— สารบัญ 11 หัวข้อ
- 01 รหัสแนะนำ Phoenix “TFJA22W2” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
- 02 สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Phoenix “TFJA22W2”
- 03 ขั้นตอนการสมัคร Phoenix ด้วยรหัสแนะนำ
- 04 สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Phoenix เสร็จ
- 05 รหัสแนะนำ Phoenix เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
- 06 Phoenix คือกระดานเทรด perpetual แบบออนเชนบน Solana ที่ Ellipsis Labs สร้างขึ้น
- 07 อันดับ 33 บนตาราง perps ของ DefiLlama ด้วยส่วนแบ่งตลาด 0.25%
- 08 เงื่อนไขการใช้งานตัดสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร และดินแดนที่ถูกคว่ำบาตรออกไป
- 09 ไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ Phoenix ตัดออก แต่ Phoenix ก็ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย
- 10 สัญญา perpetual ของ Phoenix ยังไม่มีรายงานตรวจสอบ และอัปเกรดได้ด้วยคีย์เดียว
- 11 รหัสใช้ได้จริงและไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ถูกตัดออก แต่ Phoenix ยังไม่มีใบอนุญาตและยังจำกัดสิทธิ์เข้าใช้
รหัสแนะนำ Phoenix เฉพาะของ chainhelm คือ
ณ วันที่ 2026-08-08 เราได้เชื่อมต่อด้วยวอลเล็ตใหม่จริง และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำถูกนำไปใช้
เพียงใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต คุณก็จะได้รับ ส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด 10% แบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว การใช้รหัสทำได้เฉพาะตอนเชื่อมต่อครั้งแรกเท่านั้น จึงแนะนำให้ใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ตอนนั้นเลย
บทความนี้จะอธิบายทั้งขั้นตอนการสมัคร (การเชื่อมต่อวอลเล็ต) ด้วยรหัสแนะนำ Phoenix จุดเด่นของ Phoenix การใช้งานได้หรือไม่ในไทย ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ควรรับรู้ โดยขั้นตอนการสมัครและการใช้รหัสแนะนำนั้น เป็นสิ่งที่ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้ทดลองด้วยตนเอง
รหัสแนะนำ Phoenix “TFJA22W2” ยังใช้ได้อยู่ไหม?
ทีมบรรณาธิการ chainhelm ได้เชื่อมต่อกับ Phoenix ด้วยวอลเล็ตใหม่เมื่อ 2026-08-08 และยืนยันแล้วว่ารหัสแนะนำ “TFJA22W2” ยังใช้ได้อยู่
ภาพนี้คือหน้าจอจริงที่บันทึกไว้ระหว่างการตรวจสอบ
chainhelm ตรวจสอบความถูกต้องของรหัสอยู่เสมอ และยืนยันว่ายังใช้งานได้
รหัสกับลิงก์ที่วางไว้ในบทความนี้เป็นของสิ่งเดียวกัน TFJA22W2 คือตัวรหัส ส่วน https://phoenix.trade/?code=TFJA22W2 คือรหัสตัวเดียวกันในรูปแบบที่คลิกได้ ปลายทางของลิงก์คือหน้าเทรดสัญญา perpetual ของ Phoenix ซึ่งเป็นกระดานที่ทำงานอยู่บนเชน Solana และเข้าใช้ด้วยการเชื่อมวอลเล็ต ไม่ใช่การสมัครบัญชีแบบกรอกอีเมลกับรหัสผ่าน
การผูกรหัสมีทางเดียว คือเดินเข้าทางลิงก์ เมื่อเปิดลิงก์ขึ้นมา รหัสจะเดินทางไปกับเบราว์เซอร์เอง แล้วผูกกับวอลเล็ตในจังหวะที่เชื่อมต่อครั้งแรก ไม่มีหน้าไหนในขั้นตอนที่ให้พิมพ์รหัสด้วยมือ สิ่งเดียวที่ต้องทำให้ถูกจึงเป็นการเข้าจากลิงก์ที่ถูกต้องตั้งแต่แรก
อีกด้านหนึ่งที่ควรบอกกันตรง ๆ ตั้งแต่ต้นคือ หน้าจอไม่ได้ยืนยันอะไรกลับมาให้เลย ตอนที่เราเดินขั้นตอนจริงเมื่อ 2026-08-08 ไม่พบช่องกรอกรหัส ไม่พบข้อความแนว referred by ขึ้นที่จุดใด และไม่มีหน้าสำหรับฝั่งผู้ถูกแนะนำให้กลับไปตรวจสอบสถานะภายหลัง หลักฐานที่ผู้ใช้ถือไว้จึงเป็นเส้นทางที่ตัวเองเข้ามา ไม่ใช่หน้าจอยืนยัน
และการเชื่อมวอลเล็ตสำเร็จก็ยังไม่เท่ากับเข้าเทรดได้ทันที Phoenix ยังจำกัดสิทธิ์เข้าใช้อยู่ที่ชั้นแอปพลิเคชัน โดยสถานะที่อ่านได้เมื่อ 2026-08-06 คือ gated=true และระบบยังเปิดช่องทางตรวจสอบคำเชิญไว้ ความคาดหวังที่ตรงกับความจริงจึงเป็นแบบนี้ ขั้นตอนในบทความนี้พาไปถึงการมีบัญชีที่ผูกรหัสไว้เรียบร้อย ส่วนจะได้เริ่มเทรดเมื่อไรขึ้นอยู่กับการเปิดสิทธิ์ของแพลตฟอร์ม
สิทธิประโยชน์จากรหัสแนะนำ Phoenix “TFJA22W2”
เมื่อใช้รหัสนี้ตอนเชื่อมต่อ คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปนี้บน Phoenix
การรับสิทธิประโยชน์จำเป็นต้องใช้รหัสแนะนำตอนเชื่อมต่อวอลเล็ต โปรดระวังอย่าลืมใช้รหัส
ขั้นตอนการสมัคร Phoenix ด้วยรหัสแนะนำ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์ กับการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
ก่อนลงรายละเอียด ขอวางกรอบไว้หนึ่งประโยค ลิงก์แนะนำคือทางเข้าที่พารหัสเข้าไปให้เอง ผู้อ่านจึงไม่ต้องคอยมองหาช่องกรอกรหัสที่หน้าไหนเลยตลอดขั้นตอนข้างล่างนี้
มีศัพท์คู่หนึ่งที่ควรแยกให้ชัดก่อน เพราะภาษาไทยเรียกรวมกันว่า “โค้ด” เหมือนกันหมด แต่ในบริบทนี้มีสองความหมาย อย่างแรกคือรหัสแนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิประโยชน์ อย่างที่สองคือโค้ดสำหรับเข้าใช้งาน ซึ่งเป็นเรื่องของการเปิดสิทธิ์เข้าแพลตฟอร์ม ในทางปฏิบัติ ลิงก์เส้นเดียวกันนี้ทำหน้าที่เป็นทางเข้าไปด้วย เพราะแพลตฟอร์มยังอยู่ในสถานะจำกัดสิทธิ์
ตอนเชื่อมต่อ ระบบจัดการวอลเล็ตผ่านบริการชื่อ Privy ผู้ใช้เลือกได้สองทาง ทางแรกคือเชื่อมวอลเล็ต Solana ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งหน้าจอจริงในวันตรวจสอบแสดง Phantom กับ Solflare ให้เลือก ทางที่สองคือลงชื่อเข้าใช้ด้วยอีเมลหรือผู้ให้บริการรายอื่น แล้วระบบจะสร้าง embedded wallet ให้ใหม่โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีวอลเล็ตมาก่อน
ผู้อ่านที่คุ้นกับกระดานในประเทศควรรู้ไว้อย่างหนึ่งว่าที่นี่ทำงานคนละแบบ คือใช้การเชื่อมวอลเล็ตแทนการสมัครบัญชี ไม่มีขั้นตอน KYC และกุญแจยังอยู่กับผู้ใช้ตลอด
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบน PC/เบราว์เซอร์
- ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Phoenix ก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. เริ่มเชื่อมวอลเล็ตใหม่
คลิก “Connect new wallet” ในหน้าต่างลงชื่อเข้าใช้ที่เปิดขึ้นบนหน้าเทรด เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมวอลเล็ต แถบขั้นตอนด้านบนแบ่งเป็นสามช่วงคือ “Sign In” “Create account” และ “Access Phoenix” ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ช่วงแรก และเมื่อคลิกแล้วหน้าต่างจะเปลี่ยนไปเป็นรายการวอลเล็ตให้เลือก
3. เลือกวอลเล็ตที่จะเชื่อมต่อ
ในหน้าต่าง “Select your wallet” ให้คลิกเลือกวอลเล็ตที่ใช้อยู่ ระหว่าง “Phantom” กับ “Solflare” ตัวอย่างนี้เลือก “Phantom” และเมื่อคลิกแล้วหน้าต่างจะเปลี่ยนไปเป็นสถานะรอการตอบรับจากวอลเล็ต
4. รอให้วอลเล็ตตอบกลับ
ปล่อยหน้าต่างที่ขึ้นสถานะ “Waiting for Phantom” ไว้แล้วรอสักครู่ จนกว่าหน้าต่างขออนุญาตของวอลเล็ตจะเปิดขึ้นมา ระหว่างนี้ให้เชื่อมต่อทีละวอลเล็ตตามที่หน้าต่างนี้แนะนำ เพื่อให้ขั้นตอนราบรื่น
5. อนุมัติการเชื่อมต่อในวอลเล็ต
ในหน้าต่าง Phantom ที่เปิดขึ้น ให้ตรวจว่าคำขอ “Connect” มาจาก “phoenix.trade” และเป็นบัญชีที่ต้องการใช้ แล้วคลิก “Connect” เพื่ออนุมัติและกลับไปทำขั้นตอนลงลายเซ็นต่อบนหน้าเว็บ Phoenix สิทธิ์ที่อนุมัติในขั้นนี้จำกัดอยู่ที่การดูยอดคงเหลือและความเคลื่อนไหวของบัญชีที่เลือก
6. กลับไปอนุมัติคำขอลงลายเซ็น
เมื่อหน้าต่างขึ้นข้อความ “Sign message to continue” ให้สลับไปที่วอลเล็ตเพื่ออนุมัติคำขอลงลายเซ็นที่ค้างอยู่ ระหว่างนี้แถบขั้นตอนขยับมาที่ “Create account” และหน้าต่างลงลายเซ็นของวอลเล็ตจะเปิดขึ้นมาให้ยืนยัน
7. ลงลายเซ็นเพื่อเข้าสู่ระบบ
ตรวจว่าคำขอ “Sign Message” มาจาก “phoenix.trade” แล้วคลิก “Confirm” เพื่อลงลายเซ็น ข้อความที่ลงลายเซ็นใช้พิสูจน์ว่าบัญชีที่เลือกเป็นของคุณ และเมื่อยืนยันแล้วการลงชื่อเข้าใช้ก็เสร็จสมบูรณ์
ขั้นตอนการเชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
- ขั้นแรก เปิดหน้าเว็บทางการของ Phoenix บนเบราว์เซอร์มือถือหรือเบราว์เซอร์ในแอปวอลเล็ตก่อน (เป็นลิงก์ที่ใส่รหัสแนะนำไว้ให้แล้ว) เมื่อเปิดขึ้นมา จะเห็นหน้าจอประมาณนี้
2. แตะเพื่อเชื่อมวอลเล็ตใหม่
แตะ “Connect new wallet” ในแผงลงชื่อเข้าใช้ที่เลื่อนขึ้นมาจากด้านล่างจอ เพื่อเริ่มขั้นตอนเชื่อมวอลเล็ต แถบขั้นตอนด้านบนของแผงแบ่งเป็นสามช่วงคือ “Sign In” “Create account” และ “Access Phoenix” ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ช่วงแรก และเมื่อแตะแล้วแผงจะเปลี่ยนไปเป็นรายการวอลเล็ตให้เลือก
3. แตะเลือกวอลเล็ตที่ใช้อยู่
ในแผง “Select your wallet” ที่เลื่อนขึ้นมา ให้แตะเลือกวอลเล็ตที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง ระหว่าง “Phantom” กับ “Solflare” ตัวอย่างนี้แตะ “Phantom” จากนั้นแผงจะเปลี่ยนไปเป็นสถานะรอการตอบรับจากแอปวอลเล็ต
4. รอให้แอปวอลเล็ตตอบกลับ
เมื่อแผงขึ้นสถานะ “Waiting for Phantom” ให้รอสักครู่โดยไม่ปิดแผงนี้ จนหน้าจอขออนุญาตของแอป Phantom เปิดขึ้นมา ระหว่างนี้ให้เชื่อมต่อทีละวอลเล็ตตามที่แผงนี้แนะนำ เพื่อให้ขั้นตอนราบรื่น
5. อนุมัติการเชื่อมต่อในแอปวอลเล็ต
เมื่อแอป Phantom เปิดหน้าคำขอ “Connect” ให้ตรวจว่าคำขอมาจาก “phoenix.trade” และเป็นบัญชีที่ต้องการใช้ แล้วแตะ “Connect” เพื่ออนุมัติและกลับไปทำขั้นตอนลงลายเซ็นต่อในหน้า Phoenix สิทธิ์ที่อนุมัติในขั้นนี้จำกัดอยู่ที่การดูยอดคงเหลือและความเคลื่อนไหวของบัญชีที่เลือก
6. อนุมัติคำขอลงลายเซ็นในแอป
เมื่อแผงขึ้นข้อความ “Sign message to continue” ให้สลับไปที่แอปวอลเล็ตเพื่ออนุมัติคำขอลงลายเซ็นที่ค้างอยู่ ระหว่างนี้แถบขั้นตอนขยับมาที่ “Create account” และหน้าลงลายเซ็นของวอลเล็ตจะเปิดขึ้นให้ยืนยัน
7. แตะยืนยันเพื่อลงลายเซ็น
ตรวจว่าคำขอ “Sign Message” มาจาก “phoenix.trade” แล้วแตะ “Confirm” เพื่อลงลายเซ็น ข้อความที่ลงลายเซ็นใช้พิสูจน์ว่าบัญชีที่เลือกเป็นของคุณ และเมื่อยืนยันแล้วการลงชื่อเข้าใช้ก็เสร็จสมบูรณ์
สิ่งที่ควรทำหลังเชื่อมต่อกับ Phoenix เสร็จ
เราจะอธิบายแยกกันระหว่างการฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์ กับการฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (มือถือ)
มีสี่เรื่องที่ใช้ร่วมกันทั้งสองอุปกรณ์ เรื่องแรกคือหลักประกัน Phoenix รับ USDC เป็นหลักประกันชนิดเดียว และ USDC ที่ฝากเข้าไปจะถูก wrap ในอัตรา 1 ต่อ 1 ผ่าน Ember ไปเป็น Phoenix USD ซึ่งเป็น mint ของกระดานเอง ก่อนจะเข้าสู่ระบบเทรด
เรื่องที่สองคือช่องทางเติมเงิน ฝากได้จาก Solana, Ethereum, Base, Arbitrum และ HyperEVM โดย Phoenix ไม่มีบริดจ์ของตัวเอง ทุกเส้นทางข้ามเชนวิ่งผ่าน Relay ซึ่งเป็นบริการภายนอก
เรื่องที่สามตามมาจากข้อที่แล้ว ราคาที่เห็นตอนฝากข้ามเชนเป็นราคาเสนอจาก Relay ณ เวลาที่ขอ และผันแปรตามค่าแก๊สของเชนต้นทาง ยอดที่เข้าบัญชีจริงจึงต่างจากตัวเลขที่แสดงตอนแรกได้
เรื่องที่สี่คือยอดขั้นต่ำ เอกสารทางการไม่ได้ประกาศยอดฝากขั้นต่ำไว้ ซึ่งแปลว่าไม่มีการประกาศ ไม่ใช่แปลว่าฝากเท่าไรก็ได้
การฝากเงินบน PC/เบราว์เซอร์
คลิก “Deposit” ที่แถบด้านบนของหน้าเทรด เพื่อเปิดหน้าต่าง “Deposit USDC” ช่อง “Deposit from” ตั้งไว้เป็น “Connected wallet” ซึ่งก็คือวอลเล็ตที่เพิ่งเชื่อมไว้
กรอกจำนวนที่ช่อง “Amount” ในหน่วย “USDC” หรือคลิก “MAX” เพื่อดึงยอดเต็มจาก “Available funds” มาใส่ แล้วคลิก “Submit Deposit” เพื่อส่งคำสั่งฝาก
ถ้าเหรียญอยู่บนเชนอื่น ให้ใช้ “Deposit from Anywhere” ที่ด้านล่างของหน้าต่าง ซึ่งรองรับการส่ง stablecoin จาก Solana หรือเชนอื่นมายังที่อยู่สำหรับฝาก
การฝากเงินบนสมาร์ทโฟน (iOS / Android)
แตะ “Deposit” เพื่อเปิดแผง “Deposit USDC” ช่อง “Deposit from” ตั้งไว้เป็น “Connected wallet” ซึ่งก็คือวอลเล็ตที่เพิ่งเชื่อมไว้
ใส่จำนวนที่ช่อง “Amount” ในหน่วย “USDC” หรือแตะ “MAX” เพื่อดึงยอดเต็มจาก “Available funds” มาใส่ แล้วแตะ “Submit Deposit” เพื่อส่งคำสั่งฝาก
ถ้าเหรียญอยู่บนเชนอื่น ให้ใช้ “Deposit from Anywhere” ที่ด้านล่างของแผง ซึ่งรองรับการส่ง stablecoin จาก Solana หรือเชนอื่นมายังที่อยู่สำหรับฝาก
เมื่อยอดฝากเข้าบัญชีเรียบร้อย เงินในบัญชีก็พร้อมใช้งานและเริ่มเทรดบน Phoenix ได้
รหัสแนะนำ Phoenix เพิ่มย้อนหลังหลังสมัครไม่ได้
รหัสแนะนำใช้ได้เพียงครั้งเดียว คือตอนเชื่อมต่อวอลเล็ตครั้งแรกเท่านั้น
หากเชื่อมต่อจนจบขั้นตอนโดยไม่ได้ใช้รหัสแนะนำ จะไม่มีวิธีย้อนกลับไปผูกรหัสกับวอลเล็ตเดิมได้อีก ผู้ที่ยังต้องการใช้รหัสจึงต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบ
พูดให้ชัดอีกครั้งในภาษาที่ใช้ตัดสินใจได้ วอลเล็ตที่เชื่อมไปแล้วโดยไม่ได้ผ่านลิงก์ ผูกรหัสย้อนหลังไม่ได้ ทางเดียวที่เหลือคือเริ่มใหม่ด้วยวอลเล็ตอีกใบผ่านลิงก์แนะนำ
เหตุผลเชิงโครงสร้างข้อนี้ผู้อ่านตรวจเองได้จากขั้นตอนข้างบน ตลอดทางที่เราเดินจริงไม่มีช่องกรอกรหัสให้ย้อนกลับไปใส่ และไม่มีหน้ายืนยันฝั่งผู้ถูกแนะนำให้กลับไปตรวจสอบสถานะ เมื่อไม่มีทั้งช่องกรอกและหน้าตรวจสอบ การ “ลองดูก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง” จึงไม่ใช่ทางที่มีอยู่จริง
◆ ◇ ◆
Phoenix คือกระดานเทรด perpetual แบบออนเชนบน Solana ที่ Ellipsis Labs สร้างขึ้น
จากตรงนี้ไปเป็นเรื่องของตัวกระดาน ก่อนจะโอนเงินเข้าไปจริง มีสามคำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อน ใครเป็นคนเดินระบบนี้ ระบบทำงานอย่างไร และต้นทุนจริงของการเทรดอยู่ตรงไหนบ้าง
ผู้ให้บริการจดทะเบียนที่ปานามา ส่วนโปรโตคอลพัฒนาโดย Ellipsis Labs
สิ่งที่เรียกรวมกันว่า “Phoenix” มีสองชั้นที่ควรแยกกันตั้งแต่ต้น ชั้นแรกคือผู้ให้บริการหน้าเว็บและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเงื่อนไขการใช้งานระบุชื่อไว้ว่า Solstice Technologies S. de R.L. บริษัทที่จัดตั้งตามกฎหมายของสาธารณรัฐปานามา ส่วนชั้นที่สองคือ Ellipsis Labs ผู้พัฒนาโปรโตคอล
ประเทศที่ Ellipsis Labs จดทะเบียนนั้นไม่ได้เปิดเผยไว้บนช่องทางทางการของตัวเอง และเราหาแหล่งปฐมภูมิไม่พบ จึงบันทึกไว้ตรง ๆ ว่าไม่ทราบ เขตอำนาจเดียวที่ยืนยันได้จากเอกสารปฐมภูมิคือปานามา ซึ่งเป็นของผู้ให้บริการตามเงื่อนไขการใช้งาน
เส้นเวลานี้สำคัญกับการประเมินว่ากระดานนี้เปิดมานานแค่ไหน เพราะชื่อ Phoenix ถูกใช้กับผลิตภัณฑ์สองรุ่น สิ่งที่บทความนี้พูดถึงตลอดคือฝั่ง perpetual ที่เพิ่งเปิดเมื่อ 2025-12-11 ไม่ใช่กระดาน spot ที่มีมาตั้งแต่ปี 2023
คำสั่งซื้อขายทั้งหมดบันทึกบนเชน Solana และจับคู่จบในธุรกรรมเดียว
โปรแกรมของ Phoenix ติดตั้งอยู่บนเชนหลักของ Solana โดยตรง ไม่ใช่ appchain ไม่ใช่ rollup และไม่ใช่ L2 ที่แยกออกไปต่างหาก ผลที่ตามมาคือคำสั่ง การจับคู่ และการยกเลิกคำสั่ง ถูกบันทึกไว้บนเชน Solana ทั้งหมด ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
สามคำที่จะโผล่มาเรื่อย ๆ ในบทความนี้ มีความหมายดังนี้
- order book บนเชน (CLOB)
- หนังสือคำสั่งซื้อขายแบบเดียวกับที่กระดานทั่วไปใช้ คือเรียงคำสั่งตามราคาและเวลาแบบมาก่อนได้ก่อน ต่างกันตรงที่ของ Phoenix อยู่บนเชนทั้งใบ ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ
- crankless
- การจับคู่และการชำระราคาจบภายในธุรกรรมเดียว ไม่ต้องรอกระบวนการภายนอกมาตามเก็บกวาดทีหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระดานออนเชนรุ่นก่อนหน้าต้องทำ
- spline liquidity
- วิธีเสนอราคาของผู้ดูแลสภาพคล่อง แทนที่จะตั้งคำสั่งทีละระดับราคา ผู้ดูแลจะประกาศราคากลางพร้อมช่วงราคาและความหนาแน่นต่อหนึ่งช่วงราคา แล้วเครื่องจับคู่แปลงออกมาเป็นระดับราคาที่ผู้ใช้มองเห็นได้
62 ตลาด ครอบคลุมคริปโต หุ้นสหรัฐ และสินค้าโภคภัณฑ์ เลเวอเรจสูงสุด 40 เท่า
สินค้าโภคภัณฑ์สี่ตลาดคือ GOLD, SILVER, COPPER และ WTIOIL ส่วนตัวเลข 40 เท่าต้องอ่านให้ถูก เพราะเลเวอเรจที่นี่เป็นระบบขั้นบันไดรายตลาด ยิ่งขนาดสถานะใหญ่ เพดานยิ่งลดลง เอกสารยกตัวอย่างตลาดที่เพดาน 20 เท่าคู่กับกรอบราคา 5% และตลาดที่เพดาน 25 เท่าคู่กับกรอบราคา 4% ส่วนหน้าจอจริงในวันตรวจสอบแสดง 25 เท่าบนตลาด SOL
โครงสร้างบัญชีเป็นอีกเรื่องที่กระทบการวางแผนจริง บัญชีอ้างอิงด้วยคู่ของหมายเลขพอร์ตกับหมายเลขบัญชีย่อย บัญชีย่อยหมายเลข 0 เป็นบัญชีแบบ cross ที่ใช้หลักประกันร่วมกันได้ถึง 128 สถานะพร้อมกัน ส่วนบัญชีย่อยตั้งแต่หมายเลข 1 ขึ้นไปเป็นบัญชีแบบ isolated ถือได้เพียงสถานะเดียว และเมื่อจัดสรรหลักประกันแล้ว ผลขาดทุนของบัญชีนั้นจะไม่ลามมาดึงหลักประกันของบัญชี cross โดยอัตโนมัติ
มีหกตลาดที่บังคับให้ใช้บัญชีแบบ isolated เท่านั้น คือ GOLD, SILVER, COPPER, WTIOIL, ANSEM และ SKR ข้อจำกัดนี้มีผลกับการวางแผนหลักประกันโดยตรง เพราะเงินที่แบ่งไปวางในสถานะเหล่านี้จะไม่ถูกนับรวมกับพอร์ตหลัก
ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราเดียวทุกตลาด และไม่มีโทเคนของโปรโตคอลให้ถือเพื่อลดค่าธรรมเนียม
ตารางค่าธรรมเนียมพื้นฐานคือฝั่งผู้ตั้งคำสั่งรอ (maker) 0.5 bps และฝั่งผู้เข้าซื้อขายทันที (taker) 3.5 bps โดยค่าที่อ่านได้จาก API เมื่อ 2026-08-06 เท่ากันทุกตลาด เอกสารทางการยกตัวอย่างให้เห็นภาพไว้ว่า ธุรกรรมมูลค่า USD 10,000 เสียค่าธรรมเนียมฝั่ง taker USD 3.50 หรือฝั่ง maker USD 0.50
จุดที่ต่างจากกระดานส่วนใหญ่คือไม่มีขั้นบันไดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีขั้นบันไดตามปริมาณเทรด ไม่มีขั้นบันไดจากการ stake และไม่มีเงื่อนไขให้ถือโทเคนเพื่อลดค่าธรรมเนียม อัตราที่เห็นตั้งแต่แรกคืออัตราเดียวที่มี
ข้อสุดท้ายมีเหตุผลเชิงโครงสร้างอยู่เบื้องหลัง คือ ณ 2026-08-06 Phoenix ยังไม่มีโทเคนของโปรโตคอลอยู่จริง ไม่มีการอ้างถึงโทเคนใดในเอกสารทางการ บนหน้าเว็บ หรือบนบล็อกของ Ellipsis Labs จึงไม่มีส่วนลดค่าธรรมเนียมที่ผูกกับโทเคนให้พูดถึง
ต้นทุนอีกส่วนอยู่นอกตารางค่าธรรมเนียม ทั้ง funding rate ค่าแก๊ส และค่าธรรมเนียมจากแอปภายนอก
สำหรับผู้อ่านที่เคยเทรดแต่ spot มา ต้นทุนก้อนที่มักถูกมองข้ามคือ funding rate ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือสถานะสองฝั่งจ่ายให้กันเองเพื่อดึงราคาสัญญาให้เกาะกับราคาอ้างอิง สูตรที่ Phoenix ใช้คือ Funding = (Mark Price - Index Price) × Rate เมื่อราคาสัญญาสูงกว่าราคาอ้างอิง ฝั่ง long จ่ายให้ฝั่ง short และเมื่อราคาสัญญาต่ำกว่าราคาอ้างอิง ฝั่ง short จ่ายให้ฝั่ง long
จังหวะเวลาก็ควรรู้ไว้ ค่านี้สะสมจากค่าที่เก็บรายชั่วโมง แล้วชำระตามรอบ 24 ชั่วโมง เหมือนกันทุกตลาด และมีเพดานต่อรอบกำหนดไว้รายตลาด โดยค่าที่อ่านได้เมื่อ 2026-08-06 อยู่ระหว่าง 0.172% ถึง 0.433%
ส่วนค่าแก๊สนั้นเบากว่าที่หลายคนคิด เพราะการจับคู่และการชำระราคาจบในธุรกรรมเดียว จึงไม่มีค่าใช้จ่ายจากขั้นตอนชำระราคาที่แยกออกมาต่างหาก เหลือเพียงค่าธรรมเนียมเครือข่าย Solana ตามปกติ และไม่มีการเก็บค่าแก๊สเพิ่มในระดับโปรโตคอล
อันดับ 33 บนตาราง perps ของ DefiLlama ด้วยส่วนแบ่งตลาด 0.25%
ตัวเลขขนาดของกระดานนี้ยังเล็กเมื่อวางในตลาดรวม
ตัวเลขทั้งชุดอ่านจาก DefiLlama เมื่อ 2026-08-06 และเป็นข้อมูลทุติยภูมิที่เปลี่ยนเร็ว จึงควรอ่านคู่กับวันที่เสมอ
สองสามข้อสังเกตที่ตัวเลขข้างบนไม่ได้บอกเอง ข้อแรก สำหรับกระดาน perpetual มาตรวัดขนาดที่มีความหมายคือ open interest หรือมูลค่าสถานะที่ยังเปิดค้างอยู่ มากกว่า TVL แต่ DefiLlama จัดอันดับตารางด้วยปริมาณเทรด ส่วนการจัดอันดับตาม open interest นั้นเปิดให้เฉพาะผู้ใช้ API แบบเสียเงิน เราจึงบอกได้แค่ค่าตัวเลข ไม่มีอันดับให้อ้าง ข้อที่สอง อันดับด้านรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าอันดับด้านปริมาณอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่ากระดานนี้เก็บค่าธรรมเนียมได้มากเมื่อเทียบกับขนาดปริมาณเทรดของตัวเอง
ข้อที่สามเป็นเรื่องการปรากฏบนแหล่งรวมข้อมูล Phoenix ไม่ปรากฏในรายชื่อกระดานอนุพันธ์ของ CoinGecko ซึ่งมี 135 รายการ และเราหารายการบน CoinMarketCap ไม่พบ นี่เป็นข้อเท็จจริงเรื่องการปรากฏบนแหล่งรวมข้อมูล ไม่ใช่คำตัดสินเรื่องคุณภาพ แต่มีผลจริงกับผู้ใช้ในแง่ที่ว่าเครื่องมือติดตามพอร์ตทั่วไปอาจยังไม่รู้จักกระดานนี้
จุดต่างเชิงกลไกอยู่ที่ order book บนเชนและตลาดหุ้นกับทองคำที่เทรดได้ตลอดเวลา
จุดต่างข้อแรกคือหนังสือคำสั่งที่อยู่บนเชนทั้งใบและจบการจับคู่กับการชำระราคาในธุรกรรมเดียว ต่างจากกระดานที่จับคู่นอกเชนแล้วค่อยบันทึกลงเชนเป็นรอบ ๆ และต่างจากกระดานแบบ AMM หรือกระดานที่อิงราคาจาก oracle ล้วน ซึ่งไม่มีหนังสือคำสั่งให้ดูตั้งแต่แรก ผลต่อผู้ใช้คือคำสั่งของตัวเองตรวจสอบย้อนหลังได้จากบันทึกธุรกรรมสาธารณะบนเชน
จุดต่างข้อที่สองคือวิธีเสนอราคาแบบ spline ซึ่งทำให้ผู้ดูแลสภาพคล่องประกาศเส้นราคาทั้งช่วงได้ด้วยจำนวนธุรกรรมที่น้อยกว่าการตั้งคำสั่งทีละระดับราคาอย่างมาก นี่คือกลไกที่ทีมผู้พัฒนาอ้างว่าทำให้สเปรดแคบลงและหนังสือคำสั่งลึกขึ้นโดยที่ผู้ดูแลสภาพคล่องมีต้นทุนต่ำลง
จุดต่างข้อที่สามคือค่าธรรมเนียมอัตราเดียวโดยไม่มีขั้นบันได ซึ่งเป็นความต่างเชิงโครงสร้างจากกระดานที่ซ่อนอัตราต่ำสุดไว้หลังเงื่อนไขปริมาณเทรดหรือการ stake
จุดต่างข้อที่สี่คือตลาดสินทรัพย์จริง หุ้น 23 ตลาดและสินค้าโภคภัณฑ์ 4 ตลาดเทรดได้เกินเวลาทำการของตลาดอ้างอิง เมื่อแหล่งราคาภายนอกปิดทำการ ระบบจะสลับไปใช้กลไกชื่อ Impact Pricing ซึ่งตั้งราคาจากหนังสือคำสั่งของกระดานเอง กลไกนี้คือสิ่งที่ทำให้ตลาดเหล่านั้นไม่ต้องหยุดพักตามตลาดต้นทาง และเป็นจุดที่จะกลับมาพูดถึงอีกครั้งในหัวข้อความเสี่ยง
จุดต่างข้อสุดท้ายคือ builder codes ที่เปิดให้ใครก็ได้ต่อยอดเป็นหน้าเว็บเทรดของตัวเองพร้อมเก็บค่าธรรมเนียมของตัวเอง โดยไม่ต้องทำข้อตกลงทางธุรกิจกับโปรโตคอลก่อน
ตัวเลขชุดนี้เก็บระหว่างช่วงแจกรางวัล จึงต้องอ่านอย่างระวัง
ค่าที่อ่านได้เมื่อ 2026-08-06 อยู่ในช่วงโครงการแจกรางวัลที่เริ่ม 2026-07-27 และจบ 2026-08-23 ซึ่งให้รางวัลกับปริมาณเทรดและการเปิดสถานะค้างไว้ กิจกรรมในช่วงนี้จึงถูกเร่งอยู่ในระดับที่วัดออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้ และไม่ควรนำไปคาดการณ์ต่อว่าจะเป็นแบบเดียวกันหลัง 2026-08-23
มีตัวเลขอ้างอิงหนึ่งตัวที่ช่วยให้เห็นภาพระยะยาวกว่าตัวเลขรอบ 24 ชั่วโมง คือปริมาณเทรด perpetual สะสมในช่วงที่ยังไม่มีแรงจูงใจใด ๆ มาเร่ง ซึ่งมีรายงานว่าข้ามหลัก USD 1 พันล้านราว 2026-07-28
เงื่อนไขการใช้งานตัดสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร และดินแดนที่ถูกคว่ำบาตรออกไป
รายชื่อประเทศที่ถูกตัดออกมีสองชั้น และเป็นเพียงขั้นต่ำเท่านั้น
การตัดออกเชิงเขตอำนาจ
การตัดออกตามมาตรการคว่ำบาตร
สิ่งที่ต้องอ่านต่อจากตารางข้างบนคือข้อความเปิดช่องที่ต่อท้ายรายการไว้ ซึ่งทำให้รายชื่อทั้งหมดเป็นเพียงขั้นต่ำ ไม่ใช่รายการที่สมบูรณ์ ข้อความนั้นครอบคลุมทุกเขตอำนาจที่กฎหมายห้ามหรือจำกัดการเสนอ การให้บริการ หรือการใช้สัญญา perpetual futures ตราสารอนุพันธ์ หรือการเทรดแบบมีเลเวอเรจ และยังครอบคลุมเขตอำนาจที่จะทำให้บริษัทต้องขอใบอนุญาต ขึ้นทะเบียน หรือรับอนุมัติจากหน่วยงานในประเทศนั้นด้วย
ตรงนี้มีเอกสารสองฉบับที่พูดไม่ตรงกัน ฝั่งเอกสาร docs เขียนสั้นกว่ามาก ว่า Phoenix ไม่ให้บริการในสหรัฐฯ หรือในเขตอำนาจที่ถูกคว่ำบาตร ส่วนเงื่อนไขการใช้งานเขียนไว้ยาวกว่าและเป็นฉบับที่มีผลบังคับ ทั้งยังปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 2026-07-27 เมื่อสองฉบับไม่ตรงกัน สถานะที่ใช้ตัดสินคือเงื่อนไขการใช้งาน ไม่ใช่ประโยคสั้น ๆ ในหน้า docs
วิธีบังคับใช้ก็ไม่ใช่แบบที่หลายคนเข้าใจ Phoenix ไม่ได้ประกาศว่าใช้การบล็อกด้วยหมายเลข IP เป็นกลไกหลัก แต่ใช้คำรับรองเชิงสัญญาที่ผู้ใช้ต้องยืนยันทุกครั้งที่เข้าใช้บริการว่าตนไม่ใช่บุคคลต้องห้าม ประกอบกับการจำกัดสิทธิ์เข้าใช้ที่ชั้นแอปพลิเคชัน ซึ่งสถานะเมื่อ 2026-08-06 คือ gated=true
หน้าเว็บกับโปรแกรมบนเชนแยกกันในทางเทคนิค แต่โปรแกรมยังอยู่ใต้คีย์ของผู้ให้บริการ
โครงสร้างของ Phoenix แยกเป็นสองชั้นในทางเทคนิค ชั้นบนคือหน้าเว็บและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการโดย Solstice Technologies S. de R.L. และเป็นเงื่อนไขการใช้งานของผู้ให้บริการรายนี้เองที่วางทั้งระบบตัดประเทศและการจำกัดสิทธิ์เข้าใช้เอาไว้ ส่วนชั้นล่างคือตรรกะจับคู่และชำระราคา ซึ่งทำงานเป็นโปรแกรมอยู่บน Solana และโดยธรรมชาติของเครือข่ายสาธารณะ ย่อมรับธุรกรรมที่ผ่านการตรวจสอบของเครือข่ายเข้ามา
จุดที่ต้องไม่เข้าใจผิดคือชั้นโปรแกรมที่นี่ไม่ได้ไร้การควบคุม ตัวโปรแกรมยังอัปเกรดได้ด้วยผู้มีสิทธิ์เพียงรายเดียว และทำงานอยู่ใต้ชุดสิทธิ์ 7 บทบาท ซึ่งครอบคลุมทั้งการกำหนดความเสี่ยง การเปิดตลาดใหม่ การจัดการ oracle การบังคับลดสถานะ การยกเลิกคำสั่ง และการรับโอนสถานะฉุกเฉิน พูดอีกอย่างคือชั้นโปรโตคอลไม่ได้เป็นอิสระจากผู้ให้บริการอย่างที่คำว่า “บล็อกเฉพาะหน้าเว็บ” ชวนให้เข้าใจ ข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงเชิงสถาปัตยกรรมล้วน ๆ
ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลประเทศใดดำเนินการกับ Phoenix แต่ช่วงเวลาที่ตรวจสอบได้ยังสั้นมาก
ผลการค้นหาเมื่อ 2026-08-06 ไม่พบการดำเนินการ คำเตือน กระบวนการบังคับใช้ หรือการให้ใบอนุญาตใด ๆ ที่เกี่ยวกับ Phoenix, Phoenix Perpetuals, Solstice Technologies หรือ Ellipsis Labs จากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศใดเลย
แต่ความว่างเปล่านี้ต้องอ่านคู่กับระยะเวลาที่เปิดให้บริการ กระดาน perpetual เพิ่งเปิดเมื่อ 2025-12-11 ซึ่งห่างจากวันตรวจสอบราวแปดเดือน การไม่พบเหตุการณ์จึงสะท้อนช่วงเวลาที่สั้น ไม่ใช่ประวัติสะอาดที่ยาวนาน
ท่าทีของโปรโตคอลเองเป็นแบบป้องกันไว้ก่อนมากกว่าตอบสนองภายหลัง คือดำเนินงานผ่านนิติบุคคลปานามา ไม่ถือใบอนุญาตของประเทศใด และตัดสามเขตอำนาจที่ห้ามสัญญา perpetual futures สำหรับนักลงทุนรายย่อยไว้ชัดเจนที่สุดออกไปตั้งแต่ต้น
ความเสี่ยงที่ควรจับตาจึงมาจากตัวผลิตภัณฑ์มากกว่าจากเหตุการณ์ ตั้งแต่มิถุนายน 2026 Phoenix เริ่มเปิด perp ที่อ้างอิงหุ้นจดทะเบียน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่ถูกกำกับในตลาดหลักส่วนใหญ่ และจำนวนหุ้นที่เปิดให้เทรดก็เพิ่มจาก 3 ตัวในกลางเดือนมิถุนายนเป็น 23 ตัวในต้นเดือนสิงหาคม 2026 เอกสารทางการระบุว่า perp เหล่านี้ชำระราคาบนเชนและไม่ให้สิทธิความเป็นเจ้าของหุ้นแต่อย่างใด
ไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ Phoenix ตัดออก แต่ Phoenix ก็ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย
ไทยไม่ถูกระบุชื่อในรายการที่ถูกตัดออก และกฎหมายไทยเอาผิดผู้ให้บริการ ไม่ใช่ผู้ใช้
เริ่มจากฝั่งแพลตฟอร์มก่อน ประเทศไทยไม่ถูกระบุชื่อในรายการบุคคลต้องห้ามของเงื่อนไขการใช้งาน แต่ข้อสรุปที่ถูกต้องหยุดอยู่แค่นั้น ไม่ใช่ “ยืนยันว่าใช้ได้” เพราะข้อความเปิดช่องที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ครอบคลุมเขตอำนาจที่ทำให้บริษัทต้องขอใบอนุญาต ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ไทยมีอยู่จริง สถานะของไทยจึงเป็นแบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่แบบที่ยุติแล้ว
ฝั่งหน้าเว็บก็ยังไม่ยุติเช่นกัน ระบบตรวจสอบตำแหน่งที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ช่องทาง /api/geo/status ส่วน chainhelm ทดสอบจากหมายเลข IP ในไทยไม่ได้ เพราะทางออกอินเทอร์เน็ตที่ใช้ทดสอบอยู่ที่โตเกียว เราจึงบันทึกสถานะหน้าเว็บของไทยไว้ว่ายังไม่ทราบ แทนที่จะเดาไปข้างใดข้างหนึ่ง
สิ่งที่ยืนยันได้จากการตรวจสอบเมื่อ 2026-08-06 คือหน้าเว็บแสดงผลครบถ้วนและมีข้อมูลหนังสือคำสั่งแบบเรียลไทม์ในเบราว์เซอร์ที่ตั้งภาษาไทยและเขตเวลา Asia/Bangkok โดยไม่มีหน้าคั่นแจ้งข้อจำกัดพื้นที่ แต่การทดสอบนั้นเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากญี่ปุ่น จึงยังไม่ใช่คำตอบสำหรับการเข้าใช้จากในประเทศไทย
ทีนี้มาที่คำถามที่ผู้อ่านไทยถามกันมากที่สุด คือผู้ใช้ผิดกฎหมายหรือไม่ มาตรา 66 ของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กำหนดโทษไว้กับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับใบอนุญาต คือจำคุก 2 ถึง 5 ปี และปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท พร้อมปรับรายวันไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ผู้ที่ต้องรับโทษตามมาตรานี้คือผู้ประกอบธุรกิจ และการตรวจสอบตัวบททั้งฉบับไม่พบบทบัญญัติที่เอาผิดผู้ใช้เพียงเพราะเทรดบนแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาต
มีข้อยกเว้นแคบ ๆ หนึ่งข้อที่ควรรู้ไว้ มาตรา 72 สร้างความรับผิดฝั่งผู้ใช้ในกรณีของการยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือบัญชีธนาคารของตน เพื่อปกปิดตัวตนในการกระทำอันไม่เป็นธรรม โทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทบัญญัตินี้มุ่งไปที่บัญชีม้า ไม่ใช่การเทรดด้วยตัวเองตามปกติ
สิ่งที่ ก.ล.ต. ประกาศต่อเนื่องมาโดยตลอดคือ ผู้ที่ใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และต้องรับความเสี่ยงจากการฉ้อโกงกับการฟอกเงินด้วยตัวเอง นี่คือสาระที่ควรชั่งน้ำหนัก มากกว่าคำถามว่าตัวเองจะโดนดำเนินคดีหรือไม่
ส่วนเรื่องเพดานเลเวอเรจ การสแกนตัวบทพระราชกำหนดทั้งฉบับพบคำว่า leverage และ margin รวมกัน 0 ครั้ง กฎเกณฑ์อนุพันธ์ของไทยผูกอยู่กับผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศ ผลในทางปฏิบัติคือขั้นบันไดเลเวอเรจของ Phoenix ใช้กับผู้ใช้ไทยตามเดิม โดยไม่มีเพดานของไทยมาทับอีกชั้น
ตั้งแต่ปี 2025 ผู้ให้บริการต่างประเทศที่ให้บริการคนไทยต้องมีใบอนุญาต และ Phoenix ยังไม่มี
หัวใจของการแก้กฎหมายฉบับปี 2568 อยู่ที่วรรคสามที่เพิ่มเข้าไปในมาตรา 26 และมาตรา 26/1 ที่วางเกณฑ์ 7 ข้อสำหรับถือว่าผู้ประกอบการต่างประเทศ “ให้บริการแก่บุคคลในไทย” ตัวอย่างเกณฑ์ในชุดนั้นได้แก่ การแสดงผลเป็นภาษาไทย โดเมนที่สื่อถึงไทย การรับชำระเป็นเงินบาทหรือผ่านบัญชีธนาคารไทย การระบุให้ใช้กฎหมายไทยหรือศาลไทย การจ่ายเงินให้เสิร์ชเอนจินเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในไทย และการตั้งสำนักงานหรือจ้างบุคลากรเพื่อดูแลผู้ใช้ในไทย
เมื่อ chainhelm เทียบคุณลักษณะที่สังเกตได้ของ Phoenix กับเกณฑ์ทั้งชุด ไม่พบข้อใดที่เข้าเงื่อนไข หน้าเว็บกำหนดภาษาเป็น en ไม่มีอักษรไทยในหน้า ไม่มีตัวสลับภาษา โดเมนคือ phoenix.trade หลักประกันเป็น USDC บนเชนโดยไม่มีเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง กฎหมายที่ใช้บังคับคือกฎหมายปานามา และไม่พบการตั้งสำนักงานหรือบุคลากรในไทย
การเทียบข้างต้นมีข้อจำกัดที่ต้องบอกให้ชัด นี่คือการเทียบคุณลักษณะที่สังเกตได้จากภายนอกกับตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่คำวินิจฉัยของ ก.ล.ต. ไทย ยังไม่มีหน่วยงานไทยใดชี้ขาดว่า Phoenix เข้าเกณฑ์มาตรา 26/1 หรือไม่ และเกณฑ์เรื่องการจ่ายเงินให้เสิร์ชเอนจินเป็นข้อที่ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้เลย
ด้านสถานะใบอนุญาต เราไม่พบชื่อ Phoenix, Solstice Technologies หรือ Ellipsis Labs ในทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission of Thailand) ซึ่งมีผู้ได้รับใบอนุญาต 7 รายที่ล้วนจดทะเบียนในไทย และไม่พบในทะเบียนบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตอีก 139 รายการ ซึ่งปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 2026-08-05
บรรทัดฐานการบังคับใช้ที่มีอยู่จริงคือเหตุการณ์เมื่อ 2025-06-28 ที่เส้นเวลาข้างบนบันทึกไว้ สิ่งที่ควรเก็บจากเหตุการณ์นั้นคือสิ่งที่ตามมากับมาตรการ ผู้ลงทุนได้รับคำแนะนำให้ถอนหรือโอนสินทรัพย์ออกก่อนวันที่มาตรการมีผล นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าวันหนึ่งแพลตฟอร์มใดถูกดำเนินการ
ในบรรทัดฐานนั้น Phoenix ไม่ถูกระบุชื่อ และเราไม่พบคำสั่งจำกัดการเข้าถึงใด ๆ ที่ครอบคลุม Phoenix รวมถึงไม่พบชื่อในฐานข้อมูล Investor Alert ซึ่งมี 8,853 รายการและปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 2026-08-05 แต่การไม่มีการดำเนินการไม่ใช่คำรับรองว่าปฏิบัติถูกต้อง เป็นเพียงข้อเท็จจริง ณ วันที่ตรวจสอบ
ทิศทางข้างหน้าที่ผู้อ่านควรรู้อยู่ที่รอบรับฟังความเห็นที่เส้นเวลาข้างบนบันทึกไว้ สัญญาณที่อ่านได้จากเรื่องนี้คือไทยตั้งใจดึงอนุพันธ์คริปโตเข้ามาอยู่ในระบบใบอนุญาต มากกว่าจะห้ามทั้งหมด ซึ่งในรอบถัดไปน่าจะทำให้ความต่างระหว่างกระดานในประเทศที่มีใบอนุญาตกับกระดานต่างประเทศที่ไม่มี ชัดขึ้นกว่าเดิม
กำไรที่เกิดบน Phoenix ไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้ปี 2025-2029
สิทธิที่มีอยู่จริงคือ ไทยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่ 2025-01-01 ถึง 2029-12-31 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 399 (พ.ศ. 2568) ซึ่งประกาศเมื่อ 2025-09-05
แต่สิทธินี้มีเงื่อนไขที่ทำให้พลาดกันได้ง่าย คือธุรกรรมต้องทำผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย เมื่อ Phoenix ไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว กำไรที่เกิดขึ้นที่นี่จึงอยู่นอกสิทธิยกเว้น และกลับไปอยู่ใต้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ
ผลต่อเนื่องข้อแรกคือเรื่องเอกสาร Phoenix เป็นแพลตฟอร์มแบบ non-custodial และไม่มีขั้นตอน KYC จึงไม่ออกเอกสารภาษีใด ๆ และไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภาระการรายงานตกอยู่ที่ผู้ใช้ทั้งหมด ซึ่งต้องรวบรวมต้นทุนและกำไรที่รับรู้ขึ้นมาเองจากบันทึกบนเชน
ผลต่อเนื่องข้อที่สองคือเรื่องแหล่งเงินได้ สิทธิยกเว้นครอบคลุมกำไรที่มีแหล่งเงินได้ในไทย ส่วนเงินได้จากต่างประเทศอยู่ใต้กฎการนำเงินได้เข้าประเทศคนละชุด ไม่ใช่กฎกระทรวงฉบับที่ 399
เงื่อนไขที่ว่าสิทธิยกเว้นผูกอยู่กับผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตนั้น มาจากสำนักงานที่ปรึกษาภาษีสามแห่งที่รายงานตรงกัน แต่ยังเป็นแหล่งทุติยภูมิ เพราะเราไม่สามารถเข้าถึงตัวบทกฎกระทรวงฉบับภาษาอังกฤษได้ และหัวข้อนี้อธิบายโครงสร้างของกฎเกณฑ์ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับกรณีของแต่ละคน
สัญญา perpetual ของ Phoenix ยังไม่มีรายงานตรวจสอบ และอัปเกรดได้ด้วยคีย์เดียว
รายงานตรวจสอบที่มีอยู่ครอบคลุมโปรแกรม spot รุ่นเดิม ไม่ใช่โปรแกรม perpetual
Phoenix Legacy
โปรแกรมที่เงินของผู้อ่านจะเข้าไปอยู่
รายละเอียดอีกข้อของรายงานฝั่ง spot คือ README ไม่ได้ระบุวันที่ตรวจสอบไว้ จึงบอกไม่ได้ว่ารายงานนั้นครอบคลุมโค้ดรุ่นไหน
ผลรวมของสองช่องข้างบนคือสิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักที่สุดในหัวข้อนี้ โค้ดที่กำลังทำงานอยู่จริงและถือเงินของผู้ใช้อยู่ ไม่สามารถตรวจสอบโดยอิสระได้ และเทียบ build กับซอร์สไม่ได้ ที่เปิดสาธารณะมีเพียง SDK กับเครื่องมือรอบข้างเท่านั้น
โปรแกรมยังอัปเกรดได้ และสิทธิ์อัปเกรดอยู่ที่แอดเดรสผู้ลงนามเพียงแอดเดรสเดียว
โปรแกรม perpetual ติดตั้งภายใต้ BPF upgradeable loader และยังอยู่ในสถานะที่อัปเกรดได้ ความหมายในทางปฏิบัติคือตรรกะที่ดูแลเงินของผู้ใช้เปลี่ยนได้หลังจากที่เงินเข้าไปอยู่ในระบบแล้ว
สิทธิ์อัปเกรดนั้นอยู่ที่แอดเดรสเดียว ซึ่งเป็นแอดเดรสเดียวกับ rootAuthority ของโปรโตคอล และแอดเดรสนั้นเป็นบัญชีของ System Program ที่ไม่มีข้อมูลบัญชีอยู่เลย แปลว่าเป็นแอดเดรสผู้ลงนามธรรมดา ไม่ใช่ multisig ซึ่งเป็นบัญชีที่โปรแกรมเป็นเจ้าของและต้องมีหลายลายเซ็นร่วมกันอนุมัติ จึงไม่มีโปรแกรม multisig บนเชนคั่นกลางการอัปเกรดไว้ ส่วนจะมีระบบจัดการกุญแจนอกเชนอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ไม่มีการเปิดเผย
สิ่งที่ไม่มีเลยตามการตรวจสอบเมื่อ 2026-08-06 คือ timelock หรือระยะหน่วงก่อนอัปเกรด และกระบวนการโหวตแบบ governance ทั้งในเอกสารและในค่าที่ระบบเปิดให้ตรวจสอบได้ ส่วนโครงสร้างสิทธิ์แบ่งเป็น 7 บทบาท ได้แก่ root, risk, market, oracle, adl, cancel และ backstop โดยช่องผู้รับสิทธิ์ที่รออยู่ว่างทั้งหมด ซึ่งแปลว่าไม่มีการโอนสิทธิ์ค้างคิว
เมื่อสภาพคล่องไม่พอ ผลขาดทุนถูกส่งต่อไปยังผู้เทรดที่มีกำไรผ่าน ADL
- ขั้นที่ 1 ยกเลิกคำสั่ง
- ระบบยกเลิกคำสั่ง limit ที่ตั้งค้างไว้และเพิ่มความเสี่ยงให้บัญชีเป็นอย่างแรก
- ขั้นที่ 2 บังคับปิดกับหนังสือคำสั่ง
- บังคับปิดสถานะกับสภาพคล่องที่มีอยู่ในหนังสือคำสั่ง อาจปิดได้เพียงบางส่วน แต่ต้องทำให้สุขภาพบัญชีดีขึ้นหรือปิดทั้งสถานะ ภายใต้เพดานขนาดต่อครั้งที่กำหนดไว้รายตลาด
- ขั้นที่ 3 โอนไปบัญชี backstop
- ถ้าสภาพคล่องในหนังสือคำสั่งไม่พอ สถานะจะถูกโอนไปยังบัญชี backstop ที่ระดับ 20% ของหลักประกันเริ่มต้น
- ขั้นที่ 4 ADL
- ถ้ายังไม่พออีก ระบบจับคู่สถานะที่ขาดทุนกับผู้เทรดฝั่งตรงข้ามที่มีกำไรและมีลำดับความสำคัญสูงสุด ผู้ที่กำลังมีกำไรจึงอาจถูกปิดสถานะก่อนกำหนดและได้กำไรน้อยกว่าที่คาดไว้
สิ่งที่ผู้อ่านต้องเข้าใจจากบันไดสี่ขั้นนี้คือปลายทางของผลขาดทุนส่วนที่เหลือ ซึ่งถูกกระจายไปยังคู่สัญญาที่มีกำไร แทนที่จะถูกดูดซับด้วยกองทุนประกันที่เปิดเผยตัวเลขให้ตรวจสอบได้
เรื่องกองทุนประกันก็ต้องบอกให้ตรง เราไม่พบการระบุถึงกองทุนประกันในเอกสารใด ๆ และค่าที่ระบบตั้งไว้ก็ไม่เปิดเผย จึงบันทึกสถานะเป็น “ไม่ทราบ” ไม่ใช่ “ไม่มี” เพราะการไม่มีเอกสารไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีทุนสำรองอยู่จริง สิ่งที่ระบุได้อย่างมั่นใจคือเส้นทางรับผลขาดทุนที่มีเอกสารรองรับ ซึ่งก็คือ backstop แล้วต่อด้วย ADL
ค่าตัวเลขที่ระบบใช้จริงและเท่ากันทุก 62 ตลาดเมื่อ 2026-08-06 มีดังนี้ maintenance margin เท่ากับ 50% ของหลักประกันเริ่มต้น ระดับ backstop เท่ากับ 20% เกณฑ์ความเสี่ยงสูงเท่ากับ 10% และเกณฑ์ยกเลิกคำสั่งเท่ากับ 75% ส่วนคะแนนความเสี่ยงคำนวณโดยประมาณจาก maintenance margin หารด้วยหลักประกันที่ใช้ได้จริง คูณด้วย 1000 โดยค่าราว 1000 คือเส้นแบ่งของการถูกบังคับปิด นอกจากนี้ยังไม่มีค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมการบังคับปิดที่ระบุไว้ในเอกสาร
ผู้ให้ข้อมูลราคาไม่ถูกระบุชื่อ และตลาดหุ้นกับสินค้าโภคภัณฑ์ใช้ราคาจากหนังสือคำสั่งเองเมื่อตลาดอ้างอิงปิด
ณ 2026-08-06 เอกสารทางการบอกเพียงว่า Phoenix ใช้ผู้ให้ข้อมูลราคาอิสระหลายราย แต่ไม่มีหน้าใดระบุชื่อผู้ให้บริการ oracle เลย ข้อจำกัดนี้มีผลโดยตรงกับการประเมินความเสี่ยง เพราะเมื่อไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ป้อนราคา ก็ประเมินไม่ได้ว่าแหล่งราคาน่าเชื่อถือแค่ไหนและมีประวัติขัดข้องอย่างไร
โครงสร้างราคาที่เปิดเผยไว้คือ ราคาสัญญา (mark price) เป็นค่ามัธยฐานของสามองค์ประกอบ ได้แก่ ราคาจาก oracle ที่ปรับแล้ว ราคาจากหนังสือคำสั่งของ Phoenix เอง และราคาจากกระดานภายนอกรายใหญ่ ส่วนสิทธิ์จัดการ oracle เป็นคีย์แบบกำหนดสิทธิ์ที่อยู่ในชุด 7 บทบาทเดียวกับที่กล่าวถึงไปแล้ว
เรื่องนี้สำคัญกับ Phoenix มากกว่าปกติ เพราะ 27 จาก 62 ตลาดเป็น perp ที่อ้างอิงหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งตลาดต้นทางมีเวลาปิดทำการ เมื่อแหล่งราคาภายนอกปิด ระบบจะสลับไปใช้ Impact Pricing ที่ตั้งราคาจากหนังสือคำสั่งของกระดานเอง ซึ่งแปลว่าในช่วงเวลานั้น ราคาที่ใช้ตัดสินการบังคับปิดสถานะมาจากสภาพคล่องภายในกระดานเป็นหลัก
เอกสารความเสี่ยงของโปรโตคอลเองก็เตือนไว้ว่า ราคาจาก oracle อาจล่าช้า ขาดช่วง หรือล้มเหลวได้ และการที่ oracle ขัดข้องอาจทำให้เกิดการบังคับปิดสถานะโดยไม่คาดคิด นี่เป็นคำเตือนของผู้ให้บริการเอง ไม่ใช่การตีความของเรา
การถอนถูกจำกัดด้วยโควตา และต้นทุนการเทรดผ่านแอปภายนอกไม่มีเพดาน
การถอนเงินออกจาก Phoenix ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยค่าธรรมเนียม แต่ถูกจำกัดด้วยโควตาที่เติมกลับ งบถอนสูงสุดอยู่ที่ 2,000,000 Phoenix USDC และเติมกลับที่อัตรา 450 USDC ต่อหนึ่ง slot ของ Solana ส่วนสถานะของระบบเมื่อ 2026-08-06 รายงานว่าการถอนใช้งานได้ตามปกติ
ความหมายต่อผู้อ่านคือ การถอนไม่มีค่าธรรมเนียมระดับโปรโตคอล แต่มีเพดานเชิงปริมาณอยู่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อมีการถอนจำนวนมากพร้อมกัน
อีกด้านหนึ่งคือต้นทุนตอนเข้าเทรด ถ้าเข้าเทรดผ่านหน้าเว็บของบุคคลที่สาม ต้นทุนรวมสูงกว่าตารางค่าธรรมเนียมพื้นฐานได้ เพราะผู้พัฒนาหน้าเว็บนั้นตั้งค่าธรรมเนียมของตัวเองบวกทับได้และเอกสารไม่ประกาศเพดานไว้ ประโยคที่ควรจำติดตัวคือ อัตรา 0.5 bps กับ 3.5 bps ที่อ่านมาจากบทความนี้ ใช้กับการเข้าผ่าน phoenix.trade โดยตรงเท่านั้น
ประวัติเหตุการณ์ยังว่าง แต่กระดานเพิ่งเปิดได้ราว 8 เดือน
การค้นหาเมื่อ 2026-08-06 ไม่พบการถูกเจาะระบบ ความล้มเหลวของ oracle การหยุดให้บริการ หรือเหตุการณ์ราคาหลุดการตรึงใด ๆ ที่เกี่ยวกับ Phoenix แต่ความว่างเปล่านี้ต้องอ่านให้ถูก กระดาน perpetual เพิ่งเปิดตั้งแต่ 2025-12-11 ประวัติจึงสั้น ไม่ใช่ประวัติสะอาดที่ยาวนานพอจะสรุปอะไรได้
อีกข้อที่ควรรู้คือผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ที่จะจำกัดการเข้าถึงจากเขตอำนาจใดก็ได้เมื่อใดก็ได้ ผ่านข้อความเปิดช่องในเงื่อนไขการใช้งาน ซึ่งแปลว่าสถานะของประเทศใดประเทศหนึ่งเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแก้รายชื่อที่ระบุไว้
ข้อสุดท้ายเป็นเรื่องที่กระทบผู้อ่านที่กำลังจะสมัครโดยตรง สถานะการเข้าใช้ยังเป็นแบบจำกัดสิทธิ์เมื่อ 2026-08-06 และแอปยังอยู่ในสถานะ beta นี่คือเหตุผลที่ผลลัพธ์ของแต่ละคนหลังเดินขั้นตอนในบทความนี้อาจไม่เหมือนกัน
◆ ◇ ◆
รหัสใช้ได้จริงและไทยไม่อยู่ในรายชื่อที่ถูกตัดออก แต่ Phoenix ยังไม่มีใบอนุญาตและยังจำกัดสิทธิ์เข้าใช้
สรุปก่อนเลย รหัส TFJA22W2 ยังใช้ได้จริง จากการที่เราเชื่อมวอลเล็ตใหม่ด้วยตัวเองเมื่อ 2026-08-08 ผูกได้เฉพาะจังหวะที่วอลเล็ตใหม่เชื่อมต่อผ่านลิงก์แนะนำเท่านั้น และสิ่งที่เปลี่ยนไปคือค่าธรรมเนียมการเทรดที่ได้ส่วนลด 10%
สำหรับผู้อ่านในไทย คำตอบระดับประเทศมีสามท่อน ไทยไม่ถูกระบุชื่อในรายการที่ Phoenix ตัดออก กฎหมายไทยเอาผิดผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่ใช่ผู้ใช้ที่เทรดด้วยตัวเอง แต่ Phoenix ก็ไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย ซึ่งทำให้กำไรที่เกิดที่นี่ไปไม่ถึงสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ปี 2025-2029
ถ้าจะเลือกสามข้อที่เปลี่ยนการตัดสินใจได้จริง คงเป็นสามข้อนี้ ข้อแรก ยังไม่มีรายงานตรวจสอบของโปรแกรม perpetual และซอร์สโค้ดก็ไม่เปิด แปลว่าโค้ดที่ถือเงินอยู่ตรวจสอบโดยอิสระไม่ได้ ข้อที่สอง การเข้าใช้ยังจำกัดสิทธิ์อยู่ เชื่อมวอลเล็ตเสร็จแล้วอาจยังเทรดไม่ได้ทันที ข้อที่สาม ขนาดของกระดานยังเล็กเมื่อวางในตลาดรวม ทั้งอันดับ 33 และส่วนแบ่ง 0.25% และตัวเลขปัจจุบันก็อยู่ในช่วงที่มีแรงจูงใจเร่งอยู่
จากตรงนี้เป็นการตัดสินใจของผู้อ่านเอง ถ้าน้ำหนักของสามข้อข้างบนมากกว่าส่วนลดค่าธรรมเนียม 10% การไม่ใช้ก็เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลเต็มที่ และถ้าตัดสินใจจะใช้ สิ่งเดียวที่ต้องทำให้ถูกตั้งแต่แรกคือเข้าผ่านลิงก์แนะนำด้วยวอลเล็ตใหม่ เพราะเป็นจังหวะเดียวที่ผูกรหัสได้