— สารบัญ 11 หัวข้อ
  1. 01 รหัสแนะนำ StandX “helmcode” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
  2. 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ StandX “helmcode”
  3. 03 ขั้นตอนการสมัคร StandX ด้วยรหัสแนะนำ
  4. 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ StandX เสร็จ
  5. 05 รหัสแนะนำ StandX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
  6. 06 โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ StandX
  7. 07 StandX คืออะไร
  8. 08 จุดเด่นของ StandX
  9. 09 แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ StandX
  10. 10 การใช้งาน StandX ได้หรือไม่ในประเทศไทย
  11. 11 ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ StandX

รหัสแนะนำ StandX เฉพาะของ chainhelm คือ

ณ วันที่ 2026-07-26 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้

เพียงใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต คุณก็จะได้รับ โบนัสคะแนนเทรด 5% แบบถาวร ได้ต่อเนื่องตลอด ไม่ใช่ได้ครั้งเดียวจบ การใช้รหัสทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นเลย

บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ StandX จุดเด่นของ StandX การใช้งานได้หรือไม่ในประเทศไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง

รหัสแนะนำ StandX “helmcode” ยังใช้ได้อยู่ไหม?

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ StandX ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-07-26 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “helmcode” ยังใช้ได้อยู่

ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ

— ภาพ 1
ข้อความยืนยันรับ referral สำเร็จ
2026-07-26
กล่องข้อความยืนยันว่ารหัสแนะนำ helmcode ถูกนำไปใช้แล้ว
กล่องข้อความ "Referral accepted" ยืนยันว่ารับคำเชิญจาก helmcode เรียบร้อยแล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

หน้าจอแสดงข้อความ “Referral accepted” และ “You have accepted the referral by helmcode” ซึ่งยืนยันได้ว่ารหัสแนะนำ helmcode ถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องแล้ว

chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้

สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ StandX “helmcode”

เมื่อใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน StandX

  • สิทธิประโยชน์: โบนัสคะแนนเทรด 5% แบบถาวร ได้ต่อเนื่องตลอด ไม่ใช่ได้ครั้งเดียวจบ
  • วันหมดอายุ: ไม่มี
  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ใช้ใหม่

การรับสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องใช้รหัสแนะนำตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต โปรดระวังอย่าลืมใช้รหัส

ขั้นตอนการสมัคร StandX ด้วยรหัสแนะนำ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ StandX ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดลิงก์ referral แล้วกด “CONNECT WALLET”

    — ภาพ 2
    หน้า referral ก่อนเชื่อมกระเป๋า
    2026-07-26
    แบนเนอร์ Accept referral from helmcode แสดงเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ส่วนค่าพอยต์ทุกช่องยังเป็นขีดสองขีด เพราะยังไม่ได้เชื่อมกระเป๋า
    แบนเนอร์ "Accept referral from helmcode" แสดงเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ส่วนค่าพอยต์ทุกช่องยังเป็น "--" เพราะยังไม่ได้เชื่อมกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อเปิดลิงก์ referral ขึ้นมา ให้ดูแบนเนอร์ “Accept referral from helmcode” ที่ด้านบนสุดก่อน เพราะเป็นตัวยืนยันว่าระบบใส่โค้ดผู้แนะนำมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนบรรทัดใต้หัวข้อระบุเงื่อนไขไว้ว่าทั้งสองฝ่ายจะได้รับโบนัสพอยต์ 5% โดยคิดจากพอยต์พื้นฐานของฝ่ายที่ถูกชวน

    ในขั้นนี้ยังไม่ต้องสนใจตัวเลขในการ์ด “Mainnet Points Campaign” เพราะทั้ง Trader Points, Maker Points, Holder Points และ Invited จะยังขึ้นเป็น ”—” จนกว่าจะเชื่อมกระเป๋า

    จากนั้นกดปุ่ม “CONNECT WALLET” ในแบนเนอร์ หรือปุ่มเดียวกันที่มุมขวาบนของหน้า เพื่อเปิดหน้าต่างเลือกกระเป๋าเงิน

  3. เลือกกระเป๋าจากหน้าต่าง “CONNECT WALLET”

    — ภาพ 3
    หน้าต่างเลือกกระเป๋าเงิน
    2026-07-26
    หน้าต่าง CONNECT WALLET แสดงแท็บ BNB Chain และ Solana พร้อมรายการกระเป๋าที่ขึ้นสถานะ Detected
    หน้าต่าง "CONNECT WALLET" แสดงแท็บ "BNB Chain" และ "Solana" พร้อมรายการกระเป๋าที่ขึ้นสถานะ "Detected" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “CONNECT WALLET” ให้เลือกเครือข่ายจากแท็บด้านบนก่อน โดยค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่แท็บ “BNB Chain” และสลับไปที่ “Solana” ได้ถ้าใช้กระเป๋าฝั่งนั้น

    จากนั้นกดเลือกกระเป๋าที่ใช้อยู่จากรายการ ซึ่งมีทั้ง “Binance Wallet”, “MetaMask” และ “Injected Wallet (Rabby, etc)” โดยกระเป๋าที่ติดตั้งไว้ในเครื่องแล้วจะมีคำว่า “Detected” กำกับอยู่ท้ายแถว ถ้าไม่เจอกระเป๋าที่ต้องการ ให้กด “Other Wallets” เพื่อดูตัวเลือกที่เหลือ

    เมื่อเลือกแล้ว กระเป๋าจะเด้งหน้าต่างขึ้นมาให้ยืนยันการเชื่อมต่อ

  4. อนุญาตการเชื่อมต่อในกระเป๋า

    — ภาพ 4
    หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อ
    2026-07-26
    หน้าต่าง Connect to Dapp ของกระเป๋าแสดงปลายทาง standx.com บนเครือข่าย BNB Chain พร้อมปุ่ม Connect
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" ของกระเป๋าแสดงปลายทาง standx.com บนเครือข่าย "BNB Chain" พร้อมปุ่ม "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกระเป๋าเปิดหน้าต่าง “Connect to Dapp” ขึ้นมา ให้ตรวจปลายทางว่าเป็น “https://standx.com” จริง พร้อมดูข้อมูลเว็บที่กระเป๋าสรุปไว้ให้ทั้ง “Listed by” และ “Site popularity” ประกอบ แล้วดูเครือข่ายที่มุมขวาบนว่าเป็น “BNB Chain” ตรงกับที่เลือกไว้ก่อนหน้า และเช็กบัญชีตรงหัวข้อ “Connect Address” ว่าเป็นกระเป๋าที่ตั้งใจจะใช้กับ StandX

    ตรวจครบแล้วกด “Connect” เพื่ออนุญาตให้เว็บอ่านที่อยู่กระเป๋า หรือกด “Cancel” ถ้ายังไม่ต้องการเชื่อม เมื่อกดอนุญาต หน้าเว็บจะเปลี่ยนเป็นสถานะเชื่อมต่อกระเป๋าเรียบร้อย

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) ถ้าใช้มือถือ ให้อนุมัติการเชื่อมต่อแบบเดียวกันนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  5. เชื่อมกระเป๋าแล้ว กด “SIGN IN” ต่อ

    — ภาพ 5
    แผงกระเป๋าที่เชื่อมต่อแล้ว
    2026-07-26
    แผง CONNECTED แสดงที่อยู่แบบย่อ ยอด BSC Wallet 0.00 DUSD และปุ่ม SIGN IN ที่ยังรอให้กด
    แผง "CONNECTED" แสดงที่อยู่แบบย่อ ยอด "BSC Wallet" 0.00 DUSD และปุ่ม "SIGN IN" ที่ยังรอให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กลับมาที่หน้าเว็บ ให้กดที่อยู่กระเป๋าบนแถบด้านบนซึ่งมาแทนปุ่มเดิม เพื่อเปิดแผง “CONNECTED” แล้วตรวจที่อยู่แบบย่อและยอดในแถว “BSC Wallet” ว่าเป็นกระเป๋าใบที่ต้องการใช้จริง ถ้าเชื่อมผิดใบ ให้กด “DISCONNECT” เพื่อตัดการเชื่อมต่อ หรือ “RESET WALLET” เพื่อล้างค่าแล้วเลือกใหม่

    การเชื่อมกระเป๋ายังไม่ถือว่าจบ เพราะต้องลงชื่อเข้าใช้อีกขั้น ตามที่หน้าจอแจ้งไว้ว่า “Sign in to access Perps trading” ให้กดปุ่ม “SIGN IN” ในแผงนี้ หรือปุ่มเดียวกันในแบนเนอร์ referral ที่เปลี่ยนจาก “CONNECT WALLET” มาเป็น “SIGN IN” แล้ว เพื่อเปิดหน้าต่างยืนยันการลงชื่อเข้าใช้

  6. ยอมรับเงื่อนไขแล้วกด “Confirm”

    — ภาพ 6
    หน้าต่างยืนยันการลงชื่อเข้าใช้
    2026-07-26
    หน้าต่าง Confirm Sign-in แจ้งว่าการลงชื่อเข้าใช้คือการยอมรับ terms and conditions พร้อมปุ่ม Confirm
    หน้าต่าง "Confirm Sign-in" แจ้งว่าการลงชื่อเข้าใช้คือการยอมรับ "terms and conditions" พร้อมปุ่ม "Confirm" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Confirm Sign-in” ให้อ่านข้อความที่ระบุว่าการลงชื่อเข้าใช้ถือเป็นการยอมรับ “terms and conditions” ของ StandX และถ้ายังไม่แน่ใจ กดลิงก์เงื่อนไขเพื่อเปิดอ่านก่อนได้

    เมื่อยอมรับเงื่อนไขได้แล้วให้กด “Confirm” จากนั้นกระเป๋าจะเด้งคำขอลายเซ็นขึ้นมาต่อ หรือกด “Cancel” เพื่อย้อนกลับโดยยังไม่ลงชื่อเข้าใช้

  7. ตรวจข้อความแล้วกด “Sign”

    — ภาพ 7
    คำขอลายเซ็นสำหรับลงชื่อเข้าใช้
    2026-07-26
    กรอบ Sign Text แสดง URI ของ standx.com พร้อมค่า Chain ID และ Nonce และมีปุ่ม Sign รอให้กด
    กรอบ "Sign Text" แสดง URI ของ standx.com พร้อมค่า Chain ID และ Nonce และมีปุ่ม "Sign" รอให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    พอกระเป๋าเปิดคำขอลายเซ็นขึ้นมา ให้ไล่อ่านเนื้อความในกรอบ “Sign Text” ก่อนเซ็นทุกครั้ง ทั้ง URI ที่ชี้ไปยัง standx.com, ค่า Chain ID 56 ที่ตรงกับเครือข่ายที่เชื่อมไว้, ค่า Nonce และเวลาที่ออกคำขอ เพื่อยืนยันว่าเป็นคำขอจากเว็บที่กำลังใช้งานอยู่จริง

    ดูหัวข้อ “Verify Address” ด้านบนประกอบด้วย เพราะเป็นการเซ็นเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่อยู่ ไม่ใช่ธุรกรรมโอนเงิน และแถบล่างสุดก็ระบุบัญชีผู้เซ็นพร้อมค่าใช้จ่ายเป็น $0

    ตรวจแล้วกด “Sign” เพื่อลงลายเซ็น หรือกด “Cancel” ถ้าต้องการยกเลิก เมื่อกดเซ็นแล้ว ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นขั้นยืนยันการส่งลายเซ็น

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) ถ้าใช้มือถือ ให้อนุมัติลายเซ็นเนื้อหาเดียวกันนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  8. กด “Confirm” เพื่อส่งลายเซ็น

    — ภาพ 8
    ขั้นยืนยันการส่งลายเซ็น
    2026-07-26
    ปุ่มล่างของหน้าต่างเดิมเปลี่ยนมาเป็น Confirm ซึ่งเป็นจังหวะส่งลายเซ็นออกไป
    ปุ่มล่างของหน้าต่างเดิมเปลี่ยนมาเป็น "Confirm" ซึ่งเป็นจังหวะส่งลายเซ็นออกไป ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังกดเซ็น ปุ่มล่างจะเปลี่ยนมาเป็น “Confirm” ให้กดอีกครั้งเพื่อส่งลายเซ็นออกไปจริง โดยเนื้อความด้านบนยังเป็นคำขอเดิมที่เพิ่งตรวจไปแล้ว จึงไม่ต้องไล่อ่านซ้ำ

    ถ้าเปลี่ยนใจ กดกากบาทข้างปุ่มหรือกด “Cancel” เพื่อยกเลิกได้ แต่เมื่อกด “Confirm” แล้ว หน้าต่างกระเป๋าจะปิดลงและกลับไปที่หน้าเว็บของ StandX เพื่อรับ referral ต่อ

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) เช่นกัน ถ้าใช้มือถือ ให้ยืนยันการส่งลายเซ็นขั้นนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  9. กด “Accept Referral” เพื่อรับคำเชิญ

    — ภาพ 9
    หน้าต่างยืนยันรับ referral
    2026-07-26
    หน้าต่าง Accept referral from helmcode ทวนเงื่อนไขโบนัส 5% ขณะที่ค่าพอยต์เบื้องหลังขึ้นเป็น 0 แล้ว
    หน้าต่าง "Accept referral from helmcode" ทวนเงื่อนไขโบนัส 5% ขณะที่ค่าพอยต์เบื้องหลังขึ้นเป็น 0 แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกลับมาที่หน้าเว็บ ให้เช็กก่อนว่าการลงชื่อเข้าใช้ผ่านแล้วจริง ดูได้จากค่าพอยต์ในการ์ด “Mainnet Points Campaign” ที่เปลี่ยนจาก ”—” มาเป็น 0 และแถว “REFERRAL LINK” ที่กลายเป็นปุ่ม “Create Alias” สำหรับตั้งชื่อลิงก์แนะนำของตัวเองในภายหลัง

    จากนั้นในหน้าต่าง “Accept referral from helmcode” ที่ทวนเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง ให้กดปุ่ม “Accept Referral” เพื่อยืนยันการรับคำเชิญ แล้วหน้าเว็บจะขึ้นข้อความยืนยันให้

  10. ตรวจข้อความยืนยันการรับ referral

    — ภาพ 10
    ข้อความยืนยันรับ referral สำเร็จ
    2026-07-26
    กล่องข้อความ Referral accepted ยืนยันว่ารับคำเชิญจาก helmcode เรียบร้อยแล้ว
    กล่องข้อความ "Referral accepted" ยืนยันว่ารับคำเชิญจาก helmcode เรียบร้อยแล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ปิดท้ายด้วยการอ่านกล่องข้อความ “Referral accepted” ที่ขึ้นมาด้านบนของหน้า พร้อมบรรทัด “You have accepted the referral by helmcode” ซึ่งเป็นหลักฐานว่าโค้ดผู้แนะนำผูกกับบัญชีเรียบร้อยแล้ว

    อ่านแล้วกดกากบาทเพื่อปิดกล่องข้อความ เท่านี้ขั้นตอนเชื่อมกระเป๋าและรับ referral ก็ครบถ้วน

ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

  1. ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ StandX บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้

  2. เปิดลิงก์ referral แล้วกด “CONNECT WALLET”

    — ภาพ 11
    หน้า referral ก่อนเชื่อมกระเป๋า
    2026-07-26
    แบนเนอร์ Accept referral from helmcode บนหน้าจอมือถือ แสดงเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ส่วนค่าพอยต์ทุกช่องยังเป็นขีดสองขีด
    แบนเนอร์ "Accept referral from helmcode" แสดงเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ส่วนค่าพอยต์ทุกช่องยังเป็น "--" เพราะยังไม่ได้เชื่อมกระเป๋า ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อเปิดลิงก์ referral ขึ้นมา ให้ดูแบนเนอร์ “Accept referral from helmcode” ที่ด้านบนสุดก่อน เพราะเป็นตัวยืนยันว่าระบบใส่โค้ดผู้แนะนำมาให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนบรรทัดใต้หัวข้อระบุเงื่อนไขไว้ว่าทั้งสองฝ่ายจะได้รับโบนัสพอยต์ 5% โดยคิดจากพอยต์พื้นฐานของฝ่ายที่ถูกชวน

    ในขั้นนี้ยังไม่ต้องสนใจตัวเลขในการ์ด “Mainnet Points Campaign” เพราะทั้ง Trader Points, Maker Points, Holder Points และ Invited จะยังขึ้นเป็น ”—” จนกว่าจะเชื่อมกระเป๋า

    จากนั้นกดปุ่ม “CONNECT WALLET” ในแบนเนอร์ หรือปุ่มเดียวกันที่มุมขวาบนของหน้า เพื่อเปิดหน้าต่างเลือกกระเป๋าเงิน

  3. เลือกกระเป๋าจากหน้าต่าง “CONNECT WALLET”

    — ภาพ 12
    หน้าต่างเลือกกระเป๋าเงิน
    2026-07-26
    หน้าต่าง CONNECT WALLET บนมือถือ แสดงแท็บ BNB Chain และ Solana พร้อมรายการกระเป๋าที่ขึ้นสถานะ Detected
    หน้าต่าง "CONNECT WALLET" แสดงแท็บ "BNB Chain" และ "Solana" พร้อมรายการกระเป๋าที่ขึ้นสถานะ "Detected" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “CONNECT WALLET” ให้เลือกเครือข่ายจากแท็บด้านบนก่อน โดยค่าเริ่มต้นจะอยู่ที่แท็บ “BNB Chain” และสลับไปที่ “Solana” ได้ถ้าใช้กระเป๋าฝั่งนั้น

    จากนั้นกดเลือกกระเป๋าที่ใช้อยู่จากรายการ ซึ่งมีทั้ง “Binance Wallet”, “MetaMask” และ “Injected Wallet (Rabby, etc)” โดยกระเป๋าที่ติดตั้งไว้ในเครื่องแล้วจะมีคำว่า “Detected” กำกับอยู่ท้ายแถว ถ้าไม่เจอกระเป๋าที่ต้องการ ให้กด “Other Wallets” เพื่อดูตัวเลือกที่เหลือ

    เมื่อเลือกแล้ว กระเป๋าจะเด้งหน้าต่างขึ้นมาให้ยืนยันการเชื่อมต่อ

  4. อนุญาตการเชื่อมต่อในกระเป๋า

    — ภาพ 13
    หน้าต่างขออนุญาตเชื่อมต่อ
    2026-07-26
    หน้าต่าง Connect to Dapp ของกระเป๋าแสดงปลายทาง standx.com บนเครือข่าย BNB Chain พร้อมปุ่ม Connect
    หน้าต่าง "Connect to Dapp" ของกระเป๋าแสดงปลายทาง standx.com บนเครือข่าย "BNB Chain" พร้อมปุ่ม "Connect" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกระเป๋าเปิดหน้าต่าง “Connect to Dapp” ขึ้นมา ให้ตรวจปลายทางว่าเป็น “https://standx.com” จริง พร้อมดูข้อมูลเว็บที่กระเป๋าสรุปไว้ให้ทั้ง “Listed by” และ “Site popularity” ประกอบ แล้วดูเครือข่ายที่มุมขวาบนว่าเป็น “BNB Chain” ตรงกับที่เลือกไว้ก่อนหน้า และเช็กบัญชีตรงหัวข้อ “Connect Address” ว่าเป็นกระเป๋าที่ตั้งใจจะใช้กับ StandX

    ตรวจครบแล้วกด “Connect” เพื่ออนุญาตให้เว็บอ่านที่อยู่กระเป๋า หรือกด “Cancel” ถ้ายังไม่ต้องการเชื่อม เมื่อกดอนุญาต หน้าเว็บจะเปลี่ยนเป็นสถานะเชื่อมต่อกระเป๋าเรียบร้อย

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) ถ้าใช้มือถือ ให้อนุมัติการเชื่อมต่อแบบเดียวกันนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  5. เชื่อมกระเป๋าแล้ว กด “SIGN IN” ต่อ

    — ภาพ 14
    แผงกระเป๋าที่เชื่อมต่อแล้ว
    2026-07-26
    แผง CONNECTED บนมือถือ แสดงที่อยู่แบบย่อ ยอด BSC Wallet 0.00 DUSD และปุ่ม SIGN IN ที่ยังรอให้กด
    แผง "CONNECTED" แสดงที่อยู่แบบย่อ ยอด "BSC Wallet" 0.00 DUSD และปุ่ม "SIGN IN" ที่ยังรอให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    กลับมาที่หน้าเว็บ ให้กดที่อยู่กระเป๋าบนแถบด้านบนซึ่งมาแทนปุ่มเดิม เพื่อเปิดแผง “CONNECTED” แล้วตรวจที่อยู่แบบย่อและยอดในแถว “BSC Wallet” ว่าเป็นกระเป๋าใบที่ต้องการใช้จริง ถ้าเชื่อมผิดใบ ให้กด “DISCONNECT” เพื่อตัดการเชื่อมต่อ หรือ “RESET WALLET” เพื่อล้างค่าแล้วเลือกใหม่

    การเชื่อมกระเป๋ายังไม่ถือว่าจบ เพราะต้องลงชื่อเข้าใช้อีกขั้น ตามที่หน้าจอแจ้งไว้ว่า “Sign in to access Perps trading” ให้กดปุ่ม “SIGN IN” ในแผงนี้ หรือปุ่มเดียวกันในแบนเนอร์ referral ที่เปลี่ยนจาก “CONNECT WALLET” มาเป็น “SIGN IN” แล้ว เพื่อเปิดหน้าต่างยืนยันการลงชื่อเข้าใช้

  6. ยอมรับเงื่อนไขแล้วกด “Confirm”

    — ภาพ 15
    หน้าต่างยืนยันการลงชื่อเข้าใช้
    2026-07-26
    หน้าต่าง Confirm Sign-in บนมือถือ แจ้งว่าการลงชื่อเข้าใช้คือการยอมรับ terms and conditions พร้อมปุ่ม Confirm
    หน้าต่าง "Confirm Sign-in" แจ้งว่าการลงชื่อเข้าใช้คือการยอมรับ "terms and conditions" พร้อมปุ่ม "Confirm" ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ในหน้าต่าง “Confirm Sign-in” ให้อ่านข้อความที่ระบุว่าการลงชื่อเข้าใช้ถือเป็นการยอมรับ “terms and conditions” ของ StandX และถ้ายังไม่แน่ใจ กดลิงก์เงื่อนไขเพื่อเปิดอ่านก่อนได้

    เมื่อยอมรับเงื่อนไขได้แล้วให้กด “Confirm” จากนั้นกระเป๋าจะเด้งคำขอลายเซ็นขึ้นมาต่อ หรือกด “Cancel” เพื่อย้อนกลับโดยยังไม่ลงชื่อเข้าใช้

  7. ตรวจข้อความแล้วกด “Sign”

    — ภาพ 16
    คำขอลายเซ็นสำหรับลงชื่อเข้าใช้
    2026-07-26
    กรอบ Sign Text แสดง URI ของ standx.com พร้อมค่า Chain ID และ Nonce และมีปุ่ม Sign รอให้กด
    กรอบ "Sign Text" แสดง URI ของ standx.com พร้อมค่า Chain ID และ Nonce และมีปุ่ม "Sign" รอให้กด ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    พอกระเป๋าเปิดคำขอลายเซ็นขึ้นมา ให้ไล่อ่านเนื้อความในกรอบ “Sign Text” ก่อนเซ็นทุกครั้ง ทั้ง URI ที่ชี้ไปยัง standx.com, ค่า Chain ID 56 ที่ตรงกับเครือข่ายที่เชื่อมไว้, ค่า Nonce และเวลาที่ออกคำขอ เพื่อยืนยันว่าเป็นคำขอจากเว็บที่กำลังใช้งานอยู่จริง

    ดูหัวข้อ “Verify Address” ด้านบนประกอบด้วย เพราะเป็นการเซ็นเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่อยู่ ไม่ใช่ธุรกรรมโอนเงิน และแถบล่างสุดก็ระบุบัญชีผู้เซ็นพร้อมค่าใช้จ่ายเป็น $0

    ตรวจแล้วกด “Sign” เพื่อลงลายเซ็น หรือกด “Cancel” ถ้าต้องการยกเลิก เมื่อกดเซ็นแล้ว ปุ่มด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นขั้นยืนยันการส่งลายเซ็น

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) ถ้าใช้มือถือ ให้อนุมัติลายเซ็นเนื้อหาเดียวกันนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  8. กด “Confirm” เพื่อส่งลายเซ็น

    — ภาพ 17
    ขั้นยืนยันการส่งลายเซ็น
    2026-07-26
    ปุ่มล่างของหน้าต่างเดิมเปลี่ยนมาเป็น Confirm ซึ่งเป็นจังหวะส่งลายเซ็นออกไป
    ปุ่มล่างของหน้าต่างเดิมเปลี่ยนมาเป็น "Confirm" ซึ่งเป็นจังหวะส่งลายเซ็นออกไป ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    หลังกดเซ็น ปุ่มล่างจะเปลี่ยนมาเป็น “Confirm” ให้กดอีกครั้งเพื่อส่งลายเซ็นออกไปจริง โดยเนื้อความด้านบนยังเป็นคำขอเดิมที่เพิ่งตรวจไปแล้ว จึงไม่ต้องไล่อ่านซ้ำ

    ถ้าเปลี่ยนใจ กดกากบาทข้างปุ่มหรือกด “Cancel” เพื่อยกเลิกได้ แต่เมื่อกด “Confirm” แล้ว หน้าต่างกระเป๋าจะปิดลงและกลับไปที่หน้าเว็บของ StandX เพื่อรับ referral ต่อ

    ภาพนี้ถ่ายจากส่วนขยายบนเบราว์เซอร์พีซี (Rabby) เช่นกัน ถ้าใช้มือถือ ให้ยืนยันการส่งลายเซ็นขั้นนี้ในแอปกระเป๋าที่เลือกไว้

  9. กด “Accept Referral” เพื่อรับคำเชิญ

    — ภาพ 18
    หน้าต่างยืนยันรับ referral
    2026-07-26
    หน้าต่าง Accept referral from helmcode บนมือถือ ทวนเงื่อนไขโบนัส 5% ขณะที่ค่าพอยต์เบื้องหลังขึ้นเป็น 0 แล้ว
    หน้าต่าง "Accept referral from helmcode" ทวนเงื่อนไขโบนัส 5% ขณะที่ค่าพอยต์เบื้องหลังขึ้นเป็น 0 แล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    เมื่อกลับมาที่หน้าเว็บ ให้เช็กก่อนว่าการลงชื่อเข้าใช้ผ่านแล้วจริง ดูได้จากค่าพอยต์ในการ์ด “Mainnet Points Campaign” ที่เปลี่ยนจาก ”—” มาเป็น 0 และแถว “REFERRAL LINK” ที่กลายเป็นปุ่ม “Create Alias” สำหรับตั้งชื่อลิงก์แนะนำของตัวเองในภายหลัง

    จากนั้นในหน้าต่าง “Accept referral from helmcode” ที่ทวนเงื่อนไขโบนัสพอยต์ 5% ของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง ให้กดปุ่ม “Accept Referral” เพื่อยืนยันการรับคำเชิญ แล้วหน้าเว็บจะขึ้นข้อความยืนยันให้

  10. ตรวจข้อความยืนยันการรับ referral

    — ภาพ 19
    ข้อความยืนยันรับ referral สำเร็จ
    2026-07-26
    กล่องข้อความ Referral accepted บนหน้าจอมือถือ ยืนยันว่ารับคำเชิญจาก helmcode เรียบร้อยแล้ว
    กล่องข้อความ "Referral accepted" ยืนยันว่ารับคำเชิญจาก helmcode เรียบร้อยแล้ว ที่มา: กองบรรณาธิการ chainhelm

    ปิดท้ายด้วยการอ่านกล่องข้อความ “Referral accepted” ที่ขึ้นมาด้านบนของหน้า พร้อมบรรทัด “You have accepted the referral by helmcode” ซึ่งเป็นหลักฐานว่าโค้ดผู้แนะนำผูกกับบัญชีเรียบร้อยแล้ว

    อ่านแล้วกดกากบาทเพื่อปิดกล่องข้อความ เท่านี้ขั้นตอนเชื่อมกระเป๋าและรับ referral ก็ครบถ้วน

สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ StandX เสร็จ

เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)

การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์

เมื่อรับ referral เรียบร้อยแล้ว งานถัดไปคือการเติมเงินเข้าบัญชี ซึ่งทำจากหน้าฝากเงินบนเว็บ StandX ในเบราว์เซอร์เดียวกับที่เชื่อมวอลเล็ตไว้ จุดที่ต่างจากการกดปุ่มทั่วไปคือ ทุกครั้งที่สั่งฝาก วอลเล็ตจะเปิดหน้าต่างขึ้นมาให้ยืนยันด้วยตัวเอง เพราะเป็นการทำรายการบนเชนจริง ไม่ใช่การยืนยันที่จบอยู่บนหน้าเว็บ

ทีมบรรณาธิการ chainhelm ไม่ตรึงรายละเอียดของหน้าฝากเงินไว้ในบทความนี้ ทั้งรายชื่อเครือข่ายที่รองรับ สินทรัพย์ต้นทาง และยอดขั้นต่ำ เพราะเป็นส่วนที่แพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนบ่อยที่สุดและจะเก่าเร็วกว่าส่วนอื่นของบทความ ให้ยึดตามที่หน้าจอทางการแสดงในวันที่คุณทำรายการ และเมื่อยอดเข้าบัญชีแล้ว บัญชีก็พร้อมสำหรับการเทรด

การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)

บนมือถือใช้เส้นทางเดียวกัน ต่างกันตรงที่หน้าฝากเงินเปิดผ่านเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตที่ใช้เชื่อมต่อไว้ และหน้าต่างยืนยันการทำรายการจะขึ้นในแอปวอลเล็ตแทนที่จะเป็นส่วนขยายบนเบราว์เซอร์ ส่วนหน้าจอฝั่ง StandX เป็นหน้าเดียวกันกับที่เห็นบน PC

เช่นเดียวกับฝั่ง PC บทความนี้ไม่ระบุรายชื่อเครือข่ายหรือยอดขั้นต่ำเอาไว้ ให้อ่านจากหน้าจอทางการ ณ เวลาที่ทำรายการ และเมื่อยอดเข้าบัญชีแล้ว บัญชีก็พร้อมสำหรับการเทรดเช่นเดียวกัน

เมื่อรับ referral เรียบร้อยแล้ว บัญชีก็พร้อมใช้งานและเริ่มเทรดบน StandX ได้

รหัสแนะนำ StandX เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้

รหัสแนะนำใช้ได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มย้อนหลังได้

หากเผลอเชื่อมต่อจนเสร็จโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ ก็ไม่มีช่องทางใดให้ย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมในภายหลัง

ยังมีทางเลือกคือการลงทะเบียนใหม่ด้วยวอลเล็ตใบใหม่ จึงอยากให้ลองพิจารณาแนวทางนี้ดู

  • ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต มีการแสดงว่ารหัสแนะนำ helmcode ถูกนำไปใช้แล้วหรือไม่ (ดูข้อความแจ้งว่ารหัสถูกนำไปใช้เมื่อเข้าผ่านลิงก์ และหากแพลตฟอร์มมีช่องกรอกรหัส ให้ตรวจสอบช่องนั้นด้วย)
  • หลังเชื่อมต่อเสร็จ ให้เปิดหน้า Referral / Rewards เพื่อตรวจว่าการแนะนำถูกบันทึกไว้แล้วหรือไม่ (ข้อมูลที่ผูกกับรหัสแนะนำ เช่น อัตราส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม จะแสดงก็ต่อเมื่อเชื่อมวอลเล็ตแล้วเท่านั้น)

โปรแกรมสะสมพอยต์และ Airdrop ของ StandX

เนื้อหาในบทนี้อ้างอิงสิ่งที่หน้าโปรแกรมและเอกสารทางการของ StandX แสดงไว้ ณ 2026-07-26 และเล่าในฐานะกลไกของระบบว่าโปรแกรมทำงานอย่างไร ไม่ใช่ในฐานะสิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับจากรหัสแนะนำ

โครงสร้างของ Mainnet Points Campaign และไทม์ไลน์การเปลี่ยนกฎ

Mainnet Points Campaign เป็นแคมเปญเดียวที่เดินต่อเนื่อง ไม่ได้แบ่งเป็นซีซันตัวเลข แยกออกเป็นสามสายคือ trader (สายปริมาณการเทรด), maker (สายการตั้งราคา) และ holder (สายการถือครอง) และหน้าโปรแกรมไม่ระบุวันสิ้นสุดเอาไว้

2025-10-31
รอบ pre-deposit สิ้นสุด แต้มและอันดับถูกแช่ไว้และแสดงแยก
2025-11-03 – 2025-11-24
รอบ perps alpha เปิดให้เทรดในวงจำกัด
2025-12-10
Mainnet Points Campaign เปิดตัว พร้อมโบนัส Binance Wallet Keyless ที่เดินคู่กันไปจนถึง 2026-01-07
2026-01-14
เพิ่ม Loser Points ที่อัตรา 5 พอยต์ต่อผลขาดทุนที่รับรู้แล้ว 1 USD
2026-02-05
โปรแกรมโบนัสพอยต์รายวันจากการเทรดชุดเดิมสิ้นสุดลง
2026-05-24
อัตราการแจกพอยต์ของสาย trader, maker และ holder ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง โดย Maker Uptime และ Community Maker Yield ไม่ถูกกระทบ

สิ่งที่ไทม์ไลน์ข้างต้นบอกกับผู้อ่านตรง ๆ คือ อัตราการแจกพอยต์เป็นค่าที่ผู้ดูแลระบบตั้งได้ ไม่ใช่ตารางตายตัวที่รับประกันไว้ล่วงหน้า การลดอัตราลงครึ่งหนึ่งเมื่อ 2026-05-24 เป็นการเปลี่ยนเชิงเศรษฐศาสตร์ครั้งเดียวที่มีวันที่กำกับชัดเจน ส่วนรายการที่เหลือเป็นการเพิ่มและถอดกติกาย่อยระหว่างทาง

ในทางปฏิบัติแปลว่า ตัวเลขอัตราที่คุณเห็นบนหน้าโปรแกรมเป็นภาพ ณ วันที่เปิดดูเท่านั้น ทีมบรรณาธิการ chainhelm จึงกำกับวันที่ 2026-07-26 ไว้กับทุกตัวเลขในบทนี้ และแนะนำให้ผู้อ่านเปิดหน้าโปรแกรมทางการดูอัตราปัจจุบันก่อนวางแผนอะไรที่ผูกกับพอยต์

แหล่งที่มาของพอยต์และเงื่อนไขการมีสิทธิ์

พอยต์ไม่ได้มาจากปริมาณการเทรดอย่างเดียว แต่เดินอยู่บนสี่แกนพร้อมกัน โดยตัวเลขด้านล่างเป็นอัตราหลังการลดครึ่งหนึ่งตามที่หน้าโปรแกรมแสดงเมื่อ 2026-07-26

ปริมาณการเทรด
สะสมตามมูลค่าที่เทรด โดยแยกอัตราของฝั่ง maker กับฝั่ง taker ออกจากกัน
คำสั่ง limit ที่ตั้งค้างไว้
คำสั่งที่อยู่บนสมุดคำสั่งนาน 3 วินาทีขึ้นไปได้พอยต์ ถ่วงน้ำหนักตามระยะห่างจากราคา mark คือ 0-10 bps ได้ 100% ลงมาถึง 40%, 10-30 bps ได้ 40% ถึง 12.5% และ 30-100 bps ได้ 12.5% ถึง 0%
DUSD ที่ถือครองไว้
ยอดใน Perps Wallet คูณ 0.5 และใน Vault คูณ 0.625 โดยนับกำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้เข้าไปในมูลค่าด้วย ส่วนยอดที่ค้างอยู่ใน Cash Wallet ไม่ได้พอยต์เลย
สถานะ LP ในพูลที่กำหนด
คูณ 0.5 สำหรับ DUSD และ 0.6 สำหรับ USDT/USDC โดยโทเคน LP ต้องอยู่ในวอลเล็ตของผู้ใช้เอง

นอกเหนือจากสี่แกนข้างต้น ยังมีทางสะสมย่อยอีกสามทาง คือผลขาดทุนที่รับรู้แล้วได้พอยต์ที่ 5 พอยต์ต่อ 1 USD การสลับเหรียญบน DEX จ่ายพอยต์เท่ากับ 2.5% ของปริมาณ swap DUSD ในบางพูล และโบนัสรายวันที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอีก 5 พอยต์เมื่อเทรดตั้งแต่ 2 ครั้งรวมกันเกิน 100 DUSD ภายในหนึ่งวันตามเวลา UTC

ฝั่ง referral นั้นโปรแกรมผูกไว้ใต้ Network Yield ในฐานะกลไกของระบบ ผู้แนะนำจะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการเทรดของผู้ที่ตนชวนมาเป็นขั้นบันได เริ่มที่ 5% เมื่อปริมาณเทรดส่วนตัวถึง 500,000 DUSD ขยับเป็น 10% ที่ปริมาณระดับเครือข่าย 2.5M DUSD, 15% ที่ 7.5M และ 20% ที่ 15M นอกจากนี้ยังมีโครงสร้าง Community Builder ที่ต้องยื่นสมัคร ซึ่งแบ่งผลตอบแทนภายในกลุ่มโดยอยู่ใต้เพดาน 20% เดียวกัน ทั้งหมดนี้คือคำอธิบายว่าระบบทำงานอย่างไร ไม่ใช่ข้อเสนอต่อผู้อ่านของบทความนี้

เงื่อนไขการมีสิทธิ์มีสองขา ขาแรกคือเรื่องพื้นที่ ผู้พำนักในเขตอำนาจที่ถูกกันออกและบุคคลต้องห้ามตามเงื่อนไขการใช้งาน ใช้ทั้งเว็บไซต์และ DUSD ไม่ได้ ขาที่สองคือตำแหน่งที่วางสินทรัพย์ ซึ่งเป็นจุดที่พลาดกันง่ายที่สุด เพราะ DUSD ต้องอยู่ใน Perps Wallet หรือ Vault เท่านั้นจึงจะได้ holder points และโทเคน LP ต้องคงอยู่ในวอลเล็ตของผู้ใช้เอง เนื่องจากการนำไป restake อาจโอนความเป็นเจ้าของและทำให้เสียสิทธิ์ ทั้งนี้ไม่พบกฎ sybil หรือกฎจับกลุ่มวอลเล็ตที่ประกาศไว้เฉพาะสำหรับพอยต์

สถานะโทเคนและสิ่งที่ StandX ยังไม่ได้ให้คำมั่น

สถานะ ณ 2026-07-26ยังไม่มีโทเคนของแพลตฟอร์ม ยังไม่เคยมี TGE หน้าแคมเปญไม่เปิดเผยอัตราแปลงพอยต์เป็นโทเคนใด ๆ และประวัติการแจก airdrop ว่างเปล่า คือยังไม่เคยมีการแจกจ่ายเกิดขึ้น

เอกสารของ StandX กล่าวถึงโทเคนของแพลตฟอร์มที่เริ่มมีการสะสมโควตาแล้วภายใต้ Community Maker Yield แต่ระบุไว้เองว่าตัวโทเคนยังไม่เปิดใช้งาน จุดที่ควรแยกให้ชัดคือ DUSD ไม่ใช่โทเคนที่กำลังรอกันอยู่ แต่เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ใช้เป็นหลักประกัน ดังนั้นการถือ DUSD จึงไม่ใช่การถือส่วนแบ่งในโทเคนอนาคต

ด้านคำพูดอย่างเป็นทางการก็ไม่มีคำมั่นเช่นกัน ในทาวน์ฮอลล์บน Discord เมื่อ 2025-12-03 ผู้ร่วมก่อตั้งปฏิเสธที่จะให้วันที่ และชี้ไปที่ค่าความน่าจะเป็นในตลาดพยากรณ์แทนการให้คำมั่นด้วยตนเอง เมื่อรวมกับการที่หน้าแคมเปญไม่เปิดเผยอัตราแปลง ภาพที่ได้จึงตรงไปตรงมา คือพอยต์กำลังสะสมไปสู่อนาคตที่ยังไม่มีใครระบุ

ทีมบรรณาธิการ chainhelm หยุดการวิเคราะห์ไว้ตรงนั้น เราไม่ประเมินมูลค่า ไม่คาดเดาช่วงเวลา TGE และไม่คำนวณอัตราแปลงใด ๆ ให้ผู้อ่าน เพราะทั้งสามอย่างไม่มีแหล่งข้อมูลรองรับ สิ่งที่ผู้อ่านนำไปใช้ได้จริงคือ ถ้าจะสะสมพอยต์ ให้ตัดสินใจบนสมมติฐานว่ามูลค่าปลายทางอาจเป็นศูนย์ ไม่ใช่บนตัวเลขที่คำนวณล่วงหน้าไว้แล้ว

StandX คืออะไร

StandX คือ perp DEX ที่เปิดให้เทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ โดยตัวเลขทั้งหมดในบทนี้เป็นค่าที่วัดหรือสังเกตได้เมื่อ 2026-07-26 และเป็นค่าของแพลตฟอร์มนี้เพียงลำพัง ส่วนการวางเทียบกับรายอื่นอยู่ในบทถัดไป

จุดเริ่มต้น ขนาดของแพลตฟอร์ม และคู่สัญญาตามเงื่อนไขการใช้งาน

ผลิตภัณฑ์แรกของ StandX คือ DUSD ซึ่งประกาศเมื่อ 2024-12-08 และเปิดใช้จริง 2025-01-27 ส่วนฝั่ง perps เปิด mainnet เมื่อ 2025-11-24 บน BNB Chain และ Solana หลังผ่านรอบ alpha แบบต่อคิวที่เริ่มมาตั้งแต่ 2025-10-14 แปลว่าตัวแพลตฟอร์มที่เทรดได้จริงมีอายุราวแปดเดือน ณ วันที่อ้างอิงของบทความนี้ ซึ่งเป็นบริบทที่ต้องตั้งไว้ก่อนอ่านตัวเลขอื่นทั้งหมด

อันดับ 8 / 197อันดับตามปริมาณเทรด 24 ชม.DeFi Llama, 2026-07-26
USD 351Mปริมาณเทรด 24 ชม.ส่วนแบ่ง 4.74% ของ USD 7.42B ที่ระบบติดตาม
≈ USD 72Mopen interestอันดับ 13 จาก 69 โปรโตคอลที่รายงานค่านี้
≈ USD 104Mอุปทาน DUSDแดชบอร์ดทางการตรงกับการอ่านสัญญาบนเชนภายใน 0.01%

ตัวเลขในภาพด้านบนมีระดับความน่าเชื่อถือไม่เท่ากัน และผู้อ่านควรแยกให้ออก ค่า open interest เป็นค่าที่ยืนยันตรงกันดีที่สุดในชุดนี้ เพราะแดชบอร์ดทางการ, DeFi Llama และ CoinGecko ต่างกันไม่เกิน 0.3% ขณะที่ปริมาณเทรดต่างกันชัดเจน โดยแดชบอร์ดทางการแสดง USD 296M ในวันเดียวกับที่ DeFi Llama วัดได้ USD 351M ที่สำคัญกว่านั้นคือปริมาณกำลังลดลงเร็ว DeFi Llama บันทึกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเดือนไว้ที่ -60.79% ดังนั้นอันดับของวันเดียวจึงเป็นภาพนิ่งที่ขยับได้ตลอด ไม่ใช่ตำแหน่งที่ยึดไว้ได้

มีอีกสองตัวเลขที่ต้องระวังเป็นพิเศษ อย่างแรกคือค่า TVL ระดับโปรโตคอลของ DeFi Llama ที่ USD 33.2M ซึ่งวัดคนละสิ่งกับขนาดของ DUSD จึงใช้แทนกันไม่ได้ อย่างที่สองคือจำนวนผู้ใช้ที่ต้องมีคำกำกับเสมอ แดชบอร์ดนับ “Standers” ได้ 236,789 ราย แต่นั่นคือบัญชีชุมชนที่ลงทะเบียนไว้ ไม่ใช่ผู้เทรดที่ยืนยันแล้ว ขณะที่โพสต์ทางการอีกชิ้นนับผู้ถือ DUSD บน BNB Chain ได้ 19,206 ราย ณ 2026-07-16 ซึ่งต่างกันหนึ่งลำดับขนาด ตัวเลขหลังจึงใกล้เคียงกับ “คนที่เอาเงินเข้ามาจริง” มากกว่า

ในทำนองเดียวกัน StandX เคยระบุเมื่อ 2026-06-28 ว่าขึ้นถึงอันดับ 4 ของ perp DEX ตามปริมาณรายวันที่ราว USD 700M หนึ่งเดือนถัดมา DeFi Llama วัดได้อันดับ 8 ตามตัวเลขในภาพด้านบน คำกล่าวอ้างนั้นจึงผูกกับวันที่ 2026-06-28 เท่านั้น และไม่ใช่สถานะปัจจุบัน

ด้านสินค้า มีตลาด perpetual เปิดอยู่ 11 ตลาด ได้แก่ BTC, ETH, SOL, BNB, HYPE บวกทองคำ (XAU) เงิน (XAG) น้ำมันดิบ (CL) และหุ้นสหรัฐฯ อีกสามตัวคือ TSLA, MU และ SPCX โดยทั้งหมดวางหลักประกันสกุลเดียวกัน ส่วนคู่สัญญาที่ระบุในเงื่อนไขการใช้งานคือ StandX Issuer Ltd บริษัทในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ทะเบียนเลขที่ 2163662 โดยเงื่อนไขอยู่ภายใต้กฎหมายอังกฤษและเวลส์ และข้อพิพาทเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ LCIA ที่ลอนดอน จุดที่ต้องบันทึกไว้คือไม่มีการระบุนิติบุคคลแยกสำหรับตัวแพลตฟอร์มเทรดเอง ส่วนชื่อผู้บริหารปรากฏผ่านสื่อเท่านั้น ซึ่งชิ้นหนึ่งระบุว่าเป็นเนื้อหาที่มีผู้สนับสนุน ช่องทางทางการใช้ชื่อต้นกับอักษรย่อ และไม่มีหน้าแนะนำทีม สำหรับผู้อ่านที่จะฝากเงิน นั่นหมายความว่าคู่สัญญาที่คุณเรียกร้องได้ตามเอกสารมีเพียงบริษัทเดียวในเขตอำนาจนอกชายฝั่ง

◆ ◇ ◆

ค่าธรรมเนียมการเทรดและต้นทุนอื่นที่ต้องนับรวม

อัตราหน้าปกอย่างเดียวยังไม่ใช่ต้นทุนจริงของการถือสถานะ ต้นทุนที่ต้องนับรวมมีสี่ก้อน และค่าทั้งหมดด้านล่างเป็นค่า ณ 2026-07-26

ค่าธรรมเนียมการเทรด
maker 0.01% และ taker 0.04% ของมูลค่าสัญญา (1.0 และ 4.0 bps) โดยไม่มีบันไดส่วนลดตามปริมาณเทรดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปประกาศไว้
funding
ตัดรอบทุกชั่วโมง เก็บค่า premium และ impact ทุก 5 วินาที มีอัตราดอกเบี้ยฐาน 0.00125% ต่อชั่วโมง และเพดาน 4% ต่อชั่วโมงที่ตั้งให้ต่ำลงรายตลาดได้ เงินก้อนนี้ไหลระหว่างผู้เทรดด้วยกัน ไม่ได้เข้าแพลตฟอร์ม
gas บนเชน
การจับคู่คำสั่งทำนอกเชน จึงไม่มีค่า gas ในการส่งคำสั่ง ค่า gas เกิดเฉพาะการกระทำบนเชน เช่น การ mint DUSD การฝาก การส่งคำขอถอน และการอนุมัติ block trade ทั้งนี้ไม่พบค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มสำหรับการฝากหรือถอนฝั่ง perps
การ mint และไถ่ถอน DUSD
การ mint ไม่มีค่าธรรมเนียมโดยมีขั้นต่ำ USD 5 ส่วนการไถ่ถอนกลับเป็น USDT/USDC คิด 0.1% และใช้เวลา 7 วัน หรือออกทันทีผ่านพูลของบุคคลที่สามตามค่าธรรมเนียมของพูลนั้น

บันไดอัตราชุดเดียวที่ประกาศไว้เป็นของผู้ดูแลสภาพคล่อง ไม่ใช่ของผู้ใช้ทั่วไป โดยประเมินผลงาน Community Maker Yield รายเดือนเพื่อกำหนดอัตราของเดือนถัดไป ฝั่ง taker ลดจาก 3.00 bps ที่ชั้นแรกเหลือ 2.00 bps ที่ชั้นบนสุด ส่วนฝั่ง maker ไปถึงส่วนคืนที่ -0.50 bps เงื่อนไขการเข้าเกณฑ์คือต้องวางคำสั่งสองฝั่งภายใน 10 bps จากราคา mark อย่างน้อย 30 นาทีต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นภาระที่ผู้เทรดรายย่อยทำต่อเนื่องได้ยาก และเพราะยังไม่มีโทเคนของแพลตฟอร์ม จึงไม่มีส่วนลดจากการถือหรือ stake โทเคนใด ๆ เลย พูดอีกอย่างคือ อัตราที่ผู้อ่านทั่วไปจะได้เห็นมีชุดเดียว

สิ่งที่ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้อยู่ที่ระดับของอัตรา แต่อยู่ที่ปลายทางของรายได้ ที่นี่ไม่ได้ใช้รูปแบบไร้ค่าธรรมเนียม และข้อเสนอที่บังคับใช้แล้วสองฉบับกำหนดเส้นทางของเงินไว้ชัดเจน SIP-3 ส่งรายได้ค่าธรรมเนียมการเทรดสุทธิเข้าสู่พูลชำระราคาของ DUSD ทุกวัน ส่วน SIP-2 จ่ายสัดส่วนที่กำหนดไว้ของกระแสค่าธรรมเนียมสุทธิที่เข้าเกณฑ์ให้กับสถานะที่ถือข้ามเวลาขั้นต่ำ ภายใต้เงื่อนไขความสมเหตุสมผลด้านความเสี่ยงและเพดานเลเวอเรจที่ได้รับรางวัล

◆ ◇ ◆

โครงสร้างเทคนิค เชนที่ใช้ การจับคู่คำสั่ง และหลักประกัน DUSD

StandX ไม่มีเชนของตัวเอง การชำระราคา การเก็บรักษา และการส่งข้อความข้ามเชนทำผ่านสัญญาที่ StandX ติดตั้งไว้บน BNB Chain และ Solana ได้แก่ Gateway สำหรับการ mint และการฝาก, Settler สำหรับการชำระราคา และ Highway สำหรับข้อความข้ามเชน ส่วนการจับคู่คำสั่งเกิดขึ้นนอกเชนบนเครื่องยนต์ของผู้ให้บริการ ผลลัพธ์ของโครงสร้างนี้คือยอดคงเหลือเป็นแบบไม่ฝากทรัพย์ ผู้ใช้ถือกุญแจเอง แต่การส่งคำสั่งรวมศูนย์อยู่ที่ผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นการระบุเชิงโครงสร้างเท่านั้น ผลของมันต่อความเสี่ยงอยู่ในบทสุดท้าย

ระบบคำสั่งเป็นสมุดคำสั่งจำกัดราคาแบบรวมศูนย์ (central limit order book) ที่มีบทบาท maker และ taker และรองรับ time-in-force แบบ GTC, IOC และ ALO จับคู่นอกเชนแล้วชำระราคาบนเชน ส่วนการถอนใช้สิ่งที่เอกสารเรียกว่าระบบถอนแบบตรวจสอบสองชั้น ซึ่งรวมการประมวลผลนอกเชนเข้ากับคำขอถอนบนเชน

ฝั่งหลักประกัน DUSD เป็นโทเคนหลักประกันเพียงตัวเดียวของ perps สร้างขึ้นในอัตรา 1:1 จาก USDT หรือ USDC ที่ขั้นต่ำ USD 5 ยอดคงเหลือแบ่งเป็นสองส่วนคือ Cash Wallet สำหรับฝากถอน และ Perps Wallet สำหรับเทรด โดยโอนระหว่างกันได้ทันที จุดที่ต่างจากที่อื่นคือหลักประกันที่ถือเป็น DUSD ยังสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องระหว่างค้ำสถานะอยู่ ซึ่งรายละเอียดเชิงเปรียบเทียบว่าต่างจากที่อื่นอย่างไรอยู่ในบทถัดไป

40 เท่าเพดานเลเวอเรจสูงสุดBTC, ETH, XAU, XAG, CL
30 เท่าเพดานกลุ่มรองBNB, SOL
20 เท่าเพดานกลุ่มหุ้นและ HYPEHYPE, MU, SPCX, TSLA
5 เท่าเพดานที่ชั้นขนาดใหญ่สุดmargin รักษาสถานะไล่จาก 1.25% ถึง 10.00% ในบันไดสี่ชั้น

บันไดในภาพด้านบนคือกลไกควบคุมความเสี่ยงตามขนาดสถานะ ยิ่งเปิดใหญ่ เพดานเลเวอเรจยิ่งลดและ margin รักษาสถานะยิ่งสูงขึ้น และเมื่อใช้เลเวอเรจสูงสุด ระบบจะรับเฉพาะคำสั่งแบบลดสถานะเท่านั้น ตัวเลขที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ใช้อ้างอิงมาจากตารางข้อกำหนดของสัญญา ไม่ใช่จากคำบรรยายในหน้าเอกสารซึ่งยกตัวอย่างด้วยตัวเลขที่สูงกว่านี้ ผู้อ่านที่เจอตัวเลขเลเวอเรจไม่ตรงกันระหว่างสองหน้า จึงควรยึดตารางข้อกำหนดเป็นหลัก

จุดเด่นของ StandX

บทนี้วาง StandX เทียบกับ perp DEX รายอื่นด้วยชุดตัวชี้วัดจำนวนน้อยและกำกับวันที่ทุกครั้ง โดยเป็นการเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจเอง ไม่ใช่การชี้ทางว่าควรไปใช้ที่ใด

ตำแหน่งของ StandX เมื่อวางเทียบกับ perp DEX รายอื่น

เมื่อวางลงในตาราง StandX เป็นรายกลางตาราง ไม่ใช่ผู้นำ ณ 2026-07-26 อยู่อันดับ 8 จาก 197 โปรโตคอลตามปริมาณเทรด 24 ชั่วโมง โดยอยู่หลัง Hyperliquid, Lighter, ApeX Protocol, Aster, Grvt, Variational และ edgeX ส่วนฝั่ง open interest อยู่อันดับ 13 จาก 69 ซึ่งช่องว่างกับหัวตารางกว้างมาก Hyperliquid อยู่ที่ USD 11.14B เทียบกับ USD 72M ของ StandX หรือราวหนึ่งร้อยห้าสิบเท่า สำหรับผู้อ่านที่เทรดขนาดใหญ่ ช่องว่างนี้แปลตรง ๆ ว่าความลึกของสมุดคำสั่งอยู่คนละระดับกัน

ข้อควรรู้ก่อนอ่านตัวเลขเปรียบเทียบปริมาณเทรด perp ที่รายงานกันสามารถถูกดันด้วย wash trading และแรงจูงใจจากโปรแกรมรางวัล ส่วนจำนวนตลาดที่ลิสต์ก็เพิ่มให้ดูเยอะได้ง่าย ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเดือนของ StandX เองที่ -60.79% ซึ่งแสดงว่าอันดับของวันเดียวขยับเร็วเพียงใด

ด้วยเหตุผลในกล่องด้านบน ทีมบรรณาธิการ chainhelm จึงตรึงการเปรียบเทียบไว้ที่ปริมาณเทรด, open interest และจำนวนตลาดเท่านั้น และกำกับวันที่ทุกครั้งแทนที่จะสรุปเป็นอันดับลอย ๆ

จุดที่ StandX ตามหลังชัดเจนที่สุดคือความกว้างของตลาด มี 11 ตลาดที่เปิดจริง เทียบกับแพลตฟอร์มที่ลิสต์หลายร้อยตลาด และเส้นทางที่จะทำให้กว้างขึ้นคือ SIP-5 ซึ่งยังอยู่ในสถานะ Review ลงวันที่ 2026-03-31 โดย Shield และ Reward vault ยังขึ้นสถานะว่ากำลังจะมา จึงเป็นแผนงาน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้แล้ว ผู้อ่านที่วางแผนจะเทรดเหรียญนอกกลุ่มหลักจึงต้องนับข้อนี้เป็นข้อจำกัดปัจจุบัน ไม่ใช่สิ่งที่รอได้ในอีกไม่นาน

สิ่งที่ต่างจริง หลักประกันที่ยังสร้างผลตอบแทน และการคืนรายได้ค่าธรรมเนียม

จุดต่างที่แท้จริงของ StandX ไม่ได้อยู่ที่ค่าธรรมเนียมหรือความเร็ว แต่อยู่ที่ตัวหลักประกันเอง

StandX

หลักประกันที่ยังเดินผลตอบแทน

DUSD เป็นหลักประกันเพียงตัวเดียวของ perps และสร้างผลตอบแทนได้ในตัว หลักประกันจึงยังเดินผลตอบแทนอยู่ระหว่างค้ำสถานะที่เปิดไว้ โดยไม่ต้อง stake หรือล็อกเพิ่ม ผลตอบแทนมาจากรางวัลการ stake ของสินทรัพย์ spot ที่ถูกป้องกันความเสี่ยงไว้ บวกกับ funding ที่ได้รับจากขาสั้นของการป้องกันความเสี่ยง ติดตามรายที่อยู่และชำระรายสัปดาห์ ณ 2026-07-26 แดชบอร์ดแสดง APY หน้าปก 7.23% และหน้าจอ mint แสดง APY จาก SIP-3 ที่ 1.83%
perp DEX กระแสหลัก

หลักประกันที่นอนเฉย

วางหลักประกันเป็น USDC หรือโทเคนของตัวเอง ซึ่งหลักประกันที่นอนอยู่ไม่ได้ผลตอบแทนในระดับแพลตฟอร์ม เงินที่กันไว้ค้ำสถานะจึงเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสเต็มจำนวนตลอดเวลาที่สถานะเปิดอยู่

ความแตกต่างในภาพด้านบนมีความหมายกับผู้อ่านกลุ่มเดียวเป็นหลัก คือคนที่ต้องกันหลักประกันก้อนใหญ่ค้างไว้นาน ๆ ระหว่างรอจังหวะ ส่วนคนที่เข้าออกเร็วและไม่ค้างหลักประกันไว้ ข้อได้เปรียบนี้แทบไม่มีผล และต้องอ่านคู่กับความเสี่ยงของ DUSD ในบทสุดท้ายเสมอ เพราะผลตอบแทนนั้นไม่ได้มาฟรี

จุดต่างข้อที่สองอยู่ที่ทิศทางของรายได้ ข้อเสนอที่ถูกนำไปใช้จริงสองฉบับส่งรายได้ของแพลตฟอร์มกลับสู่ผู้ใช้ แทนที่จะซื้อโทเคนคืนหรือเก็บเข้ากองประกัน โดย SIP-3 ซึ่งเริ่มใช้ 2026-04-14 ส่งรายได้ค่าธรรมเนียมการเทรดสุทธิเข้าพูลชำระราคาของ DUSD ทุกวัน ส่วน SIP-2 ซึ่งเริ่มใช้ 2026-03-31 จ่ายสัดส่วนที่กำหนดของกระแสค่าธรรมเนียมสุทธิที่เข้าเกณฑ์ให้สถานะที่ถือข้ามเวลาขั้นต่ำ

จุดต่างข้อที่สามคือรางวัลที่ให้กับการตั้งราคา ไม่ใช่การเทรดที่จับคู่แล้ว maker points สะสมจากคำสั่ง limit ที่ตั้งค้างอย่างน้อย 3 วินาที แม้ไม่เคยถูกจับคู่เลยก็ตาม โดยถ่วงน้ำหนักตามระยะห่างจากราคา mark และ Community Maker Yield จ่ายรายวันสำหรับการตั้งราคาสองฝั่งภายใน 10 bps อย่างน้อย 30 นาทีต่อชั่วโมง โดยมีเพดานรายตลาด โครงสร้างแบบนี้เอื้อกับผู้ที่ยืนราคาได้ต่อเนื่องมากกว่าผู้ที่เทรดถี่

ปิดท้ายด้วยจุดต่างขนาดรองอีกสองข้อ อย่างแรกคือทองคำ เงิน น้ำมันดิบ และหุ้นสหรัฐฯ สามตัว เทรดบนหลักประกันและเครื่องยนต์ความเสี่ยงชุดเดียวกับ perp คริปโต ซึ่งไม่ค่อยพบในแพลตฟอร์มที่ทำเฉพาะคริปโต อย่างที่สองคือ SIP-1 Block Trade ที่เปิดให้ maker เผยแพร่คำสั่งที่เจรจากันแล้วบนเชนให้คู่สัญญาได้ไม่เกิน 25 ราย โดยแยกออกจากสมุดคำสั่งกลาง จึงไม่กระทบราคา mark, funding และแท่งเทียน

กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะ และกรณีที่แพลตฟอร์มอื่นตอบโจทย์กว่า

จากโครงสร้างทั้งหมดข้างต้น กลุ่มที่เหมาะกับ StandX มากที่สุดมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้เทรดที่ถือหลักประกันสเตเบิลคอยน์ค้างไว้ระหว่างรอจังหวะ และอยากให้เงินก้อนนั้นยังเดินผลตอบแทนแทนที่จะนอนเฉย กลุ่มที่สองคือผู้ดูแลสภาพคล่องเชิงรับที่ตั้งราคาสองฝั่งภายใน 10 bps ได้ต่อเนื่อง เพราะรางวัลที่นี่ผูกกับเวลาที่ยืนราคา ไม่ใช่กับคำสั่งที่ถูกจับคู่ ส่วนกลุ่มที่แพลตฟอร์มระบุเองเพิ่มเติมคือผู้ใช้ที่สะสมพอยต์โดยยอมรับว่าโทเคนยังไม่ถูกสัญญาไว้

ในทางกลับกัน มีสี่กรณีที่แพลตฟอร์มอื่นตอบโจทย์กว่าอย่างชัดเจน

ต้องการเหรียญกว้างหรือเหรียญหางยาว
ที่นี่เปิดเพียง 11 ตลาด และเส้นทางขยายผ่าน SIP-5 ยังไม่ปล่อยใช้จริง
พำนักในเขตอำนาจที่ถูกกันออก
ผู้พำนักในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร รัสเซีย และเขตอำนาจอื่นในรายชื่อ ถูกเงื่อนไขการใช้งานห้ามไว้ตรง ๆ
ไม่ต้องการรับความเสี่ยงของผู้ออกไปพร้อมกับหลักประกัน
ที่นี่บังคับให้ใช้ DUSD ซึ่งมูลค่าขึ้นกับพอร์ตป้องกันความเสี่ยงที่บริหารเองผ่านแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม กองทุนสำรองที่ไม่เปิดเผยขนาด และเส้นทางไถ่ถอน 7 วันที่คิด 0.1%
ต้องการระบบที่ผ่านการตรวจสอบและเปิดซอร์ส
รายงานที่เผยแพร่ครอบคลุมสัญญา DUSD และชั้นส่งข้อความ ไม่ใช่เครื่องยนต์ perp และคลังโค้ดที่รายงานอ้างถึงกลับคืนค่า 404

สี่ข้อข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้อ่านชั่งน้ำหนักเอง ทีมบรรณาธิการ chainhelm ไม่ระบุว่าควรไปใช้แพลตฟอร์มใดแทน และไม่นำตัวเลขสิทธิประโยชน์ของผู้แนะนำรายอื่นมาประกอบการเปรียบเทียบ

แนวโน้มด้านกฎระเบียบของ StandX

บทนี้ว่าด้วยสถานะของตัวแพลตฟอร์มภายใต้กฎเกณฑ์ทั่วโลก ณ 2026-07-26 ส่วนคำถามว่าผู้อ่านในประเทศไทยใช้งานได้หรือไม่ อยู่ในบทถัดไปโดยเฉพาะ

รายชื่อ 35 เขตอำนาจที่ StandX กันออก และการบังคับใช้สองชั้น

เงื่อนไขการใช้งานของ StandX กำหนด Geo-Blocked Jurisdictions ไว้ 35 รายการ

Geo-Blocked Jurisdictions (35 รายการ)AF, AL, BA, BI, BY, CD, CF, CU, GB, GN, GT, GW, HT, IQ, IR, KP, LB, LY, MD, ME, MK, ML, MM, NE, NI, PS, RU, SD, SO, SS, SY, US, VE, YE, ZW

สิ่งที่น่าสังเกตในรายชื่อนี้คือส่วนผสมของมัน เพราะวางเขตอำนาจที่ถูกคว่ำบาตรอย่างครอบคลุมไว้ปะปนกับตลาดขนาดใหญ่ที่มีการกำกับดูแลสองแห่ง คือสหราชอาณาจักร (GB) และสหรัฐฯ (US) รวมถึงรายการที่อธิบายได้ยากกว่าอย่างกัวเตมาลา (GT) มอลโดวา (MD) และไนเจอร์ (NE) โดยเอกสารไม่ได้ให้เหตุผลรายประเทศไว้เลยแม้แต่รายการเดียว ผู้อ่านจึงอ่านรายชื่อนี้ได้เพียงว่าเป็นการตัดสินใจเชิงพาณิชย์และเชิงความเสี่ยงของผู้ออกเอง ไม่ใช่คำสั่งของหน่วยงานใด

การกันออกเดินอยู่บนสองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือชั้นสัญญา การพำนักในเขตอำนาจที่อยู่ในรายชื่อทำให้บุคคลนั้นเป็น Prohibited Person และผู้ใช้ทุกคนให้คำรับรองว่าตนไม่ใช่บุคคลดังกล่าว ชั้นที่สองคือชั้นเทคนิค หน้าเว็บที่ปล่อยใช้งานจริงตรวจภูมิภาคของผู้เข้าชมกับรายชื่อชุดเดียวกัน และแสดงประกาศ “Restricted Jurisdiction” เต็มหน้าเมื่อตรงกับรายชื่อ โดยงานค้นคว้ารายเขตอำนาจสังเกตสถานะดังกล่าวได้จริง ในสถานะนั้นข้อมูลตลาดยังแสดงแบบอ่านอย่างเดียว และปุ่มเชื่อมวอลเล็ตถูกแทนด้วยปุ่มที่กดไม่ได้ สหรัฐฯ ถูกครอบสองชั้น ทั้งในฐานะเขตอำนาจที่ระบุชื่อและในฐานะขาหนึ่งของนิยาม Prohibited Person

เรื่องวันที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทีมบรรณาธิการ chainhelm ไม่ลงวันที่ให้รายชื่อนี้จากตัวเอกสารเงื่อนไข เพราะหลักฐานที่ลงวันที่ได้จริงมีเพียงฉบับที่ถูกเก็บถาวรไว้เมื่อ 2025-06-16 และ 2026-04-15 ซึ่งรายชื่อไม่เปลี่ยนระหว่างสองฉบับนั้น กับวันที่สังเกตการณ์ของงานค้นคว้าคือ 2026-07-26 สิ่งที่ผู้อ่านนำไปใช้ได้คือ รายชื่อนี้นิ่งมาอย่างน้อยสิบเดือน แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะนิ่งต่อไป

สถานะกับหน่วยงานกำกับ การไม่มีใบอนุญาตและการไม่ปรากฏชื่อในคำสั่งใด

รายการใบอนุญาตของ StandX ว่างเปล่า และจุดสำคัญคือมันว่างเพราะผู้ออกประกาศเอง ไม่ใช่เพราะค้นไม่พบ เงื่อนไขการใช้งานระบุตรงตัวว่าทั้งผู้ออกและบริษัทในกลุ่มไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ การควบคุมดูแล หรือการออกใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับบริการทางการเงินใด ๆ รวมถึง BVI Financial Services Commission และระบุต่อว่าผู้ใช้ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากกองทุนชดเชยตามกฎหมายใด ๆ หากผู้ออกล้มละลาย สำหรับผู้อ่าน ประโยคที่สองมีน้ำหนักมากกว่าประโยคแรก เพราะมันบอกว่าถ้าเงินหาย ไม่มีกลไกชดเชยระดับรัฐรออยู่

ณ 2026-07-26 ไม่พบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับใดที่ระบุชื่อ StandX หรือ StandX Issuer Ltd ในเขตอำนาจใดเลย ข้อค้นพบนี้ต้องอ่านให้ถูก มันคือผลของการค้นหา ไม่ใช่การอนุมาน และเป็นหลักฐานที่อ่อน เพราะแพลตฟอร์มเพิ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ 2025-11-24 และรายชื่อหลายชุดที่ตรวจสอบระบุไว้บนหน้าของตัวเองว่าไม่ใช่รายการที่ครบถ้วน การไม่ปรากฏชื่อจึงไม่ใช่การรับรอง ไม่ใช่การอนุมัติ และไม่ใช่การกำกับดูแลโดยหน่วยงานใด

ที่ควรรู้คู่กันคือ หน่วยงานกำกับเคยเอื้อมถึงแพลตฟอร์มประเภทเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยไม่มีรายการใดระบุชื่อ StandX

2023-09-07 — CFTC (สหรัฐฯ)
ทำข้อตกลงยอมความกับผู้ดำเนินการโปรโตคอล DeFi สามราย กรณีอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดกฎหมาย
2023 — KoFIU (เกาหลีใต้)
ส่งเรื่องหน้าเว็บของ perpetual DEX ให้หน่วยงานสอบสวน
2025-07 — SPK (ตุรกี)
สั่งปิดกั้นหน้าเว็บของกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์
2026-06-26 — MAS (สิงคโปร์)
เพิ่มแพลตฟอร์ม perpetual บนเชนแบบไร้การอนุญาตเข้าสู่ Investor Alert List

ทั้งสี่รายการเป็นหลักฐานระดับประเภทธุรกิจ ไม่ใช่ข้อค้นพบเกี่ยวกับ StandX สิ่งที่มันบอกกับผู้อ่านคือ ประเภทของธุรกิจที่ StandX ทำอยู่นั้นอยู่ในสายตาของหน่วยงานกำกับหลายแห่งมาแล้วหลายปี ไม่ใช่พื้นที่ที่ยังไม่มีใครมอง

สองชั้นของระบบ และทิศทางข้างหน้าที่อยู่ในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์

การปิดกั้นที่อธิบายไว้ข้างต้นเป็นคุณสมบัติของเว็บไซต์ ส่วนสัญญาบน BNB Chain และ Solana ไม่มีประตูตรวจเขตอำนาจของตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เงื่อนไขการใช้งานผูกด้วยคำรับรองของผู้ใช้แทนการปิดกั้นเชิงเทคนิคแบบสมบูรณ์ ผลตามมาที่ต้องระบุให้ชัดคือ ผู้พำนักในเขตอำนาจที่ถูกกันออกซึ่งเข้าถึงโปรโตคอลได้ด้วยเส้นทางใดก็ตาม ยังถือว่าผิดเงื่อนไขการใช้งานอยู่ดี และเวทีระงับข้อพิพาทมีเพียงอนุญาโตตุลาการ LCIA ที่ลอนดอน โดยไม่มีกองทุนชดเชยใด ๆ ตามคำแถลงของผู้ออกเอง

แพลตฟอร์มเปิดตัวโดยกันสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร รัสเซีย และอีกราวสามสิบเขตอำนาจไว้ตั้งแต่วันแรก ประกาศว่าไม่มีใบอนุญาตที่ใดเลย และยังไม่มีเหตุการณ์เชิงกำกับใดเกิดขึ้นหลังเปิด mainnetสถานะ ณ 2026-07-26

ทิศทางจึงเป็นแบบจำกัดคงที่ ไม่ใช่กำลังรัดกุมขึ้นหรือกำลังผ่อนลง และความเสี่ยงข้างหน้าไม่ได้อยู่ที่คำสั่งที่ค้างอยู่ แต่อยู่ที่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เอง perp ที่อ้างอิงหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งชำระราคาเป็นเงินสด บวกกับสเตเบิลคอยน์ที่สร้างผลตอบแทนและไม่ได้หนุนด้วยเงินสดเต็มจำนวนซึ่งถูกใช้เป็นหลักประกันเพียงตัวเดียว คือหมวดที่หน่วยงานกำกับในตลาดที่มีใบอนุญาตถือว่าเป็นกิจกรรมที่ต้องขออนุญาต และสองเขตอำนาจที่บังคับใช้เข้มที่สุดในเรื่องนี้ คือสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ก็ถูกกันออกไปตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าแรงเสียดทานที่เหลืออยู่จะมาจากประเทศที่ยังเปิดอยู่ในวันนี้

การใช้งาน StandX ได้หรือไม่ในประเทศไทย

บทนี้ตอบคำถามฝั่งผู้อ่านในประเทศไทยโดยตรง ด้วยข้อมูลที่สังเกตและตรวจสอบไว้ ณ 2026-07-26 และจำกัดอยู่ที่การอธิบายสถานะตามข้อเท็จจริงเท่านั้น

สถานะการเข้าถึง StandX จากประเทศไทย

ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อ 35 เขตอำนาจตามเงื่อนไขการใช้งาน และรายชื่อในเงื่อนไขกับรายชื่อที่หน้าเว็บบังคับใช้จริงตรงกันหนึ่งต่อหนึ่ง ผู้อ่านในไทยจึงเปิดหน้าเว็บ เชื่อมวอลเล็ต และกดยอมรับรหัสแนะนำตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ข้างต้นได้จริง ทีมบรรณาธิการ chainhelm ระบุสถานะนี้ ณ วันที่สังเกตการณ์ 2026-07-26 และไม่กล่าวเกินไปกว่านั้นว่าจะคงอยู่ถาวร

จุดที่ต้องแยกให้ขาดคือ การเข้าถึงได้ไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาตจากหน่วยงานไทย และไม่ได้แปลว่าผู้อ่านได้รับความคุ้มครองใด ๆ สามเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง และหัวข้อสองหัวข้อถัดไปจะแยกอธิบายทีละเรื่อง

กรอบกำกับดูแลฝั่งไทย ใบอนุญาตของสำนักงาน ก.ล.ต. และกลไกจำกัดการเข้าถึง

สำนักงาน ก.ล.ต. ออกใบอนุญาตให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และเดินกลไกจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างต่อเนื่อง โดยกลไกนี้ไม่ใช่แค่ตัวบทบนกระดาษ แต่มีร่องรอยที่ลงวันที่ได้จริง

2025-05-29
เตือนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตห้าแห่ง ส่งเรื่องต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และร้องทุกข์กล่าวโทษ
2025-06-28
การจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มทั้งห้าแห่งมีผลบังคับ
2026-04-30
ใช้กลไกเดียวกันอีกครั้งกับอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง
2026-05-02
คำสั่งรอบดังกล่าวมีผลบังคับ

ตำแหน่งของ StandX ในกรอบนี้ชัดเจนแต่ต้องอ่านอย่างระวัง StandX ไม่ปรากฏในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตของสำนักงาน ก.ล.ต. ในทุกหมวด และยังไม่เคยถูกระบุชื่อในการดำเนินการใดของไทย จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตและอยู่ในกลุ่มประเภทที่กลไกในไทม์ไลน์ข้างต้นมุ่งไป นี่คือความเสี่ยงในอนาคต ไม่ใช่ข้อจำกัดที่มีผลอยู่ในปัจจุบัน และการที่ยังไม่ถูกระบุชื่อก็ไม่ใช่การรับรองหรือการอนุมัติจากหน่วยงานใดเช่นกัน

มีช่องว่างหนึ่งที่ควรระบุอย่างซื่อตรงมากกว่าจะเดาแทนหน่วยงาน คือทีมบรรณาธิการ chainhelm ไม่พบแนวปฏิบัติของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่กล่าวถึงแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์หรือแบบไม่รับฝากทรัพย์เลย เรื่องนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนในระดับแนวปฏิบัติ ผู้อ่านที่ต้องการความแน่นอนทางกฎหมายจึงยังไม่มีเอกสารฝั่งไทยให้ยึดในตอนนี้

สิ่งที่ผู้อ่านชาวไทยต้องรับเอง ภาษีและการไม่มีความคุ้มครอง

จุดที่พลาดกันง่ายที่สุดคือเรื่องภาษี สิทธิยกเว้นภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยในช่วงปี 2025-2029 มีเงื่อนไขว่าการขายต้องทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อ StandX ไม่ได้อยู่ในทะเบียนนั้น กำไรที่เกิดขึ้นบน StandX จึงอยู่นอกสิทธิยกเว้นดังกล่าว ยิ่งกว่านั้น StandX ไม่ได้ให้ข้อความรับรองใด ๆ ที่เจาะจงประเทศไทย และไม่ได้ออกเอกสารภาษีให้ ผู้อ่านจึงต้องจัดการเรื่องบันทึกและการยื่นเอง ทั้งนี้บทความนี้ระบุข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำภาษีรายบุคคล ผู้ที่มีรายการจำนวนมากควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

ด้านสถานะทางกฎหมายของฝั่งผู้ใช้ งานค้นคว้าไม่พบข้อห้ามที่ระบุชัดของไทยที่ห้ามผู้พำนักใช้โปรโตคอลนอกประเทศที่ไม่มีใบอนุญาต และคำเตือนของสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อผู้ใช้คือจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ทีมบรรณาธิการ chainhelm เขียนขอบเขตให้พอดีกับที่แหล่งข้อมูลรองรับ จึงไม่สรุปว่าถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายเกินกว่านั้น

สรุปสำหรับผู้อ่านชาวไทยจึงเป็นสามชั้นซ้อนกัน คือเข้าถึงได้ในทางเทคนิค ไม่มีใบอนุญาตในไทย และไม่มีความคุ้มครองพร้อมกับอยู่นอกสิทธิยกเว้นภาษี ทั้งสามชั้นนี้อยู่ด้วยกันได้โดยไม่ขัดกัน และเป็นข้อมูลที่ผู้อ่านควรถือไว้ครบก่อนตัดสินใจโอนเงินเข้า

ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนใช้ StandX

ความเสี่ยงที่ยกมาในบทนี้ผูกกับโครงสร้างจริงและประวัติจริงของ StandX เท่านั้น โดยอ้างอิงสถานะ ณ 2026-07-26 และเรียงจากสิ่งที่อยู่นอกการควบคุมของผู้อ่านไปหาสิ่งที่ผู้อ่านเลือกได้

ความเสี่ยงระดับโปรโตคอล ขอบเขตการตรวจสอบ สัญญาที่อัปเกรดได้ และสะพานข้ามเชน

StandX มีรายงานตรวจสอบเผยแพร่ไว้หกฉบับ โดย WatchPug สี่ฉบับ (2025-03-12 ฝั่ง Solana, 2025-04-22 ฝั่ง EVM, 2025-10-14 Highway EVM และ 2025-11-14 Highway SVM) และ RigSec อีกสองฉบับลงวันที่ 2025-05-03 แต่คำถามที่สำคัญกว่าจำนวนฉบับคือ รายงานเหล่านั้นครอบคลุมอะไรบ้าง

อยู่ในขอบเขต

สิ่งที่รายงานตรวจสอบครอบคลุม

สัญญาของ DUSD และชั้นส่งข้อความข้ามเชน
อยู่นอกขอบเขต

สิ่งที่ไม่มีรายงานฉบับใดครอบคลุม

เครื่องยนต์จับคู่คำสั่งของ perps, เส้นทางชำระราคาที่ติดตั้งใช้งานจริง, system vault และ community vault

คำว่าผ่านการตรวจสอบในกรณีนี้ ไม่ได้แปลว่าตัวแพลตฟอร์มเทรดที่ผู้อ่านกำลังจะใช้ถูกตรวจสอบchainhelm, 2026-07-26

ยิ่งกว่านั้น ไม่มีรายงานฉบับใดลงวันที่หลัง 2025-11-14 ทั้งที่มีการปรับปรุงโปรโตคอลสามครั้งเกิดขึ้นในปี 2026 ช่องว่างระหว่างวันที่ตรวจสอบล่าสุดกับสิ่งที่รันอยู่จริงจึงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

เรื่องต่อมาคือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยว่าอยู่บนเชนแล้วแก้ไม่ได้ การอ่านผ่าน RPC โดยตรงเมื่อ 2026-07-26 แสดงว่าที่อยู่ของโทเคน DUSD บน BSC รวมถึง Gateway, Settler และ Highway ล้วนเป็น proxy แบบ delegatecall ที่โหลดโค้ดจริงจาก storage และตัว Gateway เปิดเผย selector ของการอัปเกรดแบบ UUPS กับการควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท ที่สำคัญคือไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่าใครถือบทบาทผู้ดูแลหรือผู้อัปเกรด ไม่มีการระบุว่าเป็น multisig รายงานตรวจสอบเองก็ระบุว่าสมาชิกของบทบาทไม่สามารถไล่ดูบนเชนได้ และไม่พบ timelock ทั้งในเอกสารและใน selector ที่ติดตั้งจริง จึงดูเหมือนว่าการอัปเกรดทำได้โดยไม่มีระยะเวลาหน่วงบังคับ สำหรับผู้อ่าน นั่นหมายความว่าคุณสมบัติของสัญญาที่คุณอ่านวันนี้ อาจเปลี่ยนได้ระหว่างที่คุณยังมีเงินอยู่ในระบบ

ความเสี่ยงระดับโปรโตคอลอีกจุดกระจุกอยู่ที่สะพานข้ามเชน รายงานของ WatchPug ต่อชั้นส่งข้อความ Highway ระบุว่ามีที่อยู่ validator เพียงรายเดียวในเส้นทางนั้น คือเป็นสะพานที่มีผู้ลงนามคนเดียว ณ เวลาที่ตรวจสอบ และบันทึกข้อค้นพบระดับกลางไว้สองรายการในชั้นเดียวกัน ประเด็นคือทั้งการฝากและการถอนระหว่าง BNB Chain กับ Solana วิ่งผ่านชั้นนี้ จุดนี้จึงอยู่บนเส้นทางที่เงินของผู้อ่านต้องผ่านทั้งขาเข้าและขาออก

ด้านความโปร่งใสของโค้ด บัญชีองค์กรสาธารณะของโครงการเก็บเพียงไฟล์ PDF ของรายงานตรวจสอบ อะแดปเตอร์ที่ fork มา และคลังไฟล์ประกอบ ไม่มีซอร์สโค้ดของโปรโตคอลเผยแพร่ และคลังโค้ดสัญญาสองแห่งที่ถูกอ้างถึงจากในรายงานตรวจสอบคืนค่า 404 ทั้งคู่ จึงแม้แต่ภาพนิ่งที่ผ่านการตรวจสอบแล้วก็ยังอ่านไม่ได้ นอกจากนี้ไม่พบโครงการค่าหัวบั๊กหรือช่องทางแจ้งช่องโหว่อย่างรับผิดชอบ ข้อเท็จจริงถ่วงดุลที่ต้องระบุคู่กันคือ bytecode ที่ติดตั้งแล้วยังตรวจดูได้ เพราะที่อยู่สัญญาถูกเผยแพร่ไว้ ผู้ที่อ่าน bytecode เป็นจึงยังตรวจสอบได้ระดับหนึ่ง

ปิดท้ายด้วยข้อดีที่ต้องอ่านอย่างระวัง งานค้นคว้าไม่พบเหตุการณ์เจาะระบบ การปั่นราคาผ่าน oracle การโจมตีระบบธรรมาภิบาล การหยุดให้บริการ หรือการหลุด peg ที่กระทบ StandX และไม่พบคดีความหรือการดำเนินการของหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือผู้ก่อตั้ง ทั้งสองอย่างเป็นผลของการค้นหาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ข้อสันนิษฐาน แต่ก็เป็นหลักฐานที่อ่อน เพราะแพลตฟอร์มเพิ่งเปิดตั้งแต่ 2025-11-24 และไม่มีหน้าสถานะระบบสาธารณะ การขัดข้องระยะสั้นจึงปรากฏเฉพาะในห้องแชทและไม่เข้าสู่แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ประวัติที่สะอาดของแพลตฟอร์มอายุแปดเดือนจึงยังบอกอะไรได้น้อย

ความเสี่ยงจากโครงสร้างการเทรด เลเวอเรจ การบังคับปิดสถานะ และหลักประกันทางเลือกเดียว

เลเวอเรจสูงสุด 40 เท่าเอื้อมถึงได้ทันทีตั้งแต่ชั้นแรกของบันได ซึ่งมี margin รักษาสถานะเพียง 1.25% และบันไดจะไล่ลงเหลือ 5 เท่าที่ชั้นขนาดใหญ่สุดตามที่อธิบายไว้ในบทก่อนหน้า จุดสำคัญเชิงโครงสร้างไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพดาน แต่อยู่ที่สิ่งที่ไม่มีอยู่ในสายการเทรดนี้ คือไม่มีขั้นตอนยืนยันตัวตนและไม่มีการประเมินความเหมาะสมตามเขตอำนาจมาคั่นอยู่ข้างหน้าเลย สภาพแวดล้อมที่ทำให้เข้าถึงง่ายจึงเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกับที่ตัดตัวกลางทุกชั้นออกไประหว่างผู้อ่านกับสถานะเลเวอเรจ 40 เท่า ทั้งนี้ข้อสังเกตนี้จำกัดอยู่ที่สายการเทรดเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าแพลตฟอร์มไม่มีการยืนยันตัวตนเลย เพราะเงื่อนไขสงวนขั้นตอนยืนยันตัวตนไว้สำหรับผู้ที่ mint หรือ redeem DUSD กับผู้ออกโดยตรง

เมื่อสถานะไปถึงจุดที่ margin ไม่พอ การบังคับปิดจะทำงานเป็นสามขั้น

ขั้นที่ 1
ส่งสถานะเข้าสมุดคำสั่งเป็นคำสั่งแบบทำทันทีหรือยกเลิก ที่ราคาล้มละลาย
ขั้นที่ 2
system vault รับส่วนที่เหลือไว้ และรับ margin ของผู้ใช้ไป
ขั้นที่ 3
หากกองรับความเสี่ยงชนเพดานสถานะ ระบบจะเริ่ม auto-deleveraging โดยเลือกคู่สัญญาที่มีผลตอบแทนปรับความเสี่ยงสูงที่สุดก่อน ซึ่งหมายถึงผู้ที่ใช้เลเวอเรจสูงและมีกำไรที่ยังไม่รับรู้สูง

ความหมายของขั้นที่สามต่อผู้อ่านคือสิ่งที่คนมักไม่ทันคิด สถานะที่กำลังกำไรอยู่และยังไม่เข้าใกล้จุดบังคับปิดของตัวเอง ก็อาจถูกปิดด้วยเหตุที่ไม่เกี่ยวกับความเสี่ยงของตัวเองเลย คือเกิดจากการล้มของผู้เทรดฝั่งตรงข้าม และยิ่งใช้เลเวอเรจสูงพร้อมกำไรสูง ยิ่งถูกเลือกก่อน นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมการเคลียร์ 1.25% เมื่อถูกบังคับปิด ซึ่งยกเว้นเมื่อสถานะล้มละลายไปแล้ว

กันชนที่ควรจะรองรับเหตุการณ์เหล่านี้กลับเป็นจุดที่ข้อมูลบางที่สุด ไม่มีกองทุนประกันที่ตั้งชื่อแยกไว้ บทบาทนั้นเป็นของ system vault และขนาดปัจจุบันไม่ถูกเผยแพร่ ตัวเลขล่าสุดที่เคยเปิดเผยมาจากสรุปทาวน์ฮอลล์บน Discord ลงวันที่ 2025-12-03 ซึ่งเก่าไปแปดเดือนแล้ว ณ 2026-07-26 ส่วนเอกสารการป้องกันความเสี่ยงของ DUSD ก็กล่าวถึงกองทุนสำรองสำหรับรองรับช่วงที่ funding ติดลบ โดยไม่เปิดเผยขนาดเช่นกัน ผู้อ่านจึงไม่มีทางประเมินได้เลยว่ากันชนนั้นใหญ่พอกับขนาดสถานะที่ระบบเปิดให้ทำหรือไม่

ต้นทุนอีกก้อนที่มักถูกมองข้ามคือ funding ซึ่งตัดรอบทุกชั่วโมงที่เพดาน 4% ต่อชั่วโมง ตั้งให้ต่ำลงรายตลาดได้ และไหลระหว่างผู้เทรดด้วยกัน ไม่ได้เข้าแพลตฟอร์ม สำหรับสถานะที่ใช้เลเวอเรจและถือข้ามช่วงที่ตลาดเอียงไปทางเดียวต่อเนื่อง การโอนรายชั่วโมงนี้เป็นต้นทุนถือครองที่มีนัยสำคัญ ไม่ใช่เศษที่ปัดทิ้งได้

ความเสี่ยงข้อสุดท้ายของหัวข้อนี้เป็นข้อที่แยกออกจากตัวไม่ได้ หลักประกันเป็น DUSD ได้อย่างเดียว ทุกสถานะจึงรับความเสี่ยงของโทเคนนั้นไปด้วยโดยอัตโนมัติ มูลค่าของ DUSD ขึ้นกับพอร์ตป้องกันความเสี่ยงแบบเป็นกลางต่อตลาดที่บริหารเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มและผู้รับฝากที่เป็นบุคคลที่สาม ขึ้นกับกองทุนสำรองที่ไม่เปิดเผยขนาด และขึ้นกับเส้นทางไถ่ถอนที่ใช้เวลา 7 วันและคิด 0.1% เมื่อไถ่ถอนกับผู้ออกโดยตรง ส่วนทางออกทันทีคือพูลของบุคคลที่สามตามราคาของพูลนั้น นี่คือรูปแบบความเสี่ยงที่ต่างจากการวางสเตเบิลคอยน์ที่หนุนด้วยเงินสดเต็มจำนวน และที่นี่ไม่ใช่ทางเลือกให้เลี่ยง

ความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงเงินของคุณ

ราคาที่ใช้ตัดสินการบังคับปิดสถานะพึ่งพาข้อมูลจากภายนอกมากกว่าที่หลายคนคิด ไม่มีการระบุชื่อผู้ให้บริการ oracle สำหรับตลาดที่เปิดจริง เอกสารกล่าวถึงเพียงดัชนี oracle ที่เชื่อถือได้ และชื่อผู้ให้ข้อมูลปรากฏเฉพาะในข้อเสนอที่ยังอยู่ในสถานะ review ส่วนราคา mark เป็นค่ามัธยฐานของสามแหล่ง และ StandX เทียบราคา mark ของตนกับกระดานเทรดรวมศูนย์ขนาดใหญ่สามแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเบี่ยงเบนอย่างมีนัยสำคัญจะรับค่ามัธยฐานของสามแห่งนั้นมาใช้ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะนิ่ง การตั้งราคาบนแพลตฟอร์มนี้จึงพึ่งพาข้อมูลจากกระดานรวมศูนย์ และเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดบนกระดานเหล่านั้นย่อมส่งผลถึงสถานะที่เปิดไว้ที่นี่ด้วย

ถัดมาคือเรื่องการส่งคำสั่ง แม้ยอดคงเหลือจะไม่ถูกฝากไว้กับใคร แต่การจับคู่คำสั่งเกิดนอกเชนบนเครื่องยนต์ของผู้ให้บริการ ทั้งการรับคำสั่ง การจับคู่ และเส้นทางคำขอถอน ล้วนขึ้นกับบริการที่ผู้ให้บริการเดินระบบอยู่ต่อไป การถือกุญแจเองจึงคุ้มครองคุณจากการที่แพลตฟอร์มนำเงินไปใช้ แต่ไม่ได้คุ้มครองคุณจากการที่แพลตฟอร์มหยุดทำงาน

การถือกุญแจเองยังมาพร้อมภาระที่ผู้อ่านต้องรับเต็ม ๆ เงื่อนไขระบุว่าแพลตฟอร์มไม่เคยรับฝาก ครอบครอง หรือควบคุมสินทรัพย์ของผู้ใช้ และผู้ใช้รับผิดชอบกุญแจส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีอะไรฝั่งแพลตฟอร์มที่กู้คืนการเข้าถึงให้ได้เมื่อกุญแจหาย และไม่มีบัญชีที่ผูกกับตัวตนให้ใช้กู้คืนเหมือนบริการที่มีการยืนยันตัวตน

ทางเข้าเดียวและความพร้อมให้บริการที่ถอนคืนได้ไม่มีหน้าเว็บของบุคคลที่สามหรือหน้าเว็บทางเลือก และไม่มีอินเทอร์เฟซสัญญาแบบไร้การอนุญาตสำหรับการเทรดที่มีเอกสารรองรับ เว็บไซต์ทางการจึงเป็นเส้นทางเข้าถึงสถานะของผู้ใช้ในทางปฏิบัติ ขณะที่เงื่อนไขสงวนสิทธิ์ให้ผู้ออกไม่เปิดให้บริการในทุกเขตอำนาจหรือกับบุคคลทุกประเภทเมื่อใดก็ได้

สองข้อในกล่องด้านบนต้องอ่านคู่กันเสมอ เพราะเมื่อรวมกับรายชื่อเขตอำนาจที่ถูกกันออก การเปลี่ยนรายชื่อย่อมมีผลจริงต่อผู้ที่ถือสถานะเปิดอยู่ในประเทศที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้าไป การเปิดให้ใช้งานของประเทศหนึ่ง ๆ รวมถึงของประเทศไทยที่อธิบายไว้ในบทก่อนหน้า จึงถอนคืนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และเป็นเหตุผลเชิงปฏิบัติที่ผู้อ่านไม่ควรผูกแผนระยะยาวไว้กับความพร้อมให้บริการในวันนี้เพียงอย่างเดียว