส่วนลดจากการ stake HYPE

การ stake HYPE ลดค่าธรรมเนียมได้หกระดับ ตั้งแต่ 5% ที่ 10 HYPE ไปจนถึง 40% ที่ 500,000 HYPE และคูณทบกับระดับตามปริมาณเทรด เป็นกลไกของโปรโตคอลเอง คนละส่วนกับค่าธรรมเนียมพื้นฐานในสามชั้นแรก

ชั้นที่สองคือชั้นที่ผู้เริ่มต้นมองข้ามบ่อยที่สุด สถานะที่ถือสวนทางกับความเอียงของตลาดจะสะสมต้นทุนต่อเนื่องทุกชั่วโมงโดยไม่เกี่ยวกับว่าราคาจะขึ้นหรือลง ผู้ที่เปรียบเทียบแพลตฟอร์มด้วยอัตรา maker/taker เพียงอย่างเดียวจึงกำลังเทียบต้นทุนไม่ครบ

ข้อควรรู้ก่อน stakeเอกสารทางการเตือนไว้เองว่า การผูกที่อยู่สำหรับ stake เข้ากับที่อยู่สำหรับเทรดเป็นการกระทำถาวรที่ย้อนกลับไม่ได้ และทำให้ที่อยู่สำหรับ stake มีอำนาจย้ายเงินออกจากที่อยู่สำหรับเทรดได้ฝ่ายเดียว ผู้ที่คิดจะไล่ระดับส่วนลดจึงกำลังแลกความยืดหยุ่นถาวรกับอัตราที่ถูกลง

สุดท้าย ควรพูดให้ชัดว่าที่นี่ไม่ใช่แพลตฟอร์มไร้ค่าธรรมเนียม ทั้ง perp และ spot มีค่าธรรมเนียมตามตารางข้างต้น มีเพียงตลาดผลลัพธ์ HIP-4 ที่ยังไม่เก็บในช่วงทดสอบเริ่มต้น และเมื่อเริ่มเก็บจะเก็บตอนปิดหรือชำระราคา ไม่เก็บตอนเปิดสถานะ ส่วน USDC ในฐานะสินทรัพย์อ้างอิงหลักได้ค่าธรรมเนียม taker ต่ำลง 20% ค่าตอบแทน maker ดีขึ้น 50% และนับปริมาณเพิ่มอีก 20% ผู้อ่านที่วางแผนเทรดถี่ควรอ่านตารางค่าธรรมเนียมฉบับทางการอีกรอบก่อนเริ่ม เพราะระดับที่ยกมาที่นี่คือระดับแรกสุด ณ วันที่กำกับไว้เท่านั้น

จุดเด่นของ Hyperliquid

บทก่อนหน้าพูดถึงตัว Hyperliquid เพียงลำพัง บทนี้วางมันลงบนโต๊ะเดียวกับทางเลือกอื่นที่ผู้อ่านน่าจะกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ ทั้งในเชิงตัวเลขและในเชิงโครงสร้าง พร้อมกับระบุให้ชัดว่าใครที่ไม่ควรมาที่นี่ตั้งแต่แรก

ตำแหน่งเทียบกับ perp DEX รายอื่น ณ 2026-07-24

Hyperliquid7.362 พันล้าน
Aster1.651 พันล้าน
ApeX Protocol1.256 พันล้าน
Lighter1.183 พันล้าน

ตัวเลขข้างต้นคือปริมาณเทรด 24 ชั่วโมงหน่วยดอลลาร์บนฐาน DefiLlama เดียวกัน ซึ่งทำให้ Hyperliquid อยู่อันดับ 1 คิดเป็น 40.1% ของปริมาณ perp 24 ชั่วโมงที่รายงาน และ 37.1% เมื่อดูบนฐาน 30 วัน ด้านสถานะคงค้างช่องว่างยิ่งกว้างกว่านั้น คือราว 63% ของทั้งตลาด (11.4 พันล้าน จาก 18.076 พันล้านดอลลาร์ โดยอันดับสองคือ Aster ที่ 1.916 พันล้าน) และเมื่อนับรวมแพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบรวมศูนย์เข้ามาด้วย CoinGecko จัดให้อยู่อันดับสองด้านสถานะคงค้างที่ 173,366 BTC รองจาก Binance ที่ 385,354 BTC

ความซื่อตรงต่อผู้อ่านเรียกร้องให้พูดข้อจำกัดของตัวเลขเหล่านี้ด้วย ปริมาณเทรดที่รายงานของแพลตฟอร์ม perp โดยรวมมีปัญหาการปั่นปริมาณและแรงจูงใจจากโครงการต่าง ๆ ส่วนจำนวนคู่เทรดก็แปรตามขอบเขตที่นับ (177 กระดานหลัก 295 เมื่อรวม HIP-3 และ 362 ตามข้อมูล CoinGecko) ทีมบรรณาธิการ chainhelm จึงล็อกชุดตัวชี้วัดไว้ให้น้อยและคงที่ ระบุฐานที่ใช้ทุกครั้ง และไม่ปฏิบัติกับตัวเลขจากผู้รวบรวมข้อมูลราวกับผ่านการตรวจสอบบัญชีมาแล้ว ผู้อ่านที่จะเอาตัวเลขเหล่านี้ไปใช้ควรเปิดหน้าฐานข้อมูลเดียวกันดูซ้ำ เพราะทุกค่าขยับได้ในหลักวัน

ความต่างเชิงโครงสร้าง: สมุดคำสั่งบนเชน การเปิดตลาดแบบ HIP-3 และกองทุน HLP

ความต่างข้อแรกอยู่ที่วิธีตั้งราคา perp DEX ส่วนใหญ่ตั้งราคาด้วยโมเดล AMM หรืออิง oracle ไม่ก็ใช้เครื่องจับคู่คำสั่งนอกเชนแล้วค่อยชำระบนเชน ส่วน Hyperliquid วางทั้งการจับคู่และการคำนวณมาร์จิ้นไว้ในสถานะฉันทามติบนเลเยอร์ 1 ที่สร้างมาเพื่อการนี้ นี่คือเหตุผลเชิงเนื้อหาที่อยู่เบื้องหลังตัวเลขความหน่วงและปริมาณคำสั่งในบทก่อนหน้า ไม่ใช่คำโฆษณาลอย ๆ

ความต่างข้อสองคือ HIP-3 ซึ่งเปิดให้ผู้ที่ stake 500,000 HYPE เปิดกระดาน perp อิสระของตัวเองได้ พร้อมกำหนดตลาด oracle เพดานเลเวอเรจ หลักประกัน และส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมเอง โดยยังใช้กลไกจับคู่ คำนวณมาร์จิ้น และบังคับปิดสถานะของ HyperCore ผู้เปิดกระดานเองก็มีความเสี่ยง เพราะผู้ตรวจสอบลงมติริบสินทรัพย์ที่วางไว้ได้สูงสุด 100% โดยส่วนที่ถูกริบจะถูกเผา การเปิดตลาดที่นี่จึงเป็นการวางเดิมพันของผู้เปิด ไม่ใช่การอนุมัติของผู้ให้บริการ

9กระดาน perp จากผู้เปิดภายนอกข้อมูล ณ 2026-07-24
4.281 / 4.291 พันล้านปริมาณ 24 ชั่วโมงของกระดาน “xyz” เทียบกับ HIP-3 ทั้งหมด (ดอลลาร์)TradeXYZ กินปริมาณเกือบทั้งหมดของชั้นนี้
≈245.9 ล้านส่วนของผู้ถือหน่วยใน HLP (ดอลลาร์)ข้อมูล ณ 2026-07-24

ความกระจุกตัวในภาพด้านบนเป็นสิ่งที่ต้องพูดตรง ๆ การเปิดตลาดแบบไร้การอนุญาตฟังดูกระจายอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติปริมาณเกือบทั้งหมดของชั้นนี้อยู่ที่กระดานเดียว ผู้อ่านที่เห็นตัวเลขปริมาณรวมของ Hyperliquid จึงควรรู้ว่าส่วนหนึ่งของตัวเลขนั้นมาจากผู้เปิดตลาดรายเดียว ไม่ใช่จากกระดานหลัก

ความต่างข้อสามคือ HLP ซึ่งเป็นกองทุนที่ชุมชนเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่อง รับช่วงสถานะที่ถูกบังคับปิด และสะสมค่าธรรมเนียม บทบาทที่กระดานแบบรวมศูนย์เก็บไว้ในงบดุลของตัวเอง ที่นี่เปิดให้สาธารณะฝากเงินเข้าไป กำไรขาดทุนจึงมองเห็นได้จากภายนอก และผลขาดทุนตกกับผู้ฝากโดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นที่บทสุดท้ายจะขยายความ

ความต่างข้อสี่คือประตูทางเข้า การเริ่มเทรดต้องการเพียงการเชื่อมต่อกระเป๋าแบบเก็บรักษาเองกับลายเซ็นที่ไม่มีค่าแก๊สหนึ่งครั้ง หรือจะใช้การล็อกอินด้วยอีเมลที่มีกระเป๋าฝังอยู่เบื้องหลังก็ได้ โดยไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตน และตลาดผลลัพธ์ HIP-4 ที่เปิดตั้งแต่ 2026-05-02 ซึ่งวางหลักประกันเต็มจำนวน ไม่มีเลเวอเรจ และไม่มีการบังคับปิดสถานะ ก็อยู่ในบัญชีมาร์จิ้นเดียวกับ perp และ spot

ใครที่ควรใช้แพลตฟอร์มอื่น และใครที่เหมาะกับที่นี่

เหมาะ

ผู้ที่ที่นี่ตอบโจทย์

ผู้เทรดอนุพันธ์ที่คุ้นเคยกับการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเอง และผู้ที่เทรดด้วยระบบอัตโนมัติหรืออัลกอริทึม ซึ่งได้ประโยชน์จากการยืนยันตัวตนด้วยลายเซ็นของกระเป๋าแทนการออก API key ขีดจำกัดอัตราคำขอที่ขยายตามปริมาณเทรดสะสม มูลค่าคำสั่งขั้นต่ำ 10 ดอลลาร์ และอุปสรรคในการเริ่มต้นที่ต่ำ
ไม่เหมาะ

ผู้ที่ควรมองที่อื่น

ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองผู้ลงทุน ช่องทางฝากถอนสกุลเงินทั่วไปที่ดำเนินการโดยแพลตฟอร์มเอง หรือเพดานเลเวอเรจที่มีหน่วยงานกำกับดูแล คือกลุ่มที่ไม่เหมาะอย่างชัดเจน รวมถึงผู้ที่ต้องการมีคู่กรณีให้เรียกร้องได้เมื่อเกิดปัญหา

นอกเหนือจากความชอบส่วนตัว มีสามกลุ่มที่ข้อกำหนดหรือโครงสร้างกันออกไปตรง ๆ กลุ่มแรกคือผู้ที่พำนัก ตั้งอยู่ หรือจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาหรือรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ซึ่งถือเป็น Restricted Person ตามข้อ 1.6 และถูกห้ามใช้หน้าเว็บอย่างเคร่งครัด นิยามเดียวกันนี้ยังครอบไปถึงพลเมืองของดินแดนที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรหรือการควบคุมการส่งออก ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใด สำหรับผู้อ่านกลุ่มนี้ การไปใช้ที่อื่นไม่ใช่ความชอบ แต่เป็นทางเดียวที่ถูกกฎ

กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ภาพด้านบนจัดไว้ในช่อง “ไม่เหมาะ” อยู่แล้ว แต่เหตุผลอยู่ลึกกว่านั้น ช่องทางแลกเงินสกุลทั่วไปถูกส่งต่อให้บุคคลที่สามซึ่งเป็นอิสระ ส่วนข้อกำหนดปฏิเสธหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ ระบุว่าบริษัทไม่ได้เก็บรักษาหรือควบคุมกระเป๋าของผู้ใช้ ระบุว่าธุรกรรมย้อนกลับไม่ได้ และกำหนดให้ข้อพิพาทเข้าสู่อนุญาโตตุลาการที่ผูกพัน

กลุ่มที่สามคือผู้ที่ต้องการแพลตฟอร์มซึ่งได้รับใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกำกับ ซึ่งอยู่นอกความเหมาะสมตั้งแต่ต้น เพราะข้อ 1.3 ระบุเองว่าทั้งหน้าเว็บและ Hyperliquid ไม่ได้รับใบอนุญาต ไม่ได้รับอนุมัติ ไม่ได้รับการรับรอง และไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรัฐใดในเขตอำนาจใดเลย จุดนี้ต่อกับบริบทไทยโดยตรง เพราะผู้อ่านจำนวนหนึ่งเทียบสิ่งที่เห็นที่นี่กับผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในการกำกับของ ก.ล.ต. อยู่แล้ว รายละเอียดฝั่งไทยอยู่ในบทถัดไป

การเปรียบเทียบทั้งหมดในบทนี้เป็นการวางตำแหน่งตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การชี้ทางให้ไปใช้ที่อื่นเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดใด และเรื่องใช้ได้หรือไม่ได้ในแต่ละประเทศเป็นหน้าที่ของบทถัดไปโดยเฉพาะ

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ Hyperliquid

บทนี้ตอบคำถามฝั่งโปรโตคอลว่าหน่วยงานกำกับทั่วโลกปฏิบัติต่อ Hyperliquid อย่างไรในภาพรวม ส่วนคำถามที่ว่าผู้อ่านในประเทศไทยใช้ได้หรือไม่ อยู่ในบทถัดไปทั้งหมด สองเรื่องนี้แยกกันโดยตั้งใจ เพราะสถานะของโปรโตคอลกับสถานะของผู้ใช้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ใครบ้างที่ข้อกำหนดการใช้งานกันออกไป และตลาดผลลัพธ์ที่ถูกกันแยกอีกชั้น

สหรัฐอเมริกาห้ามใช้งานหน้าเว็บRestricted Person ตามข้อ 1.6 (ปรับปรุงล่าสุด 2026-06-15)
รัฐออนแทรีโอ แคนาดาห้ามใช้งานหน้าเว็บอยู่ในนิยามเดียวกับสหรัฐอเมริกา
เขตที่อยู่ใต้มาตรการคว่ำบาตรหรือการควบคุมการส่งออกห้ามใช้งานหน้าเว็บรวมพลเมืองของดินแดนเหล่านั้นไม่ว่าอาศัยอยู่ที่ใด และไม่มีการเผยแพร่รายชื่อประเทศ
ตลาดผลลัพธ์ HIP-4กันแยกอีกชั้นExcluded Persons ตามข้อ 1.7 รายชื่อที่กำหนดไว้ไม่เคยเปิดเผย

สิ่งที่ควรอ่านจากตารางนี้ไม่ใช่แค่ชื่อประเทศ แต่คือความต่างของสองชั้น ชั้นแรกเป็นข้อห้ามใช้หน้าเว็บทั้งหน้าและระบุชื่อเขตอำนาจไว้ชัด ส่วนชั้นที่สองแคบกว่ามาก คือใช้กับตลาดผลลัพธ์ HIP-4 เท่านั้น โดยข้อ 1.7 นิยาม Excluded Persons ด้วยการอ้างถึงเขตอำนาจที่บริษัทกำหนดเป็นคราว ๆ ไป บวกกับผู้ที่การเข้าถึงจะผิดกฎหมายหรือต้องมีใบอนุญาตที่ยังไม่ได้รับ ข้อ 1.8 ระบุว่าบริษัทอาจใช้มาตรการทางเทคนิคปิดกั้นแท็บตลาดผลลัพธ์ และข้อ 10.2(k) ปฏิเสธความรับผิดต่อการสูญเสียการเข้าถึงอันเกิดจากการปรับปรุงรายชื่อดังกล่าว

กิ่งเรื่องคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกจงใจไม่ระบุรายชื่อประเทศ ไม่มีการเผยแพร่รายการใด และผลลัพธ์ขึ้นกับมาตรการที่บังคับใช้อยู่ในแต่ละช่วง จึงไม่สามารถสรุปรายชื่อตายตัวจากต้นทางได้ ชื่อประเทศที่หมุนเวียนอยู่ในแหล่งข้อมูลทุติยภูมิไม่ปรากฏในข้อกำหนด และไม่ควรถูกนำเสนอราวกับเป็นรายชื่อทางการ

ประตูกั้นชั้นที่สองไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ เมื่อ 2026-07-25 จาก IP ขาออกในญี่ปุ่น แท็บตลาดผลลัพธ์ตอบกลับว่า “Outcome market features are not available in your jurisdiction. This restriction applies only to outcome markets; other features may remain available.” ขณะที่ perp, spot, vault และ staking แสดงผลตามปกติ ไม่มีการเปิดเผยว่าประเทศใดถูกกำหนดเมื่อใด และการวัดครั้งนี้มาจากจุดออกเดียวในญี่ปุ่น ไม่ใช่จากประเทศไทย

ข้อจำกัดทำงานอย่างไร: ชั้นสัญญากับชั้นเทคนิคของหน้าเว็บ

ชั้นสัญญา
กลไกบังคับใช้ที่มีเอกสารรองรับเป็นเรื่องของสัญญาเป็นหลัก ข้อ 1.9 กำหนดให้ผู้ใช้รับรองว่ากิจกรรมของตนชอบด้วยกฎหมายและไม่ได้อำพรางตำแหน่งที่ตั้ง ข้อ 3.1.5 ห้ามการหลบเลี่ยงข้อจำกัด และข้อ 6.2 สงวนสิทธิ์ระงับหรือยุติการให้บริการตามดุลพินิจ การปิดกั้นทางเทคนิคที่ข้อกำหนดกล่าวถึงมีเฉพาะกรณีตลาดผลลัพธ์เท่านั้น
ชั้นเทคนิคที่สังเกตได้
การตรวจ bundle ของหน้าเว็บเวอร์ชันใช้งานจริงเมื่อ 2026-07-25 พบการกั้นตาม IP ที่ตัดสินฝั่งเซิร์ฟเวอร์ โดยสถานะ “ipBlocked” และ “userIpBlocked” จะแสดงข้อความ “Not available in your jurisdiction” พร้อมปิดการเชื่อมต่อ การฝากและการถอน และไคลเอนต์เรียกปลายทางตรวจสอบทางกฎหมายซึ่งคืนรหัสข้อจำกัดเป็นราย request
หน้าเว็บกับโปรโตคอล
ข้อ 1.1 ระบุว่าหน้าเว็บเป็นเพียงตัวกลางให้โต้ตอบกับบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์และไร้การอนุญาต ซึ่ง Hyperliquid Corp. ไม่ได้เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือดำเนินการ และไม่สามารถแก้ไขการทำงาน ความปลอดภัย หรือความพร้อมใช้งานของมันได้ ส่วนข้อ 1.2 ระบุว่าธุรกรรมถูกประมวลผลโดยชุดผู้ตรวจสอบแบบกระจายศูนย์ และตลาดที่ปรากฏผ่านหน้าเว็บไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรืออนุมัติจากบริษัท

สองชั้นแรกต้องอ่านแยกกัน ไม่ใช่ยุบรวม ข้อกำหนดเป็นตัวกำหนดว่าใครถูกห้าม ส่วนการตรวจ bundle เป็นหลักฐานว่ามีประตูกั้นอยู่จริงในโค้ดของหน้าเว็บ ไม่พบคำแถลงจากต้นทางที่ระบุว่ามีการปิดกั้นระดับ IP กับหน้าเว็บทั้งหน้า และข้ออ้างจากแหล่งทุติยภูมิเรื่องนี้ถือว่ายังไม่ยืนยัน จึงไม่ถูกนำมาใช้ ผลที่ตามมาสำหรับผู้อ่านคือ ไม่มีชั้นใดให้รายชื่อประเทศที่เผยแพร่ได้ ชุดประเทศที่ถูกกั้นไล่ออกมาจากฝั่งไคลเอนต์ไม่ได้

ส่วนชั้นที่สามเป็นคำอธิบายเชิงโครงสร้างล้วน ๆ ผลของมันหยุดอยู่แค่ประโยคที่ว่า การกันตามพื้นที่จำกัดการใช้หน้าเว็บทางการ ไม่ใช่ตัวโปรโตคอล และไม่มีนัยอื่นใดต่อผู้อ่านนอกเหนือจากนั้น

หน่วยงานกำกับที่เอ่ยชื่อ Hyperliquid ในปี 2026 และสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

2025-05
Hyperliquid Labs ยื่นความเห็นต่อ CFTC เรื่องสัญญา perpetual และการเทรดตลอด 24 ชั่วโมง
2026-02-18
Hyper Foundation สนับสนุนเงิน 1,000,000 HYPE ตั้ง Hyperliquid Policy Center ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ เปิดตัวที่วอชิงตัน ดี.ซี.
2026-04-16
สมาชิกรัฐสภาสหรัฐเอ่ยชื่อ Hyperliquid ในการไต่สวนของคณะกรรมาธิการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร
2026-05-15
CME Group และ ICE เรียกร้องต่อ CFTC และสมาชิกรัฐสภาให้ตรวจสอบแพลตฟอร์ม จากความกังวลเรื่องการปั่นราคาและการเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
2026-05-21
FCA ของสหราชอาณาจักรเพิ่ม Hyperliquid เข้า Warning List (ปรับปรุงรายการ 2026-06-07) ระบุว่าบริษัทอาจให้บริการหรือโฆษณาบริการทางการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต และการคุ้มครองจาก Financial Ombudsman Service กับ FSCS ไม่ครอบคลุม
2026-06-26
MAS ของสิงคโปร์เพิ่ม Hyperliquid เข้า Investor Alert List
2026-06-30
ASIC ของออสเตรเลียเอ่ยถึงใน Report 835 ในฐานะข้อสังเกตเชิงโครงสร้างตลาด และรายงานของสถาบันวิจัยการเงินเกาหลีที่เสนอต่อ FSC อ้างถึงในฐานะตัวอย่างผู้ให้บริการ DeFi ในข้อเสนอแนะที่ไม่มีผลผูกพัน
2026-07-09
Hyperliquid Policy Center ร่วมกับ Phantom ยื่นต่อ CFTC ขอให้ยกเว้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์บนเชนและกระเป๋าแบบเก็บรักษาเองจากกฎการขึ้นทะเบียน
2026-07-14
เจ้าหน้าที่ Crypto Task Force ของ SEC พบกับผู้แทนของ Hyperliquid Policy Center, XYZ Ltd. และ Sullivan & Cromwell ตามคำขอของฝ่ายดังกล่าว โดยบันทึกการประชุมไม่ปรากฏการบังคับใช้กฎหมายใด

สิ่งที่ลำดับเหตุการณ์ข้างบนไม่ได้บอกคือความต่างของประเภทเหตุการณ์ ซึ่งเป็นจุดที่บทความจำนวนมากยุบรวมกันจนผิดความหมาย การขึ้นรายชื่อเตือน ข้อเสนอในรายงานวิจัย การเอ่ยถึงในการไต่สวน และแรงกดดันจากภาคธุรกิจคู่แข่ง เป็นสี่สิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และไม่มีรายการใดในนั้นเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนบรรทัดฐานที่มีอยู่จริงในสหรัฐคือการยอมความของ CFTC กับผู้ให้บริการ perp แบบ DeFi ในปี 2023 ซึ่งไม่ใช่มาตรการต่อ Hyperliquid

ความว่างเปล่าสองด้านคือข้อเท็จจริงที่ต้องเขียนให้แม่นทั้งคู่ ด้านหนึ่งคือไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจใดเลย ซึ่งข้อ 1.3 ระบุไว้เอง อีกด้านหนึ่งคือ ณ 2026-07-24 ไม่พบคดี มาตรการบังคับใช้ การยอมความ บทลงโทษ หรือกระบวนการทางการใด ๆ ต่อ Hyperliquid หรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในเขตอำนาจใด การไม่มีคำเตือนไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาต และการถูกขึ้นรายชื่อเตือนก็ไม่ใช่การชี้ว่ากระทำผิด

ทิศทางจึงเดินไปสองทางพร้อมกันและยังไม่ลงตัว ด้านที่เข้าหาหน่วยงานเห็นได้จากการยื่นความเห็นและการตั้งองค์กรนโยบาย ส่วนด้านที่ตึงขึ้นมาจากแรงกดดันของกระดานเทรดเดิมที่ชัดเจนขึ้นเมื่อ HIP-3 ขยายแพลตฟอร์มเข้าสู่ perp ของหุ้น ดัชนี และสินค้าโภคภัณฑ์ สำหรับผู้อ่านที่กำลังตัดสินใจวันนี้ สิ่งที่ใช้ได้คือสถานะ ณ 2026-07-24 ซึ่งยังไม่เปลี่ยน คือสหรัฐและออนแทรีโอยังถูกกันออก ไม่มีใบอนุญาต และไม่มีมาตรการบังคับใช้

การใช้งาน Hyperliquid ได้หรือไม่ในประเทศไทย

คำถามที่ผู้อ่านชาวไทยอยากได้คำตอบมากที่สุดมักไม่ใช่เรื่องความเร็วของบล็อกเชน แต่เป็นเรื่องที่ตรงกว่านั้นมาก คือใช้ได้ไหม ผิดกฎหมายหรือเปล่า และถ้ามีกำไรต้องทำอย่างไรกับภาษี บทนี้ตอบสามคำถามนั้นด้วยต้นทางปฐมภูมิของไทย ซึ่งเป็นเนื้อหาที่แทบไม่ปรากฏในหน้าเว็บภาษาไทยที่ติดอันดับค้นหา

สถานะฝั่งไทย: ไม่พบข้อห้ามที่ระบุชัดสำหรับผู้ใช้รายบุคคล และไม่พบชื่อ Hyperliquid ในรายการของ ก.ล.ต.

5แพลตฟอร์มที่ ก.ล.ต. สั่งจำกัดการเข้าถึงBybit, OKX, CoinEx, XT, 1000X มีผลตั้งแต่ 2025-06-28
505รายการในรายชื่อ investor alert ของ ก.ล.ต.ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-07-25 ไม่ปรากฏ Hyperliquid
ไม่มีการเอ่ยชื่อ Hyperliquid โดยหน่วยงานไทยตรวจสอบถึง 2026-07-25

ลำดับเหตุการณ์ฝั่งไทยชัดเจนพอจะเล่าได้ตรง ๆ ก.ล.ต. ประกาศเมื่อ 2025-05-29 ว่าจะจำกัดการเข้าถึงกระดานเทรดที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ารายตามที่ระบุในภาพด้านบน พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ประกอบการ และเตือนว่าผู้ใช้บริการของผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ 2025-04-13 พระราชกำหนดฉบับแก้ไขได้ขยายขอบเขตไปถึงแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ชักชวนหรือมุ่งเป้าผู้ใช้ในไทย ซึ่งเป็นการทดสอบตามเกณฑ์พฤติกรรม ไม่ใช่ตามถิ่นที่ตั้งของผู้ประกอบการ

คำถามที่ผู้อ่านแบกอยู่จริงคือ แล้วตัวผู้ใช้อยู่ตรงไหนในกรอบนี้ คำตอบจากการตรวจสอบต้นทางคือ ไม่พบข้อห้ามที่ระบุชัดสำหรับผู้พำนักในไทย การบังคับใช้มุ่งไปที่ผู้ประกอบการและผู้โฆษณา บทลงโทษที่อ้างถึงผูกกับการให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และตอนที่มีการจำกัดการเข้าถึงห้าแพลตฟอร์มนั้น ผู้ใช้ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าราวหนึ่งเดือนเพื่อถอนสินทรัพย์ ไม่ได้ถูกลงโทษ สิ่งที่ตกกับผู้อ่านชาวไทยจึงเป็นการสูญเสียความคุ้มครองผู้บริโภคและช่องทางเรียกร้อง ไม่ใช่ความผิดส่วนบุคคล

ขอบเขตของสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ตรวจสอบเองก็ต้องพูดให้ตรงเช่นกัน การตรวจสอบด้วยตนเองเมื่อ 2026-07-25 ครอบเฉพาะขั้นตอนการเชื่อมต่อและการผูกรหัสแนะนำ ไม่ได้ทดสอบการเข้าถึงหน้าเว็บจาก IP ในประเทศไทย การวัดทำจากญี่ปุ่นจุดเดียว และหน้าเว็บมีการกั้นระดับ IP ที่ตัดสินฝั่งเซิร์ฟเวอร์ซึ่งไล่รายชื่อประเทศไม่ได้ ดังนั้นบทความนี้จะไม่เขียนว่าตรวจสอบแล้วว่าเข้าถึงได้จากประเทศของคุณ และในทางกลับกันก็ไม่มีหลักฐานใดที่ทำให้เรียก Hyperliquid ว่าถูกแบน ถูกปิดกั้น หรือถูกเตือนในประเทศไทยได้

อีกเรื่องที่จงใจไม่เขียนคือการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลายปีสำหรับกำไรคริปโท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเทรดผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งปรากฏในแหล่งข้อมูลทุติยภูมิหลายแห่ง การค้นหาไม่พบต้นทางปฐมภูมิ เรื่องนี้จึงถูกกันออกจากชั้นข้อเท็จจริงและจะไม่ถูกยืนยันในบทความนี้ บันทึกไว้ตรงนี้เพื่อให้เห็นว่าเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่การตกหล่น

ภาษีในไทยต้องคำนวณและยื่นเอง และการหักกลบขาดทุนใช้ไม่ได้กับแพลตฟอร์มนอกการกำกับ

ประเภทเงินได้และกำหนดยื่น
ตามคู่มือภาษีของกรมสรรพากร กำไรจากการจำหน่ายจ่ายโอนคริปโทถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป
วิธีคำนวณต้นทุน
เลือกได้ระหว่างวิธีเข้าก่อนออกก่อน กับวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเมื่อเลือกวิธีใดแล้วต้องใช้วิธีนั้นอย่างสม่ำเสมอ
การหักกลบผลขาดทุน
ทำได้เฉพาะธุรกรรมที่กระทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เท่านั้น
การหักภาษี ณ ที่จ่าย
ไม่มีผู้จ่ายเงินได้ในประเทศไทยที่จะหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ในกรณีนี้

บรรทัดที่สามในตารางข้างบนคือจุดที่เป็นของไทยโดยเฉพาะ และเป็นเหตุผลที่หัวข้อนี้ได้พื้นที่ของตัวเอง การเทรดบนแพลตฟอร์มที่ไม่ได้อยู่ในการกำกับของ ก.ล.ต. ทำให้เสียสิทธิ์นำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไรไป ซึ่งเป็นความต่างที่จับต้องได้ระหว่างการเทรดที่นี่กับการเทรดผ่านผู้ประกอบการในประเทศ และเป็นสิ่งที่การเทียบเฉพาะอัตราค่าธรรมเนียมมองไม่เห็นเลย

ผลขาดทุนจากการเทรดหักกลบกับกำไรได้เฉพาะธุรกรรมที่ผ่านผู้ประกอบธุรกิจซึ่ง ก.ล.ต. กำกับดูแลเท่านั้นคู่มือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล กรมสรรพากร

ในทางปฏิบัติ ภาระที่เพิ่มเข้ามาไม่ได้จบแค่เรื่องสิทธิ์หักกลบ แพลตฟอร์มแบบไม่เก็บรักษาสินทรัพย์ไม่ออกเอกสารสรุปรายการประจำปีให้ การประกอบต้นทุนของแต่ละธุรกรรมขึ้นมาใหม่จึงเป็นงานที่ผู้ใช้ต้องทำเอง ตั้งแต่วันที่ ราคา ไปจนถึงวิธีคำนวณที่เลือกไว้ ผู้อ่านที่วางแผนเทรดถี่ควรตั้งระบบบันทึกของตัวเองไว้ตั้งแต่ธุรกรรมแรก ไม่ใช่ไปเริ่มตอนใกล้กำหนดยื่น

บทความนี้ไม่คำนวณตัวอย่างภาษีให้และไม่ให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนภาษี เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนต่างกัน สิ่งที่ให้ได้คือหมุดข้อเท็จจริงจากคู่มือของกรมสรรพากรเพื่อให้คุณคุยกับผู้ที่ดูแลภาษีของคุณได้ตรงจุด

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ Hyperliquid

◆ ◇ ◆

ความเสี่ยงของแพลตฟอร์มแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ราคาคริปโทขึ้นลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่อยู่ที่โครงสร้างสามชั้นที่แตกต่างจากกระดานเทรดที่ผู้อ่านชาวไทยคุ้นเคย คือชั้นที่คุณควบคุมไม่ได้ ชั้นที่ติดมากับการเทรด perp เอง และประวัติที่ผ่านมาจริงของโปรโตคอลนี้

ความเสี่ยงชั้นโปรโตคอล: การตรวจสอบที่ครอบเฉพาะสะพานเชื่อม โหนดปิดซอร์ส และราคาที่ผู้ตรวจสอบป้อนเอง

ช่องว่างของการตรวจสอบการตรวจสอบที่เผยแพร่มีสองฉบับ ทั้งคู่ทำโดย Zellic และทั้งคู่ครอบคลุมเฉพาะสัญญาสะพานเชื่อมบน Arbitrum ฉบับ 2023-08-14 พบข้อสังเกตหกรายการโดยไม่มีระดับวิกฤต (สูงหนึ่ง กลางหนึ่ง ที่เหลือเป็นข้อมูลทั่วไป) และฉบับทบทวนแพตช์ 2023-11-27 ไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัย ไม่มีการตรวจสอบสาธารณะใดครอบคลุมซอฟต์แวร์โหนดของ L1 การจับคู่และคำนวณมาร์จิ้นของ HyperCore, HyperEVM, HIP-3 หรือ HIP-4

ชั้นที่ไม่ได้ถูกตรวจสอบคือชั้นที่ความเสี่ยงของผู้ใช้ไปกองอยู่มากที่สุด และหน้าความเสี่ยงในเอกสารทางการเองก็ยอมรับว่า L1 นี้ยังไม่ผ่านการทดสอบและการตรวจสอบมากเท่าเชนที่ตั้งมั่นแล้ว ผู้อ่านที่เคยเห็นคำว่า “ผ่านการตรวจสอบแล้ว” ในหน้าโปรโมตของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ควรอ่านคำนี้พร้อมขอบเขตเสมอ เพราะขอบเขตคือทั้งหมดของความหมาย

สิ่งที่ซ้ำเติมช่องว่างข้างต้นคือระดับการเปิดซอร์สที่เป็นเพียงบางส่วน สัญญาสะพานเชื่อมและชุด SDK เผยแพร่ แต่โหนดของ L1 แจกจ่ายเป็นไฟล์ไบนารีที่คอมไพล์แล้วและลงลายเซ็นไว้ ดาวน์โหลดจากโดเมนของโครงการเอง แล้วตรวจสอบด้วยกุญแจ GPG กลไกฉันทามติและเครื่องจับคู่คำสั่งซึ่งถือเงินของผู้ใช้จึงไม่สามารถตรวจทานโดยอิสระหรือสร้างซ้ำจากซอร์สได้

โครงสร้างอำนาจมีทั้งด้านที่แข็งแรงและด้านที่ต้องจับตา ด้านที่แข็งแรงคือสัญญาสะพานเชื่อมอัปเกรดไม่ได้ การตรวจซอร์สไม่พบรูปแบบ proxy ไม่พบ initializer ไม่พบเส้นทางอัปเกรดผ่าน delegatecall และไม่พบบัญชีผู้ดูแล อำนาจของสะพานอยู่กับชุดผู้ตรวจสอบที่ถ่วงน้ำหนักตามสินทรัพย์ที่วางค้ำ แทนที่จะเป็นบัญชีหลายลายเซ็นแบบตายตัว การฝากจะถูกบันทึกและการถอนจะได้รับอนุมัติเมื่อลงนามเกินสองในสาม แล้วปลดล็อกหลังผ่านช่วงคัดค้านซึ่งต้องใช้องค์ประชุมจากกระเป๋าเย็น ส่วนด้านที่ต้องจับตาคือการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลส่งมาในรูปไฟล์ไบนารีชุดใหม่ที่ผู้ตรวจสอบรับไปใช้ ไม่มีเอกสารระบุกลไกหน่วงเวลาการกำกับดูแล และองค์ประชุมผู้ตรวจสอบลงมือได้ในเวลาสั้นมาก การถอดตลาดเมื่อ 2025-03-26 ใช้เวลาราวสองนาที

สภาพการกระจายอำนาจก็ควรอ่านตามจริง ชุดผู้ตรวจสอบเปิดแบบไร้การอนุญาตตั้งแต่ 2025-04-21 และการเรียก API เมื่อ 2026-07-24 คืนค่าผู้ตรวจสอบ 34 ราย โดย 27 รายถูกทำเครื่องหมายว่าใช้งานอยู่ มี HYPE วางค้ำราว 436.1 ล้านเหรียญ ทั้งนี้จำนวนผู้ตรวจสอบที่ใช้งานอยู่ยังไม่ตรงกันระหว่างแหล่งข้อมูล จึงไม่ควรถือเป็นตัวเลขที่ยุติแล้ว จุดกระจุกตัวที่ยังอยู่คือไฟล์โหนดที่ไม่เปิดซอร์ส หน้าเว็บทางการที่บริษัทเดียวดูแล และองค์ประชุมที่ลงมือได้ในเวลาสั้น ไม่มีการริบสินทรัพย์อัตโนมัติสำหรับความผิดพลาดด้านฉันทามติ ส่วนผู้ตรวจสอบที่ไม่ตอบสนองจะถูกพักแบบไม่ลงโทษ

ชั้นสุดท้ายของกลุ่มนี้คือราคาที่ใช้ตัดสินชะตากรรมของสถานะที่คุณถืออยู่ ที่นี่ไม่มีผู้ให้บริการ oracle ภายนอก ผู้ตรวจสอบเป็นผู้เผยแพร่ราคา spot ทุก 3 วินาที จากค่ามัธยฐานถ่วงน้ำหนักของราคา spot จากแพลตฟอร์มรวมศูนย์แปดแห่งบวกกับของ Hyperliquid เอง และราคาที่สำนักหักบัญชีใช้คือมัธยฐานถ่วงน้ำหนักตามสินทรัพย์ค้ำของค่าที่ผู้ตรวจสอบส่งเข้ามา ราคา oracle เป็นตัวขับ funding และเป็นองค์ประกอบหนึ่งของราคา mark ที่ใช้คำนวณมาร์จิ้นและการบังคับปิดสถานะ เอกสารทางการระบุเองว่าการปั่นราคา oracle เป็นความเสี่ยง มาตรการที่มีเอกสารรองรับคือเพดานสถานะคงค้าง และกฎที่ห้ามวางคำสั่งห่างจากราคา oracle เกิน 1% โดย HLP ได้รับการยกเว้นทั้งสองข้อ

ความเสี่ยงจากโครงสร้างการเทรด: เลเวอเรจที่ใช้ได้ทันที การบังคับปิดสถานะ และ HLP ที่รับขาดทุนแทน

กลุ่มนี้คือความเสี่ยงที่ผู้อ่านสัมผัสก่อนอย่างอื่น และเป็นเหตุผลที่บทความนี้ไม่ยอมให้มันกลายเป็นเชิงอรรถ เลเวอเรจสูงสุด 40 เท่าสำหรับ BTC และ 25 เท่าสำหรับ ETH ใช้ได้ทันทีตั้งแต่วินาทีที่เชื่อมต่อวอลเล็ตเสร็จ โดยไม่มีการยืนยันตัวตนและไม่มีด่านประเมินความเหมาะสมใด ๆ ส่วนมาร์จิ้นรักษาสภาพเท่ากับครึ่งหนึ่งของมาร์จิ้นเริ่มต้นที่เลเวอเรจสูงสุด ตลาดส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่านั้นมากอย่างที่เห็นในบทว่าด้วยภาพรวม ตัวเลขพาดหัวจึงบอกเพดานของสิ่งที่โครงสร้างอนุญาต ไม่ใช่ขนาดสถานะปกติ ประเด็นสำหรับผู้อ่านชาวไทยไม่ใช่ว่าเลเวอเรจสูงดีหรือไม่ดี แต่คือโครงสร้างนี้เปิดให้ใช้ได้ทันทีในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีการยืนยันตัวตนและไม่มีความคุ้มครอง ซึ่งเป็นคนละแบบกับที่คุ้นเคยจากผู้ประกอบการในการกำกับ

HLP ไม่ใช่กองทุนประกันที่แยกออกมาHLP เป็นกองทุนที่ชุมชนเป็นเจ้าของและผู้ใช้ฝากเงินเข้าไปได้ ทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่อง รับช่วงสถานะจากกลไกบังคับปิด และรับกำไรขาดทุนของการบังคับปิดโดยตรง ผลขาดทุนจึงตกกับผู้ฝาก และเมื่อ HLP รับความเสี่ยงต่อไม่ไหว กลไกลดสถานะอัตโนมัติจะบังคับปิดสถานะฝั่งตรงข้ามที่กำลังมีกำไรแทน

กลไกลดสถานะอัตโนมัติไม่ใช่เรื่องทฤษฎี มันทำงานทั่วทั้งแพลตฟอร์มกับบัญชีแบบ cross margin เป็นครั้งแรกเมื่อ 2025-10-11 ระหว่างตลาดร่วงทั้งกระดาน โดยมีรายงานในช่วงเวลา 21:16-21:21 UTC ผู้เทรดที่ป้องกันความเสี่ยงข้ามแพลตฟอร์มถูกปิดขาหนึ่งขณะที่อีกขายังเปิดอยู่ นี่คือกลไกที่ทำงานตามที่ออกแบบไว้ภายใต้สภาวะสุดขั้ว ไม่ใช่ความล้มเหลวของโปรโตคอล ส่วนตัวเลขความเสียหายที่หมุนเวียนในสื่อรองยังไม่ได้รับการยืนยัน จึงไม่ถูกนำมาอ้างที่นี่

ต้นทุนที่เงียบที่สุดคือ funding ซึ่งคิดรายชั่วโมง มีองค์ประกอบดอกเบี้ยตรึงที่ 0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง และจ่ายกันเองระหว่างผู้ใช้ สถานะที่ถือสวนทางกับความเอียงของตลาดจึงสะสมต้นทุนต่อเนื่องโดยไม่เกี่ยวกับทิศทางราคา ผู้ที่ตั้งใจถือยาวควรคำนวณต้นทุนส่วนนี้เข้าไปในแผนตั้งแต่ต้น

ต่ำกว่า 5USDC ที่ฝากแล้วไม่ถูกบันทึกเข้าบัญชีระบบจะโอนไปยังกระเป๋าฝังแทน
ต่ำกว่า 1USDC ที่ฝากแล้วสูญไปเลยไม่มีผู้ให้บริการคนใดกลับรายการให้
10มูลค่าคำสั่งขั้นต่ำ (ดอลลาร์)เกณฑ์ของแพลตฟอร์ม ณ 2026-07-24

เกณฑ์ในภาพด้านบนไม่ผ่อนปรนให้ใคร และเป็นด้านที่ผู้เริ่มเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเองเป็นครั้งแรกเจ็บตัวได้ง่ายที่สุด เหนือกว่านั้นคือหลักการพื้นฐานของการถือกุญแจเอง วลีกู้คืนคือจุดล้มเหลวจุดเดียวของทั้งระบบ ธุรกรรมย้อนกลับไม่ได้ และไม่มีฝ่ายบริการลูกค้าที่ไหนกลับรายการให้ได้ ความเป็นอิสระกับความเสี่ยงในเรื่องนี้เป็นเหรียญเดียวกันสองด้าน

ประวัติเหตุการณ์และความพร้อมใช้งาน: สี่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และการไม่มีช่องทางเรียกร้อง

2025-03-12
สถานะ ETH ที่เลเวอเรจ 50 เท่าถูกคลายออก หลังผู้เทรดถอนกำไรที่ยังไม่รับรู้จนมาร์จิ้นต่ำกว่าระดับรักษาสภาพ ทำให้ HLP ต้องรับขาดทุนกว่า 4 ล้านดอลลาร์ Hyperliquid ระบุว่าไม่มีช่องโหว่ของโปรโตคอลเข้ามาเกี่ยวข้อง และลดเลเวอเรจสูงสุดเหลือ 40 เท่าสำหรับ BTC กับ 25 เท่าสำหรับ ETH ซึ่งยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
2025-03-26
สัญญา perp ของเหรียญมีมที่ถูกปั่นทำให้ HLP มีขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ 12 ถึง 13.5 ล้านดอลลาร์ จนชุดผู้ตรวจสอบลงมติภายในราวสองนาทีให้ถอดตลาดและชำระราคาสถานะที่ราคาที่กำหนด ผู้ใช้ที่ไม่ถูกทำเครื่องหมายได้รับการชดเชยเต็มจำนวนจาก Hyper Foundation และหลังจากนั้นจึงเพิ่มการตรวจสอบบนเชนสำหรับการถอดตลาด
2025-07-29
เซิร์ฟเวอร์ API ล่มจากปริมาณคำขอที่พุ่งสูง ส่งคำสั่งไม่ได้ราว 37 นาที ขณะที่ L1 ยังผลิตบล็อกต่อเนื่อง และมีการคืนเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบ
2025-11-12
การปั่นราคาอีกครั้งทิ้งหนี้เสียราว 4.5 ถึง 4.9 ล้านดอลลาร์ไว้กับ HLP

การอ่านรูปแบบอย่างซื่อตรงสำคัญกว่าการนับจำนวนเหตุการณ์ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานการเจาะระบบสำเร็จที่สะพานเชื่อม สัญญา เครื่องจับคู่คำสั่ง หรือชั้นฉันทามติ รูปแบบความเสียหายที่เกิดซ้ำเป็นเชิงเศรษฐกิจ คือการปั่นตลาดที่สภาพคล่องบางแล้วผลักหนี้เสียไปให้ผู้ฝากใน HLP ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละชนิดกับที่ผู้อ่านมักกังวลเวลาได้ยินคำว่า DeFi ส่วนความพร้อมใช้งานในภาพรวม หน้าสถานะระบบเมื่อ 2026-07-24 แสดงว่าทุกระบบทำงานปกติ ความพร้อมใช้งาน 90 วันอยู่ที่ 100% มีเพียงการอัปเกรดตามกำหนดสองครั้งสั้น ๆ

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง คำถามถัดมาคือไปหาใคร คำตอบตรงไปตรงมาคือไม่มีใคร ไม่มีใบอนุญาตในเขตอำนาจใด ข้อกำหนดปฏิเสธหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์และการเก็บรักษาสินทรัพย์ ระบุว่าธุรกรรมย้อนกลับไม่ได้ และกำหนดให้ข้อพิพาทเข้าสู่อนุญาโตตุลาการที่ผูกพันภายใต้กฎหมายต่างประเทศ ในฝั่งหน่วยงานกำกับที่เคยพูดถึง ก็พูดเรื่องเดียวกันในภาษาของตน เช่น คำเตือนของสหราชอาณาจักรที่ระบุว่าไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Financial Ombudsman Service และไม่มีความคุ้มครองจาก FSCS

สำหรับผู้อ่านชาวไทย สิ่งที่หายไปเมื่อเทรดที่นี่ไม่ใช่ความถูกกฎหมายของตัวผู้ใช้ แต่เป็นความคุ้มครอง ไม่มีการคุ้มครองเงินฝาก ไม่มีกองทุนชดเชย และไม่มีหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอยู่เบื้องหลังบัญชีนี้

ชั้นสุดท้ายคือความพร้อมใช้งานและการพึ่งพาบุคคลที่สาม การเข้าถึงเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า รายชื่อที่ถูกกันออกจากตลาดผลลัพธ์กำหนดโดยดุลพินิจของบริษัท และข้อกำหนดปฏิเสธความรับผิดต่อการสูญเสียการเข้าถึงจากการปรับปรุงรายชื่อนั้น ขณะที่หน้าเว็บเป็นอินเทอร์เฟซเดียวที่บริษัทเดียวดูแล ช่องทางแลกเงินสกุลทั่วไปเป็นบริการของบุคคลที่สามที่มีเงื่อนไข การสนับสนุน และข้อกำหนดของตัวเอง และสะพานเชื่อมไปยัง Arbitrum ก็มีกลไกช่วงคัดค้านของตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงเรื่องการพึ่งพาและความต่อเนื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่หลังจากนั้น