— สารบัญ 12 หัวข้อ
- 01 รหัสแนะนำ Pacifica “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
- 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Pacifica “CHAINHELM”
- 03 ขั้นตอนการสมัคร Pacifica ด้วยรหัสแนะนำ
- 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Pacifica เสร็จ
- 05 รหัสแนะนำ Pacifica เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
- 06 โครงการแต้มของ Pacifica แจก 10 ล้านแต้มทุกสัปดาห์ แต่ยังไม่มีโทเคน
- 07 เจาะข้อมูล Pacifica — Perp DEX บน Solana ที่เปิดเมนเน็ตปี 2025 และคิดค่าธรรมเนียมเป็นขั้นตามวอลุ่ม
- 08 อันดับ 9 ด้านวอลุ่มในกลุ่ม Perp DEX และตลาดหุ้น ทองคำ และก่อน IPO ที่ Pacifica เปิดเพิ่ม
- 09 12 ประเทศที่ Pacifica กันออกด้วยข้อกำหนดของตัวเอง และเส้นแบ่งระหว่างหน้าเว็บกับโปรโตคอล
- 10 สถานะของ Pacifica ในไทย — เข้าใช้งานได้ และไม่อยู่ในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตของ ก.ล.ต.
- 11 ความเสี่ยงเฉพาะของ Pacifica — รายงานออดิทที่เปิดไม่ได้ และการไม่มีกองทุนประกันความเสี่ยง
- 12 บทสรุป — รหัสยังใช้ได้ ผูกครั้งเดียวตอนเชื่อมวอลเล็ต และสามจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักเอง
รหัสแนะนำ Pacifica เฉพาะของ chainhelm คือ
ณ วันที่ 2026-08-07 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้
เพียงใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต คุณก็จะได้รับ โบนัสแต้มแอร์ดรอป +5% การใช้รหัสทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นเลย
บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Pacifica จุดเด่นของ Pacifica การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง
รหัสแนะนำ Pacifica “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Pacifica ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-07 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “CHAINHELM” ยังใช้ได้อยู่
ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ
หน้าจอแสดงข้อความ “You’ve been invited with referral code: chainhelm” ซึ่งยืนยันว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกเก็บไว้ตั้งแต่ตอนเข้าผ่านลิงก์ และอยู่ในสถานะที่จะถูกนำไปใช้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต
chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้
รหัสเดินเข้าบัญชีได้สองทาง คือเข้าผ่านลิงก์แล้วรหัสติดมาเอง กับกรอกรหัสเองในช่องที่มีให้ตอนเชื่อมต่อ ส่วนขั้นตอนจริงทีละจอ อยู่ในหัวข้อวิธีสมัครถัดไป
สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Pacifica “CHAINHELM”
เมื่อใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Pacifica
- สิทธิประโยชน์
- โบนัสแต้มแอร์ดรอป +5%
- วันหมดอายุ
- ไม่มี
- ผู้มีสิทธิ์
- ผู้ใช้ใหม่
การรับสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องใช้รหัสแนะนำตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต โปรดระวังอย่าลืมใช้รหัส
ขั้นตอนการสมัคร Pacifica ด้วยรหัสแนะนำ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ก่อนเริ่ม มีเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก่อน คำว่า “สมัคร” บน Pacifica ไม่มีอีเมลและรหัสผ่านให้ตั้ง สิ่งที่เรียกว่าการสมัครคือการเชื่อมวอลเล็ตเข้ากับเว็บแล้วลงลายเซ็นหนึ่งครั้ง และไม่มีการยืนยันตัวตนที่จุดใดของขั้นตอนนี้เลย
เอกสารทางการระบุวอลเล็ตที่รองรับไว้สี่ตัว คือ Phantom, Solflare, Backpack และ Ledger ทั้งหมดเป็นวอลเล็ตสาย Solana และถ้ายังไม่มีวอลเล็ตเลย หน้าจอเลือกกระเป๋ายังเปิดทางให้เริ่มด้วยอีเมล บัญชี Google หรือบัญชี X ผ่านปุ่ม Social login ซึ่งเบื้องหลังใช้บริการของ Privy ที่ย้ายมาจาก Reown
ทางที่ง่ายกว่ามีราคาที่ควรรู้ก่อนเลือก บัญชีที่เปิดด้วย Social login ก็มีวอลเล็ตบนเชนอยู่เบื้องหลังเหมือนกัน ต่างกันตรงที่กุญแจของวอลเล็ตนั้นอยู่กับผู้ให้บริการ embedded wallet ไม่ได้อยู่กับคุณ จนกว่าคุณจะ export ออกมาเก็บไว้เอง
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์
- ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Pacifica ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. คลิก “Connect Wallet” จากหน้าต้อนรับ
เมื่อเปิดเว็บผ่านลิงก์เชิญ ให้คลิกปุ่ม “Connect Wallet” กลางหน้าต่างต้อนรับ “Welcome to Pacifica!” ที่ซ้อนขึ้นมาบนหน้าจอเทรด เพื่อไปยังขั้นตอนเลือกกระเป๋า ก่อนคลิก ให้ดูบรรทัด “You’ve been invited with referral code: chainhelm” เพื่อยืนยันว่าลิงก์ใส่โค้ดแนะนำมาให้แล้ว
3. เลือก “Phantom” จากรายการกระเป๋า
ในหน้าต่างเลือกกระเป๋า ให้คลิก “Phantom” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ใช้ในบทความนี้ แล้วส่วนขยาย Phantom จะเปิดขึ้นมาให้อนุมัติการเชื่อมต่อ ทางขวาของแต่ละแถวจะบอกสถานะไว้ เช่น “Detected” สำหรับกระเป๋าที่เบราว์เซอร์ตรวจพบแล้ว และ “Install” สำหรับตัวที่ยังต้องติดตั้งก่อน
ถ้าใช้กระเป๋าอื่น เลือกได้จากรายการเดียวกัน ทั้ง “Solflare” “Binance Web3 Wallet” “MetaMask” “Backpack” “OKX Wallet” และ “WalletConnect” หรือจะเริ่มด้วยอีเมล บัญชี Google และ X ในส่วน “Social login” ก็ได้
4. อนุมัติการเชื่อมต่อในหน้าต่าง Phantom
เมื่อหน้าต่าง Phantom เด้งขึ้นมา ให้ตรวจว่าโดเมนที่ขอเชื่อมต่อคือ app.pacifica.fi แล้วคลิก “Connect” เพื่อผูกบัญชีในกระเป๋าเข้ากับเว็บ การอนุมัติขั้นนี้ให้สิทธิ์เว็บดูยอดคงเหลือและความเคลื่อนไหวของบัญชีที่เลือกเท่านั้น
5. คลิก “Sign to Continue” เพื่อลงลายเซ็น
เมื่อกระเป๋าเชื่อมต่อแล้ว หน้าต่างต้อนรับจะกลับมาพร้อมปุ่ม “Sign to Continue” ให้คลิกเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนลงลายเซ็น จุดที่ต้องอ่านคือบรรทัด “Please deposit first to claim your referral code.” ซึ่งบอกว่าโค้ดแนะนำจะมีผลหลังฝากเงินครั้งแรก
6. ตั้งค่าลายเซ็นแล้วคลิก “Start Trading”
ในหน้าต่าง “Start Trading” ให้คง “Stay Connected” ที่ติ๊กมาให้ตามค่าเริ่มต้น และติ๊ก “Use Hardware Wallet” เฉพาะเมื่อใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ จากนั้นคลิกปุ่ม “Start Trading” เพื่อเรียกกระเป๋าขึ้นมาลงลายเซ็น คำอธิบายด้านบนระบุว่าลายเซ็นนี้ไม่เสียค่าแก๊ส เพราะเป็นการสร้างการเชื่อมต่อแบบกระจายศูนย์สำหรับการเทรด
7. คลิก “Confirm” เพื่อลงลายเซ็นข้อความ
ในหน้าต่าง “Sign Message” ของ Phantom ให้ตรวจว่าคำขอมาจาก app.pacifica.fi แล้วคลิก “Confirm” เพื่อลงลายเซ็น ลายเซ็นนี้ใช้พิสูจน์ความเป็นเจ้าของบัญชีที่เลือกไว้ ตามคำอธิบายใต้หัวข้อของคำขอ
8. คลิก “Deposit” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนฝากเงิน
เมื่อลงลายเซ็นเสร็จ ปุ่มในหน้าต่างต้อนรับจะเปลี่ยนเป็น “Deposit” ให้คลิกเพื่อเริ่มขั้นตอนฝากเงิน บรรทัด “Please deposit first to claim your referral code.” ที่ยังอยู่เหนือปุ่ม ย้ำว่าโค้ดแนะนำจะผูกกับบัญชีเมื่อฝากเงินครั้งแรกสำเร็จ
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
- ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Pacifica บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. แตะ “Connect Wallet” จากหน้าต้อนรับ
เปิดลิงก์เชิญบนเบราว์เซอร์มือถือ แล้วแตะปุ่ม “Connect Wallet” ในการ์ดต้อนรับ “Welcome to Pacifica!” ที่ลอยขึ้นมากลางจอ เพื่อไปยังขั้นตอนเลือกกระเป๋า ก่อนแตะ ให้อ่านบรรทัด “You’ve been invited with referral code: chainhelm” เพื่อยืนยันว่าโค้ดแนะนำติดมากับลิงก์แล้ว
3. แตะ “Phantom” จากรายการกระเป๋า
ในแผงเลือกกระเป๋าที่ซ้อนขึ้นมาเกือบเต็มจอ ให้แตะ “Phantom” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ใช้ในบทความนี้ เพื่อสลับไปยังแอปกระเป๋าและอนุมัติการเชื่อมต่อ
ถ้าใช้กระเป๋าอื่น ในรายการเดียวกันยังมี “Backpack” “OKX Wallet” “Solflare” “Binance Web3 Wallet” “MetaMask” และ “WalletConnect” หรือจะเริ่มด้วยอีเมล บัญชี Google และ X ใต้หัวข้อ “Social login” ก็ได้
4. อนุมัติการเชื่อมต่อในแอป Phantom
เมื่อสลับมาที่หน้าขออนุมัติของ Phantom ให้ตรวจว่าโดเมนที่ขอเชื่อมต่อคือ app.pacifica.fi แล้วแตะ “Connect” เพื่อผูกบัญชีในกระเป๋าเข้ากับเว็บ การอนุมัติขั้นนี้ให้สิทธิ์เว็บดูยอดคงเหลือและความเคลื่อนไหวของบัญชีที่เลือกเท่านั้น
5. แตะ “Sign to Continue” เพื่อลงลายเซ็น
เมื่อกระเป๋าเชื่อมต่อแล้ว ให้แตะปุ่ม “Sign to Continue” ในการ์ดต้อนรับเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนลงลายเซ็น ก่อนแตะ ให้อ่านบรรทัด “Please deposit first to claim your referral code.” ที่บอกว่าโค้ดแนะนำจะมีผลหลังฝากเงินครั้งแรก
6. ตั้งค่าลายเซ็นแล้วแตะ “Start Trading”
ในการ์ด “Start Trading” ให้คง “Stay Connected” ที่ติ๊กมาให้ตามค่าเริ่มต้น และแตะติ๊ก “Use Hardware Wallet” เฉพาะเมื่อใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ จากนั้นแตะปุ่ม “Start Trading” เพื่อไปลงลายเซ็นในกระเป๋า คำอธิบายเหนือช่องติ๊กระบุว่าลายเซ็นนี้ไม่เสียค่าแก๊ส เพราะเป็นการสร้างการเชื่อมต่อแบบกระจายศูนย์สำหรับการเทรด
7. แตะ “Confirm” เพื่อลงลายเซ็นข้อความ
ที่หน้า “Sign Message” ของ Phantom ให้ตรวจว่าคำขอมาจาก app.pacifica.fi แล้วแตะ “Confirm” เพื่อลงลายเซ็น ลายเซ็นนี้ใช้พิสูจน์ความเป็นเจ้าของบัญชีที่เลือกไว้ ตามคำอธิบายใต้หัวข้อของคำขอ
8. แตะ “Deposit” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนฝากเงิน
หลังลงลายเซ็นแล้ว ให้แตะปุ่ม “Deposit” ในการ์ดต้อนรับเพื่อเริ่มขั้นตอนฝากเงิน ข้อความ “Please deposit first to claim your referral code.” ที่ยังอยู่เหนือปุ่ม ย้ำว่าโค้ดแนะนำจะผูกกับบัญชีเมื่อฝากเงินครั้งแรกสำเร็จ
สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Pacifica เสร็จ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ก่อนกดปุ่มฝากเงิน มีรางเดียวที่ต้องจำให้แม่น เพราะฝากผิดทางแล้วเงินไม่เข้า การฝากตรงรับเฉพาะ USDC บนเครือข่าย Solana เท่านั้น เอกสารทางการเขียนไว้ตรง ๆ ว่าการฝากผ่านเครือข่ายอื่นอย่าง Ethereum หรือ Arbitrum และการส่งสินทรัพย์ผิดตัวอย่าง USDT หรือ SOL จะไม่ถูกเครดิตเข้าบัญชี
ยอดขั้นต่ำอยู่ที่ 10 USDC ต่ำกว่านั้นระบบไม่เครดิตให้อัตโนมัติ ฝั่ง Pacifica ไม่คิดค่าธรรมเนียมการฝาก แต่ผู้ฝากจ่ายค่าแก๊สของ Solana เอง ส่วนขาออกคิด 1 ดอลลาร์ต่อการถอน USDC หนึ่งครั้ง
หน้าจอที่เราตรวจยังมีตัวเลือก “Cross-chain” วางอยู่ข้างการฝากตรง ซึ่งโอนข้ามเชนเข้ามาผ่าน deBridge ที่เป็นบริการภายนอก ไม่ใช่สะพานของ Pacifica เอง เพราะสิ่งที่เอกสารทางการอธิบายไว้คือสะพานฝาก-ถอนบน Solana ที่ Pacifica เดินเครื่องเองเท่านั้น
ที่ไม่มีเลยคือช่องทางเติมเงินด้วยเงินบาทหรือสกุลเงินจริงใด ๆ และไม่มีการเชื่อมกับธนาคารหรือ e-wallet ไทย แปลว่าคุณต้องมี USDC บนเครือข่าย Solana อยู่ในวอลเล็ตอยู่แล้ว ก่อนจะเริ่มขั้นตอนในหัวข้อนี้
และบทนี้ผูกกับรหัสแนะนำโดยตรง เพราะรหัสจะถูกนำไปใช้จริงเมื่อการฝากครั้งแรกสำเร็จ ผู้ที่เชื่อมวอลเล็ตเสร็จแล้วแต่ยังไม่ฝาก จึงยังไม่นับว่ารับรหัสครบ ตรงกับบรรทัด “Please deposit first to claim your referral code.” ที่เห็นมาตั้งแต่ขั้นตอนก่อนหน้า
การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์
บนหน้าจอเทรด ให้คลิกปุ่ม “Deposit” ที่แถบบนขวาเพื่อเปิดหน้าต่างฝากเงิน ปุ่ม “Deposit” อีกจุดหนึ่งอยู่ในแผงบัญชีด้านขวาล่างคู่กับ “Withdraw” และเปิดหน้าต่างเดียวกัน
ในหน้าต่างฝากเงินที่เปิดขึ้น ให้เลือกวิธี “Direct Deposit” ซึ่งฝากผ่านเครือข่าย Solana แล้วกรอกจำนวน USDC ลงในช่อง “Amount” หรือคลิก “Max” เพื่อดึงยอดทั้งหมดจาก “Available Balance” มาใส่ ตราบใดที่ยังไม่ได้ติ๊ก “I agree to the terms of service” ปุ่ม “Deposit” จะยังเป็นสีจางและคลิกไม่ได้
ถ้าเหรียญอยู่บนเชนอื่น ให้ใช้ตัวเลือก “Cross-chain” ทางซ้าย ซึ่งโอนข้ามเชนเข้ามาผ่าน deBridge
ติ๊กช่อง “I agree to the terms of service” เพื่อยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน แล้วปุ่ม “Deposit” จะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าให้คลิกส่งคำสั่งฝากได้ ก่อนคลิก ให้ตรวจจำนวนและสกุลเงินในช่องด้านบนอีกครั้งว่าตรงกับที่ตั้งใจฝาก
หลังคลิก “Deposit” ปุ่มจะจางลงพร้อมวงกลมหมุนอยู่หน้าข้อความ ให้รอโดยไม่ปิดหน้าต่างและไม่รีเฟรชหน้าเว็บ จากนั้นคำขอยืนยันจะถูกส่งต่อไปยังกระเป๋า
เมื่อ Phantom เปิดหน้าต่าง “Confirm Transaction” ให้เทียบจำนวน USDC ที่จะถูกหักกับจำนวนที่กรอกไว้ แล้วคลิก “Confirm” เพื่อส่งธุรกรรมขึ้นเครือข่าย Solana บรรทัด “Network Fee” บอกค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่คิดเป็น SOL แยกจากยอดที่ฝาก
เมื่อยืนยันในกระเป๋าแล้ว แถบแจ้งเตือน “Deposit Initiated” จะขึ้นที่มุมขวาล่างพร้อมจำนวน USDC ที่ส่งไป ให้คลิก “View on Solscan” เพื่อเปิดดูรายการธุรกรรมบนเชนและยืนยันว่าคำสั่งฝากถูกส่งจริง
การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
บนหน้าจอเทรด ให้แตะปุ่ม “Deposit” สีฟ้ากลางแถบบนสุด เพื่อเปิดแผงฝากเงินขึ้นมาซ้อนบนกราฟ ปุ่มนี้อยู่แถวเดียวกับไอคอนตั้งค่ามุมขวาบน จึงเรียกใช้ได้จากหน้าจอเทรดโดยตรง
ในแผงฝากเงินที่เลื่อนขึ้นมา ให้ใช้ส่วน “Direct Deposit” ที่ระบุเครือข่ายเป็น Solana แล้วพิมพ์จำนวน USDC ที่จะฝาก หรือแตะ “Max” เพื่อดึงยอดจาก “Available Balance” มาทั้งก้อน ตราบใดที่ยังไม่ได้แตะช่อง “I agree to the terms of service” ปุ่ม “Deposit” ท้ายแผงจะยังกดไม่ได้
ถ้าเหรียญอยู่บนเชนอื่น ให้เลื่อนลงไปที่ “Cross-chain” ใต้หัวข้อที่ให้เติมเงินด้วยวิธีอื่น ซึ่งโอนข้ามเชนเข้ามาผ่าน deBridge
แตะช่อง “I agree to the terms of service” ให้ขึ้นเครื่องหมายถูก แล้วปุ่ม “Deposit” ท้ายแผงจะสว่างขึ้นและแตะส่งคำสั่งฝากได้ ก่อนแตะ ให้เลื่อนดูจำนวนและสกุลเงินด้านบนอีกครั้งว่าตรงกับที่ตั้งใจฝาก
หลังแตะ “Deposit” ปุ่มจะจางลงพร้อมวงกลมหมุนอยู่หน้าข้อความ ให้รอโดยไม่ปิดแผงและไม่สลับออกจากเบราว์เซอร์ จากนั้นคำขอยืนยันจะถูกส่งต่อไปยังกระเป๋า
เมื่อสลับมาที่หน้า “Confirm Transaction” ของ Phantom ให้เทียบจำนวน USDC ที่จะถูกหักกับจำนวนที่กรอกไว้ แล้วแตะ “Confirm” เพื่อส่งธุรกรรมขึ้นเครือข่าย Solana บรรทัด “Network Fee” บอกค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่คิดเป็น SOL แยกจากยอดที่ฝาก
เมื่อยืนยันในกระเป๋าแล้ว แถบแจ้งเตือน “Deposit Initiated” จะขึ้นเหนือแถบเมนูล่างพร้อมจำนวน USDC ที่ส่งไป ให้แตะ “View on Solscan” เพื่อเปิดดูรายการธุรกรรมบนเชนและยืนยันว่าคำสั่งฝากถูกส่งจริง
เมื่อยอดฝากเข้าบัญชีแล้ว โค้ดแนะนำ chainhelm จะถูกผูกกับบัญชีตามเงื่อนไขการฝากครั้งแรก และบัญชีก็พร้อมเริ่มเทรดได้ทันที
รหัสแนะนำ Pacifica เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
รหัสแนะนำใช้ได้เพียงครั้งเดียว คือตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น
หากเชื่อมต่อจนจบขั้นตอนโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ จะไม่มีวิธีย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมได้อีก ผู้ที่ยังต้องการใช้รหัสจึงต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ
- ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีข้อความแจ้งว่ารหัสแนะนำ CHAINHELM ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ตรวจทั้งข้อความที่ขึ้นเมื่อเข้าผ่านลิงก์ และค่าในช่องกรอกรหัส)
เหตุผลอยู่ที่ว่ารหัสผูกกับวอลเล็ตที่ใช้ตอนเชื่อมต่อ ไม่ได้ผูกกับตัวคุณ วอลเล็ตที่เดินจนจบขั้นตอนไปแล้วโดยไม่ได้ใช้รหัส จึงย้อนกลับไปผูกใหม่ไม่ได้ และต่อให้เข้ามาถูกทางผ่านลิงก์แล้ว รหัสก็ยังไม่สมบูรณ์จนกว่าการฝากครั้งแรกจะสำเร็จ
◆ ◇ ◆
โครงการแต้มของ Pacifica แจก 10 ล้านแต้มทุกสัปดาห์ แต่ยังไม่มีโทเคน
การแจกแต้ม 10 ล้านแต้มทุกสัปดาห์และรอบสแนปช็อตวันพฤหัสบดี
โครงการแต้มคือเหตุผลที่คนจำนวนมากเดินเข้ามาที่ Pacifica ก่อนจะสนใจเรื่องอื่น จังหวะเวลาของโครงการจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรรู้ เพราะมันกำหนดว่ากิจกรรมของคุณจะถูกนับเมื่อไร
รอบเวลาแบบนี้แปลว่าอะไรกับคนที่เพิ่งเปิดบัญชี คำตอบคือกิจกรรมของคุณจะไปโผล่หลังสแนปช็อตรอบถัดไป ไม่ใช่ทันทีที่ปิดสถานะ และเอกสารทางการยังเขียนเผื่อไว้อีกชั้นว่าการให้แต้มของกิจกรรมหนึ่ง ๆ อาจเข้าทันทีหรือกระจายไปหลายรอบการแจก จึงไม่ควรคาดว่าเทรดสัปดาห์นี้แล้วแต้มจะขึ้นครบในรอบเดียว
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปอ่านที่อื่น คือเอกสารทางการไม่ได้กำหนดหมายเลข season หรือ epoch ใด ๆ และไม่เคยประกาศวันสิ้นสุดโครงการ ข้ออ้างที่วนอยู่ตามเว็บอื่นว่านี่คือ Season 1 หรือเป็นโครงการ 22 สัปดาห์ที่จบไปแล้วเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 จึงไม่มีแหล่งทางการรองรับ และขัดกับข้อเท็จจริงที่โครงการยังเดินอยู่ในวันที่เราตรวจ
สูตรคิดแต้มที่ไม่เปิดเผยและกิจกรรมที่ไม่นับแต้ม
ถ้าอยากรู้ว่าเทรดเท่านี้แล้วจะได้กี่แต้ม คำตอบคือคำนวณไม่ได้ และไม่ใช่เพราะยังไม่ประกาศ เอกสารของ Pacifica เขียนเองว่าสูตรเป็นแบบ dynamic and opaque by design คือขยับตลอดเวลาและตั้งใจไม่เปิดเผย โดยปรับทุกสัปดาห์ตามการใช้งานที่เปลี่ยนไป และมีทีมงานเพียงไม่กี่คนที่รู้รายละเอียด ความทึบตรงนี้จึงเป็นการออกแบบ ไม่ใช่ช่องว่างของข้อมูลที่รอเติม
สิ่งที่ประกาศไว้ชัดกลับเป็นฝั่งที่ไม่ได้แต้ม แต้มมาจากการเทรดจริงผ่านหน้าเว็บหรือ API เท่านั้น ส่วนการเทรดกับตัวเอง การกระจายบัญชีปลอมจำนวนมาก และพฤติกรรมปั่นรูปแบบอื่น ไม่ได้แต้ม เอกสารระบุตรง ๆ ว่าถือ 100 บัญชีก็ไม่ได้เปรียบกว่าบัญชีเดียว
และไม่มีการจัดสรรล่วงหน้าให้ใครไว้ก่อน ซื้อแต้มก็ไม่ได้ โดย Pacifica ระบุว่าไม่สนับสนุนการซื้อขายแต้มในตลาดรอง
ท่าทีทางการที่ยังไม่ผูกมัดว่าแต้มจะกลายเป็นโทเคน
คำถามที่อยู่ในใจคนสะสมแต้มคือแต้มจะแปลงเป็นโทเคนไหม สิ่งที่ตอบได้ตามหลักฐานคือ ณ วันที่ตรวจ Pacifica ยังไม่มีโทเคนและยังไม่เคยมี TGE ยืนยันได้จากสามทางที่ไม่พึ่งกัน เอกสารทางการและข้อกำหนดการใช้งานไม่มี tokenomics อยู่เลย DeFi Llama เว้นช่องมูลค่าตลาดของโปรโตคอลไว้โดยไม่มีตัวเลข และเอกสารของบริษัทเองระบุว่าใช้ทุนตัวเองโดยไม่ได้ระดมทุนจากภายนอก
และยังไม่เคยมีแอร์ดรอปเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ณ วันที่เราตรวจ
ถ้อยคำที่ผูกพันจริงอยู่ในกล่องข้างบน และมันบอกว่าอะไรที่ยังไม่ถูกรับปาก มากกว่าจะบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น บทความนี้จึงหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่คาดเดามูลค่าโทเคน อัตราแปลงแต้ม หรือช่วงเวลาใด ๆ
เงื่อนไขที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์รับแต้ม
เอกสารวางเงื่อนไขการตัดสิทธิ์ไว้สามชั้น ชั้นแรกเป็นภูมิศาสตร์ ข้อ 10.3(d) ระบุว่ากฎหมายที่ใช้บังคับอาจจำกัดหรือห้ามการเข้าร่วมในบางเขตอำนาจ ซึ่งซ้อนอยู่บนรายชื่อประเทศที่ถูกกันไม่ให้เข้าหน้าเว็บตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ชั้นที่สองเป็นพฤติกรรม คือกลุ่มการปั่นที่พูดถึงไปแล้ว และชั้นที่สามคือดุลพินิจ แต้มถูกปรับ ยกเลิก หรือริบได้เมื่อบริษัทเห็นหรือสงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ รวมถึงการทบทวนย้อนหลัง
สำหรับผู้อ่านในไทย ไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ถูกกัน รายละเอียดของสถานะในไทยอยู่ในหัวข้อเฉพาะด้านล่าง
เจาะข้อมูล Pacifica — Perp DEX บน Solana ที่เปิดเมนเน็ตปี 2025 และคิดค่าธรรมเนียมเป็นขั้นตามวอลุ่ม
ผู้ให้บริการหน้าเว็บ ทีมงาน และเส้นทางตั้งแต่เปิดเมนเน็ตปี 2025
Pacifica คือ perp DEX ที่เดินอยู่บนเชน Solana ก่อตั้งเมื่อ 2025-01 และเปิดเมนเน็ตเมื่อ 2025-06 หลังพัฒนาอยู่ราวหกเดือน ของที่ส่งออกมาหลังจากนั้นเรียงได้ตามนี้
ผู้ให้บริการหน้าเว็บและแอปคือ SkyLake Global Corp บริษัทที่จดทะเบียนในปานามา ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดการใช้งาน ซึ่งอธิบายบทบาทของตัวเองว่าเป็นผู้ให้บริการส่วนติดต่อผู้ใช้ ไม่ใช่เจ้าของโปรโตคอล เส้นแบ่งนี้แคบแค่ไหนในทางปฏิบัติ เก็บไว้คุยกันในหัวข้อเรื่องกฎเกณฑ์ด้านล่าง
เรื่องผู้บริหารต้องพูดให้ตรง ไม่มีแหล่งทางการใดของ Pacifica ระบุชื่อผู้ก่อตั้งหรือผู้บริหารไว้เลยสักคน ชื่อ Constance Wang อดีต COO ของ FTX จนถึง 2022-11 มาจากรายงานของสื่ออุตสาหกรรมสำนักเดียวสองชิ้น ลงวันที่ 2025-09-26 และ 2025-11-13 ไม่ใช่การเปิดเผยทางการ ส่วนที่เอกสารทางการยอมบอกมีเพียงว่าทีมงานมีศิษย์เก่าจาก Binance, FTX, Coinbase, Jane Street และที่อื่น ๆ
ยังมีจุดที่แหล่งข้อมูลขัดกันเอง และควรบอกไว้ตรงนี้ด้วย CoinGecko ระบุว่าบริษัทจดทะเบียนที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จินและก่อตั้งปี 2024 ซึ่งไม่ตรงกับข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารทางการ บทความนี้ยึดแหล่งปฐมภูมิ คือข้อกำหนดที่ลงวันที่ไว้ชัดเจน
จับคู่คำสั่งนอกเชนแล้วชำระราคาบน Solana
โครงสร้างของ Pacifica เป็น central limit order book แบบเดียวกับเว็บเทรดที่คุ้นเคย ไม่ใช่ AMM ที่ให้เทรดกับพูลสภาพคล่อง จุดต่างอยู่ที่การแบ่งงาน การจับคู่คำสั่งทำงานอยู่บน engine นอกเชน ส่วนการชำระราคาและการเก็บรักษาสินทรัพย์อยู่บน Solana
ผลที่ผู้ใช้สัมผัสได้จากการแบ่งงานแบบนี้คือ การวาง แก้ ยกเลิก และจับคู่คำสั่ง ไม่เสียค่าแก๊สเลยสักบาท ค่าแก๊สของ Solana เกิดเฉพาะตอนฝากและตอนถอนเท่านั้น
สำหรับคนที่เคยใช้แต่เว็บเทรดแบบรวมศูนย์ ความต่างที่ต้องปรับความคิดคือบัญชีของคุณก็คือวอลเล็ตของคุณ ไม่มีตัวกลางถือบัญชีไว้ให้ และไม่มีการฝากเงินบาทเข้าระบบ ส่วนโครงสร้างการเก็บรักษาแบบ hot กับ cold และ multisig เป็นเรื่องของความเสี่ยง จึงเก็บไว้ในหัวข้อความเสี่ยงท้ายบทความ
72 ตลาดครอบคลุมคริปโต หุ้น ทองคำ และค่าเงิน พร้อมเลเวอเรจรายตลาด
ตารางข้อกำหนดตลาดของ Pacifica นับได้ 72 แถว แบ่งเป็นคริปโต perp 49 ตลาด คู่พิเศษอีก 2 รายการซึ่งรวมตลาด spot SOL-USDC ไว้ด้วย และตลาดสินทรัพย์โลกจริงอีก 21 ตลาด ตัวเลข 72 นี้ตรงกับที่ CoinGecko นับไว้ ส่วนเลข 65+ ที่ยังค้างอยู่ในหน้าแนะนำตัวเป็นค่าปัดที่เก่ากว่า และต้องจำไว้ด้วยว่าหนึ่งใน 72 แถวนั้นเป็นตลาด spot ไม่ใช่ perp
เลเวอเรจสูงสุดก็ไม่ได้ให้ทั้งบัญชี แต่กำหนดเป็นรายตลาด
- 50x
- BTC, ETH, EURUSD และ USDJPY
- 20x
- BNB, DOGE, HYPE, SOL, XRP และ SP500
- 10x
- คริปโตอีก 24 ตลาด หุ้นทั้งหมด และสินค้าโภคภัณฑ์
- 5x และ 3x
- คริปโต 9 ตลาดที่ 5x กับอีก 5 ตลาดคริปโตและ BP ที่ 3x
- 1x
- ตลาด spot SOL-USDC
มาร์จิ้นเลือกได้ทั้งแบบ cross และ isolated โดยแบบ cross จะรวม USDC กำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ และสินทรัพย์ spot ที่ปรับด้วยอัตรา LTV เข้าเป็นก้อน equity เดียว ข้อที่ควรจำก่อนเปิดสถานะคือเพิ่มเลเวอเรจระหว่างถือสถานะได้ แต่ลดไม่ได้จนกว่าจะปิดสถานะนั้นก่อน
อีกจุดที่มักเข้าใจผิดกัน Pacifica เทรด spot ได้ก็จริง แต่เล็กมากเมื่อเทียบกับฝั่ง perp โดย DeFi Llama รายงานวอลุ่ม spot 30 วันไว้ราว 1.21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 0.01% ของฝั่ง perp ที่นี่จึงไม่ใช่เว็บเทรด spot ทั่วไป
ค่าธรรมเนียมเมกเกอร์ 0.015% เทกเกอร์ 0.040% และต้นทุนอื่นที่ต้องบวกเพิ่ม
บัญชีเปิดใหม่ที่วอลุ่ม 30 วันยังเป็นศูนย์ เริ่มต้นที่เมกเกอร์ 0.015% และเทกเกอร์ 0.040% โครงสร้างมีทั้งหมด 8 ขั้น ไต่ตามวอลุ่ม 30 วันแบบหมุนและอัปเดตทุกวัน
ตรงนี้มีจุดที่มักถูกเล่าเกินจริง เมกเกอร์แตะ 0.000% ได้จริงตั้งแต่ขั้น VIP 1 ซึ่งต้องมีวอลุ่มเกิน 100 ล้านดอลลาร์ แต่เทกเกอร์ไม่เคยเป็นศูนย์ ต่ำสุดหยุดอยู่ที่ 0.028% ที่ขั้น VIP 3 ที่นี่จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มที่เทรดฟรี
ต้นทุนที่คนมักลืมบวกมีอีกสามก้อน ค่า funding คิดทุก 1 ชั่วโมง โดยเรตถูกเก็บค่าใหม่ทุก 5 วินาที และมีเพดานอยู่ที่ ±4% ต่อชั่วโมง การถอน USDC คิด 1 ดอลลาร์ต่อครั้ง และค่าแก๊สของ Solana ที่เกิดเฉพาะขอบฝากกับถอน
ที่นี่ไม่มีโทเคนของแพลตฟอร์ม จึงไม่มีส่วนลดค่าธรรมเนียมจากการถือโทเคนแบบที่หลายเว็บใช้ ทางลดมีทางเดียวคือวอลุ่ม บวกกับ VIP Program ที่ให้เอาวอลุ่ม 30 วันจากเว็บเทรดอื่นมาเทียบ เพื่อรับขั้น VIP เทียบเท่าเป็นเวลา 30 วัน และยังมีอีกหนึ่งบรรทัดที่เป็นต้นทุนจริง คือค่าธรรมเนียมการบังคับปิดสถานะ ซึ่งคิดที่ max(0.75%, maintenance_margin_ratio × 0.4) ของมูลค่าสถานะที่ถูกปิด กลไกเต็ม ๆ อยู่ในหัวข้อความเสี่ยง
ขนาดของแพลตฟอร์มเมื่อวัดด้วย TVL และวอลุ่ม 30 วัน
ณ 2026-07-29 DeFi Llama รายงาน TVL ของ Pacifica ไว้ที่ 27.88 ล้านดอลลาร์ อยู่บน Solana ทั้งหมด และวอลุ่ม 30 วันราว 10.85 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขที่แพลตฟอร์มประกาศเองต่างจากนั้นพอสมควร Pacifica ระบุวอลุ่มสะสมไว้กว่า 220 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดสะสมตลอดกาลของ DeFi Llama อยู่ที่ราว 121.9 พันล้านดอลลาร์ ห่างกันประมาณ 1.8 เท่า ตัวเลข 220 พันล้านจึงต้องอ่านในฐานะตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงานเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่บุคคลที่สามวัดได้
สาเหตุของช่องว่างอยู่ที่ธรรมเนียมการนับวอลุ่มที่ต่างกัน ซึ่งจะเห็นชัดกว่านี้ในหัวข้อถัดไป
อันดับ 9 ด้านวอลุ่มในกลุ่ม Perp DEX และตลาดหุ้น ทองคำ และก่อน IPO ที่ Pacifica เปิดเพิ่ม
อันดับ 9 ด้านวอลุ่มและอันดับ 11 ด้านสถานะคงค้างจากชุดข้อมูล DeFi Llama
ถ้าจะวาง Pacifica ลงบนแผนที่ของ perp DEX ตัวเลขที่ตรวจย้อนได้ดีที่สุดคืออันดับจากชุดข้อมูล DeFi Llama ในวันที่เราเก็บข้อมูล
อันดับ 9 ด้านวอลุ่ม 24 ชั่วโมง แต่อันดับ 11 ด้านสถานะคงค้างชุดข้อมูล DeFi Llama 2026-07-29
สองอันดับนั้นวัดจากคนละกลุ่มกัน อันดับวอลุ่มวัดจาก 121 โปรโตคอลที่รายงานวอลุ่ม 24 ชั่วโมง จากที่ลิสต์ไว้ทั้งหมด 197 ราย ส่วนอันดับสถานะคงค้างวัดจาก 68 โปรโตคอลที่รายงานตัวเลขนั้น เมื่อวัดด้วยวอลุ่ม 30 วันแทน อันดับอยู่ที่ 10 จาก 102 ส่วนแบ่งวอลุ่ม 24 ชั่วโมงคิดเป็น 1.67% ของทั้งตลาดที่ 21.52 พันล้านดอลลาร์ และสถานะคงค้าง 104.19 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 0.589% ของทั้งตลาดที่ 17.695 พันล้านดอลลาร์
ช่องว่างระหว่างสองอันดับนั่นแหละคือจุดที่ต้องอ่าน อันดับวอลุ่มที่สูงกว่าอันดับสถานะคงค้าง แปลว่าเงินที่นี่หมุนเร็วกว่าคู่แข่งที่อยู่ใกล้กันในตาราง ไม่ได้แปลว่ามีฐานสถานะค้างที่ใหญ่กว่า พูดแบบบ้าน ๆ คือคนที่นี่เข้าออกถี่ ไม่ใช่ถือยาว ขนาด 1.67% ของตลาดก็ใหญ่พอที่จะไม่ใช่ของเล่น แต่ยังห่างจากหัวตารางอยู่มาก
อันดับพวกนี้ขยับได้ทุกวัน ตัวเลขทั้งหมดจึงต้องอ่านคู่กับวันที่ 2026-07-29 เสมอ ไม่ใช่ค่าที่ค้างอยู่อย่างนั้นตลอดไป
ตัวเลขวอลุ่มที่ต่างกันเกือบเท่าตัวระหว่างแหล่งข้อมูล
ทำไมบทความนี้ถึงตรึงทุกอันดับไว้กับ DeFi Llama แหล่งเดียว คำตอบอยู่ในภาพข้างล่าง วันเดียวกันแท้ ๆ แต่ละแหล่งรายงานวอลุ่ม 24 ชั่วโมงของ Pacifica ไม่เท่ากันเลย
ไม่มีแหล่งไหนประกาศธรรมเนียมการนับของตัวเองออกมา จึงบอกไม่ได้ว่าฝ่ายใดนับซ้ำ สิ่งที่พูดได้คือมีวิธีนับอยู่สองแบบที่เข้ากันไม่ได้ ตัวเลขอันดับทั้งหมดในบทความนี้จึงตรึงไว้กับชุดข้อมูล DeFi Llama ชุดเดียว เพื่อไม่ให้วิธีนับคนละแบบถูกเอามาปนกัน
ตรงข้ามกับวอลุ่ม ตัวเลขสถานะคงค้างจากสามแหล่งกลับตรงกันในกรอบ 2.3% จึงเป็นตัวเลขที่เชื่อได้มากกว่า
ยังมีตัวสอบทานอีกตัวที่หายไป อันดับด้านรายได้ค่าธรรมเนียมโปรโตคอลใช้ไม่ได้เลย เพราะไม่มี Pacifica อยู่ในชุดข้อมูลค่าธรรมเนียมของ DeFi Llama และแพลตฟอร์มก็ไม่เผยตัวเลขนี้เอง ผลคือวอลุ่มของที่นี่ขาดตัวสอบทานที่ปั่นได้ยากกว่า ซึ่งตามปกติใช้ตรวจกันกับตัวเลขวอลุ่ม
ตลาดสินทรัพย์โลกจริง มาร์จิ้นรวมกับตลาดเงินกู้ และเครื่องมือสำหรับสายเขียนโปรแกรม
อะไรที่ทำให้ Pacifica ต่างจาก perp DEX บน Solana เจ้าอื่น คำตอบมีสามข้อ และไม่มีข้อไหนอยู่ที่ค่าธรรมเนียม
หุ้น ทองคำ ค่าเงิน และตราสารก่อน IPO
มาร์จิ้นรวมที่ต่อกับตลาดเงิน USDC
API และของเล่นสำหรับสายเขียนโปรแกรม
ตลาดก่อน IPO มีข้อควรรู้เพิ่มอีกชั้น เพราะยังไม่มีเว็บใหญ่รายอื่นลิสต์ตลาดเดียวกัน Pacifica จึงใช้ mark price ของตัวเองเป็นราคาอ้างอิง โดยมีทั้ง EMA กรอบราคา ±30% และเพดานสถานะคงค้างคอยคุมไว้ จนกว่าจะมีเจ้าอื่นลิสต์ตลาดนั้นด้วย
ส่วนตลาดเงิน USDC ที่ทำให้บัญชีเดียวทำได้หลายอย่าง ก็มีความเสี่ยงคู่ของมันเอง ซึ่งอยู่ในหัวข้อความเสี่ยงด้านล่าง
12 ประเทศที่ Pacifica กันออกด้วยข้อกำหนดของตัวเอง และเส้นแบ่งระหว่างหน้าเว็บกับโปรโตคอล
รายชื่อประเทศที่ถูกกันตามข้อกำหนด และเงื่อนไขคว่ำบาตรที่เปิดปลายไว้
ข้อกำหนดการใช้งานฉบับปรับล่าสุดเมื่อ 2026-06-11 ระบุรายชื่อ Restricted Territories ไว้ตามนี้
สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร จีน รัสเซีย ยูเครน คิวบา อิหร่าน เวเนซุเอลา ซีเรีย เกาหลีเหนือ ฟิลิปปินส์
จุดที่คนอ่านผิดกันบ่อยคือคิดว่ารายชื่อจบแค่นั้น ความจริงข้อความเดียวกันเขียนต่ออีกท่อนว่า เขตอำนาจใดก็ตามที่ถูกคว่ำบาตรแบบครอบคลุมโดยสหประชาชาติ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป หรือสหราชอาณาจักร ก็ถูกกันด้วย รายชื่อจึงเป็นแบบปลายเปิด ไม่ใช่รายการปิดตาย
ข้อกำหนดยังวางคุณสมบัติของผู้ใช้เพิ่มอีกสองข้อ คือต้องไม่อยู่ในบัญชีคว่ำบาตรหรือบัญชีผู้ถูกปฏิเสธ ทั้ง OFAC SDN, BIS, EU และ UK และต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
เอกสารประกอบผลิตภัณฑ์ของ Pacifica เองกลับมีอีกรายชื่อหนึ่งที่ไม่ตรงกัน โดยมีไครเมียและอัฟกานิสถานอยู่ แต่ไม่มีเจ็ดประเทศที่ข้อกำหนดเพิ่มเข้ามา เมื่อข้อกำหนดลงวันที่ไว้และเป็นเอกสารสัญญา จึงถือเป็นฉบับที่มีผลบังคับ ส่วนความไม่ตรงกันเองก็เป็นสัญญาณเรื่องการดูแลเอกสารที่ผู้อ่านควรรู้ไว้
วิธีบังคับเขียนไว้ชัดเช่นกัน บล็อกด้วย IP geolocation ที่ชั้นหน้าเว็บ เก็บบันทึก IP ไว้เพื่อบังคับข้อจำกัดเชิงพื้นที่ สงวนสิทธิ์ระงับหรือปิดกั้นเป็นรายอุปกรณ์และรายที่อยู่วอลเล็ตโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า และห้ามใช้ Mobile App จากเขตที่ถูกกัน เมื่อไม่มีการยืนยันตัวตนที่จุดใดเลย การบังคับจึงอิงที่ IP อุปกรณ์ และที่อยู่วอลเล็ต แทนที่จะอิงตัวบุคคล
เส้นแบ่งระหว่างหน้าเว็บที่บริษัทให้บริการกับโปรโตคอลบนเชน
ข้อกำหนดแบ่งของออกเป็นสองชั้นอย่างตั้งใจ ชั้นแรกคือ Interface หมายถึงเว็บและแอปที่ SkyLake Global Corp ให้บริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อกำหนดและการบล็อกเชิงพื้นที่ควบคุมอยู่ ชั้นที่สองคือ Protocol ที่อธิบายว่าเป็นชุด smart contract แบบ permissionless บนบล็อกเชนสาธารณะ และข้อกำหนดยังเขียนไว้ด้วยว่าบุคคลที่สามอาจมีช่องทางเข้าถึงโปรโตคอลอื่น ซึ่งข้อกำหนดฉบับนี้ไม่บังคับใช้
ข้อเท็จจริงที่ทำให้เส้นแบ่งนี้แคบกว่าถ้อยคำ อยู่ที่โครงสร้างข้างใต้ การจับคู่คำสั่งอยู่บน engine นอกเชนที่ Pacifica เดินเครื่องเอง และเพดานการถอนของ hot wallet กับ cold vault อยู่ใต้ multisig ที่ Pacifica กำกับ หน้าเว็บของบุคคลที่สามจึงยังต้องพึ่งโครงสร้างที่ Pacifica ดำเนินการอยู่ดี ไม่ได้ไปถึงโปรโตคอลที่เดินเองได้อย่างอิสระ
อีกเรื่องที่ต้องพูดให้ตรง ณ 2026-07-29 Pacifica ไม่มีใบอนุญาตหรือการจดทะเบียนในเขตอำนาจใดเลย และไม่พบการดำเนินการทางกำกับดูแลต่อ Pacifica จากหน่วยงานใดในโลก โมเดลที่ใช้คือกันพื้นที่แล้วปฏิเสธความรับผิด ไม่ใช่โมเดลใบอนุญาต ผลตรง ๆ ต่อผู้อ่านคือไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลแทนผู้ใช้อยู่เบื้องหลัง
ส่วนข้อพิพาทถูกส่งเข้าอนุญาโตตุลาการ SIAC ที่สิงคโปร์ ภายใต้กฎหมายสิงคโปร์ ซึ่งไม่ใช่ใบอนุญาตทางการเงิน และไม่ได้แปลว่ามีผู้กำกับดูแล
ทิศทางที่ข้อกำหนดถูกปรับให้เข้มขึ้นเอง และตลาดหุ้นที่อยู่เบื้องหลังการกันประเทศ
ทิศทางของข้อกำหนดคือกันกว้างขึ้น และเป็นการเลือกเองของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผลจากแรงกดดันของหน่วยงานกำกับ ฉบับ 2026-06-11 กันไว้กว้างกว่าเส้นฐานที่ perp DEX ส่วนใหญ่ใช้ โดยเพิ่มแคนาดา สหราชอาณาจักร จีน และฟิลิปปินส์ เข้ามานอกเหนือกลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรอยู่แล้ว
ฉบับเดียวกันยังเพิ่มข้อความเรื่อง Mobile App เข้ามา ทั้งการกระจายผ่าน app store การบล็อกอุปกรณ์ และการห้ามดาวน์โหลดจากเขตที่ถูกกัน ภาษาการบังคับจึงชัดขึ้นตามเวลา โดยไม่มีเหตุการณ์กำกับดูแลภายนอกใดผลักดันอยู่ในบันทึกสาธารณะ
เหตุผลเชิงผลิตภัณฑ์ที่อยู่เบื้องหลังอ่านออกได้ไม่ยาก ตลาด perp ที่อ้างอิงหุ้นรายตัว ดัชนี ETF และตราสารก่อน IPO เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเข้าข่ายใบอนุญาตด้านหลักทรัพย์และอนุพันธ์ในประเทศเหล่านั้นมากที่สุด แม้ตัวสัญญาจะเป็นแบบชำระเงินสดอ้างอิงราคา ไม่ใช่การถือหลักทรัพย์จริงก็ตาม
และ ณ 2026-07-29 ยังไม่มีคำวินิจฉัย การบังคับใช้ หรือท่าทีทางการของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ใดในโลกที่เจาะจงมาที่ Pacifica
สถานะของ Pacifica ในไทย — เข้าใช้งานได้ และไม่อยู่ในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตของ ก.ล.ต.
กฎหมายไทยวางภาระไว้ที่ผู้ให้บริการ ส่วนผู้ใช้แบกความเสี่ยงอีกชุดหนึ่ง
สำหรับผู้อ่านในไทย คำถามมีสองชั้น ชั้นแรกคือเข้าใช้ได้ไหม ชั้นที่สองคือถ้าเข้าใช้แล้ว ตัวเองอยู่ใต้กฎอะไร สรุปสั้น ๆ ของทั้งสองชั้นอยู่ในภาพนี้
เริ่มจากการเข้าถึงก่อน สองฉบับที่ไม่มีชื่อไทยอยู่ในรายชื่อ Restricted Territory คือข้อกำหนดฉบับ 2026-06-11 และเอกสารประกอบผลิตภัณฑ์ ส่วนการเปิดหน้าเทรดจริงเมื่อ 2026-07-29 ก็โหลดได้เต็มรูปแบบ ไม่มีหน้าจอกั้นตามพื้นที่ขึ้นมาขวาง ข้อจำกัดที่ต้องบอกตามจริงคือการตรวจนั้นทำจาก IP ญี่ปุ่นโดยตั้งค่าภาษาเป็นไทย (locale th-TH) ไม่ใช่การทดสอบจาก IP ในไทย
ด้านทะเบียน เราไม่พบ Pacifica, pacifica.fi หรือ SkyLake Global Corp ในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. และไม่มีหน่วยงานไทยใดเคยเอ่ยชื่อ Pacifica ในประกาศ คำเตือน คำสั่งปิดกั้น หรือการบังคับใช้ใด ๆ ฐานข้อมูล Investor Alert มีมากกว่า 8,850 รายการ และเราตรวจแบบไม่ครบทุกรายการ จึงบอกได้เพียงว่าไม่พบ ไม่ใช่ยืนยันว่าไม่มี
คำถามที่คนไทยถามบ่อยที่สุดคือผู้ใช้ผิดกฎหมายไหม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มาตรา 26 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาต และมาตรา 66 กำหนดโทษของการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ที่จำคุก 2 ถึง 5 ปี ปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน เราไม่พบบทบัญญัติที่เอาผิดผู้ใช้ซึ่งเพียงเข้าไปเทรด และท่าทีที่ ก.ล.ต. สื่อสารมาตลอดก็เป็นแนวเดียวกัน คือผู้ใช้แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย ไม่ใช่ว่าผู้ใช้มีความผิด
กรอบที่ผู้อ่านอยู่ใต้จริง ๆ ประกอบขึ้นจากมาตรการที่ระบุชื่อและวันที่ไว้ชัด ตามนี้
สองข้อจำกัดที่ต้องอ่านคู่กับไทม์ไลน์นี้เสมอ ข้อแรก ยังไม่มีหน่วยงานไทยใดวินิจฉัยว่ากรอบนี้ใช้กับ Pacifica หรือไม่ บทความนี้จึงเล่าได้แค่ว่ากรอบคืออะไร ไม่สรุปแทนหน่วยงาน ข้อสอง การปิดกั้นของไทยที่ผ่านมาทั้งหมดพุ่งไปที่เว็บเทรดแบบรวมศูนย์ที่ถือทรัพย์สินให้ลูกค้า ยังไม่พบการปิดกั้นโปรโตคอลแบบไม่ถือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการไม่พบในบันทึกสาธารณะ ไม่ใช่การยกเว้นอย่างเป็นทางการ
ผลที่จับต้องได้ที่สุดในชีวิตประจำวันกลับเป็นเรื่องภาษี การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลช่วง 2025-01-01 ถึง 2029-12-31 มีเงื่อนไขว่าต้องซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. กำไรที่เกิดบนแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตจึงอยู่นอกข้อยกเว้น และยังเสียภาษีตามปกติ ประกอบกับข้อกำหนดของ Pacifica ระบุว่าแพลตฟอร์มไม่ออกเอกสารภาษีให้ ผู้ใช้รับผิดชอบการคำนวณและยื่นเอง และเมื่อไม่มีการยืนยันตัวตน ก็ไม่มีกลไกรายงานใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้เป็นการอธิบายสถานะ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี
ปิดท้ายด้วยสองข้อสั้น ๆ ไม่มีข้อจำกัดผลิตภัณฑ์ใดที่ใช้เฉพาะกับผู้ใช้ในไทย และ Pacifica ไม่เคยออกประกาศ คำถามพบบ่อย หรือประกาศเปลี่ยนบริการใดที่พูดถึงไทยเลย ส่วนเลเวอเรจสูงสุด 50 เท่า ก็ไม่ได้ถูกอนุญาตหรือถูกจำกัดโดยกฎเกณฑ์ไทยฉบับใดที่ใช้กับตัวผู้ใช้ เพราะไทยกำกับที่ฝั่งผู้เสนอบริการ และเส้นทางในประเทศสำหรับอนุพันธ์อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลยังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นตามไทม์ไลน์ข้างบน
ความเสี่ยงเฉพาะของ Pacifica — รายงานออดิทที่เปิดไม่ได้ และการไม่มีกองทุนประกันความเสี่ยง
รายงานออดิทที่เปิดลิงก์ไม่ได้ และซอร์สโค้ดที่ยังไม่เปิด
หน้า Audits ทางการของ Pacifica มีรายการเดียว คือรายงานของ BlockSec โดยไม่ระบุวันที่และไม่ระบุขอบเขต และไฟล์ PDF ที่ลิงก์ไว้ตอบกลับ HTTP 404 เราตรวจเมื่อ 2026-07-29 ทั้งจากที่อยู่ของเอกสารและเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง อีกทั้งไม่พบ Pacifica ในดัชนีรายงานสาธารณะของ BlockSec ด้วย
ฝั่งโค้ดเปิดเผยไว้บางส่วน องค์กร pacifica-fi บน GitHub เปิดคลังโค้ดสาธารณะไว้สามรายการภายใต้สัญญาอนุญาต MIT คือ python-sdk, global-intel และ pacifica-mcp แต่ไม่เปิดซอร์สของ matching engine และโปรแกรมบนเชน ข้อดีที่ยังเหลืออยู่คือที่อยู่โปรแกรมบน Solana ทั้งสี่รายการถูกเปิดเผยไว้ จึงยังตรวจพฤติกรรมบนเชนได้แม้ไม่มีซอร์สโค้ด
ด้านประวัติเหตุการณ์ เราไม่พบเหตุการณ์ของ Pacifica เอง ไม่ว่าจะเป็นการถูกเจาะ การปั่นออราเคิล ระบบล่ม หรือปัญหาที่หน้าเว็บ แต่แพลตฟอร์มไม่มีหน้ารายงานสถานะระบบ และฟีดประกาศในแอปเหลืออยู่เพียงรายการเดียว จึงประกอบประวัติย้อนหลังจากแหล่งปฐมภูมิไม่ได้ สิ่งที่พูดได้จึงเป็นแค่ว่าไม่พบในแหล่งสาธารณะ ไม่ใช่ประวัติสะอาดที่ยืนยันแล้ว
ไม่มีกองทุนประกันความเสี่ยง ส่วนขาดจึงตกกับผู้เทรดฝ่ายกำไร
Pacifica ไม่มีกองทุนประกันความเสี่ยง สิ่งที่ใช้แทนคือ backstop liquidator ที่รับสถานะและหลักประกันที่เหลือไปเมื่อ equity ของบัญชีต่ำกว่าสองในสามของ maintenance margin และชั้นสุดท้ายคือ auto-deleveraging หรือ ADL ที่ปิดสถานะของฝ่ายตรงข้ามซึ่งกำลังกำไรอยู่ เมื่อ equity ติดลบ
ความต่างเชิงเศรษฐกิจตรงนี้สำคัญกว่าชื่อเรียก ส่วนขาดที่กองทุนประกันจะรับไว้แทนผู้ใช้ ที่นี่ถูกกระจายไปให้ผู้เทรดฝ่ายกำไรผ่าน ADL แทน
โครงสร้างการบังคับปิดสถานะมีสามชั้น โดยเส้นเริ่มต้นคือ maintenance margin ที่เท่ากับครึ่งหนึ่งของ initial margin ในทุกตลาด ชั้นแรกส่งสถานะเข้าออเดอร์บุ๊กเป็นคำสั่งแบบ IOC พร้อมค่าธรรมเนียมการบังคับปิดที่พูดถึงไปแล้วในหัวข้อต้นทุน และปิดบางส่วนได้ถ้าบัญชีกลับมาถึงเกณฑ์ระหว่างทาง ส่วนอีกสองชั้นที่เหลือคือ backstop liquidator และ ADL ที่อธิบายไปข้างต้น
จุดที่เปลี่ยนความเสี่ยงจริงอยู่ตรงที่ backstop liquidator ไม่รับสถานะใน 18 ตลาดที่ระบุชื่อไว้ ซึ่งทับซ้อนพอดีกับตลาดสินทรัพย์โลกจริงที่เป็นจุดขายของที่นี่ ผู้ที่เทรดตลาดเหล่านี้จึงเดินอยู่บนเส้นทางความเสี่ยงคนละแบบกับผู้ที่เทรดคู่คริปโตหลัก
18 ตลาดที่ backstop liquidator ไม่รับสถานะ
จุดรวมศูนย์ที่ยังเหลืออยู่ และการเก็บรักษาเงินแบบ hot กับ cold
จุดรวมศูนย์ที่ยังเหลืออยู่ เป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มบันทึกไว้เองโดยไม่ได้ปิดบัง การจับคู่คำสั่งอยู่บน engine นอกเชนที่ Pacifica เดินเครื่อง ทำให้การจับคู่ ลำดับคำสั่ง และตารางค่าธรรมเนียม ถูกควบคุมจากศูนย์กลาง และไม่มีการกำกับดูแลด้วยโทเคนหรือ DAO ใด ๆ มาถ่วงดุล
โครงสร้างการเก็บรักษาแบ่งเป็นสองก้อน hot wallet อยู่ใต้เพดานการใช้จ่ายที่เขียนเป็นโปรแกรมและควบคุมด้วยผู้ลงนามฝั่งผู้ให้บริการ ส่วนเงินก้อนใหญ่อยู่ใน cold vault ใต้ multisig ของ Squads Protocol ที่กรรมการซึ่งกระจายตามภูมิภาคเป็นผู้ถือกุญแจ โดย cold vault ถูกจำกัดหน้าที่ให้เติมเงินเข้า hot wallet ได้อย่างเดียว ส่งไปที่อยู่ใดก็ได้ไม่ได้
การเปลี่ยนสิทธิ์ถอนหรือเพดานการใช้จ่ายต้องผ่าน multisig บวกช่วงเวลาหน่วง ซึ่งเอกสารอธิบายว่าเป็นการให้เวลาผู้ใช้ถอนออกถ้าไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง แต่จำนวนผู้ลงนาม เกณฑ์อนุมัติ และระยะเวลาหน่วงที่แน่นอน ไม่เปิดเผย กลไกจึงมีอยู่จริง แต่ตรวจความเข้มของมันไม่ได้
ราคาอ้างอิงที่ประกอบขึ้นจากเว็บเทรดรวมศูนย์สี่แห่ง
Pacifica ไม่ได้ใช้เครือข่ายออราเคิลแบบกระจายศูนย์จากภายนอก แต่คำนวณราคาออราเคิลเอง เป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจากเว็บเทรดรวมศูนย์สี่แห่ง คือ Binance ที่ให้น้ำหนัก 2 กับ OKX, Bybit และ Hyperliquid ที่ให้น้ำหนักแห่งละ 1 อัปเดตทุก 3 วินาที
ทำไมจึงนับเป็นความเสี่ยง เพราะ mark price เป็นตัวขับการบังคับปิดสถานะ ความต้องการมาร์จิ้น และกำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ ราคาบนแพลตฟอร์มนี้จึงผูกกับสภาพของเว็บเทรดภายนอกสี่แห่ง ไม่ได้เป็นอิสระจากกัน
ตลาดก่อน IPO เป็นกรณีที่กลับด้าน เพราะยังไม่มีเว็บใหญ่รายอื่นลิสต์ ราคาอ้างอิงจึงวนกลับมาที่ mark price ของ Pacifica เอง ภายใต้กรอบราคาและเพดานสถานะคงค้างที่พูดถึงไปแล้ว
เส้นแบ่งของตลาดเงิน USDC ที่หยุดการเปิดสถานะใหม่ได้
ตลาดเงิน USDC ที่เป็นจุดขายในหัวข้อก่อนหน้า มีเส้นแบ่งความเสี่ยงของตัวเองอยู่สองเส้น เมื่ออัตราการใช้เงินในกองเกิน 90% ผู้กู้จะเปิดคำสั่ง perp ใหม่ไม่ได้ ทำได้แค่คำสั่งที่ลดสถานะ และเมื่ออัตราการใช้เงินถึง 95% การลดสถานะระดับกองจะเริ่มทำงาน โดยยังมีเส้นทางลดสถานะอีกทางหนึ่งกรณีหลักประกัน spot ไม่พอคลุมหนี้ USDC
อัตราดอกเบี้ยกู้เองก็ไม่ได้ไต่เป็นเส้นตรง ขึ้นจาก 1% ไปถึง 10.95% แบบเชิงเส้นจนถึงระดับการใช้เงิน 80% แล้วพุ่งแบบเอ็กซ์โพเนนเชียลเข้าหา 50% เมื่อกองถูกใช้จนเต็ม
สิ่งที่ควรจำจากหัวข้อนี้คือ ฟีเจอร์ที่ทำงานอัตโนมัติอยู่เบื้องหลังบัญชี สามารถกลายเป็นข้อจำกัดการเทรดได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักอย่าง
◆ ◇ ◆
บทสรุป — รหัสยังใช้ได้ ผูกครั้งเดียวตอนเชื่อมวอลเล็ต และสามจุดที่ต้องชั่งน้ำหนักเอง
คำตอบของบทความนี้สั้นกว่าที่คิด รหัสแนะนำของ chainhelm ใช้ได้อยู่ ณ วันที่เราตรวจสอบ มันผูกกับวอลเล็ตที่ใช้ตอนเชื่อมต่อ และจะสมบูรณ์เมื่อการฝากครั้งแรกสำเร็จ ส่วนสิ่งที่ได้รับ เป็นไปตามถ้อยคำที่ระบุไว้ในหัวข้อสิทธิประโยชน์ด้านบน
สิ่งที่ยาวกว่าคำตอบคือของที่ต้องชั่งน้ำหนัก และมีอยู่สามจุด ทั้งสามจุดโผล่ขึ้นมาจากข้อเท็จจริงที่ผ่านตาไปแล้วทั้งนั้น
จุดแรกคือแต้ม โครงการเดินทุกสัปดาห์จริง แต่ยังไม่มีโทเคน ยังไม่เคยมี TGE และข้อกำหนดสงวนสิทธิ์แก้ไข ยกเลิก หรือริบแต้มไว้กับบริษัท คนที่เข้ามาเพราะแต้มจึงกำลังรับความเสี่ยงโดยที่ยังไม่มีใครให้คำมั่นอะไรไว้เลย
จุดที่สองคือหลักฐานฝั่งความปลอดภัย รายงานออดิทที่แพลตฟอร์มอ้างมีรายการเดียวและเปิดลิงก์ไม่ได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการบอกว่าไม่ปลอดภัย แต่แปลว่าคุณไม่มีหลักฐานฝั่งนั้นมาวางบนตาชั่ง
จุดที่สามคือประเทศของคุณเอง สำหรับผู้อ่านในไทย แพลตฟอร์มเข้าใช้งานได้ และกฎหมายวางความผิดไว้ที่ฝั่งผู้ให้บริการ ไม่ใช่ผู้ใช้ แต่ Pacifica ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จึงไม่มีหน่วยงานใดคุ้มครองคุณ และกำไรที่เกิดที่นี่ก็อยู่นอกเงื่อนไขการยกเว้นภาษีที่ต้องทำผ่านผู้ได้รับใบอนุญาต
สามจุดนี้ไม่ได้ชี้ไปทางเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องชี้ไปทางเดียวกัน อ่านจบแล้วตัดสินใจไม่ใช้ ก็เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลพอ ๆ กับตัดสินใจใช้ สิ่งที่บทความนี้ทำได้คือวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะให้ครบ ส่วนน้ำหนักที่จะให้แต่ละอย่าง เป็นของคุณ